“ลุงต้วนอี้~!”
เสียงร้องเต็มไปด้วยความสนิทสนมดังขึ้นทางฝั่งท้ายขบวนรถม้า ตงฟางผู้ได้รับหน้าที่ให้นำผงไล่สัตว์อสูรไปโปรยรอบๆได้วิ่งกลับมายังค่ายพักของเขา
ตลอด 20 วันที่เขาอาศัยอยู่กับกลุ่มพ่อค้าเพื่อเดินทางไปเมืองหลงไห่ เขาสนิทกับผู้คนในขบวนรถม้าไม่น้อย จากความร่าเริงและมีน้ำใจของตงฟางทำให้หลายคนชื่นชอบตัวของเขามาก สำหรับลู่จิวเขาก็ช่วยแบกหามของหนัก คอยจัดที่พักไม่ว่าจะเป็ตอนเที่ยงวันหรือตอน่เย็น จนเบาแรงกลุ่มพ่อค้าไปได้มาก
“ตงฟาง มานี่เร็ว”
“โวว ลุงต้วนอี้ทำอะไรกินอย่างนั้นเหรอครับ”
“วันนี้ได้ซุปเนื้อ ระหว่างเดินทางเพื่อนของลุงฆ่าสัตว์อสูรระดับ 1 ได้จึงนำมันมาทำอาหาร”
“เอ๊ะ เหมือนมันจะขาดอะไรสักอย่างไปนะครับ อ๋อผมรู้แล้วว่ามันขาดอะไร ยังขาดเครื่องเทศ งั้นผมเติมลงไปเลยนะครับ”
ตงฟางนำเครื่องเทศที่เขาเก็บเอาไว้ออกมาโยนลงหม้อจนทำให้กลิ่นห้อมฟุ้งกระจายไปทั่วค่ายพัก ในระหว่างเขาค่อยๆคนหม้อด้วยความนุ่มนวล ลู่จิวได้เดินเข้ามานั่งข้างๆพลางแสดงสีหน้าดีใจออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน
“ตงฟาง หากเดินทางอีกครึ่งวันเราก็จะถึงเมืองหลงไห่แล้ว คาดว่าน่าจะถึงเมืองก่อนพระอาทิตย์ตกดิน”
“ใช่แล้ว อย่างที่ลู่จิวพูดนั่นแหละ เราเหลืออีกนิดก็จะถึงเมืองหลงไห่แล้ว” ลุงต้วนอี้เดินเข้ามาพูดเสริม
“จริงเหรอครับลุงต้วนอี้ แบบนี้เราก็จะลากันแล้ว ผมรู้สึกโดดเดี่ยวยังไงไม่รู้สิ อยู่ด้วยกันมาเกือบเดือน”
“ฮ่าๆๆ วันเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา” เอาล่ะมาๆ อาหารมื้อสุดท้ายที่เราจะได้กินด้วยกัน
ซุปเนื้อเริ่มถูกตักแบ่งกันจนทุกคนในขบวนรถม้าได้ไปคนละชามพวกเขาก็เริ่มตักกินด้วยความเอร็ดอร่อย
หลายวันมานี้การเดินทางของกลุ่มพ่อค้าสบายไม่น้อย เพราะพวกเขาแทบไม่เจอสัตว์อสูรบุกโจมตีเลยสักครั้งเดียว แต่สำหรับตงฟางเขากลับคิดว่ามันไม่สบายเลยสักนิดเดียว เขาต้องลงมือฆ่าสัตว์อสูรอย่างลับๆตลอดทาง ด้วยเข็มพิษของเขาทำให้การสังหารสัตว์อสูรเป็ไปได้ง่าย มันตายโดยไม่แม้จะได้วิ่งเข้ามาดูขบวนของพวกเขาเลยสักนิด
