อุบัติการณ์ใหม่ มหันตภัยวันสิ้นโลก

    ซือจื่อ

    ของมีค่าในร้านของขบวนรถเฟยหม่าถูกเขาขนไปเกลี้ยง ขนจนร้านสะอาดสะอ้านไม่เหลือฝุ่นสักเม็ด ต่อมาเขาใช้ผ้าคุมหน้าสีดำปิดหน้าไว้ และสวมใส่ชุดสีดำทั้งตัว ปรากฏที่ร้านตระกูลเหอ การแต่งการเหมือนโจรเช่นนี้ผู้จัดการร้านเจอจนไม่รู้สึกอะไรแล้ว ขอแค่ไม่ได้มาปล้นร้านพวกเขาก็ยินดีต้อนรับ อีกอย่าง คนที่แอบมาลับ ๆ ล่อ ๆ แบบนี้ส่วนมากจะเป็นการค้าขายใหญ่ทั้งนั้น ถึงผู้จัดการจะพอเดาได้ล่วงหน้าแล้ว แต่พอเห็นของจริง ๆ เขาก็ยังอดที่จะละลึงไม่ได้อยู่ดี
    หลิวเวยอันใช้ถุงเนื้อหลายหมื่นอัน แลกเป็นเมล็ดพันธุ์พลังงานทั้งหมด เขากวาดซื้อเมล็ดพันธุ์พลังงานของร้านตระกูลเหอจนหมดเกลี้ยง จากนั้นหลิวเวยอันก็มาที่ร้านของหอการค้าเหมยฮวาอีกครั้ง เขาเหลือเงินไว้เพียงหนึ่งพันเหรียญทอง เงินที่เหลือนำไปซื้อเมล็ดพันธุ์พลังงานทั้งหมด ร้านของหอการค้าเหมยฮวาก็นับเป็นลำดับต้น ๆ ในเมืองสือโถว แต่ก็เกือบจะถูกซื้อจนหมดเหมือนกัน หลงจู๊ที่ได้ทำการค้าครั้งใหญ่สองครั้งในคืนเดียว แม้เขาจะผ่านเรื่องใหญ่ ๆ มาไม่น้อย แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะใจเต้นแรงไปหลายครั้ง หนึ่งหมื่นแปดพันกว่าเหรียญทอง คนหลายคนหาเงินมาหลายชาติยังหาไม่ได้มากขนาดนี้เลย
    สุดท้าย เขามาที่ร้านส่งพัสดุด่วนครั้งนี้หลิวเวยอันใช้แผนเล็กน้อย เขานำเมล็ดพันธุ์พลังงานทั้งหมดย้ายไปไว้ในแหวนมิติ แล้วคิดไปคิดมา สุดท้ายก็นำธนูทั่วมู่และลูกศรห้าร้อยดอกส่งกลับห้องไปด้วย พอเขาห่อแหวนมิติเรียบร้อยแล้วค่อยออกไป ตอนเดินออกร้านเขาคิดย้อนเรื่องที่ทำเมื่อวานอย่างละเอียด พบว่าไม่มีจุดบกพร่องอะไรแล้วจึงออกจากเกมไป
    กลางคืน เขากินเมล็ดพันธุ์พลังงานและฝึกฝนวิชาเหมือนเดิม เงียบสงัดทั้งคืน
    วันที่สอง พระอาทิตย์ส่องแสงจ้า บนดาวอังคารมีวันที่ฝนตกน้อยมาก โดยปกติแล้วจะเป็นวันที่มีแดด ถึงจะอยู่ค่อนข้างห่างจากดวงอาทิตย์ แต่เพราะบนดาวอังคารไม่มีชั้นโอโซนกำบังแสง จึงทำให้ร้อนกว่าบนโลกมาก
    บนถนนการค้าวันนี้มีผู้คนเต็มไปหมด
    “ว้าวคนเยอะจังเลย”
    “ว้าว นั่นคืออะไรน่ะ? กบหรอ?”
