ตอนที่ 15: ศิษย์บ้านดำ
ในลานกิจกรรมศิษย์ปีหนึ่งเข้าใหม่ทยอยกันมาเข้าแถว ฤทธาวัยสิบสี่ปีเห็นแล้วนึกถึงตัวเองเมื่อปีก่อน
“หนึ่งปีแล้วสินะที่ข้าได้มาที่นี่ ตอนนี้พ่อกับแม่ก็ย้ายมาที่นี่แล้ว ทุกอย่างเปลี่ยนไปแทบทุกวัน ข้ามีความสุขมากที่ได้มาที่สำนักนี้”
ฤทธานึกถึงตอนเด็กที่เขาเห็นฉากต่อสู้ตอนสามขวบ ตอนอ่านหนังสือพวกจอมยุทธ และวันปลุกพลัง
“ปีสองทั้งหมดไปรวมกันที่หน้าสนามประลองของสำนัก ยกเว้นอันดับหนึ่งถึงยี่สิบ”
อาจารย์เกาประกาศบอกทุกคน เด็กๆ วัยสิบสี่ปีแยกย้ายกันไปตามคำสั่ง
ฤทธาเดินตามกลุ่มนักเรียนเข้าสู่ส่วนลึกของสำนัก ศิษย์ที่มีผลสอบติดอันดับหนึ่งถึงยี่สิบ ของปีหนึ่งจะได้รับการคัดเลือกให้เข้าฝ่ายในโดยอัตโนมัติ อีกยี่สิบคนจะถูกทดสอบอีกครั้งในสี่เดือนข้างหน้า เส้นทางที่เดินผ่านค่อยๆ เปลี่ยนจากอาคารเรียนธรรมดาไปสู่พื้นที่ที่โอ่อ่ากว่าเดิม อาคารสวยงามเข้ากับต้นไม้ใหญ่มากมาย มีสนามฝึกส่วนตัว หอสมุดเฉพาะฝ่ายใน และหอพักขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า มีสวนหย่อมและที่นั่งพักผ่อนสวยงาม พอเดินมาถึงจะมีรุ่นพี่มารับ พาไปดูด้านใน ทุกคนแยกย้ายกันไป
พี่ซูและพี่จิมมี่ ศิษย์พี่ที่เป็สมาชิกของบ้านดำ เดินเข้ามาทักฤทธา เรโซ่ และยอนมิน ก่อนจะกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า พวกฤทธาถูกคัดเลือกให้เข้าบ้านดำ ซึ่งเป็หนึ่งในสองบ้านหลักของศิษย์ฝ่ายใน
“บ้านดำมีอิสระมากกว่าบ้านขาว แต่ก็ต้องรับภารกิจหนักกว่า เราจะได้รับภารกิจที่ยากขึ้น แต่ผลตอบแทนก็สูงขึ้นด้วย" พี่ซูอธิบาย
พร้อมพาทั้งสามเดินไปยังเขตบ้านดำ เสร็จแล้วก็แยกย้ายกันไปเลือกห้อง
ทั้งห้าคนเดินเข้าไปในอาคารสี่เหลี่ยม
ชั้นแรกจะเป็ที่โล่งกว้างเห็นโคมไฟใหญ่ห้อยลงมาจากเพดานชั้นสาม ส่วนนี้เป็ส่วนเหมือนห้องรับแขกขนาดใหญ่ มีชั้นวางหนังสือและของตกแต่ง
เข้าไปด้านในอีกหน่อยเป็โต๊ะอาหารหลายชุด เห็นศิษย์รุ่นพี่บางคนกำลังกินอาหารเช้ากันอยู่
ครึ่งหลังตัวอาคารสามด้านที่มองเห็น ด้านซ้ายขวาและด้านหลังเชื่อมต่อกัน ตรงกลางโล่ง ด้านซ้ายและขวาชั้นแรกนั้นเป็ห้องฝึก ตรงกลางเป็ห้องน้ำและห้องอาบน้ำ
