หนังสือเปลี่ยนชะตา

    บทที่ 66

    หลังจากที่สินตรวจร่างกายเสร็จแล้ว หมวยก็เดินกลับมาพอดี ทั้งๆที่หมวยก็รู้อยู่เต็มอกว่าสินเป็นปัญญารุ่นที่สอง แต่เธอก็ไม่พูดอะไรออกมาให้สินได้รับรู้เลย สินเองก็ไม่ทราบว่าหมวยรู้แล้ว เขาคิดเพียงว่าหลังจากแตะหนังสือเล่มนั้นมันก็แค่ทำให้เขาสลบเหมือนทุกๆครั้ง ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษนอกเหนือจากนั้น ทั้งคู่จึงไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้กันเลย พวกเขาได้แค่คุยกันเล่นๆ ตามประสาคนแอบเหงา ไม่นานนัก เหล่าบรรดาทัวร์จีนก็ได้มาเยี่ยมเยียนเขา หลินหลินเองก็เข้ามาจับมือเพื่อนของเธออย่างเป็นกันเองเหมือนเมื่อตอนที่เขาอยู่กันแค่สองคน และแน่นอนว่ามันทำให้คนคนหนึ่งหึงออกมาแรงมาก แต่หมวยเองก็ทำได้แค่ในใจเพียงเท่านั้น เพราะเธอรู้ดีว่าหลินหลินนั้นเป็นคู่ค้าของพี่สิน จะให้เธอทำพังเพราะความหึงมันก็ใช่เรื่อง สินบอกแก่พวกเขาไป ว่าวันพรุ่งนี้เช้าเขาก็น่าจะได้ออกโรงพยาบาลแล้ว มันก็ทำให้ทุกๆคนรู้สึกคลายความกังวลลงไปได้บ้าง หลังจากที่คุยกันได้ไม่นาน สินก็ขอร้องให้แฟนคลับที่มาเป็นไกด์พาทุกคนเที่ยว และแน่นอนว่าแฟนคลับคนคนหนึ่งก็ต้องดีใจมากแน่นอน และสินก็ยังให้เธอถ่ายรูปคู่กับตัวเอง เพื่อที่จะได้ให้กระจายข่าวไปยังแฟนๆคนอื่นๆอีกด้วย ซึ่งเธอก็ยินดีเป็นอย่างมาก จากนั้นพวกเขาทั้งหมดก็จากไป จนเหลือแค่หมวยเพียงเท่านั้น ไม่นานเฮียเฮ้งก็เดินทางมาถึง พร้อมกับลูกน้องที่ทำงานของแก หรือเอาง่ายๆ คือพวกพี่ๆที่ทำงานเก่าของเขานั่นแหละ พวกเขามาเยี่ยมด้วยกระเช้าผลไม้ คุยกันได้สักพักหนึ่งก็เหลือเพียงแค่หมวย และเฮียเฮ้งเพียงสองคนเท่านั้น เฮียแกโบกไม้โบกมืออะไรสักอย่าง ก่อนที่จะมีแสงครอบคลุมไปทั่วทั้งห้อง“ไม่ต้องกังวลหรอกนะอาสิน.. อั๊วแค่ทำที่กั้นเสียงด้วยพลังลมปราณน่ะ…อั๊วมีเรื่องอยากจะบอกลื้อสักหน่อย” ถึงเฮียแกจะพูดออกมาอย่างนั้น แต่มันก็ทำให้สินทำหน้าคิ้วขมวด เขาหันไปมองที่หมวยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา“ทำหน้าอย่างนั้นก็แปลว่าลื้อรู้เรื่องดีแล้วซินะ.. เอาเถอะ อั๊วจะค่อยๆเล่าให้ลื้อฟังก็แล้วกัน... จริงๆแล้วอั๊วจะต้องสังกัดองค์กรของพวกสำนักปราณต่างๆ และมันประกอบไปด้วย หนึ่งสำนักมังกรฟ้า ซึ่งตอนนี้เป็นสำนักของผู้อาวุโสสูงสุดคอยคุมอีกสามสำนักที่เหนือ.. สองสำนักเต่าทมิฬ ส่วนใหญ่แล้วสำนักนี้จะรับงานเป็นผู้คุ้มกัน เพราะพวกเขาฝึกวิชาเกี่ยวกับทางด้านพลังป้องกันเป็นหลัก”จากนั้นเฮียแกก็พูดถึงสำนักพยัคฆ์ขาวที่เป็นเหมือนกองกำลังพิเศษ แต่จะพิเศษสมชื่อมากกว่าตรงที่สามารถใช้พลังปราณได้ และสุดท้ายคือสำนักหงส์เพลิงที่เชี่ยวชาญเรื่องของการข่าว