    “อ้าย หมาตัวนี้ตัวใหญ่จัง
    “ฮ่า ๆ กวางซิก้า ฉันเห็นกวางซิก้าแล้ว อยากถ่ายรูปกับมันจัง”
    “ทำไมไอ้หนูตัวนี้หางใหญขนาดนี้?”
    ...

    “นั่นมันกระรอก”หลิวเวยอันชะงักไปครู่หนึ่งพลางตอบ จ้าวซินแลบลิ้นออกมา เธอรู้สึกเขินอายเล็กน้อย

    เมื่อเช้าหลิวเวยอันรู้สึกได้ว่าวันนี้ “แดนสัตว์อสูร” ต้องครึกครื้นมากแน่นอน จึงเลือกเลือกที่จะไม่ออน หลายวันมานี้เขาอยู่ในความระแวงและวุ่นมาโดยตลอด อยู่ ๆ ว่างขึ้นมาเช่นนี้จึงทำให้เขาไม่รู้ว่าควรจะไปทำอะไรดี แต่พอนึกขึ้นได้ว่าจ้าวซินขอให้เขาพาเธอออกไปเที่ยวอยู่เสมอมา แต่โดนเขาปฏิเสธไปด้วยเหตุผลไม่ว่าง จึงได้มีภาพนี้เกิดขึ้น
    สาวน้อยไม่ได้เจอแสงแดดมาสองเดือนแล้ว สำหรับคนอายุอย่างเธอแล้ว จำเป็นต้องพูดว่ามันเป็นความทรมานอย่างหนึ่งเลย การอยู่ในห้องใต้ดินที่มีพื้นที่ไม่ถึงสิบตารางเมตรทุกวัน ใช้ชีวิตอย่างมืดมิดไม่มีแสงแดด ไม่มีความบันเทิง ไม่มีของเล่น ไม่มีเพื่อน มีเพียงแท็บเล็ตที่ได้มาตอนหลัง ๆ เท่านั้น
    หลิวเวยอันแค่คิดดูก็รู้สึกทรมานแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเด็กสาวที่ชอบเล่นชอบเคลื่อนไหวอย่างเธอเลย
    สาวน้อยเหมือนนกที่หนีออกจากกรง พูดจิ๊บ ๆ จั๊บ ๆ ดีใจเป็นที่สุด เธอกระโดดเด้งตลอดทาง เห็นอะไรก็อยากรู้ไปหมด เจอของที่ไม่รู้ก็อยากถามทั้งหมด เห็นของที่น่าสนใจก็อยากจะเข้าไปดู เธอในทุกวันนี้ไม่ใช่เด็กน้อยผิวเหลืองซีด ตัวผอมแห้ง ผมยุ่งเหยิง เสื้อผ้าเก่ารุงรัง แถมมีแผลพุพองเต็มหน้าเหมือนหลายเดือนก่อนอีกแล้ว ตอนนี้ผมดำสลวยของเธอหวีอย่างเรียบร้อย สวมเสื้อผ้าสะอาดมีระเบียบ ช่วงนี้สารอาหารของเธอก็ได้รับจนเพียงพอแล้ว ร่างกายอวบอิ่มขึ้นมา แต่ที่น่าทึ่งที่สุดก็คือแผลพุพองบนผิวหนังไม่แดงและมีหนองไหลเหมือนแต่ก่อนแล้ว รอยแผลตอนแรกขนาดเท่าเม็ดถั่วเหลือง แต่ตอนนี้เหลือเพียงขนาดเท่าเม็ดงาดำเท่านั้น สีก็เปลี่ยนจากสีแดงไปเป็นสีแดงอ่อน หากดูเผิน ๆ คงจะนึกว่าเป็นกระบนหน้า ไม่ใช่โรคติดต่อร้ายแรง