“นี่ตงฟาง หากเข้าเมืองไปได้แล้วจะพากันไปทำอะไรอย่างนั้นเหรอ” ลุงต้วนอี้ถามด้วยความสนใจ ตลอดการเดินทางเขารู้ว่าตงฟางและลู่จิวจะไปเข้าสถาบัน แต่เขาคิดว่าเด็กบ้านนอกคงไม่สามารถเข้าได้จึงอยากรู้ลู่ทางของทั้งสองว่าจะทำอะไรต่อหากไม่สามารถเข้าสถาบันเมืองหลงไห่
“อันดับแรกพวกเราจะหาข่าวเกี่ยวกับการสมัครเข้าสถาบันก่อน จากนั้นก็วางแผนเตรียมตัวสอบ เราต้องรู้ให้ได้ก่อนว่าจำเป็ต้องใช้อะไรบ้าง”
“แล้วเคยคิดวางแผนเผื่อเอาไว้ไหม ถ้าสอบไม่ติดจะไปทำอะไร”
“ไม่รู้ครับ ไม่ได้คิดเอาไว้”
“ฮ่าๆๆ เป็คำตอบที่ตรงดี แต่ก็นะ ลุงจะบอกอีกอย่างให้ก็แล้วกัน หากไม่สามารถเข้าสอบสถาบันดารา สถาบันชิงอี้และสถาบันอี้ิ ยังมีสถาบันเฟยเทียนเปิดรับ ใครก็ตามที่ผ่านการชำระล้วนแล้วเข้าเรียนได้ทั้งหมด เพียงแต่ว่า”
“แต่อะไรอย่างนั้นเหรอครับ” ตงฟางย่นคิ้ว ลู่จิวที่อยู่ด้านข้างก็ทำไม่ต่างกัน
“การเข้าศึกษาที่สถาบันเฟยเทียน การแข่งขันมันสูงมากๆ เด็กที่เข้าไปใหม่ล้วนแล้วถูกเรียกว่าศิษย์ทั่วไป การเข้าถึงทรัพยากรล้วนถูกจำกัด แทบจะแย่งกันเลยก็ว่าได้ บางคนเรียนจนอายุ 25 ก็ไม่สามารถก้าวผ่านระดับชำระชีพจรได้ก็มี”
“อ๋อ เื่นั้นต้องไปดูให้เห็นกับตา ผมไม่เชื่อว่าตัวเองจะห่วยแตกขนาดนั้นจริงไหมลู่จิว”
ตงฟางฉีกยิ้มแล้วมองไปยังเพื่อน ทันใดนั้นเองลู่จิวก็คอพับหน้าจุ่มลงไปในชามข้าวแล้วทิ้งตัวลงไปนอนบนพื้นด้วยสภาพหมดสติ ตงฟางถึงกลับเบิกตากว้างเพราะเพื่อนของเขาถูกวางยานอนหลับสลบไปแล้ว
“ฮ่าๆๆ ในที่สุดก็ได้เวลาจัดการกับพวกแกเสียที”
ใบหน้าของกลุ่มพ่อค้าใจดีเปลี่ยนไปเป็โเี้อำมหิต ตงฟางที่เปลี่ยนจากรอยยิ้มไปเป็หน้าซีด ได้กวาดตามองดูทุกๆคนกำลังส่งรอยยิ้มเหี้ยมให้เขา
“มะ…หมายความว่าไง ลุงต้วนอี้ เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงวางยาสลบ”
“ฮ่าๆๆ ถึงเวลาขายพวกแกแล้วไงตงฟาง สำหรับไอ้ลู่จิวน่าจะขายไปเป็ทาสแรงงาน ส่วนแกด้วยใบหน้าหล่อเหลาคงได้ราคาดี เอาล่ะ หลับได้แล้ว พอตื่นอีกทีแกก็จะอยู่ในเมืองหลงไห่อย่างที่้า เพียงแต่ว่าสถานะของแกจะไม่ใช่ชาวบ้านเป็เพียงแค่ทาสเท่านั้น จงหลับซะ”
ตุบ~!
