The Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา

    ตอนที่110 บุกดันเจี้ยน14 (ดันเจี้ยนชั้นที่10)

              พวกเซซิเลียที่ไม่รู้ว่าเรเวลหายไปไหนก็รับมือกับมอนสเตอร์ต่อไปตามปกติเพราะคิดว่าเรเวลเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงจนตนเองมองไม่ทันจึงไม่ได้เอะใจเท่าไรนัก

              “โฮกกกกกกกก”

              เสียงต่อสู้ ,เสียงร่ายสกิล และเสียงคำรามของมอนสเตอร์ดังระทมไปทั่วชั้นที่8

              แม้จะได้ยินเสียงระเบิดใหญ่คล้ายบางอย่างถูกเจาะอย่างรุนแรงหลังจากเรเวลหายไป..ก็ไม่มีใครติดใจอะไรเพราะคิดว่าเด็กหนุ่มคนนั้นยังคงต่อสู้ตามปกติ 

              เรเวลที่ถ่อสังขารบาดเจ็บหนักใช้แอเรียลบินออกมาจากรูผนังคริสตัล 

              แม้จะบาดเจ็บขนาดนี้ แต่พลังชีวิตก็ยังเหลือตั้ง 4000 ซึ่งก็พอๆกับคนธรรมดาทั่วไป LV0 ที่ไม่ได้รับอาร์ติเฟกซ์ รวมทั้งความทนทานระดับเลเวล30 ยังทำให้เขาพอเคลื่อนไหวได้บ้างแม้กระดูกจะหักไปหลายส่วนก็ตาม

              “โฮกกกกกกกก..”

              “ชิ..”

              เรเวลหลบการโจมตีของมอนสเตอร์ที่ใช้กงเล็บฟาดเข้ามา

              ‘ต้องรีบไปรวมกลุ่มกับพวกเซซิเลียแล้วให้รูอันช่วยรักษาให้ด่วนเลย’     

              ต่อให้มีพลังชีวิตเหลืออยู่4000 แต่ถ้าเจอการโจมตีของมอนสเตอร์ในชั้นนี้เพียงแค่ครั้งเดียวละก็คงได้จบเห่แน่ๆแถมสถานะอมตะในกลาดิเอเตอร์ไดร์ฟก็หมดแล้วด้วย 

              เรเวลชาร์จสกิล <หอกแห่งปาฎิหารย์>อีกครั้งแต่คราวนี้เอนชานต์กับสกิล<เบิร์สแลนซ์>แทน 

              ‘เวทไฟ-เบิร์สแลนซ์’

              มอนสเตอร์ที่โจมตีเข้ามาถูกฉีกเป็นชิ้นๆด้วยแรงระเบิดขนาดใหญ่

              แม้จะชาร์จแค่2วินาที ทำให้ประสิทธิภาพไม่ค่อยสูงมากนัก แต่แรงระเบิดเมื่อกี้นี้ก็พอจะเคลียร์เส้นทางให้เรเวลมุ่งหน้าต่อไปแบบปลอดภัยได้

              เซซิเลีย,ลูน่า,เซเลน่า 3คนประสานงานกันรับมือกับมอนสเตอร์เพราะความแตกต่างด้านเลเวลที่มากเกินพอเริ่มทำให้รับมือเพียงคนเดียวลำบาก

              คนอื่นๆในห้องก็ประสานงานกันเช่นกัน และดูเหมือนว่าระบบปาตี้แทบจะไม่มีความหมายแล้ว เพราะต่างคนต่างจับกลุ่มข้ามปาตี้แล้วต่อสู้กับมอนเสตอร์กันตามความถนัดและความเข้ากันได้ของสกิล 

              เรเวลที่ใช้แอเรียลบินเข้ามาในกลุ่มแบบปลอดภัยรีบให้รูอันช่วยรักษาทันที แม้รูอันจะสงสัยว่าทำไมเรเวลบาดเจ็บหนักขนาดนี้ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรเพราะไม่ค่อยมีเวลา หลังรูอันรักษาเรเวลเสร็จแล้วก็ไปรักษาคนอื่นที่บาดเจ็บต่อทันที

              ความจริงอย่างหนึ่งที่เรเวลพบเมื่อกี้คือ หลังบาดเจ็บหนักแต่พอรักษาหายแล้วค่าสเตตัสกลับไม่เพิ่มขึ้นเหมือนเมื่อครั้งที่ผ่านๆมา   

              ‘เพราะบาดเจ็บจากตัวเองเป็นต้นเหตุ..ค่าสเตตัสเลยไม่เพิ่มงั้นหรอ?’ 