    ยัยหนูน้อยผิวพรรณค่อนข้างดีเลยล่ะ ขาวเนียนดั่งหิมะ ใช้ชีวิตร่อนเร่ยังสามารถมีผิวที่ดีเช่นนี้ได้ ไม่น่าเชื่อจริง ๆ หน้าตาก็หมดจดสะสวย ในเรื่องนี้เธอได้รับกรรมพันธุ์ที่ดีจากจ้าวหนานหนานมาทั้งหมด แม้ว่าตอนนี้จะอายุยังน้อย แต่ก็พอมองออกว่าเป็นคนสวยแล้ว โตขึ้นมาต้องเป็นสาวสวยอีกคนแน่นอน
    คนที่หน้ารักมักมีอภิสิทธิ์พิเศษเสมอ เธอดูตรงนี้บ้าง จับตรงนั้นบ้าง เจ้าของก็ไม่สนใจ โดยปกติแล้ว จะต้องซื้อมันมาก่อนจึงจะจับต้องได้
    การซื้อของเป็นนิสัยของหญิงสาวที่มีแต่เกิด แม้จะเป็นเด็กอายุสิบสามก็ด้วย พอเดินไปถึงร้านขายเสื้อผ้าก็ไม่เดินต่อไปแล้ว ชุดเดรสเจ้าหญิง เสื้ออยืดกับกางเกงยีนส์ และยังมีเดรสลายดอกอีกตัว เธออุ้มชุดสามชุดนี้ไว้ แล้วทำตาปริบ ๆ มองมาที่หลิวเวยอัน บนใบหน้าเต็มไปด้วยความอยากได้
    หลิวเวยอันลูบหัวเธอครู่หนึ่ง เลือกชุดเดรสให้จ้าวหนานหนาน อีกสองชุด ค่อยเดินไปจ่ายเงิน เขาดูเวลาครู่หนึ่ง เห็นว่าสิบเอ็ดโมงกว่าแล้ว จึงเดินไปที่โซนอาหาร
    หมูย่าง เป็ดย่าง ไก่ย่างเขาหยิบใส่กระเป๋าไปทีละตัว ช่วงนี้หลิวเวยอันร่างกายอ่อนแอ ต้องกินของที่มีแคลอรี่มาก สาวน้อยกินได้ทุกอย่างขอแค่อร่อยก็พอ ช่วงนี้พอร่างกายจ้าวหนานหนานกลับเป็นปกติ เธอก็เริ่มลดปริมาณเนื้อลง เปลี่ยนเป็นพวกซาลาเปาผักและหมั่นโถวเป็นหลัก น่าเสียดายที่ในบ้านไม่มีอุปกรณ์ทำอาหาร และไม่มีพื้นที่กว้างขนาดนั้นด้วย ไม่อย่างนั้นหลิวเวยอันอยากจะซื้อผักกลับไปผัดกินเองมากกว่า ทุกวันนี้ผักมีราคาแพง เขาลองคิดประมาณดูแล้ว น่าจะไม่ได้กินผักมาปีกว่าแล้ว
    เขาซื้อนมวัวอีกสองลัง ตอนนี้สาวน้อยกำลังอยู่ในช่วงเจริญเติบโต จะขาดนมไปไม่ได้ ที่จริงเขาก็ต้องการเช่นเดียวกัน เขาอายุสิบเจ็ดปี อายุถ้วนเขาสิบหกปี วันเกิดเขาอยู่เดือนสอง ตอนนี้เดือนสี่ ทุกวันนี้เขาสูงร้อยเจ็ดสิบห้าเซนติเมตร ถ้าได้รับสารอาหารที่เพียงพอ ก็มีโอกาสที่จะเจริญเติบโตได้อีกมาก
    เขาชอบเล่นบาสตั้งแต่เด็ก จึงอิจฉาพวกนักบาสที่สูงร้อยแปดสิบร้อยเก้าสิบจนตาร้อนไปหมด
    ทั้งคู่ถือของเต็มไม้เต็มมือเดินกลับไปทางเดิม พอไกลออกไปจากบริเวณถนนการค้า สิ่งก่อสร้างเริ่มน้อยลง ถนนก็เริ่มผุพัง พอสภาพแวดล้อมแย่ลง ขอทานและทาสตามข้างทางก็มากขึ้น ไม่รู้ว่ายัยหนูน้อยเงียบปากไปเมื่อไหร่ ร่างกายก็โน้มเข้ามาใกล้หลิวเวยอันโดยไม่รู้ตัว ในสายตาของคนพวกนี้เธอมองเห็นสิ่งที่เรียกว่าความโลภ
