สำนักบงกชมารสตรีที่ฝึกในสำนักถนัดการใช้มนต์ดำ ฆ่าคนได้อย่างง่ายดายอีกทั้งยังไม่ทราบวิธีการที่พวกนางใช้ พวกนางแข็งแกร่งมากวิธีการสังหารบุรุษนั้นรุนแรงเหลือเกิน
ตอนนั้นสำนักบงกชมารเคยอยากลองปกครองเมืองมังกรเพราะเหตุนี้จึงถูกทุกคนมองว่าเป็นสำนักมาร ชั่วร้ายไร้คุณธรรมเข่นฆ่าผู้คนโดยมีตัวเองเป็นใหญ่เพียงผู้เดียว
ยิ่งไปกว่านั้นไม่มีใครรู้ประวัติความเป็นมาของพวกนางแม้กระทั่งผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลงก็ยังไม่รู้ตอนนั้นตระกูลหลงและตระกูลเซียวอาศัยการออกตัวเป็นวีรบุรุษ ขับสำนักบงกชมารออกจากเมืองมังกรวันนี้พวกนางมาอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำให้ทุกคนตกใจมาก
หรือวันนี้พวกนางต้องการใช้เลือดมาชำระล้างความอับอายในวันนั้นเข่นฆ่าในตระกูลหลงให้เลือดนองงั้นหรือ? ทุกคนมองพวกนางด้วยความตกใจ
ผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลงขมวดคิ้วมุ่นถึงกระนั้น ตอนนี้ตระกูลหลงมีพละกำลังมากพอที่จะต่อต้านสำนักบงกชมารแล้ว
“หลงกงฉู่ ไม่เจอกันหลายปี นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะแก่ลงมากเพียงนี้ ฮ่าๆๆ...” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงชั่วร้าย เสียงที่ดังกึกก้องมิอาจแยกเพศของนางได้ทำให้ฟังดูแล้วน่าขนลุกมาก หญิงที่ถูกล้อมอยู่ตรงกลางโรยตัวลงมาผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลงเองนับถือความพยายามของพวกนางมาก
ผู้อาวุโสคำราม“อู่หยา นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะยังดูสาวเช่นนี้ดูเหมือนเจ้าคงดูดกินเลือดเนื้อของบุรุษไปไม่น้อยสินะ นางมารร้ายวันนี้ตระกูลหลงจัดงานประลองประจำตระกูล ข้าจำได้ว่าหาได้เชิญเจ้าไม่ เจ้าไปเสียจะดีกว่าลูกหลานตระกูลหลงของข้าจะได้ไม่ต้องตกใจกลัว”
อู่หยาประมุขแห่งสำนักบงกชมารหัวเราะแววตาเปลี่ยนเป็นเยือกเย็น ลำแสงสีทองพุ่งเข้าไปทางผู้อาวุโส เวลาเดียวกันผู้อาวุโสก็แผ่รังสีพลังที่แข็งแกร่งออกไปเช่นกัน “ชิ้ง!”นิ้วมือของเขาดีดเข็มทองออกไปเบาๆ
“อู่หยา มิคาดคิดว่าไม่เจอกันหลายปีเจ้ายังชอบลอบทำร้ายคนอื่นเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนหากไม่ใช่ข้าที่ป้องกันตัวตั้งแต่แรก เกรงว่าตอนนี้คงติดกับเจ้าแล้ว”
ตั้งแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบันสำนักมารย่อมแพ้ให้แก่สำนักที่มีคุณธรรมอยู่แล้วผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลงเตรียมตัวไว้เรียบร้อยคาดว่าการมาของอู่หยาต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่
อู่หยายิ้มอย่างเลือดเย็นเวลานี้นางกลับยื่นมือออกมาหยุดการโจมตีของผู้อาวุโส
“ช้าก่อน เจ้าแก่ไม่รู้จักตาย หรือยังต่อสู้เก่งอีกหรือ? ที่ข้ามาในวันนี้เพราะมีเรื่องอยากถามคนที่อยู่ข้างกายเจ้า”
อู่หยามองไปทางหลงเหยียนที่อยู่ข้างกายผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลงรังสีสังหารในแววตาก็ลุกโชน
หลงเหยียนสบตานางไม่หลบสายตาเลยแม้แต่น้อย คล้ายต้องมนต์สะกดเช่นนั้น
“อ้อ?” เวลานี้เอง ผู้อาวุโสมองไปทางหลงเหยียนแววตาเต็มไปด้วยความสงสัย
หลงเหยียนเข้าใจแล้วต้องเป็นเพราะก่อนหน้านี้ตนอยู่กับไป๋รั่วอี มีคนพบเห็นและคนที่รู้เรื่องนี้ก็คือเซียวปิงหลานกับหลงเอ้าอวี หลงเอ้าอวีตายแล้วตอนนี้เหลือแค่เซียวปิงหลาน ดูเหมือนเจ้าหมอนั่นต้องเป็นคนกระจายข่าวนี้ทำให้คนของสำนักบงกชมารหาตนเจอ
“หลงกงฉู่ เมื่อครึ่งเดือนก่อน ไป๋รั่วอี ศิษย์ในสำนักของข้าขโมยคัมภีร์กายสุริยะหนีออกจากสำนักแต่ข้าได้ยินมาว่าเขาพบชายหนุ่มผู้หนึ่ง และชายผู้นั้นก็คือคนที่อยู่ข้างกายเจ้า”
ผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลงมองไปทางหลงเหยียน“หลงเหยียน เป็นแบบนั้นจริงหรือ?”
