บทที่ 9 ‘ทะเลทรายแห่งความตาย’ ที่ถูกประเมินต่ำเกินไป
ติ๋ง!
เหงื่อหยดหนึ่งไหลตามกรอบหน้าที่คมชัดของเฉียวซู่หยดลงสู่พื้น และอุณหภูมิที่สูงจนน่ากลัวในทรายก็ดูดซับเหงื่อหยดนั้นทันที
“ที่นี่ร้อนมากจริง ๆ อุณหภูมิตอนนี้อย่างน้อยก็ 42 องศาเซลเซียสขึ้นไป” เฉียวซู่ยิ้มอย่างขมขื่น เขากลืนน้ำไปอีกหนึ่งอึก “การเดินในทะเลทรายทรหดกว่าที่ผมคิด”
เขารู้สึกได้ว่าร่างกายของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อ โดยเฉพาะหน้าอกของเขาซึ่งเปียกโชกไปหมด อาหลีน้อยในอ้อมแขนก็เปรียบดั่งเตาเล็ก ๆ
การที่มีเหงื่อออกไม่ใช่เื่เลวร้ายซะทีเดียว มันเร่งการสูญเสียน้ำ ทว่ามันช่วยในการกระจายความร้อน ซึ่งสามารถลดอุณหภูมิในร่างกายมนุษย์ได้ระดับหนึ่ง
“เป้าหมายของผมคือแหล่งน้ำจืด พวกแม่น้ำแห้ง บ่อน้ำแห้ง ผืนดินที่มีพืชพรรณ ทั้งหมดนี้อาจเป็แหล่งสิ่งมีชีวิต”
เฉียวซู่มองไปรอบ ๆ ด้วยสายตาที่ดีที่สุดของเขา วิสัทัศน์ 1.5*[1] เขาไม่สามารถมองเห็นจุดที่มีสีเขียวได้แม้แต่น้อย
สิ่งที่ส่งกลับไปในม่านตา คือผืนทรายสีเหลืองอันน่าหดหู่
สมกับเป็เขตพื้นที่ปกครอง 044 ที่ถูกเรียกว่าทะเลทรายแห่งความตาย หากพื้นที่ปกครองทั้งหมดล้วนเป็แบบนี้ เฉียวซู่เองคงไม่สามารถอยู่รอดเพียงลำพังที่นี่ได้
ภาพทิวทัศน์ที่รกร้างนี้ ทำให้เหล่าผู้ชมต่างถอนหายใจ
[น่ากลัวจริง ๆ มองเห็นแต่ทราย แม้แต่พุ่มไม้สักต้นก็ไม่มี]
[ในที่แบบนี้คนสามารถอาศัยอยู่ได้จริง ๆ เหรอ? ผู้พิทักษ์ทะเลทรายคนก่อน ๆ ในข่าวถูกรายงานว่า เสียชีวิตด้วยอาการสติแตกที่เกิดจากความเครียดทางจิตใจไม่ใช่เหรอ?”
[เอ๋? ในข่าวไม่ได้บอกว่าพวกเขาถูกหนอนมรณะโจมตีจนตายเหรอ?]
[คอมเมนต์ข้างบนไปได้ยินข่าวปลอมพวกนั้นมาจากไหนกันเนี่ย? หนอนมรณะเป็แค่สัตว์ในตำนาน จนถึงตอนนี้ก็ยังยืนยันการมีตัวตนของพวกมันไม่ได้ด้วยซ้ำ]
[ไม่เข้าใจก็ต้องถาม ทะเลทรายก็เป็แบบนี้หมดไม่ใช่เหรอ? มีแต่ทราย แล้วมันแปลกตรงไหนล่ะ?]
เฉียวซู่เหลือบมองคอมเมนต์แล้วยิ้ม
แม้ว่าในสถานการณ์แบบนี้ การพูดคุยจะเป็การสิ้นเปลืองพลังงาน แต่เขา้ากรีนพอยต์ที่ได้จากการเผยแพร่แิของผู้พิทักษ์ทะเลทราย ดังนั้นเขาจึงยังคงเปิดปากเพื่ออธิบาย
“ผู้คนต่างก็จินตนาการว่าทะเลทรายนั้นมีแต่ทราย ก่อตัวเป็เนินทรายขนาดใหญ่ที่ขึ้นลงราวกับคลื่น แต่ในความเป็จริง มีทะเลทรายเพียงหนึ่งในห้าของโลกเท่านั้นที่ถูกปกคลุมไปด้วยทราย”
“ทะเลทรายคืออะไร นี่เป็คำถามที่คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ พวกเราตอนนี้นิยามทะเลทรายว่าเป็พื้นที่ที่มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปีน้อยกว่า 250 มิลลิเมตร หรือเป็พื้นที่ที่มีการระเหยมากกว่าปริมาณน้ำฝน”
เฉียวซู่หยุดก้าวเดินกะทันหัน พร้อมมองกล้องด้วยรอยยิ้ม
“ดังนั้น ตามคำจำกัดความนี้ พวกคุณทราบหรือไม่ว่าทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ที่ไหน”
ทันทีที่ประโยคนี้ถูกพูดออกมา มันก็กระตุ้นความสนใจของผู้ชมได้อย่างรวดเร็ว ทุกคนเริ่มพูดคุยกัน
[ให้ตายเถอะ ทำไมถึงรู้สึกเหมือนกำลังถูกตรวจการบ้านอยู่เลย]
[เรียนท่านอาจารย์ คำถามข้อนี้ผมรู้คำตอบดี มันก็คือทะเลทรายซาฮาร่าในแอฟริกาไม่ใช่เหรอ?]