ร่างของหนึ่งในพ่อค้าล้มตัวลงไปนอนบนพื้นดินด้วยพิษของยาสลบไม่ต่างจากลู่จิว สร้างความตกตะลึงให้ต้วนอี้ไม่น้อย
“เฮ่ย มันดื่มน้ำเข้าไปเหรอ”
“เปล่า พวกเรายังไม่มีใครดื่มน้ำเลยสักคน”
“แล้วทำไมมันสลบ”
“ผมทำเอง”
ทุกคนมองจ้องไปยังตงฟางพลางแสดงสีหน้าตะลึงงัน พวกเขาวางแผนกันอย่างดีว่าวันนี้จะใส่ยานอนหลับลงไปในน้ำเปล่า เพื่อจับตัวเด็กสองคนไปขาย
สิ่งที่พวกเขาพบเจอกลับเป็การถูกตลบหลังจากฝีมือของเด็กคนหนึ่ง ทำให้พวกเขาค่อยๆล้มตัวลงไปนอนบนพื้นดิน
“ไอ้ ไอ้ตงฟางแก”
“พวกลุงก็วางยาผม ผมก็แค่วางคืน ถือว่าเราเสมอกันนะครับ”
ตงฟางฉีกยิ้มกว้าง การทำดีของเขาหลายวันที่ผ่านมาก็เพื่อความสนุกสนานเท่านั้น เขารู้ั้แ่วันแรกที่เดินทางแล้วว่าพ่อค้ากลุ่มนี้คิดไม่ดีกับเขา ด้วยความสามารถหูทิพย์เขาได้ยินทุกอย่างที่พ่อค้ากลุ่มนี้คุยกันว่าจะวางยา
วันนี้เขาจึงถือโอกาสอีกฝ่ายลงมือทำการสวนกลับด้วยการวางยานอนหลับตัวเดียวกันกับของกลุ่มพ่อค้าลงไปในซุปหม้อใหญ่ แม้กลุ่มพ่อค้าจะหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำเปล่าเพราะในน้ำใส่ยาสลบเอาไว้ สุดท้ายซุปหม้อใหญ่ที่ตงฟางเทเครื่องเทศลงไปมันกลับมียานอนหลับที่เขาเทลงไปพร้อมกัน
“เอาล่ะ ฝันดีนะครับ ทางใครทางมัน อย่าเจอกันอีกจะดีกว่า”
ตุบ~!
ต้วนอี้ล้มลงไปบนพื้นจากฤทธิ์ของยาสลบที่ตงฟาใส่ลงไปหมดห่อ เขาเชื่อว่าคนกลุ่มนี้น่าจะหลับไม่ต่ำกว่า 1 วัน
“อย่าโกรธกันเลยนะ ตาแก่หลี่หยุนให้เงินมาน้อย ขอแบ่งคนละนิดหน่อยคงไม่ว่ากัน ยังไงพวกลุงก็ไม่มีลูกไม่มีเมีย ผมจะไม่นำลุงๆไปขายหรอกนะ แค่จะขอเงินเท่านั้นพอ สินค้ามากมายผมก็จะไม่ขโมยไปหรอกมันบาป ขอแค่เงินเล็กๆน้อยๆ”
ตงฟางค่อยๆแหวกเสื้อผ้าต้วนอี้ค้นหาของมีค่าเพื่อนำติดตัวเดินทางไปยังเมืองหลงไห่ จนเขาได้เงินมากมายในอกเสื้อเขาจึงเดินไปค้นตัวพ่อค้าคนอื่นๆจนทุกคนไม่มีเงินเหลือติดตัวสักแดงเดียว
“วาห์ ขอโทษนะครับ ว่าจะขอสักเล็กน้อย ความโลภดันเข้าครอบงำร่างของผม ไม่นะ ไม่ ฮ่าๆๆๆ”
