สิ้นเสียงของผู้ดูแลชั้นรอบๆฉางเฟิงก็ปรากฏร่างของสัตว์อสูรที่ถูกสร้างขึ้นมาจากทราย สายตาของสัตว์อสูรจำนวนนับหมื่นมองมาฉางเฟิงด้วยความโหดเหี้ยมแถมพลังของพวกมันทั้งหมดต่างอยู่ระดับจักรพรรดิขั้นที่9 อีกด้วย
“พลังจิตของข้าแข็งแกร่งและอยู่ระดับเทพไปแล้วแต่ถ้าข้าใช้มันตอนนี้น่าจะทำให้ความยากของการทดสอบมากขึ้นเก็บไว้ดีกว่า” ฉางเฟิงคิดก่อนจะถือกระบี่และพุ่งเข้าหาสัตว์อสูร
ด้วยพลังกายของฉางเฟิงในตอนนี้แข็งแกร่งกว่าร่างเดินตอนอยู่ระดับจักรพรรดิเสียอีกอาจจะเพราะกายาโกลาหลไม่ได้เป็นกายาที่เน้นด้านพลังกายแต่เน้นไปที่การเสริมพลังโกลาหลแต่กายาเซียนมารทรงพลังทั้งรุกและรับ
“ลองเจอหมื่นกระบี่หวนคืนของข้าดู”ฉางเฟิงปลดปล่อยกระบี่นับหมื่นออกมาและโจมตีออกไป
ฝนกระบี่ที่ผสมไปด้วยเต๋ากระบี่อันสูงส่งนั้นทรงพลังมากบวกกับความเชี่ยวชาญด้านกระบี่ของฉางเฟิงเหนือกว่าระดับจักรพรรดิไปใกลแล้วทำให้สัตว์อสูรถูกฉางเฟิงเข่นฆ่าราวกับผักปลา
“ความสามารถนี้น่าสนใจ เต๋ากระบี่ไปถึงจุดสูงสุดของขั้นเซียนแล้วเป็นไปได้ยังไงแถมประสบการณ์นั่น หืม กายาเซียนมาร น่าสนใจในยุคที่ตกต่ำยังมีคนฝึกฝนมันสำเร็จอีกงั้นเหรอ”ผู้ดูแลเฝ้ามองดูฉางเฟิงด้วยสีหน้าตกใจหลายรอบ
ไม่ถึงครั้งวันฉางเฟิงเข่นฆ่าสัตว์อสูรในชั้นทั้งหมดโดยที่ไม่ได้เหนื่อยหรือ่อนล้าอะไรเลย
“ยอดเยี่ยมเจ้าทำให้ข้าทึ่งมากจริงๆ นี่คือรางวัลของชั้นที่ 1 ที่เจ้าสามารถสังหารสัตว์อสูรได้ทั้งหมดเจ้าสามารถเลือกได้ 1 ชิ้น” ผู้ดูแลส่งของรางวัลมาให้ฉางเฟิงเลือกหลายอย่าง
มีทั้งทักษะสมุนไพร อุปกรณ์ ฉางเฟิงแน่นอนต้องเลือกสมุนไพรเซียน เขาในตอนนี้ยากจนมากๆจำเป็นต้องหาทรัพยากรโดยไม่มีคนช่วยเหลือ
“กว่าข้าจะกลับไปยังอาณาจักรสวรรค์ไม่รู้ต้องใช้เวลากี่ปีเพราะงั้นข้าต้องแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วที่สุด”ฉางเฟิงคิด
“เจ้าสามารถเลือกที่จะฟื้นฟูหรือไปยังชั้นต่อไปได้เลย”
“ข้าขอไปชั้นต่อไปเลย”
จากนั้นฉางเฟิงก็มายังชั้นที่2 ซึ่งเป็นการหาทางออกแน่นอนว่ามันคือเขาวงกตการทดสอบนี้เป็นการทดสอบพลังจิตว่าสามารถหาทางออกได้ไหมสำหรับฉางเฟิงเรื่องแค่นี้มันง่ายมากด้วยพลังจิตที่แข็งแกร่งของฉางเฟิงทำให้สามารถหาทางออกไปในพริบตา