              ไม่สิมันควรเป็นแบบนั้นอยู่แล้วนี่นา..ไอความสามารถพิลึกๆนั่น..ช่างมันไปก่อนเถอะ

              เด็กหนุ่มเข้าไปร่วมสู้ด้วยกับคนอื่นๆ แต่คราวนี้ลองประสานงานกับกลุ่มคนอื่นๆในห้องที่ไม่ใช่เพื่อนในกลุ่มตัวเองดูสักครั้ง 

              การต่อสู้ยังคงดำเนินไปเป็นพักใหญ่จนในที่สุดก็เคลียร์ดันเจี้ยนชั้นที่8ได้ในเวลา 2 ชม.

              #ดันเจี้ยนชั้นที่9#          

              ภูมิศาสตร์โดยรอบของชั้นนี้กลับมาเป็นป่าสีเขียวอีกครั้ง

              ----------------------

              [มิลเลี่ยนลิซาร์ด]       

              มอนสเตอร์: LV35

              เผ่า: สัตว์เลื้อยคลาน

              รายละเอียด: ไม่มี

              ----------------------

              [ฮอทเน็ตบี]

              มอนสเตอร์: LV35

              เผ่า: แมลง

              รายละเอียด: ไม่มี

              ---------------------

              “ดูเหมือนว่านี่จะเป็นชั้นแรกเลยนะคะที่มีมอนสเตอร์เลเวล 35”

              “ก็คงจะสูงสุดใน10ชั้นนี้แล้วล่ะมั้ง..ตามที่อาจารย์เอเรนบอกล่ะนะ”

              “เอาเถอะ..รีบๆจัดการมันแล้วขึ้นไปบนพื้นกัน..ฉันละเบื่อดันเจี้ยนนี้จะแย่อยู่แล้ว”

              “นั่นสินะ”

              เซซิเลีย เรเวล เซเลน่า ลูน่า ประสานงานกัน4คนสู้กับมอนสเตอร์ในชั้นนี้

              จากประสบการณ์ในชั้นที่แล้วทำให้เรเวลรู้ว่าเราควรจะแท็กทีมสู้ร่วมกับคนที่เราคุ้นเคยมากกว่า เพราะว่าอย่างน้อยการรู้สกิลแต่ละแบบของพันธมิตรจะทำให้ประสานงานกันได้ง่ายขึ้นกว่าการที่ไม่รู้อะไรของเพื่อนร่วมทีมเลย

              หากเคลียร์ชั้นที่9 และไปถึงชั้นที่10ซึ่งมีอาจารย์ที่ปรึกษารออยู่ก็จะทำให้ทัศนศึกษาเชิงสำรวจหรือการสอบภาคปฎิบัตินี้จบลงไปด้วยดี

              นักเรียนห้องSต่อสู้กับมอนสเตอร์ด้วยแรงที่ฮึกเหิมกว่าเดิมจนกระทั่งก็เคลียร์ดันเจี้ยนชั้นที่9จบลงในเวลา 3 ชั่วโมงครึ่ง

              “ในที่สุดก็จบสักทีนะ”

              ตอนนี้ทุกคนมารวมตัวกันอยู่ ณ ปากทางชั้นที่9 ซึ่งเป็นบันไดทางลงไปสู่ชั้นที่10        

              “อา..เลเวล35นี่แข็งแกร่งจริงๆ…คงเป็นเพราะความแตกต่างของเลเวลทางทฤษฎีที่เห็นได้ชัดนั่นแหละ..พูดตรงๆว่าหากสู้ 1-1 กับมอนสเตอร์ในชั้นนี้ก็หนักเอาเรื่องเหมือนกันนะ” เรเวลบ่นพึมพัมออกมาเล็กน้อย

