เนื่องจากครั้งนี้ไผ่หายตัวไปนานเกินไป ไผ่จึงไม่คิดจะเสียเวลาที่ไหนอีกจึงมุ่งหน้าไปที่ค่ายกลเคลื่อนย้ายเพื่อเดินทางกลับเมืองทะเลครามทันที
เมื่อเดินออกจากค่ายกลเคลื่อนย้ายไผ่ก็เห็นอาทิตย์มารอรับอยู่แล้ว
“ยินดีต้อนรับกลับครับนายน้อย” อาทิตย์เอยทักทายด้วยความเคารพ ไผ่ที่เห็นเช่นนั้นก็ไม่พูดอะไรพยักหน้ารับสั้น ๆ เท่านั้น
“นายน้อยจะไปไหนก่อนไหมครับ” อาทิตย์ถามขณะเปิดประตูรถให้ไผ่
“ไม่ตรงกลับบ้านเลย ผมหายตัวไปนานเกินไปไม่รู้ว่ายัยตัวแสบจะโกรธมากแค่ไหนแล้ว” ไผ่เอยตอบด้วยสีหน้าจนใจ
“ถ้าเรื่องนั้นนายน้อยไม่ต้องกังวลเลยครับ” อาทิตย์ยิ้มตอบ
“หมายความว่ายัยตัวแสบไม่ไม่โวยวายหรือโกรธผมงั้นหรอ” ไผ่หันมาถาม
“เปล่าเลยครับ ที่ผมบอกว่าไม่ต้องกังวลเพราะยังไงนายน้อยก็ตายแน่นอนครับ คุณหนูฟ้าโวยวายเสียงดังอีกทั้งยังพูดว่าจะไม่ให้อภัยนายน้อยอีกด้วยครับ” อาทิตย์ตอบกลับด้วยพร้อมกับหัวเราะออกมาเมื่อได้เห็นสีหน้าหดหู่ของไผ่
สำหรับผู้ติดตามอย่างพวกเขาแล้วน้อยครั้งที่จะเห็นสีหน้าแบบนี้ของนายน้อยพวกเขา เพราะนายน้อยมักจะแสดงสีหน้าราวกับว่าทุกอย่างอยู่ในการคาดเดาทั้งหมด การจะได้เห็นนายน้อยทำหน้าแบบนี้ได้ก็คงมีแต่คุณหนูฟ้าคนเดียวเท่านั้น
ไผ่ถอนหายใจออกมาเมื่อได้ยินคำพูดของอาทิตย์และนึกถึงหน้าน้องสาวของเขา ในขณะที่กำลังคิดว่าจะทำยังไงดี เขาก็สัมผัสได้ถึงเสียงร้องเรียกจากมิติลึกลับที่อยู่บนหลังมือ
ไผ่ส่งพลังวิญญาณเข้าไปก็เห็นจิ้งจอกน้อยทั้งสองตัวกำลังร้องเรียกหาเขาอยู่ไผ่ก็ตาโต “ฮ่า ฮ่า ฮ่า” จากนั้นก็หัวเราะออกมา
หลังจากที่ดื่มน้ำนมปฐพีไปจำนวนมากจิ้งจอกน้องทั้งสองก็หลับไป จึงทำให้ไผ่ลืมไปว่ายังมีพวกมันอยู่และเขาตั้งใจตั้งแต่แรกแล้วว่าจะมอบมันให้กับเมฆและฟ้าคนละตัวเพื่อให้พวกมันเป็นเพื่อนกับทั้งสองคน
ด้วยความน่ารักของจิ้งจอกน้อยทั้งสองตัวใครมันจะสามารถต้านได้ โดยเฉพาะน้องสาวของเขาที่ชื่นชอบสัตว์เลี้ยง เมื่อคิดถึงตรงนี้ไผ่ก็อดยิ้มไม่ได้เพราะจิ้งจอกน้อยนี้แหละจะทำให้น้องสาวของเขาหายโกรธ
เมื่อคิดได้ดังนั้นไผ่ไม่รอช้าเรียกเอาจิ้งจอกน้องทั้งสองตัวออกมา เมื่อจิ้งจอกน้อยทั้งสองปรากฏในอ้อมแขนของไผ่มันก็เงยหน้าขึ้นมองหน้าไผ่แล้วร้องออกมาเบา ๆ พร้อมกับเอาหัวถูกับใบหน้าของไผ่ไปมาด้วยความสนิทสนม
“แค่สามเดือนพวกเจ้าดูตัวใหญ่ขึ้นเยอะเลยนะ” ไผ่ลูบหัวพวกมันแล้วเอยด้วยความแปลกใจ
ตอนเจอพวกมันครั้งแรกตัวของพวกมันไม่ใหญ่มากนักเท่ากับเด็กพึ่งเกิดน้ำหนักสี่กิโล แต่ตอนนี้จิ้งจอกน้อยทั้งสองตัวกลับตัวใหญ่ขึ้นมากกว่าเดิมสามเท่า
“พวกมันคือจิ้งจอกเผ่าอะไรครับนายน้อย ทำไมผมรู้สึกได้ถึงแรงกดดันจากพวกมัน”อาทิตย์มองจิ้งจอกน้อยในอ้อมแขนของไผ่ด้วยแววตาตกตะลึงเพราะเขาสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งทางสาวเลือดของพวกมัน
“หนึ่งในสิบเผ่าสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุด เผ่าจิ้งจอกมายาสวรรค์เก้าหาง” ไผ่ตอบกลับด้วยสีด้วยรอยยิ้ม