“เจ้านี่มันสุดยอดมากข้าเดาว่าพลังจิตของเจ้ามาถึงขั้นเซียนแล้วใช่หรือไม่”ผู้ดูแลกล่าว
“พึ่งทะลวงขั้นได้ไม่นาน”ฉางเฟิงยิ้ม
“ถ้าเช่นนั้นด่านที่เหลือความยากก็คงเพิ่มขึ้นแล้ว”ผู้ดูแลยิ้ม
“แล้วชั้นที่3 คืออะไร”
ด่านที่สองฉางเฟิงได้ศิลาเซียนจำนวน1000 ก้อนตั้งแต่แรกฉางเฟิงไม่เลือกทักษะหรืออาวุธเลยฉางเฟิงเลือกแต่ทรัพยากรบ่มเพาะทั้งหมด
“แน่นอนว่าการสู้กับข้า”
สิ้นเสียงร่างของผู้ดูแลก็ปรากฏผู้ดูแลชั้นคือชายหนุ่มคนหนึ่งที่ถือดาบไว้ในมือ ชายหนุ่มคนนี้มีกลิ่นอายระดับจักรพรรดิเหมือนกับฉางเฟิงแต่แรงกดดันกลับเทียบได้กับขั้นเซียนเลยเห็นได้ชัดว่าในตอนที่ยังมีชีวิตเป็นสุดยอดอัจฉริยะคนหนึ่ง
“แล้วมีรางวัลพิเศษหรือไม่”ฉางเฟิงกล่าว
“แน่นอนบททดสอบนี้คือการรับการโจมตีของข้าให้ได้ 10 ครั้งแต่ถ้าเจ้าชนะข้าได้ก็จะได้รับรางวัลพิเศษ”
“ถ้าเช่นนั้นข้าเลือกเอาชนะท่านก็แล้วกัน”
“ฮ่าฮ่า ดูท่าเจ้าจะมั่นใจจริงๆ ดี ข้าไม่ได้พบกับอัจฉริยะเผ่ามนุษย์แบบนี้มานานแล้ว”
ผู้ดูแลเริ่มลงมือก่อนดาบถูกฟาดฟันออกไปจิตสังหารอันแข็งแกร่งผสมผสานเข้ากับปราณดาบโจมตีไปยังฉางเฟิง
“รุนแรงมากการโจมตีนี้สามารถสังหารจักรพรรดิคนอื่นๆได้เลย แต่ว่าข้าไม่จำเป็นต้องเสียพลังรับมันตรงๆ”ฉางเฟิงหลบการโจมตีได้อย่างง่ายดายกระบี่ในมือสั่นไหว
“กระบี่ดอกเหมยดอกเหม่ยโปรยปราย” กรีบดอกเหม่ยโปรยปรายออกมาจากกระบี่เข้าโจมตีผู้ดูแลชั้น
“ทักษะกระบี่ของเจ้ามั่นมีระดับต่ำเกินไป”ผู้ดูแลชั้นระเบิดปราณดาบฟาดฟันกรีบดอกเหมยเป็นชิ้นๆ
“จะแน่เหรอพายุดอกเหมย”
กรีบดอกเหมยที่กลายเป็นชิ้นๆเริ่มหมุนวนกลายเป็นพายุที่คมกริบพายุดอกเหมยกลืนกินร่างของผู้ดูแลทันที
“นี่มันดอกเหมยคมเทียบได้กับคมกระบี่ยอดเยี่ยมข้าดูถูกทักษะพวกนี้ไป แต่ถึงอย่างงั้นข้าก็จะทำลายมันให้ดู” ผู้ดูแลยกดาบขึ้นและฟาดฟันแนวตรงคลื่นพลังดาบที่แข็งแกร่งแยกพายุดอกเหมยออกจากกันทันที
“ท่านพลาดแล้ว”เสียงของฉางเฟิงดังออกมาจากด้านหลังพร้อมกับกระบี่ฟาดมาที่คอของผู้ดูแล
“ฮ่าฮ่า เจ้าชนะ ยอดเยี่ยมมาก แม้ระดับของทักษะจะอ่อนด้อยแต่ผู้ใช้คือเซียนกระบี่มันก็ทรงพลังไม่แพ้ทักษะขั้นเซียน”ผู้ดูแลหัวเราะชอบใจก่อนจะโยนคำภีม้วนหนึ่งให้กับฉางเฟิง
