ล่าผ่าแดนทมิฬ

    ตอนที่ 92 ห้วงอเวจี!

    เริ่มประลองไม่ถึงหนึ่งนาที เชนลดเกราะปราณของกอร์ก้าไปแล้ว1,875จุด!เชนเมื่อโจมตีไปสองครั้งติดจนกอร์ก้ามันกลิ้งไปราวกับลูกบอลก็ไม่ได้เข้าไปซ้ำแต่อย่างใด เขายืนถือขวานสองคมมองไปยังกอร์ก้าที่พยายามจะลุกขึ้นจากพื้นกอร์ก้ามันตอนนี้รู้สึกเจ็บปวดบริเวณสีข้างที่โดนโจมตีไม่น้อย แต่มันก็รีบฝืนความเจ็บปวดลุกขึ้นมองไปยังเชนที่ยืนมองมันอยู่ห่างออกไป"ไอ้เด็กเวร!"กอร์ก้าคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวพร้อมพุ่งเข้าหาเชนในทันที อารมณ์โกรธของมันในตอนนี้ปิดบังดวงตาและความคิดวิเคราะห์ไปสิ้นว่ามันเพิ่งจะโดนเชนอัดกระเด็นมามันเมื่อพุ่งมาถึงก็ไม่รอช้า มันยกดาบคู่ฟันใส่เชนเต็มแรงทั้งซ้ายขวาตามโทสะที่กำลังระเบิดปะทุของมันในตอนนี้ เสียงดาบทั้งสองแหวกอากาศจนดังจนน่าหวาดเสียว!แม้ตอนนี้ดาบคู่ของกอร์ก้าจะฟันเข้ามาแต่เชนไม่ได้ขยับจากจุดที่ยืนแม้เพียงนิด เขายืนสงบนิ่งพร้อมกับยกขวานขึ้นด้วยมือข้างเดียวแล้วหวดปะทะไปทั้งอย่างนั้น!เหล่าผู้ชมเมื่อเห็นสิ่งที่เชนทำก็พากันอ้าปากตาค้าง! ใช้..มือเดียว!?ตูม!เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหว!เหล่าผู้ชมพากันลุกขึ้นดูอย่างลุ้นระทึก และเมื่อผลลัพธ์ในสนามประลองแสดงประจักษ์ต่อสายตาทุกคู่ พวกเขาทำได้เพียงต้องอ้าปากค้าง นั่นเพราะในสนามประลองเชนที่ใช้มือเดียวกลับหวดกอร์ก้า..จนปลิวกระเด็นราวกับว่าวสายป่านขาด!"อ้าก!"กอร์ก้ามันปลิวกระเด็นไปเกือบสิบเมตรจึงตกลงสู่พื้นเสียงดังสนั่น ครั้งนี้แม้เชนไม่โดนตัวมันเลยแต่จากแรงปะทะทำเอามันเกราะปราณหายไปอีก340จุด!มันค้ำยันพื้นด้วยแขนอันสั่นสะท้านแล้วมองไปยังเชนอย่างไม่อยากเชื่อสายตา เมื่อครู่ตอนดาบของมันปะทะกับขวานที่เชนหวดมา มันก็รู้สึกราวกับถูกรถเหล็กกล้าที่พุ่งมาด้วยความเร็วสูงปะทะเข้าใส่!"ฝีมือแค่นี้เองเหรอ..ที่แกทำเป็นเก่งนักหนา"เชนขยับเท้าเดินเข้าหามันช้าๆอย่างไม่รีบร้อน ทั้งร่างของเชนไม่แสดงอาการผิดปกติใดๆเลยทั้งสิ้น เกราะปราณของเขายังอยู่ครบถ้วน5,000จุดท่าทางของเชนตอนนี้นิ่งสงบราวผิวน้ำที่ไร้ระลอก แต่ภายใต้ผิวน้ำอันสงบนิ่งนั้น ลึกลงไปกลับมีสายน้ำอันรุนแรงและเชี่ยวกรากไหลเวียนอยู่!ราวกับตอบสนองต่ออารมณ์ของเชน วิญญาณที่อยู่ในลูกแก้วยมทูตต่างพากันแผ่กระจายออกจากลูกแก้วแล้วอาบไปทั้งเส้นลมปราณ! และด้วยอารมณ์นี้ทำให้เชนเผลอใช้...บางสิ่งโดยไม่รู้ตัวกอร์ก้าเงยหน้ามองเชนที่กำลังเหยียบย่างเข้ามาหามันอย่างช้าๆ ไม่ทราบว่าเพราะอาการบาดเจ็บหรือว่ามันคิดไปเอง แต่เมื่อมันมองไปยังเชนในขณะนี้ มันก็เหมือนจะเห็นเงาสีดำทมิฬรูปร่างไม่แน่ชัดอยู่เบื้องหลังของเขา! เงาที่มันเห็นไม่มีรูปร่างที่ชัดเจนแต่เงานั้นกลับมีสิ่งหนึ่งที่เมื่อมันเห็นก็ต้องขนลุกเกรียวไปทั้งร่าง นั่นคือ..ดวงตาข้างหนึ่ง! ดวงตาดำทมิฬที่ราวกับเป็นจุดกำเนิดแห่งความมืดทั้งปวงกำลังจับจ้องมายังมัน!