    “ไม่ต้องกลัว”หลิวเวยอันตบไหล่จ้าวซินเบา ๆ ตอนนี้เป็นตอนกลางวัน พวกทาสเหล่านี้ยังไม่ได้กล้าขนาดนั้น ปล้นของในตอนกลางวัน จะวิ่งหนียังไม่มีที่ให้วิ่งเลย ถ้าถูกจับได้จุดจบก็คือฆ่าทิ้งทันที
    เพิ่งพูดจบได้ไม่นาน ตรงทางโค้งก็มีคนกลุ่มหนึ่งมาขวางทางไปเอาไว้ เขาหันหลังไปมอง ก็เห็นคนอีกหลายสิบคนขวางทางด้านหลังไว้ด้วยเช่นกัน พวกเขาต่างนุ่งหุ่มน้อย เสื้อผ้าเก่าขาดไม่รู้ว่าไม่ได้ซักมานานเท่าไหร่แล้ว ส่งกลิ่นเหม็นหึ่งออกมา สีหน้าเหลืองซีด ผมแข็งติดอยู่ด้วยกันเพราะความมันและสิ่งสกปรกต่าง ๆ ร่างกายผอมซูบดังโครงกระดูก คนประเภทนี้ไม่ต้องคิดก็รู้ เพราะมีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น นั่นก็คือพวกทาส
    จ้าวซินกรีดเสียงดังออกมา เธอจับแขนหลิวเวยอันไว้แน่น ตัวสั่นไปทั้งตัว
    “สองท่านอย่าได้กลัวไปเลย พวกเราไม่ได้มีเจตนาไม่ดี” กลุ่มคนด้านหน้าแยกทางออก มีชายที่ร่างกายแข็งแรงกำยำเมื่อเทียบกับคนอื่นเดินออกมา เสื้อผ้าบนตัวเขาก็เก่าและพุพังเช่นกัน แต่มันถูกซักมาอย่างสะอาด แต่งตัวเรียบร้อย พอยืนอยู่กลางผู้คน ทำให้ดูโดดเด่นจากพวกเขา
    เขามีหนวดเคราหนาดก ทำให้ดูอายุที่แท้จริงไม่ออก แต่ทว่า ฟังจากเสียงแล้วเขาน่าจะมีอายุไม่เกินสามสิบปี แววตามีประกาย หลิวเวยอันสังเกตุเห็นมือของเขา ข้อนิ้วใหญ่หนา มือด้านหนาทั้งมือ พอเห็นอย่างนั้นใจหลิวเวยอันกระตุกเล็กน้อย คนคนนี้น่าจะเคยฝึกการต้อสู้มาก่อน
    ชายดังกล่าวเห็นหลิวเวยอันไม่พูดตอบ จึงเริ่มพูดขึ้นมาอีกครั้ง “ขอโทษเป็นอย่างมากที่ทำให้พวกท่านทั้งสองคนตกใจ ซือจื่อรู้สึกผิดเป็นอย่างมาก”
    “นายชื่อซือจื่อ?”หลิวเวยอันถามขึ้นอย่างกระทันหัน
    “ใช่แล้ว”ชายคนนี้พยักหน้า“ไม่ทราบว่าพวกนายจะทำอะไรกันแน่” หลิวเวยอันมองกวาดคนอื่นแวบหนึ่ง
    “ข้ามีพี่น้องหลายคนไม่ได้กินข้าวมาหลายวันแล้ว ดังนั้นเลย...” ซือจื่อรู้สึกละอายเล็กน้อย เขาพูดเปิดอย่างเดียว คำด้านหลังก็พูดต่อไปไม่ได้แล้ว