“มีให้เลือกแค่อย่างเดียวงั้นเหรอ”ฉางเฟิงตกตะลึง
“ใช่ทักษะกระบี่นั้นเหมาะกับเจ้ามากมันคือทักษะที่น่าจะหายสาบสูญไปนานแล้วในยุคสมัยของเจ้า” ผู้ดูแลกล่าว
“กระบี่เซียนมารปราบเซียนสังหารมาร นี่มันเป็นไปได้ยังไงทำไมทักษะนี้มาอยู่กับพวกท่าน” ฉางเฟิงตกใจ
“เมื่อเจ้าไปถึงชั้นที่60 เจ้าจะเข้าใจเอง” ผู้ดูแลกล่าวและจากไปพร้อมกับส่งฉางเฟิงไปยังชั้นที่4 และจากที่ฉางเฟิงรู้ทุกๆสามชั้นจะมีผู้ดูแลอยู่ อย่างเช่นนั้นที่ 6 และ 9ฉางเฟิงก็ต้องต่อสู้กับผู้ดูแลชั้น
แต่สำหรับฉางเฟิงมันไม่ได้แย่การต่อสู้ทำให้ฉางเฟิงคอบคุมกายาเซียนมารได้ดียิ่งขึ้นขณะเดียวกันรากฐานของฉางเฟิงก็หนักแน่นอย่างมากเช่นกัน
อาจจะเป็นเพราะร่างนี้ไม่มีพลังสายเลือดคอยช่วยเหลือทำให้ฉางเฟิงต้องพึ่งพาสัญชาตญาณในการช่วยเหลืออย่างมากและไม่ทักษะทั้งหมดก็ยกระดับอย่างต่อเนื่อง
บนชั้นที่21 ฉางเฟิงตอนนี้กำลังต่อสู้กับผู้ดูแลที่เป็นเผ่าคนเถื่อนซึ่งร่างกายของอีกฝ่ายทรงพลังอย่างมากจนอาวุธทั่วๆไปทำอะไรเขาไม่ได้และฉางเฟิงก็ไม่ได้ใช้อาวุธและใช้เพียงหมัดต่อสู้กับอีกฝ่าย
“ฮ่าฮ่า กายาเซียนมารสมชื่อจริงทำให้ข้าสนุกได้ขนาดนี้” ผู้ดูแลหัวเราะด้วยความชอบใจ
“ข้าเองก็เช่นกันข้าไม่เคยเห็นใครที่มีกายาทรงพลังเท่ากับท่านมาก่อนเลย” ฉางเฟิงมองดูหมัดของตนเองด้วยสีหน้าตื่นเต้น
“มามา เรายังเหลือเวลาอีกนานมาต่อสู้กันจนกว่าวิญญาณจะถูกเผาไหม้จนหมดดีกว่า” ผู้ดูแลพุ่งเข้ามาและชักหมัดใส่ฉางเฟิง
ฉางเฟิงกัดไว้ได้แต่ก็ต้องถอยออกไปแต่พริบตาอีกฝ่ายก็กระหน่ำชกหมัดใส่ฉางเฟิงอย่างต่อเนื่อง
“เป็นอะไรไปหมดแรงแล้วงั้นเหรอ”
“อึก...ยัง...มันยังไม่พอ”
“ฮ่าฮ่า ดีถ้างั้นข้าจะเพิ่มแรงขึ้นอีก” ผู้ดูแลกระหน่ำโจมตีฉางเฟิงอย่างบ้าคลั่ง
“ใกล้แล้วความเข้าใจในกายาเซียนมารของข้ากำลังยกระดับ” ฉางเฟิงอดทนและโคจรทักษะกายาเซียนมารอย่างต่อเนื่อง
“หืมนี่เจ้า!!!!” ในที่สุดผู้ดูแลก็รู้ตัวเมื่อเห็นกายาของฉางเฟิงส่องแสงสีทองและดำออกมา
“สำเร็จกายาเซียนมารขั้นที่สอง”ฉางเฟิงคำรามออกมาพร้อมกับด้านหลังของฉางเฟิงปรากฎร่างเงาของยักษาตนหนึ่งที่ครึ่งร่างสีทองอีกครึ่งเป็นสีดำพร้อมกับมีแขน6 แขนและสามใบหน้า