ส่วนเฮียแกสังกัดสำนักมังกรฟ้า เพราะตระกูลหลักของแกเป็นหนึ่งใน 5 ผู้อาวุโสหลัก สินที่นั่งฟังก็ไม่ได้กล่าวอะไรเพิ่มเติมออกมา ทำให้เฮียแกเล่าเรื่องต่อในทันที ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่ององค์กรศาสนาวาติกัน ที่ทำหน้าชักนำจิตใจผู้คนให้เดินทางไปในทางที่ถูกที่ควร องค์กรวิทยาศาสตร์ที่คอยพัฒนาความเป็นอยู่ของคนเรา ไปในทิศทางข้างหน้าอย่างไม่รู้จบ และองค์กรลับสุดท้ายที่ยังไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาดำรงอยู่เพราะอะไรกันแน่ แต่จะเป็นผู้ที่คอยกำจัดสิ่งตกค้างจากสงครามตามหน้าประวัติศาสตร์ซะส่วนใหญ่ พวกเขาคือคิมเมสัน พอพูดมาถึงตรงนี้แล้ว สินก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย มันเหมือนกับข้อมูลในส่วนที่เขาได้รับมาแล้ว เฮียแกยังพูดอะไรต่ออีกนิดหน่อย แต่ก็ลงท้ายด้วยว่าพวกเขาทั้งหมดสังกัดสำนักปราณจะคอยสนับสนุนทุกอย่าง ถ้าสินต้องการ จากนั้นเฮียแกก็ออกจากห้องไป พร้อมบอกให้หมวยดูแลสินไว้อย่างดี หมวยมองยังพี่สินของเธอ แต่ก็ไม่กล้าที่จะสบตาตรงๆเลย แต่สินก็เอ่ยออกมาก่อนที่จะทำให้เธอคิดมากไปกว่านี้“หมวยไม่ต้องห่วงหรอก พี่รู้อยู่ก่อนหน้านี้แล้ว เราไม่ต้องทำหน้ากังวลใจอย่างนั้นก็ได้” เมื่อหมวยได้ยินอย่างนั้นก็เงยหน้าขึ้นมามองที่สิน และใบหน้าของสินมันก็ฟ้องออกมาอย่างชัดเจนแล้วว่าเขานั้นรู้จริงๆ แต่มันก็ยังมีอีกเรื่องที่สินยังไม่รู้ พ่อของเธอก็ไม่รู้ และเธอก็ลำบากใจที่จะกล่าวแต่ก็ต้องเอ่ยบอกออกไป“คือหนูไม่ได้กังวลเรื่องที่ป๊าหนูเล่าหรอกค่ะพี่สิน.. จริงๆ หนูมีความลับอีกอย่างที่ยังไม่บอกกับพี่ หนูรู้ว่ามันผิด ผิดต่อพี่สินเป็นอย่างมาก แต่มันก็ถึงเวลาแล้วที่พี่ควรจะได้รู้เสียที.. จริงๆแล้ว..” สินที่กำลังตั้งใจฟังสิ่งที่หมวยกำลังจะพูดออกไป ก็เหมือนมีใครสักคนเปิดประตูขึ้นมา และก็พูดขึ้นว่า“หมวย เรื่องนั้นเดี๋ยวพี่พูดกับสินเอง.. เราออกไปก่อนเถอะ” ทรัพย์ที่เดินเข้ามา ท่ามกลางความตกใจของสิน สินแทบจะลุกขึ้นจากเตียงเลยเมื่อเห็นหน้าของคนที่กล่าวเข้ามา พี่ชายของเขาที่ตอนนี้อยู่ในชุดนักบวชของวาติกัน มีตราสัญลักษณ์อย่างชัดเจน“ค่ะ พี่ทรัพย์” จากนั้นเธอก็เดินออกไปจากห้อง และแน่นอนว่าสินรู้ได้ในทันทีว่าหมวยรู้เรื่องของพี่ทรัพย์มาโดยตลอด แต่กลับไม่บอกเขาเลยสักคำ“ไม่ต้องไปโทษหมวยมันหรอกน่า.. ในตอนแรกพวกพี่ก็เห็นว่ามันสมควรแล้วที่จะไม่เอ่ยกล่าวเรื่องนี้ พวกพี่เห็นว่าสินยังเป็นคนธรรมดาอยู่... อ่ะ จริงซิ.. อีกสองคนนั้นน่ะ เมื่อไหร่จะเข้ามา ปล่อยให้ผมรับหน้าอยู่คนเดียว มันใช้ได้ที่ไหน” เมื่อทรัพย์กล่าวจบ บุคคลสองคนที่อยู่ในชุดสูทสีดำ พร้อมหมวกมันเป็นเอกลักษณ์ก็เดินเข้ามา เป็นหญิงหนึ่งชายหนึ่ง และเมื่อพวกเขาเงยหน้าขึ้นมา มันก็ทำให้สินตาโต ตกตะลึงในทันที สินขยี้ตาแล้วก็มองออกไปให้ชัดเจน แต่มันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ เพราะบุคคลตรงหน้าคือพ่อแม่ของเขาที่จากไป“พ่อแม่...