พวกเซซิเลียที่ไม่รู้ว่าเรเวลหายไปไหนก็รับมือกับมอนสเตอร์ต่อไปตามปกติเพราะคิดว่าเรเวลเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงจนตนเองมองไม่ทันจึงไม่ได้เอะใจเท่าไรนัก
“โฮกกกกกกกก”
เสียงต่อสู้ ,เสียงร่ายสกิล และเสียงคำรามของมอนสเตอร์ดังระทมไปทั่วชั้นที่8
แม้จะได้ยินเสียงระเบิดใหญ่คล้ายบางอย่างถูกเจาะอย่างรุนแรงหลังจากเรเวลหายไป..ก็ไม่มีใครติดใจอะไรเพราะคิดว่าเด็กหนุ่มคนนั้นยังคงต่อสู้ตามปกติ
เรเวลที่ถ่อสังขารบาดเจ็บหนักใช้แอเรียลบินออกมาจากรูผนังคริสตัล
แม้จะบาดเจ็บขนาดนี้ แต่พลังชีวิตก็ยังเหลือตั้ง 4000 ซึ่งก็พอๆกับคนธรรมดาทั่วไป LV0 ที่ไม่ได้รับอาร์ติเฟกซ์ รวมทั้งความทนทานระดับเลเวล30 ยังทำให้เขาพอเคลื่อนไหวได้บ้างแม้กระดูกจะหักไปหลายส่วนก็ตาม
“โฮกกกกกกกก..”
“ชิ..”
เรเวลหลบการโจมตีของมอนสเตอร์ที่ใช้กงเล็บฟาดเข้ามา
‘ต้องรีบไปรวมกลุ่มกับพวกเซซิเลียแล้วให้รูอันช่วยรักษาให้ด่วนเลย’
ต่อให้มีพลังชีวิตเหลืออยู่4000 แต่ถ้าเจอการโจมตีของมอนสเตอร์ในชั้นนี้เพียงแค่ครั้งเดียวละก็คงได้จบเห่แน่ๆแถมสถานะอมตะในกลาดิเอเตอร์ไดร์ฟก็หมดแล้วด้วย
เรเวลชาร์จสกิล <หอกแห่งปาฎิหารย์>อีกครั้งแต่คราวนี้เอนชานต์กับสกิล<เบิร์สแลนซ์>แทน
‘เวทไฟ-เบิร์สแลนซ์’
มอนสเตอร์ที่โจมตีเข้ามาถูกฉีกเป็นชิ้นๆด้วยแรงระเบิดขนาดใหญ่
แม้จะชาร์จแค่2วินาที ทำให้ประสิทธิภาพไม่ค่อยสูงมากนัก แต่แรงระเบิดเมื่อกี้นี้ก็พอจะเคลียร์เส้นทางให้เรเวลมุ่งหน้าต่อไปแบบปลอดภัยได้
เซซิเลีย,ลูน่า,เซเลน่า 3คนประสานงานกันรับมือกับมอนสเตอร์เพราะความแตกต่างด้านเลเวลที่มากเกินพอเริ่มทำให้รับมือเพียงคนเดียวลำบาก
คนอื่นๆในห้องก็ประสานงานกันเช่นกัน และดูเหมือนว่าระบบปาตี้แทบจะไม่มีความหมายแล้ว เพราะต่างคนต่างจับกลุ่มข้ามปาตี้แล้วต่อสู้กับมอนเสตอร์กันตามความถนัดและความเข้ากันได้ของสกิล
เรเวลที่ใช้แอเรียลบินเข้ามาในกลุ่มแบบปลอดภัยรีบให้รูอันช่วยรักษาทันที แม้รูอันจะสงสัยว่าทำไมเรเวลบาดเจ็บหนักขนาดนี้ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรเพราะไม่ค่อยมีเวลา หลังรูอันรักษาเรเวลเสร็จแล้วก็ไปรักษาคนอื่นที่บาดเจ็บต่อทันที
ความจริงอย่างหนึ่งที่เรเวลพบเมื่อกี้คือ หลังบาดเจ็บหนักแต่พอรักษาหายแล้วค่าสเตตัสกลับไม่เพิ่มขึ้นเหมือนเมื่อครั้งที่ผ่านๆมา
‘เพราะบาดเจ็บจากตัวเองเป็นต้นเหตุ..ค่าสเตตัสเลยไม่เพิ่มงั้นหรอ?’