ชั้นสองชั้นสามจะเป็ห้องพัก
ฤทธาเดินขึ้นไปเลือกห้องพักที่ชั้นสอง
พอฤทธาเปิดห้องเข้าไป เห็นหนังสือคู่มือของศิษย์ฝ่ายใน
เขาจึงไปเอามานั่งอ่านที่เตียง
สิทธิพิเศษของศิษย์ฝ่ายใน
เมื่อเข้าสู่เขตบ้านดำ ฤทธาได้เห็นว่าสภาพแวดล้อมแตกต่างจากฝ่ายนอกโดยสิ้นเชิง ที่นี่มีห้องส่วนตัวสำหรับศิษย์ฝ่ายในทุกคน ไม่ต้องพักรวมกันเหมือนศิษย์ฝ่ายนอก นอกจากนี้ยังมีสนามฝึก ห้องสมุดเฉพาะทาง และสิทธิ์ในการเรียนคัมภีร์ระดับสูงที่เหมาะสมกับพลังปราณของตนเอง
นอกจากนั้น ศิษย์ฝ่ายในยังได้รับแต้มสำนักทุกเดือน พร้อมกับโอสถบำรุงปราณระดับสูงเพื่อช่วยในการฝึกฝน อีกทั้งยังมีศิษย์รับใช้คอยช่วยเหลือเื่งานจิปาถะ ทำให้สามารถเพ่งสมาธิกับการฝึกฝนและการทำภารกิจได้อย่างเต็มที่
ในสำนักที่เต็มไปด้วยผู้ฝึกยุทธ์ผู้แข็งแกร่ง ระบบอันดับสำนักเป็สิ่งที่กำหนดสถานะของศิษย์ฝ่ายใน ทุกปีั้แ่ปีที่สองเป็ต้นไป นักเรียนจะถูกจัดอันดับ ตามคะแนนสอบประจำปี และในปัจจุบันมีเพียงสองร้อยคน ที่ได้รับการจัดอันดับจากศิษย์หลายพันคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็ศิษย์ฝ่ายใน
ระบบอันดับสำนัก สองร้อยอันดับแรก สามารถท้าประลองเพื่อเลื่อนอันดับได้วันละครั้งเท่านั้น ไม่สามารถท้าอันดับต่ำกว่าตัวเองได้ การท้าประลองต้องใช้แต้มสำนักเป็เดิมพัน หากแพ้จะเสียแต้มให้ฝ่ายชนะ ผู้ถูกท้าสามารถปฏิเสธได้ แต่หากปฏิเสธผู้ท้าคนเดิมถึงสองครั้ง จะต้องรับคำท้าในครั้งถัดไป ผู้ที่ติดอันดับทุกคนจะได้รับเบี้ยเลี้ยงเป็แต้มสำนักทุกเดือน การต่อสู้ของอันดับหนึ่งถึงห้าสิบ จะต้องสู้ที่สนามประลองใหญ่ของสำนัก เพื่อให้ศิษย์ทุกคนได้ดู สวัสดิการแต้มสำนักต่อเดือนของอันดับหนึ่งถึงสิบได้ หัาพันแต้ม แต้มอันดับสิบเอ็ดถึงห้าสิบได้สามพันแต้ม อันดับห้าสิบเอ็ดถึงร้อยได้ พันห้าร้อยแต้ม อันดับร้อยหนึ่งถึงสองร้อยได้แปดร้อยแต้ม
ฤทธาเพิ่งขึ้นปีสอง และแม้เขาจะอยู่ในอันดับสุดท้ายที่สองร้อย แต่ก็ได้รับความสนใจจากหลายฝ่าย เพราะเป็ศิษย์ปีสองเพียงคนเดียวในประวัติศาสตร์ ที่ติดอันดับสำนักั้แ่ครั้งแรกที่ขึ้นปีสอง