              “อะไรกันๆ..อย่างนายน่ะ..แค่ใช้สกิลแสงสีขาวอะไรนั่น..ก็น่าจะชนะได้ง่ายๆแล้วไม่ใช่หรือไง” เซเลน่าหันมาถามเรเวล

              “มันก็ใช่แหละ..แต่สกิลนั้นกินพลังเวทถึง 8000 ต่อการชาร์จเพียง1ครั้ง หากใช้เรื่อยๆโดยไม่บันยะบันยังพลังเวทจะหมดเอาได้”

              “อะไรนะ!..ใช้พลังเวทถึง8000 เลยหรอ..สกิลบ้าอะไรกันเนี่ย”

              “ก็ไม่รู้สิ..มันเป็นพลังของอาร์ติเฟกซ์ฉันน่ะ”

              เซซิเลียที่มองเซเลน่ากับเรเวลคุยกันนั้นทำให้เธอรู้ได้ทันทีว่าบรรยากาศระหว่างทั้งคู่นั้นเปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่ท่าทีของเซเลน่าที่ดูเป็นมิตรขึ้นเท่านั้น แต่กลิ่นไอความเกลียดชังในใจของเซเลน่าก็หายไปด้วย ราวกับเซเลน่าเมื่อตอนสมัยเด็กๆเลย

              ‘ไม่สิ..เดิมทีเซเลน่าก็เป็นคนแบบนี้ตั้งแต่แรกแล้วล่ะนะ’

              เซซิเลียมองเซเลน่ากับเรเวลโต้เถียงกันไปมาแล้วยิ้มให้เล็กน้อย

              ‘ทั้งคู่สนิทกันขึ้นแล้วสินะ’ 

              นั่นสินะ..คงมีแต่ฉันที่เปลี่ยนไปนั่นแหละ

              #ดันเจี้ยนชั้นที่10#

              หมอกหนาปกคลุมไปทั่วบริเวณทางเดิน

              บรรยากาศโดยรอบมีแสงหิ่งห้อยสีเขียวลอยอยู่เต็มอากาศไม่ต่างจากเซฟตี้พ้อยในชั้นที่5

              ภูมิศาสตร์ของชั้นนี้ไม่มีทั้งป่า,ต้นไม้ หรือแม้กระทั่งใบหญ้าใดๆ สิ่งที่น่าแปลกคือทั้งกำแพง,ผนัง และพื้นนั้นถูกสร้างขึ้นจากอิฐบล็อกสี่เหลี่ยมราวกับไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

              “ชั้นนี้มันอะไรกันแน่เนี่ย?” 

              “ไม่รู้เหมือนกัน..รีบเดินไปข้างหน้าเถอะ..”

              คนที่อยู่ข้างหลังพยายามผลักคนข้างหน้าให้เดินไปเร็วขึ้น

              บรรยากาศเงียบสนิท ไม่มีแม้กระทั่งเสียงแหวกผนัก หรือเสียงคำรามของมอนสเตอร์ 

              เสียงเพียงหนึ่งเดียวในที่แห่งนี้มีแค่เพียงเสียงฝีเท้าเท่านั้น

              “สมกับเป็นห้องSเลยนะ”

              ทุกคนหันไปยังเสียงพูดด้านหน้า

              บุคคลหนึ่งเดินฝ่าหมอกและปรากฎตัวขึ้น

              เธอคนนั้นเป็นผู้หญิงผมสีดำขลับมัดรวบไว้ด้านหลังอย่างเรียบร้อย

              บนมือขวาของเธอถืออาร์ติเฟกซ์ดาบคาตานะสีดำที่มีออร่าความมืดแผ่ออกมา

              “อาจารย์เอเรน!”