ตงฟางฉีกยิ้มกว้าง พลางมองจ้องไปยังลู่จิวแล้วส่ายหน้า ถึงอย่างนั้นเขาต้องพามันไปด้วยเพราะอยู่ด้วยกันถึง 15 ปี อย่างน้อยๆเขาก็ใช้งานมันได้จึงเก็บไว้ข้างตัว
“ไหนดูซิ มีอาวุธอะไรให้ปล้น โอ๊ะ ต้องบอกว่ายืมสิ ฮ่าๆๆ”
ตงฟางเปิดรถม้าท้ายสุดแล้วค้นหาอาวุธเหมาะมือ แม้ทุกอย่างจะเป็เพียงอาวุธธรรมดา ยังไม่ถึงขั้นเป็อาวุธระดับ 1 มันกลับดีกว่าเขาใช้มือเปล่าต่อสู้ อย่างน้อยมันก็ใช้ข่มขู่พวกที่คิดจะเข้ามาหาเื่เขาได้
“เล่นเป็นักดาบก็แล้วกัน เอาสัก 5 เล่มพอจะได้ดูน่าเชื่อถือ”
ดาบยาว 1.25 เมตรจำนวน 5 เล่มถูกนำมาสะพายไว้บนหลังจนไม่เหลือที่ว่างให้เขาสะพายอะไรได้อีก ไม่เพียงเท่านั้นตงฟางยังนำเข็มขัดเต็มไปด้วยมีด 10 เล่มมาคาดเอวจนเหมือนนักฆ่า เมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อมเสร็จเขาจึงเดินไปยังรถม้าคันหน้าสุด แล้วควบมันเดินหน้ามุ่งสู่เมืองหลงไห่ทันที
“ลาก่อนนะลุงต้วนอี้”
พลังจิตพุ่งเข้ายกรถม้าอีกครั้งจากนั้นตงฟางก็เริ่มสะบัดแส้ใส่หลังสัตว์อสูรให้พวกมันเพิ่มความเร็วมุ่งหน้าไปเมืองหลงไห่ เขาอยากไปให้ถึงเร็วที่สุด จะได้มีเวลาหาที่พักผ่อน
—------------------------------------
“เอ~ ป่านนี้ไอ้เด็กเวรตงฟางนั่นจะไปถึงเมืองหลงไห่ยังนะ คงไม่ถูกปล้นหรือถูกสัตว์อสูรกินระหว่างทางหรอกนะ”
หลี่หยุนมองจ้องท้องฟ้า ั้แ่ตรวจสอบบทลงโทษของกลุ่มคนที่ขโมยดวงตาลูกชายแล้วเป็สาเหตุให้ภรรยาตกตาย เขาได้ละทิ้งเครือข่ายตระกูลหลี่ไปทั้งหมด จึงทำให้เขาตัดขาดจากโลกภายนอกไม่รู้การเคลื่อนไหวของใครเลย
ตอนนี้เขารู้สึกเป็ห่วงลูกชายมาก การเดินทางเข้าสู่วันที่ 20 แล้วเขาไม่รู้เลยว่าลูกชายที่พึ่งเดินทางออกจากหมู่บ้านครั้งแรกจะประสบพบเจอกับเหตุการณ์ร้ายแรงอะไร ถึงอย่างนั้นเขาก็หวังให้ลูกชายเดินทางถึงเมืองหลงไห่แล้วทำตามเป้าหมายให้ได้ตาม้า
“คงไม่ถูกขายเป็ทาสกามหรอกนะ”
—------------------------------------
“อือ~”
เสียงครางดังขึ้นเบาๆจากชายที่นอนอยู่ในรถม้า ตงฟางจึงหันหน้าไปมองเพื่อนตัวเองด้วยความใตื่น หลังจากลู่จิวฟื้นขึ้นมาจากฤทธิ์ยาสลบด้วยระยะเวลาเพียง 3 ชั่วโมงเท่านั้น
“ตงฟาง เราอยู่ไหนกันเหรอ”