ไม่สิมันควรเป็นแบบนั้นอยู่แล้วนี่นา..ไอความสามารถพิลึกๆนั่น..ช่างมันไปก่อนเถอะ
เด็กหนุ่มเข้าไปร่วมสู้ด้วยกับคนอื่นๆ แต่คราวนี้ลองประสานงานกับกลุ่มคนอื่นๆในห้องที่ไม่ใช่เพื่อนในกลุ่มตัวเองดูสักครั้ง
การต่อสู้ยังคงดำเนินไปเป็นพักใหญ่จนในที่สุดก็เคลียร์ดันเจี้ยนชั้นที่8ได้ในเวลา 2 ชม.
#ดันเจี้ยนชั้นที่9#
ภูมิศาสตร์โดยรอบของชั้นนี้กลับมาเป็นป่าสีเขียวอีกครั้ง
----------------------
[มิลเลี่ยนลิซาร์ด]
มอนสเตอร์: LV35
เผ่า: สัตว์เลื้อยคลาน
รายละเอียด: ไม่มี
----------------------
[ฮอทเน็ตบี]
มอนสเตอร์: LV35
เผ่า: แมลง
รายละเอียด: ไม่มี
---------------------
“ดูเหมือนว่านี่จะเป็นชั้นแรกเลยนะคะที่มีมอนสเตอร์เลเวล 35”
“ก็คงจะสูงสุดใน10ชั้นนี้แล้วล่ะมั้ง..ตามที่อาจารย์เอเรนบอกล่ะนะ”
“เอาเถอะ..รีบๆจัดการมันแล้วขึ้นไปบนพื้นกัน..ฉันละเบื่อดันเจี้ยนนี้จะแย่อยู่แล้ว”
“นั่นสินะ”
เซซิเลีย เรเวล เซเลน่า ลูน่า ประสานงานกัน4คนสู้กับมอนสเตอร์ในชั้นนี้
จากประสบการณ์ในชั้นที่แล้วทำให้เรเวลรู้ว่าเราควรจะแท็กทีมสู้ร่วมกับคนที่เราคุ้นเคยมากกว่า เพราะว่าอย่างน้อยการรู้สกิลแต่ละแบบของพันธมิตรจะทำให้ประสานงานกันได้ง่ายขึ้นกว่าการที่ไม่รู้อะไรของเพื่อนร่วมทีมเลย
หากเคลียร์ชั้นที่9 และไปถึงชั้นที่10ซึ่งมีอาจารย์ที่ปรึกษารออยู่ก็จะทำให้ทัศนศึกษาเชิงสำรวจหรือการสอบภาคปฎิบัตินี้จบลงไปด้วยดี
นักเรียนห้องSต่อสู้กับมอนสเตอร์ด้วยแรงที่ฮึกเหิมกว่าเดิมจนกระทั่งก็เคลียร์ดันเจี้ยนชั้นที่9จบลงในเวลา 3 ชั่วโมงครึ่ง
“ในที่สุดก็จบสักทีนะ”
ตอนนี้ทุกคนมารวมตัวกันอยู่ ณ ปากทางชั้นที่9 ซึ่งเป็นบันไดทางลงไปสู่ชั้นที่10
“อา..เลเวล35นี่แข็งแกร่งจริงๆ…คงเป็นเพราะความแตกต่างของเลเวลทางทฤษฎีที่เห็นได้ชัดนั่นแหละ..พูดตรงๆว่าหากสู้ 1-1 กับมอนสเตอร์ในชั้นนี้ก็หนักเอาเรื่องเหมือนกันนะ” เรเวลบ่นพึมพัมออกมาเล็กน้อย