              เรเวลมีปฎิกิริยาคนแรกต่อใบหน้าและท่าทางที่แสนคุ้นเคย  

              “กำหนดการคือ3วัน แต่พวกเธอใช้เวลาเพียง 1วัน 18ชั่วโมง ก็สามารถมาถึงชั้นนี้ได้ สมแล้วล่ะนะที่เป็นนักเรียนชั้นแนวหน้าที่ถูกคัดเลือกมา”

              อาจารย์ที่ปรึกษาปรากฎตัวแล้วกล่าวต่อไปว่าพวกเขาสอบผ่านและทัศนศึกษาเชิงสำรวจนี้ก็ได้จบลง

              “เย้!!!…/ยะ….ฮู้ๆๆๆ”        

              นักเรียนทุกคนดีใจที่ในที่สุดก็จะได้กลับขึ้นไปบนพื้นสักที

              เดิมทีแล้วนั้นการจะมาถึงชั้นที่10แห่งนี้ได้หากเป็นนักเรียนห้อง D-B อาจต้องใช้เวลาถึง1อาทิตย์ด้วยซ้ำไป แถมถ้ายิ่งเป็นห้องท้ายๆก็อาจจำเป็นต้องมีอาจารย์ที่ปรึกษาคอยตามประกบด้วย มิฉะนั้นคงไม่ได้กลับไปบนพื้นยกห้องแน่ๆ 

              การคัดเลือกของโรงเรียนอัศวินเวทมนตร์นั้นได้จัดระดับความสามารถของแต่ละห้องไว้เป็นอย่างดีและการที่ให้ห้องSมีสิทธิได้สำรวจก่อนเสมอในทุกๆปีก็เพราะเป็นห้องที่ทำการเคลียร์สนามภาคปฎิบัติต่างๆได้ไวที่สุดนั่นเอง

              “เห้อ..ในที่สุดก็จบสักทีนะ”

              เรเวลถอนหายใจออกมา..พร้อมกับเปิดหน้าต่างสเตตัสตัวเองดู

              ‘การสำรวจบ้าอะไรวะเนี่ย..เลเวลไม่เห็นจะขึ้นเลย’

              “เรเวลลล..หลังกลับขึ้นไปบนพื้นพวกเราไปเดทกันเถอะนะคะ..น้าาาา”

              เซซิเลียวิ่งเข้ามาเกาะแขน เอาคางวางบนหัวไหล่แล้วยิ้มให้เด็กหนุ่มอันเป็นที่รักด้วยใบหน้าเริงร่า

              “อะ..เอ่อ…ละ..แล้ว..จะไปที่ไหนกันล่ะ”

              “ก็ร้านพาเฟ่ร้านใหญ่ในเมืองหลวงไงล่ะ..มีหลายร้านเลยนะคะ..เดี๋ยวฉันเลี้ยงเองค่ะ >//<”

              “อะ..อืม” เรเวลพยักหน้าเบาๆ

              ลูน่ามองภาพนั้นด้วยท่าทางไม่ค่อยสบอารมณ์เล็กน้อย

              “นี่เซซิเลียชวนฉันไปด้วยเเเเเซ่!!!!”

              อยู่ดีๆเซเลน่าก็วิ่งเข้ามาแล้วเขย่าแขนเซซิเลียบอกว่าให้ชวนเธอไปด้วย

              “อะ…อะ..อือ….ได้สิคะ”

              แม้เซซิเลียอยากจะไปกับเรเวลแค่สองคน แต่เธอก็ไม่กล้าปฎิเสธเพื่อนของเธอเหมือนกัน

              “เอาล่ะ..งั้นไปกันหมดนี่แหละ”

              เรเวลชูแขนขวาขึ้นโดยที่มือซ้ายยังถือหอกสีขาวเงินไว้อยู่

              “ว่าแต่รูอันไปไหนหว่า?” 

              เรเวลพยายามมองหารูอัน

              “เดิมทีชั้นที่10นี้เป็นเซฟตี้พ้อย..พวกเธอก็พักกันตรงนี้สักครู่แล้วกันนะ..เดี๋ยวฉันจะใช้อุปกรณ์เวทสื่อสารเรียกเจ้าหน้าที่มารับ”

              อาจารย์เอเรนหยิบอุปกรณ์สื่อสารจากกระเป๋าเเล้วติดต่อเรียกผู้ใช้เวทมิติประจำโรงเรียน

              “เอาล่ะ..อีก30นาทีจะมีคนใช้เวทมิติมารับที่ชั้นนี้พวกเธอก็รออยู่เฉยๆตรงนี้แล้วกันนะ..อย่าซนล่ะ”

              “ครับ/ค่ะ”

              สมาชิกห้องSหลายคนนั่งพักอยู่กับที่เนื่องจากล้าจากการต่อสู้ในชั้นที่ผ่านๆมา

              เรเวลเดินเข้าไปคุยกับอาจารย์เอเรน

              “อาจารย์เอเรนครับ”

              “หืม?..มีอะไรงั้นหรอ..”