“อะไรนะ”อาทิตย์อุทานด้วยความตกใจพร้อมกับเหยียบเบรกกะทันหัน
“ระวังหน่อย”ไผ่เอยสั้น ๆ
“ขอโทษครับ” อาทิตย์รีบพูดแล้วขับรถต่อ พร้อมกับมองจิ้งจอกน้อยทั้งสองผ่านกระจกหลังเป็นระยะ ๆ ยิ่งมองภายในใจของอาทิตย์ก็นิ่งตกใจจนไม่อาจสงบลงได้
ก็ไม่แปลกที่อาทิตย์จะมีอาการแบบนี้เป็นใครก็ตกใจทั้งนั้น เพราะนี้คือเผ่าสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดเลยนะ การมีสัตว์เลี้ยงเป็นหนึ่งในสิบเผ่าสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดมันปกติที่ไหนกัน เพราะถ้าเผ่าของพวกมันรู้เข้าพวกมันจะต้องส่งคนออกมาตามล่าคนผู้นั้นอย่างแน่นอน
ไผ่กำลังนั่งเล่นกับจิ้งจอกน้อยทั้งสองอยู่สนุกสนานส่วนอาทิตย์ก็เงียบไปไม่ถามอะไรอีก
ไม่นานรถก็มาถึงหน้าคฤหาสน์ ไผ่จึงเอยกับจิ้งจอกน้อยทั้งสอง “เจ้าไปด้านในก่อนเดียวฉันจะให้พวกแกได้เจอเพื่อน” เอจบไผ่ส่งพวกมันเข้าไปในมิติลึกลับจากนั้นก็เดินเข้าไปในคฤหาสน์ด้วยความยิ้ม เพราะเขาอยากเห็นว่าฟ้าจะทำสีหน้ายังไงเมื่อได้เห็นจิ้งจอกน้อยทั้งสอง
ไผ่กระจายพลังจิตวิญญาณสำรวจทั่วบ้านแล้วและไผ่ก็รู้ว่าน้องของเขานั่งเล่นเกมอยู่ที่ห้องนั่งเล่นไผ่จึงตรงไปที่ห้องนั่งเล่นทันที
“พี่กลับมาแล้วเด็ก ๆ”เสียงของไผ่ดังขึ้นเมื่อเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับพี่” เมฆเอยทักทายไผ่ด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย แต่แววตากลับแฝงไปด้วยความสุข เป็นเพราะเมฆเข้าใจในสิ่งที่ไผ่ทำเมฆจึงไม่ได้งอแงเลยเวลาที่ไผ่หายไปนาน
“หึ” ฟ้าวางมือจากเกมกอดอกแล้วขึ้นเสียงเล็กน้อยพร้อมกับหันไปทางอื่น
“อ้าว ใครแกล้งน้อยสาวของพี่กัน บอกพี่มาเลยเดียวพี่จะไปจัดการมันให้”ไผ่เดินไปนั่งข้าง ๆ แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“หึ หนูไม่คุยกับพี่หรอก”ฟ้าพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้า ๆ
“อ้าวทำไมถึงไม่คุยกับพี่ล่ะ” ไผ่แกล้งถามด้วยท่าทางสงสัย
“หึ ไม่ต้องพูดเลยพี่หายไปไหนมาตั้งนาน” ฟ้าย่นจมูกแล้วพูดทั้งที่ยังหันหลังอยู่
“พี่ไปหาฝึกฝนมาเลยนานไปหน่อย พี่ขอโทษหายโกรธพี่นะ”ไผ่สะกิดหลังฟ้าแล้วพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด
“ไม่” ฟ้าตอบสั้น ๆ แต่มุมปากกำลังยิ้มอยู่
ท่าทางของฟ้ากับไผ่ทำให้ทุกคนที่มองอยู่อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
“แล้วทำยังไงน้องถึงจะหายโกรธ”ไผ่พยายามอ้อนวอน
“ไม่หายค่ะ” ฟ้าตอบแต่ยิ้มกว้างขึ้น ไผ่เองก็เผยรอยยิ้มเช่นกันเมื่อเห็นเช่นนั้นแต่แกล้งทำเป็นไม่รู้
“แน่ใจนะว่าไม่หายโกรธพี่อุตส่าห์มีของ”ไผ่เอยขึ้นพร้อมกับเรียกจิ้งจอกน้อยทั้งสองออกมา
ทุกคนตาโตและเมฆกำลังจะตะโกนออกมาแต่ถูกไผ่ส่งสัญญาณให้เงียบเอาไว้ก่อน จากนั้นไผ่ก็ยื่นจิ้งจอกน้อยไปด้านหน้าของฟ้าให้ฟ้าได้เห็นนิดหน่อยแล้วดึงมือกลับ.