“อะไรกันๆ..อย่างนายน่ะ..แค่ใช้สกิลแสงสีขาวอะไรนั่น..ก็น่าจะชนะได้ง่ายๆแล้วไม่ใช่หรือไง” เซเลน่าหันมาถามเรเวล
“มันก็ใช่แหละ..แต่สกิลนั้นกินพลังเวทถึง 8000 ต่อการชาร์จเพียง1ครั้ง หากใช้เรื่อยๆโดยไม่บันยะบันยังพลังเวทจะหมดเอาได้”
“อะไรนะ!..ใช้พลังเวทถึง8000 เลยหรอ..สกิลบ้าอะไรกันเนี่ย”
“ก็ไม่รู้สิ..มันเป็นพลังของอาร์ติเฟกซ์ฉันน่ะ”
เซซิเลียที่มองเซเลน่ากับเรเวลคุยกันนั้นทำให้เธอรู้ได้ทันทีว่าบรรยากาศระหว่างทั้งคู่นั้นเปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่ท่าทีของเซเลน่าที่ดูเป็นมิตรขึ้นเท่านั้น แต่กลิ่นไอความเกลียดชังในใจของเซเลน่าก็หายไปด้วย ราวกับเซเลน่าเมื่อตอนสมัยเด็กๆเลย
‘ไม่สิ..เดิมทีเซเลน่าก็เป็นคนแบบนี้ตั้งแต่แรกแล้วล่ะนะ’
เซซิเลียมองเซเลน่ากับเรเวลโต้เถียงกันไปมาแล้วยิ้มให้เล็กน้อย
‘ทั้งคู่สนิทกันขึ้นแล้วสินะ’
นั่นสินะ..คงมีแต่ฉันที่เปลี่ยนไปนั่นแหละ
#ดันเจี้ยนชั้นที่10#
หมอกหนาปกคลุมไปทั่วบริเวณทางเดิน
บรรยากาศโดยรอบมีแสงหิ่งห้อยสีเขียวลอยอยู่เต็มอากาศไม่ต่างจากเซฟตี้พ้อยในชั้นที่5
ภูมิศาสตร์ของชั้นนี้ไม่มีทั้งป่า,ต้นไม้ หรือแม้กระทั่งใบหญ้าใดๆ สิ่งที่น่าแปลกคือทั้งกำแพง,ผนัง และพื้นนั้นถูกสร้างขึ้นจากอิฐบล็อกสี่เหลี่ยมราวกับไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
“ชั้นนี้มันอะไรกันแน่เนี่ย?”
“ไม่รู้เหมือนกัน..รีบเดินไปข้างหน้าเถอะ..”
คนที่อยู่ข้างหลังพยายามผลักคนข้างหน้าให้เดินไปเร็วขึ้น
บรรยากาศเงียบสนิท ไม่มีแม้กระทั่งเสียงแหวกผนัก หรือเสียงคำรามของมอนสเตอร์
เสียงเพียงหนึ่งเดียวในที่แห่งนี้มีแค่เพียงเสียงฝีเท้าเท่านั้น
“สมกับเป็นห้องSเลยนะ”
ทุกคนหันไปยังเสียงพูดด้านหน้า
บุคคลหนึ่งเดินฝ่าหมอกและปรากฎตัวขึ้น
เธอคนนั้นเป็นผู้หญิงผมสีดำขลับมัดรวบไว้ด้านหลังอย่างเรียบร้อย
บนมือขวาของเธอถืออาร์ติเฟกซ์ดาบคาตานะสีดำที่มีออร่าความมืดแผ่ออกมา
“อาจารย์เอเรน!”