              “คือว่าอาจารย์เอเรนมารออยู่ที่ชั้นนี้มาตลอด1วันเลยหรอครับ?”

              “ไม่หรอก..จริงๆ..ฉันไปสำรวจชั้นที่ลึกกว่านี้มาน่ะ..” 

              “ชั้นที่ลึกกว่านี้..หมายถึงตั้งแต่ชั้น11ลงไปน่ะหรอครับ?”

              “ใช่แล้วล่ะ..เพราะมีทีมสำรวจหายสาปสูญไปหลังจากลงไปยังชั้นข้างล่างนี้..ฉันเลยลองไปสำรวจดูเผื่อจะได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติมน่ะ”

              “เอ๋!..ตะ..แต่ว่า..อาจารย์ไม่กลัวหายสาปสูญไปกับเขาเลยงั้นหรอครับ..แบบว่ามันอาจเป็นแบบนั้นก็ได้ถ้าอาจารย์ไม่กลับมาขึ้นมา.."

              เอเรนยกมือห้ามเรเวล

              “ไม่ต้องห่วงหรอก..จากการที่ฉันมายืนอยู่ตรงนี้ได้ก็เป็นตัวพิสูจน์แล้วนิ..ว่ามันไม่มีอะไร” 

              ***

              หลังมาถึงชั้นที่10 รูอันก็ได้พลัดหลงจากกลุ่ม

              “ทุกคน!..อยู่ไหนกันคร้าาบบบบ.."

              “รูอัน!!!!!”

              ตอนนั้นเองมีเด็กผู้หญิงผมสีชมพูคนหนึ่งวิ่งเข้ามา           

              “ชีน่า!?”

              “เห้ออ…ค่อยยังชั่ว..ฉันหานายแทบแย่แน่ะ”

              “เอ๋..แล้วเธอหาผมเจอได้ไงหรอ?”

              “ก็สัมผัสพลังเวทไงล่ะ?”

              “แต่ว่ามัน..”

              เพราะหมอกพลังเวทที่หนาและอนุภาคแสงนี้อบอวนไปทั่วในอากาศทำให้สนามพลังเวทโดยรอบมันรวนไปหมดจึงทำให้สัมผัสพลังเวทรอบๆไม่ได้ รูอันพยายามเถียงแบบนั้นแต่ชีน่าหยิบสิ่งหนึ่งขึ้นมา

              “นี่ไงล่ะ..”

              ชีน่าโชว์อิฐบล็อกสี่เหลี่ยมที่มีขนาดประมาณ2ฝ่ามือ 

              “มันคืออะไรหรอ?”

              รูอันมองอิฐบล็อกที่มีพื้นผิวแปลกประหลาด โดยบริเวณผิวนั้นมีรูหลายรูและมีแสงสีเขียว ส้ม แดงกระพริบสลับไปสลับกันไปมา

              “ฉันเจอมันในชั้นนี้ระหว่างตามหานายน่ะ”

              เพราะรูอันพลัดหลงจากกลุ่มและมีชีน่าคนเดียวที่รู้จึงได้เดินตามหารูอันมาเรื่อยๆโดยที่ไม่ได้บอกใคร 

              “แต่ว่าเธอมาคนเดียวอาจมีสิทธิหลงได้นะ..ทำไมไม่บอกคนอื่นล่ะ”

              “ฉันไม่อยากให้มันวุ่นวายน่ะสิ..อีกอย่างต่อให้ฉันเผลอหลงจริงๆอาร์ติเฟกซ์ฉันก็มีสกิลนำทางอยู่แล้วไม่ต้องห่วงหรอก..นอกจากนั้นดูนี่สิ”

              ชีน่าพยายามยื่นอิฐบล็อกให้รูอันถือและเขาก็รับมันไว้

              “พอฉันถือสิ่งนี้..ก็สามารถสัมผัสพลังเวทโดยรอบได้ตามปกติ”

              "อืมมม..เป็นก้อนอิฐที่แปลกดีนะ" 

              รูอันหันไปมองทิศทางที่มีพลังเวทมหาศาลกระจุกตัวทันทีที่เขาเพิ่งสัมผัสมันได้

              “ตรงนั้นคือสมาชิกห้องเรางั้นสินะ..”