มันเมื่อสบตากับดวงตาข้างนั้นโลกที่มันเห็นก็เปลี่ยนเป็นสีดำสนิทมืดมิดราวกับหลุดไปอีกโลก!ช่วยด้วยยย!ม่ายยย!เจ็บ! ข้าเจ็บบบบ!!ข้าขอร้อง! อย่าฆ่าข้าาา!ได้โปรด! ไว้ชีวิตข้า! อ้าก!ทำไมมมมมม โฮฮฮฮฮพวกแกต้องชดใช้! จำคำข้าไว้!! สักวันพวกแกต้องชดใช้!!!!!ในหูของมันได้ยินเสียงโหยหวนและกรีดร้องอย่างเจ็บปวดดังมาจากทุกสารทิศ!เสียงเหล่านี้ในตอนแรกก็เหมือนจะมีแค่หนึ่งหรือสองเสียง แต่ยิ่งนานเสียงกรีดร้องโหยหวนก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ จากสิบเป็นร้อย..จากร้อยเป็นพัน..จากพันเป็นแสน..จากแสนเป็นล้านและก็ยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอย่างไร้ที่สิ้นสุด!จนในที่สุดเสียงเหล่านี้ก็มากมายเหลือคณานับ ราวกับตอนนี้กอร์ก้ามันหลุดเข้ามาอยู่ในห้วงนรกอเวจี รอบตัวของมันกลายเป็นสีดำทมิฬมืดมิดไม่มีแสงใดๆเลยแม้แต่น้อย ราวกับสิ่งที่เรียกว่าแสงจะขัดกับกฎของโลกใบนี้!เมื่อมันเห็นโลกอันมืดมิดและเสียงกรีดร้องเหล่านี้มันก็สั่นสะท้านไปทั้งร่าง! สั่นไปด้วยความกลัวจากเบื้องลึกของจิตวิญญาณ เป็นความรู้สึกที่ราวกับกำลังอยู่ต่อหน้าบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่เกินที่มันจะจินตนาการถึง ถ้าใครมีดวงตาที่สามารถมองไปถึงวิญญาณได้ล่ะก็ ตอนนี้จะเห็น..วิญญาณของกอร์ก้าที่กำลังกรีดร้องอย่างหวาดกลัวสุดขีด!'?'เชนไม่ได้รับรู้เรื่องสิ่งที่เกิดขึ้นกับกอร์ก้าเลย เขาเห็นเพียงกอร์ก้าที่กำลังตัวสั่นไปทั้งร่างมองมายังเขาด้วยสายตาเบิกกว้างเหม่อลอยเมื่อเชนกำลังจะเดินมาถึง กอร์ก้าที่กำลังเหม่อลอยก็ได้สติกลับคืน อาจเป็นเพราะเชนได้ใช้บางสิ่งที่ว่าโดยไม่ตั้งใจ ทำให้กอร์ก้าตกอยู่ในห้วงปริศนานั้นเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น เวลาจริงๆอาจเพียงเสี้ยววินาทีแต่สำหรับโลกที่กอร์ก้ามันเห็นและหลุดเข้าไปนั้นสำหรับมัน..นานราวกับหลายชั่วโมง!กอร์ก้าที่ได้สติก็เบิกตากว้างจนแทบฉีกขาด ร่างของมันสั่นสะท้านจนเห็นได้อย่างชัดเจน มันรีบจับดาบคู่ด้วยมือที่สั่นสะท้านแล้วรีบกลิ้งตัวถอยห่างจากเชนในทันที ที่มันไม่ลุกขึ้นเพราะตอนนี้ขาของมันก็ไร้แล้วซึ่งเรี่ยวแรง"กะ..แกทะ..ทำอะไรฉะ..ฉัน"กอร์ก้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดขัดเชนขมวดคิ้วมองมันอย่างด้วยความงุนงงในสิ่งที่มันพูด แต่เชนตอนนี้ไม่ได้คิดจะไถ่ถามหรือพูดคุยกับมัน เมื่อเขามาถึงระยะที่เหมาะสมเชนก็ใช้ก้าวพริบตาเข้าประชิดมันที่กำลังนั่งชันเข่าพร้อมกับเท้าขวาที่ยกหวดใส่มันทันที!ตูม!-490"อ้าก!"เสียงเท้าขวาของเชนปะทะใส่แขนขวาที่กอร์ก้ามันยกขึ้นมากันได้ทันอย่างหวุดหวิดดังสนั่น!