เรเวลมีปฎิกิริยาคนแรกต่อใบหน้าและท่าทางที่แสนคุ้นเคย
“กำหนดการคือ3วัน แต่พวกเธอใช้เวลาเพียง 1วัน 18ชั่วโมง ก็สามารถมาถึงชั้นนี้ได้ สมแล้วล่ะนะที่เป็นนักเรียนชั้นแนวหน้าที่ถูกคัดเลือกมา”
อาจารย์ที่ปรึกษาปรากฎตัวแล้วกล่าวต่อไปว่าพวกเขาสอบผ่านและทัศนศึกษาเชิงสำรวจนี้ก็ได้จบลง
“เย้!!!…/ยะ….ฮู้ๆๆๆ”
นักเรียนทุกคนดีใจที่ในที่สุดก็จะได้กลับขึ้นไปบนพื้นสักที
เดิมทีแล้วนั้นการจะมาถึงชั้นที่10แห่งนี้ได้หากเป็นนักเรียนห้อง D-B อาจต้องใช้เวลาถึง1อาทิตย์ด้วยซ้ำไป แถมถ้ายิ่งเป็นห้องท้ายๆก็อาจจำเป็นต้องมีอาจารย์ที่ปรึกษาคอยตามประกบด้วย มิฉะนั้นคงไม่ได้กลับไปบนพื้นยกห้องแน่ๆ
การคัดเลือกของโรงเรียนอัศวินเวทมนตร์นั้นได้จัดระดับความสามารถของแต่ละห้องไว้เป็นอย่างดีและการที่ให้ห้องSมีสิทธิได้สำรวจก่อนเสมอในทุกๆปีก็เพราะเป็นห้องที่ทำการเคลียร์สนามภาคปฎิบัติต่างๆได้ไวที่สุดนั่นเอง
“เห้อ..ในที่สุดก็จบสักทีนะ”
เรเวลถอนหายใจออกมา..พร้อมกับเปิดหน้าต่างสเตตัสตัวเองดู
‘การสำรวจบ้าอะไรวะเนี่ย..เลเวลไม่เห็นจะขึ้นเลย’
“เรเวลลล..หลังกลับขึ้นไปบนพื้นพวกเราไปเดทกันเถอะนะคะ..น้าาาา”
เซซิเลียวิ่งเข้ามาเกาะแขน เอาคางวางบนหัวไหล่แล้วยิ้มให้เด็กหนุ่มอันเป็นที่รักด้วยใบหน้าเริงร่า
“อะ..เอ่อ…ละ..แล้ว..จะไปที่ไหนกันล่ะ”
“ก็ร้านพาเฟ่ร้านใหญ่ในเมืองหลวงไงล่ะ..มีหลายร้านเลยนะคะ..เดี๋ยวฉันเลี้ยงเองค่ะ >//<”
“อะ..อืม” เรเวลพยักหน้าเบาๆ
ลูน่ามองภาพนั้นด้วยท่าทางไม่ค่อยสบอารมณ์เล็กน้อย
“นี่เซซิเลียชวนฉันไปด้วยเเเเเซ่!!!!”
อยู่ดีๆเซเลน่าก็วิ่งเข้ามาแล้วเขย่าแขนเซซิเลียบอกว่าให้ชวนเธอไปด้วย
“อะ…อะ..อือ….ได้สิคะ”
แม้เซซิเลียอยากจะไปกับเรเวลแค่สองคน แต่เธอก็ไม่กล้าปฎิเสธเพื่อนของเธอเหมือนกัน
“เอาล่ะ..งั้นไปกันหมดนี่แหละ”
เรเวลชูแขนขวาขึ้นโดยที่มือซ้ายยังถือหอกสีขาวเงินไว้อยู่
“ว่าแต่รูอันไปไหนหว่า?”
เรเวลพยายามมองหารูอัน
“เดิมทีชั้นที่10นี้เป็นเซฟตี้พ้อย..พวกเธอก็พักกันตรงนี้สักครู่แล้วกันนะ..เดี๋ยวฉันจะใช้อุปกรณ์เวทสื่อสารเรียกเจ้าหน้าที่มารับ”
อาจารย์เอเรนหยิบอุปกรณ์สื่อสารจากกระเป๋าเเล้วติดต่อเรียกผู้ใช้เวทมิติประจำโรงเรียน
“เอาล่ะ..อีก30นาทีจะมีคนใช้เวทมิติมารับที่ชั้นนี้พวกเธอก็รออยู่เฉยๆตรงนี้แล้วกันนะ..อย่าซนล่ะ”
“ครับ/ค่ะ”
สมาชิกห้องSหลายคนนั่งพักอยู่กับที่เนื่องจากล้าจากการต่อสู้ในชั้นที่ผ่านๆมา
เรเวลเดินเข้าไปคุยกับอาจารย์เอเรน
“อาจารย์เอเรนครับ”
“หืม?..มีอะไรงั้นหรอ..”