              “ใช่แล้วล่ะ..ดูเหมือนว่าหมอกรอบตัวจะเป็นกลไกลป้องกันของดันเจี้ยนชั้นนี้ที่ทำให้พลัดหลงกันง่ายขึ้น…และอิฐบล็อกก้อนนี้ก็ช่วยป้องกันเรื่องนั้น”

              “นั่นสินะ..งั้นพวกเรารีบไปรวมตัวกับพวกเรเวลเถอะ”

              ***

              เรเวลกำลังคุยกับอาจารย์เอเรนเกี่ยวกับทีมนักสำรวจที่หายสาปสูญไป

              “เรื่องทั้งหมดก็ประมาณนี้แหละ”

              “งั้นหรอครับ…เพราะมีอุปกรณ์แปลกๆที่คล้ายอิฐบล็อกระหว่างสำรวจ..แล้วนักสำรวจก็ไปเจอเข้าจึงถูกวาปไปยังชั้นที่ลึกจนทำให้กลับขึ้นมาไม่ได้…การติดต่อก็เริ่มขาดหายไปจากตรงนั้นสินะครับ”

              “เห็นว่าอิฐบล็อกปริศนาอันนั้นหาพบได้ตั้งแต่ชั้นกลางลงไป..แต่ว่าในช่วงที่ผ่านมาตัวฉันลงไปสำรวจจนถึงชั้น17ก็ยังไม่เจอเลยน่ะสิ”

              "นี่ก็ผ่านมาเดือนนึงแล้วสินะครับ”

              “อืม..โดยส่วนตัวคิดว่าคงไม่ได้ถูกมอนสเตอร์ฆ่าหรอก…แต่น่าจะเพราะหลงทางจนกลับขึ้นมาไม่ได้มากกว่า..ระหว่างหาทางกลับเสบียง น้ำ และอาหารก็ค่อยๆหมดลง..น่าจะตายจากสาเหตุนั้นนั่นแหละ”

              "งั้นหรอครับ"

              “เอาล่ะ..คุยเรื่องเครียดๆมามากพอละ..อีก5นาทีก็จะมีคนวาปมารับพวกเราแล้ว..เธอเองก็ไปนั่งเล่นคุยกับเพื่อนๆของเธอเถอะ”

              “ขอบคุณนะครับ”

              เรเวลโค้งหัวคำนับอาจารย์แล้วเดินจากไป

              ตอนนั้นเองมีเสียงเรียกชื่อของเขาเข้า

              “เรเวลลลล!!!!!”

              “เอ๋..รูอัน..นายหายไปไหนมา?”

              รูอันถืออิฐบล็อกปริศนาที่ส่องแสงแปลกๆอันหนึ่งแล้ววิ่งเข้ามาหาพร้อมกับชีน่า

              เมื่อมองไปที่สิ่งนั้นเรเวลก็มีปฎิกิริยาเล็กน้อย…

              ‘ระ..ระ..หรือว่า…’

              ส่วนอาจารย์เอเรนเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ..เธอตะโกนขึ้นทันที

              “รูอัน!!!…โยนอิฐก้อนนั้นทิ้งไปเร็วเข้า!!!!!!!!”

              “เอ๋?”

              รูอันทำหน้างงเล็กน้อย

              ก้อนอิฐเริ่มกระพริบไฟถี่ขึ้น 

              “รูอันฟังที่อาจารย์เอเรนบอกโยนก้อนอิฐนั่นทิ้งไปซะ!!!!!…เร็ว!!” 