จากการประกาศอันดับไม่ทันไร เขาก็ถูกท้าทายโดยศิษย์ฝ่ายใน เซี่ยงหยาง อันดับที่หกของปีสอง และเป็ทายาทตระกูลขุนนางแห่งเมืองหลวง เข้ามาฝ่ายในอยู่บ้านขาว
"เ้าคงไม่ปฏิเสธนะ? หรือจะยอมรับว่าแค่โชคดีที่ติดอันดับ"
เซี่ยงหยางกล่าวพร้อมรอยยิ้มมั่นใจ ก่อนจะเสนอแต้มเดิมพันห้าร้อยแต้ม
“เ้าชื่ออะไรนะ? ข้าว่าหน้าคุ้นๆ”
ฤทธาถามเพราะรู้สึกคุ้นหน้า
“ข้าเซี่ยงหยาง ศิษย์ฝ่ายในบ้านขาวแพทย์โอสถ”
เซี่ยงหยางแนะนำเต็มยศ
ฤทธากำลังนับนิ้วคำนวณแต้มสำนักไม่ทันได้ฟัง
“ข้าอยากวางเดิมพันสักหนึ่งพันแต้ม เ้าว่าอย่างไรเซี่ยงหลง” ฤทธาถามเซี่ยงหยาง
“ข้าชื่อเซี่ยงหยาง เซี่ยงหลงคือพี่ข้า ข้ามีไม่ถึง เ้าอย่ามาทำทีเอาแต้มมาขู่ข้า”
เซี่ยงหยางกล่าวอย่างหงุดหงิด
“งั้นสักเจ็ดร้อยแต้มล่ะเป็ไง”
ฤทธาพยายามขอเพิ่มแต้ม
“ข้าเหลือแค่ห้าร้อยนี่แหละ เ้าจะรับคำท้าหรือไม่”
เซี่ยหยางไม่ย่อท้อที่จะท้าสู้ ฤทธาเอง้าแต้มมากกว่านั้น แต่เซี่ยงหยางไม่มีแต้มเหลือให้เพิ่มอีก ฤทธาจึงตกลงรับคำท้า
การประลองถูกกำหนดให้เริ่มในอีกหนึ่งถ้วยชา ที่ลานประลองของฝ่ายใน
“ซุนโฮเ้าไม่คิดจะลองท้าอันดับหนึ่งดูรึ”
เซียวจ้านถามซุนโฮ ทั้งคู่ก็อยู่บ้านขาวเหมือนกัน พ่อแม่ทั้งคู่สนิทกันจึงรู้จักกันมาั้แ่เด็ก
“ข้ายังไม่อยากเสียแต้มไปเปล่าๆ”
ซุนโฮตอบด้วยเสียงราบเรียบ
“โฮ๊ะ โห้ ถ้าเ้าพูดแบบนี้ เซี่ยงหยางคงลำบากแน่”
เซียวจ้านใกับคำตอบของซุนโฮ ซุนโฮยังคงกอดอกและไม่ตอบอะไร ตามแบบนิสัยคนพูดน้อย
ลานประลอง
ฤทธาก้าวขึ้นลานประลอง ส่วนเซี่ยงหยางใช้กระบี่ที่แฝงพลังธาตุไฟ
การต่อสู้เริ่มขึ้น เซี่ยงหยางพุ่งเข้าใส่ทันที ดาบของเขาฟาดลงมาอย่างรวดเร็วประกอบด้วยเปลวเพลิง ฤทธาหลบอย่างง่ายดาย แต่เลือกที่จะไม่โจมตีกลับทันที
“โถมแรงและปราณมาั้แ่ต้นเลยรึ คิดจะให้จบเร็วสินะ”
ฤทธาใช้เวลาสังเกต ทดสอบแนวทางของคู่ต่อสู้ และยอมรับการโจมตีบางจุดเพื่อดูว่าร่างกายทนทานได้แค่ไหน
ปัง!
กระบี่พุ่งเฉียดแขนซ้ายของฤทธา ทำให้เกิดแผลบางๆ
"แปลกจริง... ทำไมเขาถึงไม่โจมตีกลับ?"