“คือว่าอาจารย์เอเรนมารออยู่ที่ชั้นนี้มาตลอด1วันเลยหรอครับ?”
“ไม่หรอก..จริงๆ..ฉันไปสำรวจชั้นที่ลึกกว่านี้มาน่ะ..”
“ชั้นที่ลึกกว่านี้..หมายถึงตั้งแต่ชั้น11ลงไปน่ะหรอครับ?”
“ใช่แล้วล่ะ..เพราะมีทีมสำรวจหายสาปสูญไปหลังจากลงไปยังชั้นข้างล่างนี้..ฉันเลยลองไปสำรวจดูเผื่อจะได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติมน่ะ”
“เอ๋!..ตะ..แต่ว่า..อาจารย์ไม่กลัวหายสาปสูญไปกับเขาเลยงั้นหรอครับ..แบบว่ามันอาจเป็นแบบนั้นก็ได้ถ้าอาจารย์ไม่กลับมาขึ้นมา.."
เอเรนยกมือห้ามเรเวล
“ไม่ต้องห่วงหรอก..จากการที่ฉันมายืนอยู่ตรงนี้ได้ก็เป็นตัวพิสูจน์แล้วนิ..ว่ามันไม่มีอะไร”
***
หลังมาถึงชั้นที่10 รูอันก็ได้พลัดหลงจากกลุ่ม
“ทุกคน!..อยู่ไหนกันคร้าาบบบบ.."
“รูอัน!!!!!”
ตอนนั้นเองมีเด็กผู้หญิงผมสีชมพูคนหนึ่งวิ่งเข้ามา
“ชีน่า!?”
“เห้ออ…ค่อยยังชั่ว..ฉันหานายแทบแย่แน่ะ”
“เอ๋..แล้วเธอหาผมเจอได้ไงหรอ?”
“ก็สัมผัสพลังเวทไงล่ะ?”
“แต่ว่ามัน..”
เพราะหมอกพลังเวทที่หนาและอนุภาคแสงนี้อบอวนไปทั่วในอากาศทำให้สนามพลังเวทโดยรอบมันรวนไปหมดจึงทำให้สัมผัสพลังเวทรอบๆไม่ได้ รูอันพยายามเถียงแบบนั้นแต่ชีน่าหยิบสิ่งหนึ่งขึ้นมา
“นี่ไงล่ะ..”
ชีน่าโชว์อิฐบล็อกสี่เหลี่ยมที่มีขนาดประมาณ2ฝ่ามือ
“มันคืออะไรหรอ?”
รูอันมองอิฐบล็อกที่มีพื้นผิวแปลกประหลาด โดยบริเวณผิวนั้นมีรูหลายรูและมีแสงสีเขียว ส้ม แดงกระพริบสลับไปสลับกันไปมา
“ฉันเจอมันในชั้นนี้ระหว่างตามหานายน่ะ”
เพราะรูอันพลัดหลงจากกลุ่มและมีชีน่าคนเดียวที่รู้จึงได้เดินตามหารูอันมาเรื่อยๆโดยที่ไม่ได้บอกใคร
“แต่ว่าเธอมาคนเดียวอาจมีสิทธิหลงได้นะ..ทำไมไม่บอกคนอื่นล่ะ”
“ฉันไม่อยากให้มันวุ่นวายน่ะสิ..อีกอย่างต่อให้ฉันเผลอหลงจริงๆอาร์ติเฟกซ์ฉันก็มีสกิลนำทางอยู่แล้วไม่ต้องห่วงหรอก..นอกจากนั้นดูนี่สิ”
ชีน่าพยายามยื่นอิฐบล็อกให้รูอันถือและเขาก็รับมันไว้
“พอฉันถือสิ่งนี้..ก็สามารถสัมผัสพลังเวทโดยรอบได้ตามปกติ”
"อืมมม..เป็นก้อนอิฐที่แปลกดีนะ"
รูอันหันไปมองทิศทางที่มีพลังเวทมหาศาลกระจุกตัวทันทีที่เขาเพิ่งสัมผัสมันได้
“ตรงนั้นคือสมาชิกห้องเรางั้นสินะ..”