              เรเวลตะโกนเสียงดังจนคอแทบแหกเนื่องจากอยู่ไกล

              สมาชิกห้องSทั้งห้องหันมามองที่รูอันสลับกับเรเวล

              “อะ..เอ๋..คะ…ครับ!!”

              รูอันโยนก้อนอิฐทิ้งลงไป..แต่ว่าไม่ทันแล้ว

              ก้อนอิฐลอยขึ้นไปบนอากาศแล้วสร้างอักขระวงเวทเหนือศีรษะรูอันกับชีน่า

              “หนีจากตรงนี้เร็ว!!..” 

              รูอันกับชีน่าพยายามวิ่งหนีจากอักขระเวทที่แผ่ขยายไปเรื่อยๆ

              “แย่แล้วไม่ทันแน่!!..”

              รูอันผลักชีน่ากระเด็นจนเลยเขตอักขระเวทไป

              “เจ้าบ้าเอ้ยยยยยย” 

              เรเวลวิ่งเข้าไปหารูอันทันทีเพื่อจะช่วยเขา

              “เดี๋ยวก่อนค่ะ..เรเวล!!!”

              “อ้ะ..เดี๋ยวสิ..เซซิเลียเธอจะไปไหน”                   

              เรเวลวิ่งมาจับมือรูอันเอาไว้ตอนนั้นเองแสงสว่างจากก้อนอิฐสว่างจ้าขึ้นจนอาจารย์เอเรนที่วิ่งตามมาต้องเอามือบังตา

              เซซิเลียวิ่งเข้ามากอดเรเวลเอาไว้แล้วดึงเขาออกไป

              ส่วนเซเลน่าวิ่งเข้ามาจับบ่าของเซซิเลียแล้วดึงเธอออกมาเช่นกัน

              ทำให้ทั้งหมดหลุดออกจากอักขระวงเวทได้ทันเวลาแบบฉิวเฉียด

              “เฮ้ออ..ค่อยยังชั่ว..เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ..” เรเวลถอนหายใจออกมา

              อาจารย์เอเรนก็ทำสีหน้าโล่งอกเช่นกัน..ในขณะที่สมาชิกห้องSคนอื่นๆยังงงๆอยู่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น

             'การลงทะเบียนเคลื่อนย้ายเสร็จสมบูรณ์'

                          ‘นำเป้าหมายสู่ชั้นลึก’

             เสียงพูดบางอย่างดังออกมาจากอิฐบล็อก

              “หา?”

              เซเลน่าหันไปมองก้อนอิฐพูดได้ด้วยสีหน้างงๆ

              ตอนนั้นเองทั้งรูอัน เรเวล เซซิเลีย และเซเลน่าก็มีแสงสีรุ้งห่อหุ้มรอบตัวแล้วหายไปทันที

              ‘เพล้ง..!’

              ก้อนอิฐแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆเพราะหน้าที่ของมันได้จบลงแล้ว

              สมาชิกทุกคนในห้องตกตลึง

              “อะ..ยะ…”

              เอเรนอ้าปากค้าง..พร้อมกับขากรรไกรแข็ง..ราวกับเสียสติไปชั่วขณะ

              “อาจารย์เอเรนมันเกิดอะไรขึ้นหรอครับ?”

              นักเรียนห้องSคนหนึ่งถาม

              “อาจารย์เอเรนคะ?..พวกรูอันหายไปไหนหรอคะ?”

              ชีน่าเดินมาเขย่าตัวเอเรนด้วยสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก

              ตอนนั้นเองเอเรนเพิ่งได้สติ

              “!!”

              ***

              ‘วูบบบบบบบบ’

              เรเวลปรากฎตัว ณ สถานที่แห่งหนึ่งในดันเจี้ยน

              สถานที่แห่งนี้แม้กระทั่งกำแพง,พื้นดิน และเพดานเต็มไปด้วยสีดำสนิท

              โครงสร้างเป็นอิฐบล็อกสีดำและไร้แหล่งกำเนิดแสงใดๆ

              “ทุกคนเป็นอะไรไหมคะ?”

              เซซิเลียเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดมิดที่มองไม่เห็นใคร

              “เซซิเลียฉันอยู่นี่.."