เซี่ยหยางเริ่มสังเกต
ฝูงชนที่มองดูอยู่เริ่มสงสัย
เซี่ยหยางไม่พอใจ ที่คู่ต่อสู้ดูเหมือนกำลังทดลองอะไรบางอย่างกับเขา จึงรุกหนักขึ้น
“กระบี่เพลิงนภา”
เขาตวาดพร้อมปล่อยปราณกระบี่ไฟออกมา
ปราณกระบี่ถูกปล่อยมาสี่ปราณในอากาศ พุ่งใส่ฤทธา
ฤทธาหลบได้อย่างฉิวเฉียด แต่แรงะเิทำให้พื้นลานประลองสั่นะเื
ขณะนั้นเองฤทธาก็พุ่งตัวไป
"ถึงเวลาแล้ว..." ฤทธายิ้มบาง ๆ และเปลี่ยนเป็ฝ่ายรุก
เขารู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าที่ฝ่าเท้าเขา
เขาพุ่งเข้าหาเซี่ยงหยางด้วยความเร็วสูง มือซ้ายเสริมพลังลมปราณโล่แสงปะทะเข้ากับกระบี่จนเกิดประกายไฟ สลับกับมือขวาที่พุ่งโจมตีสีข้างของคู่ต่อสู้อย่างแม่นยำ
“เมื่อกี้นี้มัน จากกระดูกิญญางั้นรึ เหมือนความเร็วข้าเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวเลย” ฤทธาใกับความเร็วของตัวเอง
เซี่ยงหยางเริ่มถอยอย่างชัดเจน แม้พลังของเขาจะสูงกว่าแต่ความเร็วและความชำนาญของฤทธาทำให้เขาเสียเปรียบ
พลั่ก!
ฤทธาอ้อมไปด้านหลังขอเซี่ยหยาง และใช้ฝ่ามือกระแทกเข้าไปที่ด้านหลัง
ทำให้ฝ่ายตรงข้ามกระเด็นไปหลายก้าว
"ข้าชนะแล้ว" ฤทธากล่าวเสียงเรียบ
ขณะที่เซี่ยงหยางทรุดลงกับพื้น การโจมตีสองครั้งนี้ทำให้เขาได้รับาเ็ภายใน และรู้สึกจุกเสียด หายใจลำบาก และยอมรับความพ่ายแพ้ไปในที่สุด
ในขณะที่ฤทธากำลังพัก จู่ ๆ เสียงฮือฮาก็ดังก้องไปทั่วสนาม
เสียงประกาศว่าจะมีการประลองของอันดับที่ห้าสิบ และอันดับที่ห้าสิบสอง จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมง
จิมมี่ ศิษย์พี่บ้านดำของฤทธา กำลังท้าทายศิษย์ระดับสูงเพื่อไต่ขึ้นไปสู่อันดับห้าสิบ
"เดิมพันสูงถึงสองพันแต้มสำนักเลยทีเดียว!"
เหล่าศิษย์ฝ่ายในเริ่มคุยถึงเื่นี้
คนดูเริ่มเข้ามาจับจองพื้นที่สนามประลองของสำนัก เพราะการประลองระดับสูงแบบนี้เป็เื่หาดูยาก
ฤทธากับเพื่อนๆ ก็มานั่งที่อัฒจันทร์เพื่อรอดู เตรียมชมศึกที่กำลังจะเริ่มขึ้นอย่างใจจดใจจ่อ…
้าสนามประลอง มีชื่อจิมมี่ศิษย์ฝ่ายในปีสาม สังกัดบ้านดำ ระดับสี่หลอมรวมธาตุขั้นเจ็ดชั้นฟ้า กับ อู่หลง ศิษย์ฝ่ายในปีสี่ สังกัดบ้านขาว ระดับสี่หลอมรวมธาตุขั้นเก้าชั้นฟ้า
ตรงด้านหลังที่นั่งคนดูทางฝั่งเหนือและใต้ มีจอใหญ่ แสดงอันดับหนึ่งถึงห้าสิบไว้ให้คนดู
(จบตอน)