“ใช่แล้วล่ะ..ดูเหมือนว่าหมอกรอบตัวจะเป็นกลไกลป้องกันของดันเจี้ยนชั้นนี้ที่ทำให้พลัดหลงกันง่ายขึ้น…และอิฐบล็อกก้อนนี้ก็ช่วยป้องกันเรื่องนั้น”
“นั่นสินะ..งั้นพวกเรารีบไปรวมตัวกับพวกเรเวลเถอะ”
***
เรเวลกำลังคุยกับอาจารย์เอเรนเกี่ยวกับทีมนักสำรวจที่หายสาปสูญไป
“เรื่องทั้งหมดก็ประมาณนี้แหละ”
“งั้นหรอครับ…เพราะมีอุปกรณ์แปลกๆที่คล้ายอิฐบล็อกระหว่างสำรวจ..แล้วนักสำรวจก็ไปเจอเข้าจึงถูกวาปไปยังชั้นที่ลึกจนทำให้กลับขึ้นมาไม่ได้…การติดต่อก็เริ่มขาดหายไปจากตรงนั้นสินะครับ”
“เห็นว่าอิฐบล็อกปริศนาอันนั้นหาพบได้ตั้งแต่ชั้นกลางลงไป..แต่ว่าในช่วงที่ผ่านมาตัวฉันลงไปสำรวจจนถึงชั้น17ก็ยังไม่เจอเลยน่ะสิ”
"นี่ก็ผ่านมาเดือนนึงแล้วสินะครับ”
“อืม..โดยส่วนตัวคิดว่าคงไม่ได้ถูกมอนสเตอร์ฆ่าหรอก…แต่น่าจะเพราะหลงทางจนกลับขึ้นมาไม่ได้มากกว่า..ระหว่างหาทางกลับเสบียง น้ำ และอาหารก็ค่อยๆหมดลง..น่าจะตายจากสาเหตุนั้นนั่นแหละ”
"งั้นหรอครับ"
“เอาล่ะ..คุยเรื่องเครียดๆมามากพอละ..อีก5นาทีก็จะมีคนวาปมารับพวกเราแล้ว..เธอเองก็ไปนั่งเล่นคุยกับเพื่อนๆของเธอเถอะ”
“ขอบคุณนะครับ”
เรเวลโค้งหัวคำนับอาจารย์แล้วเดินจากไป
ตอนนั้นเองมีเสียงเรียกชื่อของเขาเข้า
“เรเวลลลล!!!!!”
“เอ๋..รูอัน..นายหายไปไหนมา?”
รูอันถืออิฐบล็อกปริศนาที่ส่องแสงแปลกๆอันหนึ่งแล้ววิ่งเข้ามาหาพร้อมกับชีน่า
เมื่อมองไปที่สิ่งนั้นเรเวลก็มีปฎิกิริยาเล็กน้อย…
‘ระ..ระ..หรือว่า…’
ส่วนอาจารย์เอเรนเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ..เธอตะโกนขึ้นทันที
“รูอัน!!!…โยนอิฐก้อนนั้นทิ้งไปเร็วเข้า!!!!!!!!”
“เอ๋?”
รูอันทำหน้างงเล็กน้อย
ก้อนอิฐเริ่มกระพริบไฟถี่ขึ้น
“รูอันฟังที่อาจารย์เอเรนบอกโยนก้อนอิฐนั่นทิ้งไปซะ!!!!!…เร็ว!!”