    “ดังนั้นพวกเจ้าจะแย่งอาหารหรอ”“ไม่ใช่แย่ง เรามาขอ” ในแววตาซือจื่อมีความรู้สึกละอายที่ยากจะสังเกตุแวบผ่านไป
    “มีการขออาหารอย่างนี้ด้วยหรอ?” หลิวเวยอันหลุดขำออกมา พลางชี้พวกทาสที่ปิดทางไว้ทั้งด้านหน้าและด้านหลังกล่าว“ถ้าท่านยินดีจะให้ทานแก่เรา พวกเราจะขอบคุณเป็นอย่างมาก ข้าซือจื่อติดค้างท่านไว้ครั้งหนึ่ง แต่ถ้าท่านไม่ยินดีพวกเราก็จะไม่ทำให้ลำบากใจ ไม่ลงไม้ลงมือแน่นอน หากพวกท่านอยากไปก็สามารถไปได้เลย” ซือจื่อยื่นแขนขวาขึ้นก่อนสะบัดครั้งหนึ่ง ทาสด้านหลังก็ถอยออกไปด้วยความรวดเร็ว ส่วนคนด้านหน้าก็แยกทางออกให้พวกเขาเดิน หลิวเวยอันจ้องมองซือจื่อ ไม่พูดอะไรออกมาสักคำ ตอนแรกเขาตัดสินใจจะลงมือ แต่ตอนนี้เขาเปลี่ยนความคิดแล้ว ซือจื่อก็มองดูหลิวเวยอันเงียบ ๆ เช่นกัน
    “พี่ชาย เราไปกันเถอะ” จ้าวซินดึงแขนหลิวเวยอันพลางกล่าว
    สุดท้ายหลิวเวยอันก็ก้าวเท้าเดินออกไป ตรงทางที่พวกแยกออก ในตอนนี้ทาสทั้งสองฝั่งก็เกิดความวุ่นวายขึ้น แต่พอซือจื่อหันมองแวบหนึ่ง ก็เงียบลงเหมือนเดิม เห็นหลิวเวยอันที่กำลังจะจากไป ซือจื่อก็ถอนหายใจเบา ๆ ครั้งหนึ่ง บนใบหน้ามีความเศร้าหมองแวบผ่าน
    ทุกสรรพสิ่งเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา จะมีคนดีขนาดนั้นได้อย่างไร ทุกอย่างก็ต้องพึ่งตนเองทั้งนั้น
    “นี่ จำเอาไว้ เจ้าติดข้าครั้งหนึ่ง” หลิวเวยอันหันหลังมาอย่างกะทันหัน พลางสะบัดแขนครั้งหนึ่ง ก็มีแสงสีทองพุ่งเข้าไปในกำแพง ซือจื่อเพ่งตามองดู นั่นเป็นเหรียญทองหนึ่งเหรียญ พอมองดูดี ๆ อีกครั้ง ก็เห็นเหรียญทองนั้นติดเข้ากับพนังผสมดิน ราวกับเป็นของประดับบนนั้น ไม่สูงไม่ต่ำ เห็นอย่างนี้เขาก็อดตกใจไม่ได้กับกำลังยุทธิ์ที่ไม่ต่ำกว่าเขา ในใจรู้สึกโชคดีที่เมื่อครู่ไม่ได้ลงมือกับหลิวเวยอันไป เขายื่นมือกดที่กำแพงครั้งหนึ่ง เหรียญทองก็เด้งออกมา ตกลงบนมือเขา ตอนเขาหันหลังมองอีกทีหลิวเวยอันและเด็กหญิงก็เดินไกลออกไปแล้ว
    “บุญคุณเหรียญทองนี้ ข้าจะไม่ลืมแน่นอน” ซือจื่อให้สัญญาในใจ เหรียญทองนี้ ในสายตาหลาย ๆ คนแล้ว อาจจะไม่ได้มีค่าอะไรมาก แต่สำหรับเขาแล้วกลับเป็นเงินที่สามารถช่วยชีวิตหลาย ๆ คนไว้ได้