เหล่าผู้ชมตอนนี้แทบจะมีความรู้สึกเดียวกันทั้งหมด นั่นคือตกตะลึง! ใครจะนึกว่าการประลองนี้เชนจะเป็นฝ่ายไล่ต้อนอยู่ฝ่ายเดียวเช่นนี้ด้วยลูกแตะของเชนทำเอากอร์ก้ากลิ้งไปกับพื้นอย่างหมดท่า แต่เพราะความเจ็บปวดนี้ทำให้เรี่ยวแรงและสติที่ราวกับถูกสูบตอนเข้าไปในโลกสีดำนั้นเริ่มกลับมาบ้างแล้วกอร์ก้าตอนนี้เมื่อมันได้สติจากบางอย่างที่ข่มขวัญมันไว้ มันก็คิดไปถึงเมื่อครู่ที่มันรู้สึกหวาดกลัวเชนจนอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ เมื่อมันคิดได้ดังนั้นก็หน้าตึงและรู้สึกเสียศักดิ์ศรีอย่างรุนแรง! อารมณ์โกรธของมันปะทุขึ้นทันที!"ฉะ..ฉันไม่เชื่อว่าจะจัดการกับเด็กแบบแกไม่ได้หรอกโว้ย!"ด้วยอารมณ์โกรธที่ปะทุขึ้นมาทำให้เรี่ยวแรงที่จางหายกลับมาแล้ว มันพุ่งเข้าหาเชนพร้อมกับขวานคู่ใจของมันที่อัดแน่นไปด้วยปราณขั้นสามัญระดับชั้นเก้าเชนเองก็จับขวานในมือแน่นพร้อมกับอัดปราณใส่เต็มที่ ไม่ทราบว่าตาฝาดหรือไม่แต่ในขณะนี้ขวานในมือของเชนอยู่ๆกลับมีขนาดใหญ่ขึ้นถึงสี่เท่า! มีขนาดใหญ่กว่าที่วีใช้ก่อนหน้านี้เสียอีก!เชนจับขวานในมือแน่นพร้อมพุ่งสวนเข้าใส่กอร์ก้าเมื่อมาถึงระยะปะทะกอร์ก้าก็ฟันดาบคู่ที่อัดแน่นไปด้วยปราณใส่เชนจนเสียงแหวกอากาศดังสะท้าน!"ก็แค่ท่ากระจอกๆ! รับนี้ไปซะดาบคู่ตัดสายลม!"เชนเองเมื่อมาถึงระยะปะทะก็หมุนตัวหนึ่งครั้งสร้างแรงเหวี่ยงให้สูงสุดแล้วก็หวดใส่กอร์ก้าไปเต็มแรง!"ขวานพิฆาต!"ดาบคู่และขวานแหวกอากาศดังสนั่นมาปะทะกัน!ตูม!!!!พูดได้เพียงว่าสะเทือนเลื่อนลั่น! สายลมพัดกระหน่ำไปทั่วทั้งสนาม เสียงปะทะครั้งนี้ดังสนั่นจนทำเอาผู้ชมหลายคนต้องยกมือขึ้นปิดหู แม้มือจะปิดหูจากเสียงดังสนั่นแต่กลับไม่มีเลยสักคนที่จะกะพริบ ราวกับพวกเขากลัวจะพลาดการประลองเบื้องล่างแฟรงค์และเจ้าหน้าที่ที่กำลังยืนดูการประลองอยู่ตรงปากทางออกห้องเตรียมตัวที่หนึ่ง พวกเขาได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังแหวกอากาศมาด้วยความเร็วพร้อมกับปะทะเข้ากับกำแพงซึ่งเป็นขอบสนามดังสนั่นจนฝุ่นควันฟุ้งกระจาย!"เฮ้ย!""อะไรพุ่งมาชนวะ!"เหล่าผู้ชมที่นั่งในบริเวณนั้นถึงกับตัวโยกจากแรงปะทะของสิ่งปริศนานี้ ผู้ชมด้านแถวหน้าอัฒจันทร์หลายสิบคนรีบเข้าไปยื่นหน้าชะโงกดูเบื้องล่างว่าอะไรที่พุ่งมาชนขอบสนาม ด้วยฝุ่นควันที่ฟุ้งกระจายทำให้พวกเขามองได้อย่างยากลำบาก แต่เมื่อผ่านไปไม่กี่อึดใจพวกเขาเหล่านั้นก็ได้เห็นว่าที่พุ่งมาชนคือ..กอร์ก้า!เหล่าผู้ชมทุกคนต่างเงยหน้ามองไปยังจุดกลางสนามซึ่งห่างจากขอบสนามที่ว่าไปเกือบห้าสิบเมตร พวกเขาได้เห็นเชนยืนอยู่ตรงนั้น..ยืนอยู่โดยไม่ได้ขยับถอยแม้สักก้าว!"กูเห็นอะไรอยู่วะเนี่ย!!""ระดับชั้นแปดกลับ..""สุดยอดเกินไปแล้ว!""นี่ฉันไม่ได้ฝันใช่ไหม!"เสียงโห่ร้องดังกึกก้องมาจากทุกสารทิศ! เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด!เชนยืนอยู่ท่ามกลางเสียงโห่ร้องที่กึกก้อง เขาใช้ดวงตาดำทมิฬมองไปยังกอร์ก้าที่พุ่งไปปะทะกับขอบสนามแล้วก็ยกปากขึ้นพูดว่า.."นี่ไง..ท่าที่แกบอกว่ากระจอก"   

    คล้ายกับเรื่องล่าผ่าแดนทมิฬ ที่คุณอ่าน