เรเวลตะโกนเสียงดังจนคอแทบแหกเนื่องจากอยู่ไกล
สมาชิกห้องSทั้งห้องหันมามองที่รูอันสลับกับเรเวล
“อะ..เอ๋..คะ…ครับ!!”
รูอันโยนก้อนอิฐทิ้งลงไป..แต่ว่าไม่ทันแล้ว
ก้อนอิฐลอยขึ้นไปบนอากาศแล้วสร้างอักขระวงเวทเหนือศีรษะรูอันกับชีน่า
“หนีจากตรงนี้เร็ว!!..”
รูอันกับชีน่าพยายามวิ่งหนีจากอักขระเวทที่แผ่ขยายไปเรื่อยๆ
“แย่แล้วไม่ทันแน่!!..”
รูอันผลักชีน่ากระเด็นจนเลยเขตอักขระเวทไป
“เจ้าบ้าเอ้ยยยยยย”
เรเวลวิ่งเข้าไปหารูอันทันทีเพื่อจะช่วยเขา
“เดี๋ยวก่อนค่ะ..เรเวล!!!”
“อ้ะ..เดี๋ยวสิ..เซซิเลียเธอจะไปไหน”
เรเวลวิ่งมาจับมือรูอันเอาไว้ตอนนั้นเองแสงสว่างจากก้อนอิฐสว่างจ้าขึ้นจนอาจารย์เอเรนที่วิ่งตามมาต้องเอามือบังตา
เซซิเลียวิ่งเข้ามากอดเรเวลเอาไว้แล้วดึงเขาออกไป
ส่วนเซเลน่าวิ่งเข้ามาจับบ่าของเซซิเลียแล้วดึงเธอออกมาเช่นกัน
ทำให้ทั้งหมดหลุดออกจากอักขระวงเวทได้ทันเวลาแบบฉิวเฉียด
“เฮ้ออ..ค่อยยังชั่ว..เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ..” เรเวลถอนหายใจออกมา
อาจารย์เอเรนก็ทำสีหน้าโล่งอกเช่นกัน..ในขณะที่สมาชิกห้องSคนอื่นๆยังงงๆอยู่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น
'การลงทะเบียนเคลื่อนย้ายเสร็จสมบูรณ์'
‘นำเป้าหมายสู่ชั้นลึก’
เสียงพูดบางอย่างดังออกมาจากอิฐบล็อก
“หา?”
เซเลน่าหันไปมองก้อนอิฐพูดได้ด้วยสีหน้างงๆ
ตอนนั้นเองทั้งรูอัน เรเวล เซซิเลีย และเซเลน่าก็มีแสงสีรุ้งห่อหุ้มรอบตัวแล้วหายไปทันที
‘เพล้ง..!’
ก้อนอิฐแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆเพราะหน้าที่ของมันได้จบลงแล้ว
สมาชิกทุกคนในห้องตกตลึง
“อะ..ยะ…”
เอเรนอ้าปากค้าง..พร้อมกับขากรรไกรแข็ง..ราวกับเสียสติไปชั่วขณะ
“อาจารย์เอเรนมันเกิดอะไรขึ้นหรอครับ?”
นักเรียนห้องSคนหนึ่งถาม
“อาจารย์เอเรนคะ?..พวกรูอันหายไปไหนหรอคะ?”
ชีน่าเดินมาเขย่าตัวเอเรนด้วยสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก
ตอนนั้นเองเอเรนเพิ่งได้สติ
“!!”
***
‘วูบบบบบบบบ’
เรเวลปรากฎตัว ณ สถานที่แห่งหนึ่งในดันเจี้ยน
สถานที่แห่งนี้แม้กระทั่งกำแพง,พื้นดิน และเพดานเต็มไปด้วยสีดำสนิท
โครงสร้างเป็นอิฐบล็อกสีดำและไร้แหล่งกำเนิดแสงใดๆ
“ทุกคนเป็นอะไรไหมคะ?”
เซซิเลียเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดมิดที่มองไม่เห็นใคร
“เซซิเลียฉันอยู่นี่.."
เซเลน่าทักเซซิเลียขึ้นตัวเธอใช้พลังเวทจุดไฟขึ้นมาหลังจากนั้นทุกคนจึงเริ่มมองเห็นกัน
"นี่มันมืดขนาดสเตตัสเลเวล30ยังมองไม่เห็นจนต้องพึ่งเวทมนตร์เลยงั้นหรอ..”
“ที่นี่ที่ไหนกัน?” รูอันเอ่ยถาม
หลังจากนั้นทุกคนจึงหันมามองเรเวล..ซึ่งเป็นคนที่น่าจะรู้เรื่องนี้ดีที่สุด
“..”
เรเวลตัวแข็งทื่อราวกับเสียสติ..แน่นอนล่ะ..เพราะเขารู้ว่าถ้าถูกวาปมาแล้วหายสาปสูญในดันเจี้ยนแบบนี้จะไม่มีทางรอดกลับไปได้นั่นเอง…เหมือนกับนักสำรวจชุดก่อนๆไงล่ะ
‘ครืดๆๆๆๆ…..แกร็กๆๆๆ…’
อิฐบล็อกเริ่มแตกร้าวตอนนั้นเองมีบางอย่างถือกำเนิดขึ้น
โครงกระดูกมนุษย์ส่วนแขน ขา และหัวเริ่มงอกออกมาจากกำแพง
‘ไฟเยอร์แลมป์’
เซเลน่ายิงเปลวเพลิงเพื่อจุดไฟตามพื้นและเพดาน แต่ทว่าลูกไฟลอยไปไกลเท่าไหร่ก็ไม่ถึงเพดานสักที
“โฮกกกกกกกกกกกกกก…..ฮู่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
สิ่งมีชีวิตปริศนาคล้ายโครงกระดูกมนุษย์เดินได้ปรากฎตัวขึ้น
“ผะ..ผีหลอกงั้นหรอ!!!….”
รูอันขาสั่นจนเข่าทรุดแล้วลงไปนั่งกับพื้น
“ดะ..เดี๋ยวก่อนค่ะ”
‘เวทพืช-สเกาเตอร์’
เซซิเลียรีบใช้สกิลตรวจสอบทันที
ตอนนั้นเองเซซิเลียก็อ้าปากค้างเช่นกัน
ตัวเธอผงะก้าวถอยหลังคล้ายกับหวาดกลัวสิ่งนั้น
“สะ…สะ…”
ขากรรไกรแข็งราวกับพูดไม่ออก…เหงื่อไหลซึมเต็มฝ่ามือและหน้าผาก
เซเลน่าเห็นดังนั้นจึงเดินเข้าไปตบหน้าเรเวลเพื่อเรียกสติแทน
'เพี๊ยะะะ'
"โอ้ยย..เจ็บ"
"เห้ย..ตั้งสติหน่อยสิวะ..ช่วยถามเซซิเลียให้หน่อยว่าไอนั่นมันตัวอะไร"
เรเวลที่เพิ่งตั้งสติได้เขาจึงหันมาถามเซซิเลีย…ด้วยใบหน้าซีดไม่ต่างกัน
“ซะ..เซซิเลีย..อะ…ไอนั่นมันตัวอะไร!?”
โครงกระดูกหลายสิบโครงผุดขึ้นจากพื้นดินท่ามกลางความมืดมิด…หลังจากนั้นมีดาบสีม่วงเปล่งแสงลึกลับงอกขึ้นมาจากพื้นดิน พวกมันหยิบสิ่งนั้นแล้วตั้งท่าต่อสู้ขึ้น
----------------------------
[สปาทอยด์(อัศวินแห่งโครงกระดูก)]
สัตว์ปีศาจ: LV50
เผ่า: อันเดธ
รายละเอียด: ไม่มี
---------------------------
“สัตว์ปีศาจ..เลเวล50..อัศวินแห่งโครงกระดูก"
.
.
"สปาทอยด์..."