              เซเลน่าทักเซซิเลียขึ้นตัวเธอใช้พลังเวทจุดไฟขึ้นมาหลังจากนั้นทุกคนจึงเริ่มมองเห็นกัน

              "นี่มันมืดขนาดสเตตัสเลเวล30ยังมองไม่เห็นจนต้องพึ่งเวทมนตร์เลยงั้นหรอ..”   

              “ที่นี่ที่ไหนกัน?” รูอันเอ่ยถาม

              หลังจากนั้นทุกคนจึงหันมามองเรเวล..ซึ่งเป็นคนที่น่าจะรู้เรื่องนี้ดีที่สุด

              “..”

              เรเวลตัวแข็งทื่อราวกับเสียสติ..แน่นอนล่ะ..เพราะเขารู้ว่าถ้าถูกวาปมาแล้วหายสาปสูญในดันเจี้ยนแบบนี้จะไม่มีทางรอดกลับไปได้นั่นเอง…เหมือนกับนักสำรวจชุดก่อนๆไงล่ะ

              ‘ครืดๆๆๆๆ…..แกร็กๆๆๆ…’

              อิฐบล็อกเริ่มแตกร้าวตอนนั้นเองมีบางอย่างถือกำเนิดขึ้น

              โครงกระดูกมนุษย์ส่วนแขน ขา และหัวเริ่มงอกออกมาจากกำแพง

              ‘ไฟเยอร์แลมป์’

              เซเลน่ายิงเปลวเพลิงเพื่อจุดไฟตามพื้นและเพดาน แต่ทว่าลูกไฟลอยไปไกลเท่าไหร่ก็ไม่ถึงเพดานสักที

              “โฮกกกกกกกกกกกกกก…..ฮู่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”

              สิ่งมีชีวิตปริศนาคล้ายโครงกระดูกมนุษย์เดินได้ปรากฎตัวขึ้น

              “ผะ..ผีหลอกงั้นหรอ!!!….”

              รูอันขาสั่นจนเข่าทรุดแล้วลงไปนั่งกับพื้น

              “ดะ..เดี๋ยวก่อนค่ะ”

              ‘เวทพืช-สเกาเตอร์’     

              เซซิเลียรีบใช้สกิลตรวจสอบทันที

              ตอนนั้นเองเซซิเลียก็อ้าปากค้างเช่นกัน

              ตัวเธอผงะก้าวถอยหลังคล้ายกับหวาดกลัวสิ่งนั้น

              “สะ…สะ…”

              ขากรรไกรแข็งราวกับพูดไม่ออก…เหงื่อไหลซึมเต็มฝ่ามือและหน้าผาก

              เซเลน่าเห็นดังนั้นจึงเดินเข้าไปตบหน้าเรเวลเพื่อเรียกสติแทน

              'เพี๊ยะะะ'

              "โอ้ยย..เจ็บ"

              "เห้ย..ตั้งสติหน่อยสิวะ..ช่วยถามเซซิเลียให้หน่อยว่าไอนั่นมันตัวอะไร"

              เรเวลที่เพิ่งตั้งสติได้เขาจึงหันมาถามเซซิเลีย…ด้วยใบหน้าซีดไม่ต่างกัน

              “ซะ..เซซิเลีย..อะ…ไอนั่นมันตัวอะไร!?”

              โครงกระดูกหลายสิบโครงผุดขึ้นจากพื้นดินท่ามกลางความมืดมิด…หลังจากนั้นมีดาบสีม่วงเปล่งแสงลึกลับงอกขึ้นมาจากพื้นดิน พวกมันหยิบสิ่งนั้นแล้วตั้งท่าต่อสู้ขึ้น

              ----------------------------

              [สปาทอยด์(อัศวินแห่งโครงกระดูก)] 

              สัตว์ปีศาจ: LV50

              เผ่า: อันเดธ

              รายละเอียด: ไม่มี

              ---------------------------

              “สัตว์ปีศาจ..เลเวล50..อัศวินแห่งโครงกระดูก"        

               .

               .

               "สปาทอยด์..."

              

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องThe Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา ที่คุณอ่าน