[ฉันเคยเรียนวิชาภูมิศาสตร์มาแล้ว พื้นที่ทั้งหมดของทะเลทรายซาฮาร่าสามารถรองรับสหรัฐอเมริกาได้ทั้งประเทศ เป็สถานที่ที่ไม่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตที่สุดแห่งหนึ่งในโลก]
[ถือยังว่าเด็กน้อยอยู่นะ เ้าของไลฟ์ทำไมถึงได้ถามคำถามง่าย ๆ แบบนี้ มองก็รู้ว่าเป็กับดัก]
[จริงด้วย ๆ ฉันขอตอบว่าแอนตาร์กติกาให้ใเล่นก็แล้วกัน]
เมื่อเห็นคอมเมนต์สุดท้าย ดวงตาของเฉียวซู่ก็ผิดแปลกไป
“สหายท่านนี้พูดได้ถูก ทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในโลกคือแอนตาร์กติกา!”
“ตามบันทึกการสังเกต ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปีของทั่วทั้งทวีปแอนตาร์กติกอยู่ที่เพียง 55 มิลลิเมตร นอกจากนี้ยังเป็ทะเลทรายที่แห้งที่สุด ลมแรงที่สุด หนาวที่สุด และเลวร้ายที่สุดในโลก”
“ในความเป็จริง ทะเลทรายซาฮาร่าที่ทุกคนรู้จักดีถูกเรียกว่าเป็ทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดเท่านั้น แอนตาร์กติกายังแห้งกว่าทะเลทรายซาฮาร่าด้วยซ้ำ”
“ยังมีนักวิจัยวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งในทวีปแอนตาร์กติกาที่อุทิศทั้งชีวิตเพื่อวิทยาศาสตร์ แม้พวกเขาจะไม่ได้เป็ส่วนหนึ่งของผู้พิทักษ์ทะเลทราย แต่ผมคิดว่าคนเ่าั้ควรค่าแก่การชื่นชมเฉกเช่นผู้พิทักษ์ทะเลทราย”
เป็ตามที่คาดไว้ หลังเฉียวซู่เฉลยคำตอบ คอมเมนต์ก็ลุกฮือ
[โอ้วฉิบ ฉันเดาถูกเหรอ?]
[แอนตาร์กติกาคือทะเลทรายเหรอ? ฉันตื่นเต้นมาก!]
[จริงเหรอเนี่ย การแพร่ข่าวลือเป็เื่ผิดกฎหมายนะ แอนตาร์กติกาเป็ทะเลทราย?]
[ฉันเป็ครูภูมิศาสตร์นักเรียนม.ปลาย ฉันสามารถพิสูจน์ได้ว่าสิ่งที่เ้าของไลฟ์พูดเป็ความจริง แถมความรู้นี้ในคาบสอนก็น่าจะมีพูดอยู่บ้าง]
เฉียวซู่ไม่สนใจการโต้แย้งในคอมเมนต์เลย แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาไม่เคยไลฟ์สดมาก่อน แต่ถึงจะไม่เคยกินหมู ก็ต้องเห็นหมูวิ่งมาก่อนไม่ใช่รึไง?*[1]
เขาตระหนักดีว่าขณะนี้มีผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากบนอินเทอร์เน็ตชอบที่จะใช้ความคิดอันหนักแน่น และสามัญสำนึกในการใช้ชีวิตเพื่อท้าทายผู้เชี่ยวชาญสาขาวิชาชีพนั้น ๆ
เฉียวซู่รังเกียจที่จะโต้เถียงกับคนประเภทนี้ ถ้าหากคนเหล่านี้รู้วิธีใช้เฉียนตู้ พวกเขาก็คงจะไม่โง่เขลา และมั่นใจเหมือนในตอนนี้
“แฮก ๆ”
ตอนนี้เอง เฉียวซู่ได้ยินเสียงหอบอันแ่เบาจากในเสื้อของเขา
เขาก้มลงมอง เห็นว่าหูใบใหญ่ของอาหลียืดออกมาจนสุด ลิ้นสีชมพูห้อยออกมาด้านนอก หายใจหอบแรง
“แย่ละ เ้าตัวเล็กจะเป็ลมแดดแล้ว” เฉียวซู่หยุดเดินในทันที หยิบขวดน้ำในกระเป๋าเป้ออกมา