“อีกราวๆ 5 ร้อยเมตรก็จะถึงเมืองหลงไห่แล้ว นั่นกำแพงเมืองอีกไม่นานก็จะไปถึงประตูทางเข้า”
“ฮะ เร็วขนาดนั้นแล้วนี่ฉันเป็อะไรไป”
“แกถูกยานอนหลับ”
“ฮะ ยานอนหลับ แล้วไปโดนตอนไหนเนี๊ย แล้วทำไมถึงไม่ได้ยินเสียงรถม้าคันอื่น” ตงฟางมองหน้าลู่จิวที่พยายามค้นหารอยาแบนร่างกาย พลางมองออกไปรอบๆ
“ลืมไปซะเถอะ ลุงต้วนอี้คิดจะนำพวกเราไปขายเป็ทาส แกจะกลายเป็ทาสแรงงาน ส่วนฉันจะถูกทำให้กลายเป็ทาสกาม”
“สองมาตรฐาน ฉันก็หล่อพอตัวทำไมไม่ได้เป็ทาสกามเหมือนแกวะตงฟาง”
“ยังอยากจะเป็ทาสกามอีก เอาเป็ว่าลุงต้วนอี้วางยาเรา”
“แล้วทำไมแกไม่เป็อะไรวะ ตอนนี้พวกลุงแกอยู่ไหน จับส่งทหารไหม”
“ไม่ล่ะ ี้เียุ่งด้วย ตอนนี้ลุงแกคงจะพากันนอนหลับจากยานอนหลับนั่นแหละ”
“หืม แกวางยากลับคืนอย่างนั้นเหรอ สุดยอดเลยเพื่อนว่าแต่ แกยังไม่ตอบเลยนะว่าทำไมแกขับรถม้าได้ แกน่าจะโดนยานอนหลบไปด้วยหนิ”
“ฉันไม่ได้กินอะไรเลย”
ตงฟางเลือกที่จะโกหก เขากินทุกอย่างเหมือนทุกๆคน เพียงแต่ร่างกายของเขาไม่ได้รับผลกระทบจากยาสลบ จึงทำให้เขาปกติทุกอย่าง
“หยุด~!”
เสียงร้องบอกให้สัตว์อสูรหยุดวิ่งดังจากตงฟาง ตลอดหลายวันที่ผ่านมาเขาเรียนรู้การบังคับสัตว์อสูรจากพ่อค้ามาเช่นกัน ทำให้เขาสั่งการมันได้ด้วยเชือก ถึงอย่างนั้นเขาก็สามารถบังคับมันด้วยจิตเช่นกัน ด้วยเทเลพาที เขาสามารถสื่อสารกับมันได้
“พวกแกมาจากไหน”
ทหารเฝ้าหน้าประตูเมืองเอ่ยถามพร้อมกับขวางทางเข้าเมืองด้วยหอก
“พวกเรามาจากหมู่บ้านหญ้าสด เป็เพียงพ่อค้ากลุ่มเล็กๆ นี่ตราของพวกเรา”
ตงฟางโกหกแล้วยื่นตราของลุงต้วนอี้ให้ทหารไม่เพียงเท่านั้นเขาได้แนบหินิญญาไปด้วยเพื่อให้การพูดคุยเป็ไปได้ง่าย ทางฝั่งทหารที่เห็นป้ายและเห็นหินิญญาต่างยิ้มให้แล้วปล่อยให้ตงฟางเข้าไปในเมืองได้ง่ายๆ ไม่มีอะไรมาขัดขวาง
“โวว นี่เหรอเมืองหลงไห่”
ดวงตาของลู่จิวเบิกกว้างกับภาพด้านหลังบานประตูขนาดใหญ่ที่ก้าวเข้ามา ทางฝั่งตงฟางเขาก็เบิกตาไม่ต่างกัน กับเมืองที่ถูกสร้างมาจากอิฐสีเทาทั้งหมดต่างจากบ้านของพวกเขาที่สร้างมาจากไม้ธรรมดาเท่านั้น