ทำไมกัน?” เขากล่าวออกมาด้วยความสงสัยที่อยู่เต็มอก พวกเขาทั้งสองเข้ามาสวมกอดลูกคนเล็กของตัวเอง แล้วก็กล่าวขอโทษออกมาซ้ำๆ“พ่อกับแม่ขอโทษด้วยนะลูก.. ที่พ่อต้องทำอย่างนี้ก็เพราะไม่อยากให้ลูกต้องเข้ามาเดินตามเส้นทางที่มันไร้อิสระอย่างนี้ และมันก็อันตรายมากอีกด้วย แต่เมื่อเรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว พ่อกับแม่จะปกป้องแกเอง” ผู้เป็นพ่อกล่าวออกมาทั้งน้ำตาของลูกผู้ชาย ที่ไม่สามารถเลี้ยงดูลูกได้จนถึงตอนนี้พวกเขาปรับความเข้าใจกันอีกสักหน่อยเรื่องที่พวกเขาทั้งหมดหายไปจากสิน สินที่ทำความเข้าใจได้ดี เพราะเขาก็เป็นผู้ใหญ่แล้วคนหนึ่ง จึงได้เข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี ถ้าเขามีลูกหรือมีภาระที่เป็นแฟน ภรรยาอะไรทำนองนี้ก็น่าจะลำบากใจไม่น้อยกับสถานการณ์อย่างนี้“ผมเข้าใจทุกคนดีครับ.. ว่าแต่ทำไมพ่อกับแม่เป็นพวกของคิมเมสัน แล้วพี่ทำไมไปเป็นวาติกันได้ล่ะ อันนี้สงสัย..” จากนั้นพวกเขาก็หัวเราะออกมากันเล็กน้อย ก่อนที่จะอธิบายเพิ่มให้กับสินฟัง และแล้วพวกเขาก็หัวเราะออกมากันอย่างสนุกสนาน ก่อนที่ผู้เป็นแม่จะเอ่ยถามออกมา“สิน แล้วจากนี้ไปลูกจะทำอย่างไงต่อล่ะ ... ที่ไหนๆก็ไม่ได้ปลอดภัยอีกแล้วสำหรับลูก ยิ่งตอนนี้มันเป็นช่วงที่ทุกๆคนกำลังหายตัวของลูกอยู่... แม่กับพ่อปรึกษากันระหว่างที่จะเดินทางมาที่นี่แล้ว และความเห็นของพวกเราก็น่าจะตรงกันว่า แม่อยากให้ลูกไปซ่อนตัวภายในองค์กรคิมเมสัน.. ลูกคิดว่าอย่างไร” จากนั้นทุกคนก็เริ่มทำหน้าที่จริงจังออกมา เพราะว่าการตัดสินใจในครั้งนี้มันอาจจะเปลี่ยนวิถีชีวิตของเขาไปได้เลย แต่เมื่อฟังเหตุผลที่พ่อ และพี่ทรัพย์อธิบายมา ประกอบการตัดสินใจแล้ว มันก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว แต่เขาก็อยากจะขอเวลาเพื่อให้คิดอะไรให้ถี่ถ้วนดูก่อน“ผมขอตัดสินใจอีกทีนะครับทุกคน.. ยังไงช่วงนี้ผมจะงดใช้พลังที่เกี่ยวกับปัญญาไปก่อน จะได้ไม่มีใครสงสัยอะไรมาก อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญกว่าในตอนนี้...” แน่นอนว่าทุกคนก็กำลังตั้งใจฟังอยู่ และเมื่อได้ยินสิ่งที่สินเอ่ยออกมานั้น มันทำให้พวกเขายิ้มออกมาในทันที“ผมอยากทำอาหารให้ทุกคนทานดูสักมื้อ เอาเป็นวันพรุ่งนี้ตอนเย็นเป็นอย่างไงดีล่ะครับ”
    error loadedเมนูเที่ยงนี้แบบง่ายๆ ทานได้ทุกคนนน จัดไปเลยจ้าาา

    คล้ายกับเรื่องหนังสือเปลี่ยนชะตา ที่คุณอ่าน