ผู้ชมในห้องไลฟ์สดก็หยุดการโต้เถียงด้วยเช่นกัน พวกเขามองอาหลีที่อยู่ในอ้อมแขนของเฉียวซู่ด้วยความเป็ห่วง
“จิ้งจอกเฟนเนกมีขนหนาบนตัว เมื่ออุณหภูมิลดลงต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส พวกมันจะเริ่มตัวสั่น”
“เมื่ออุณหภูมิสูงเกิน 35 องศาเซลเซียส พวกมันจะร้อนจนหายใจหอบ และอัตราการหายใจขณะหอบจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 23 ครั้งต่อนาทีเป็ 690 ครั้งต่อนาที”
เฉียวซู่พูดอธิบายขณะเทน้ำลงในฝาขวด
จากนั้นเขาก็ยื่นฝาขวดที่เต็มไปด้วยน้ำให้อาหลีตัวน้อย
“ในเวลานี้ หากไม่ทำอะไรสักอย่าง เ้าตัวน้อยจะเป็ลมแดด และสามารถเกิดภาวะขาดน้ำได้อย่างรวดเร็ว”
หนึ่งคนและหนึ่งจิ้งจอกเดินอยู่ใต้แสงแดดที่แผดเผามาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว แม้อาหลีจะไม่ได้ใช้พลังงานมากนัก แต่มันก็สูญเสียน้ำในร่างกายไปมากเช่นกัน
อาหลียื่นลิ้นสีชมพูเล็ก ๆ ออกมาเลียน้ำในฝาขวดทีละนิด
เมื่อน้ำเข้าสู่ร่างกาย อัตราการหายใจของมันก็เริ่มกลับมาคงที่ โดยไม่ได้ถี่และเร็วเกินไปอีกแล้ว
เฉียวซู่ค่อยรู้สึกโล่งใจขึ้นมาหน่อย พูดด้วยความเสียใจเล็กน้อยว่า “ตอนนั้นไม่น่าใจอ่อนพาอาหลีออกมาด้วยเลย”
“ต้องรู้ไว้ว่า จิ้งจอกเฟนเนกนั้นเป็สายพันธุ์ที่ออกหากินตอนกลางคืน โดยพื้นฐานใน่กลางวันของทะเลทรายเราแทบจะไม่เห็นพวกมันเลย”
เขาเงยหน้าขึ้นมองูเาแห้งแล้งที่อยู่ไกลออกไปนั้น
มองจากจุดนี้ไป รูปร่างของูเาร้างนั้นชัดเจนมากแล้ว ดูเหมือนอยู่ไม่ไกลจากพวกเรามากนัก
แต่คำโบราณพูดไว้อย่างดีว่า ถ้าคุณวิ่งขึ้นไปบนูเาสูง คุณจะต้องตาย
มองออกไปดูเหมือนเป็ระยะทางที่ไม่ไกลมากนัก แต่จริง ๆ แล้วตัวเองยังไปไม่ถึงหนึ่งในสามส่วนด้วยซ้ำ
นี่คือครั้งแรกที่เขาได้เข้าสู่ทะเลทรายแห่งนี้อย่างแท้จริง เฉียวซู่เพิ่งรับรู้ได้ถึงความน่ากลัวที่แอบซ่อนอยู่ในทะเลทรายแห่งความตายซัดหน้าเข้าอย่างจัง
เฉียวซู่ส่ายหน้าด้วยยิ้มขมขื่น ตัวเขาประเมินทะเลทรายนี้ต่ำเกินไปแล้ว
แม้ว่าตัวเองจะมีระบบและสูตรโกง แต่เขาควรเข้าใจความจริงอยู่ข้อหนึ่ง
อันธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่นั้นได้สูตรโกงที่ทรงพลังที่สุดในโลก ซึ่งเพียงพอที่จะกลืนกินมนุษยชาติทั้งหมดให้สิ้นภายในชั่วพริบตา
[1] วิสัยทัศน์ 1.5 หมายความว่า สามารถมองเห็นเส้นสุดท้ายของแผนภูมิวัดระยะสายตาได้เมื่อคุณยืนห่างออกมา 5 เมตรตามมาตรฐานสากล และปิดตาข้างหนึ่ง
[2] สำนวน แม้จะไม่เคยกินเนื้อหมู แต่ก็เคยเห็นหมูวิ่ง หมายถึง เราอาจจะไม่เคยประสบสิ่งนั้นมาด้วยตนเอง แต่เคยได้ยินหรือเห็นมาก่อน อย่างไรก็ต้องรู้มาบ้าง