    พอกลับไปถึงที่พัก จ้าวซินก็กลับมามีความสุขเหมือนเดิม และไปลองชุดใหม่ของเธอด้วยความดีใจ เรื่องโดนปล้นเมื่อกี้เธอลืมไปตั้งนานแล้ว ที่จริงเรื่องแบบนี้ ตอนเธออยู่กับแม่ของเธอ ไม่รู้เจอไปกี่ครั้ง โดนตีไปกี่ครั้งแล้ว เรื่องอย่างนี้ สำหรับทาสที่ใช้ชีวิตอย่างลำบาก มันเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น จากนั้นเธอก็นำเสื้อผ้าใหม่ของจ้าวหนานหนาน ออกมาให้เธอลองใส่ดู
    จ้าวหนานหนานมองดูชุดเดรสที่ยาวถึงต้นขาเหล่านั้น ก่อนจะมองไปที่หลิวเวยอันอย่างไร้ความรู้สึกแวบหนึ่ง หลิวเวยอันหัวใจกระตุก พลางหยิบหมูย่างขึ้นมากัดกินด้วยความรวดเร็ว
    หลิวเวยอันอยู่ในบ้านที่มีสาวสวยทั้งเด็กทั้งผู้อยู่เป็นเพื่อนอย่างสุขสำราญ แต่ขบวนรถเฟยหม่าใน “แดนสัตว์อสูร” กลับวุ่นวายยุ่งเหยิง และโกรธเกรี้ยวอย่างมาก เรื่องแรกก็เพราะมือศิลาปีศาจและคนหกร้อยคนที่เขานำไปตายกันหมด ทำให้พลังการต่อสู้ของขบวนรถเฟยหม่าลดลงจนแทบจะไม่เหลือภายในพริบตา ตามด้วยร้านค้าถูกปล้น ทำให้สูญเสียเงินในมูลค่าหกหมื่นกว่าเหรียญทองเลยทีเดียว ความเสียหายมากมายเช่นนี้ แม้ขบวนรถเฟยหม่าจะมีธุรกิจใหญ่โต แต่ก็อดเสียดายไม่ได้อยู่ดี
    องครักษ์ตายไปทั้งหมด ร้านถูกปล้น ก็เท่ากับการทำลายอำนาจของบขวนรถเฟยหม่าในเมืองสือโถวทิ้งจนสิ้น ส่วนขบวนรถที่เหลือไม่กี่ขบวน ก็ไม่กล้ารับการค้าใหญ่ เพราะไม่มีองครักษ์คอยปกป้อง อย่างนี้มีก็ไม่ต่างกับไม่มี หรือสามารถพูดได้ว่าราฐานของขบวนรถเฟยหม่าในเมืองสือโถวถูกถอนออกทั้งหมดภายในชั่วข้ามคืน
    นายน้อยขบวนรถเฟยหม่าถูกลากออกมาจากเตียงของผู้หญิง แล้วโดนตีอย่างสาหัส จากนั้นทหารหลายพันคนของขบวนรถเฟยหม่าก็เข้ามายังเมืองสือโถว ตามหาคนที่ปล้นร้านค้าไปทั่วเมือง หลิวเวยอันและหลูเยี่ยนก็เป็นหนึ่งในเป้ามายหลักในการตามหาด้วยเช่นกัน
    พวกเขาวุ่นวายในเมืองสือโถวทั้งเช้า ฆ่าคนไปไม่น้อยแต่น่าเสียดายที่ไม่ได้อะไรกลับมาเลย
    ตอนบ่าย โทรศัพท์ของหลิวเวยอันมีข้อความเข้า พัสดุด่วนของเขามาถึงแล้ว
    -โปรดติดตามตอนต่อไป-