หลงเหยียนพูดด้วยความเคารพ“ท่านปู่ เป็นเช่นนั้นจริงๆ ตอนนั้นข้าถูกตามฆ่าที่ศาลากลางน้ำจากนั้นก็พบแม่นางไป๋ที่กำลังคิดฆ่าตัวตายอย่างไม่ได้ตั้งใจข้าจึงช่วยชีวิตนางไว้”
“อ๋อ ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ลูกหลานของตระกูลหลงช่างเป็นคนมีคุณธรรม ไม่เลว”ผู้อาวุโสเอ่ยปากชมหลงเหยียน พลางก็หันมามอง
“ข้าว่าคงไม่ใช่แค่นั้นกระมังเพราะอะไรข้าถึงได้ยินมาว่าเขาข่มเหงศิษย์สำนักข้า จากนั้นก็สังหารนางทั้งยังชิงคัมภีร์กายสุริยะไปอีก? อายุแค่นี้แต่กลับมีจิตใจชั่วช้าเช่นนี้”
คำถามจากอู่หยาประมุขสำนักบงกชมารทำให้สายตาของทุกคนจับจ้องมาที่หลงเหยียน
วิธีการของสำนักบงกชมารนั้นโหดร้ายคนส่วนมากกล้าพูดวิพากษ์วิจารณ์เสียงเบา ไม่กล้าพูดให้พวกนางได้ยิน
“นึกไม่ถึงว่าหลงเหยียนดูเป็นคนมีชาติตระกูล แต่กลับมีจิตใจชั่วช้าเช่นนี้”ดูจากการประลองเมื่อครู่แล้ว การที่หลงเหยียนเอาชนะการประลองได้ เกรงว่าคงหนีเรื่องนี้ไม่พ้น
“เป็นไปไม่ได้ พวกเจ้าจะพูดวิจารณ์โดยไม่มีมูลเหตุได้อย่างไรพวกเจ้าเชื่อคำพูดของสำนักบงกชมารด้วยหรือ? อีกอย่างหญิงเหล่านั้นล้วนเป็นมารร้ายที่ฆ่าคนในเสี้ยววินาทีทั้งนั้น ต่อให้จะเป็นเช่นนั้นแต่เรื่องนี้ก็เหมือนการแก้แค้นให้กับฝ่ายคุณธรรมอย่างเรา”
หลงเหยียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อไม่เพิ่มปัญหาให้กับวงศ์ตระกูล เขามองไปทางอู่หยา
ก่อนจะพูดด้วยเสียงบริสุทธิ์“ผู้น้อยหลงเหยียนคารวะประมุขสำนักบงกชมารสิ่งที่ท่านพูดมาเมื่อครู่เป็นความจริงเพียงครึ่งหนึ่ง ข้าช่วยแม่นางไป๋ไว้จริงแต่เพราะทราบว่านางป่วยหนัก แล้วมีหรือที่ข้าจะทำเรื่องต่ำทรามเช่นนั้น”
“ข้ารู้ว่าท่านมาที่นี่ด้วยเหตุใด...” ขณะที่พูดนั้นหลงเหยียนก็หยิบคัมภีร์กายสุริยะออกมาจากเสื้อ
“นี่คือคัมภีร์ที่แม่นางไป๋มอบให้ข้าก่อนตายนางบอกว่าข้าว่าแอบขโมยออกมาจากสำนัก ตอนนี้ข้าขอคืนมันกลับสู่เจ้าของที่แท้จริง”
อย่างไรเสียหลงเหยียนก็จำเนื้อหาในคัมภีร์ได้หมดแล้ว การส่งมันคืนก็ไม่เป็นผล
ความจริงหากไป๋รั่วอียังไม่ตายถูกประมุขแห่งสำนักบงกชมารจับกลับไปก็คงต้องถูกตีตายความเป็นความตายของนางไม่สำคัญ ที่สำคัญคือคัมภีร์กายสุริยะเล่มนั้น
ผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลงพูดด้วยความประหลาดใจเพื่อความปลอดภัยของตระกูลหลงหลงเหยียนใช้มือทั้งสองข้างประคองคัมภีร์คืนให้ประมุขสำนักบงกชมารแสดงให้เห็นถึงความจริงใจ
“อู่หยา เจ้าได้คัมภีร์เล่มนี้คืนไปแล้ว เช่นนั้นก็เชิญ ข้าไม่ส่ง!”หลังจากพูดจบ พลังที่มหาศาลก็ระเบิดออกจากร่างผู้อาวุโส
ทุกคนต่างก็ตกใจอู่หยาแหงนหน้าหัวเราะเสียงดังกายที่ผสานด้วยหยินและหยางปรากฏใบหน้าของชายผู้หนึ่งด้านหลังศีรษะอย่างกะทันหัน
เขาหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง“อู่หยา เจ้ารู้จักข้าดีจริงๆ เจ้าเด็กนั่นฝึกวิชากายสุริยะของข้าสำเร็จแล้วนอกจากให้ข้าทำลายพละกำลังของเขาทั้งหมด มิเช่นนั้นวันนี้ตระกูลหลงต้องเนืองเลือดเท่านั้น”
ทันใดนั้นพลังที่ทะลุทะลวงก็ซัดออกมา ร่างกายของอู่หยากลายเป็นหญิงอีกครั้งทุกคนต่างก็ตกใจผวา ห้วงอากาศเริ่มร้อนระอุ
จู่ๆในมืออู่หยาก็ปรากฏหม้อขนาดใหญ่ที่มีควันร้อนลอยออกมา...
“นั่นอะไร! กายพิทักษ์อสรพิษ!”ผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลงเปล่งออกมาด้วยความตกใจ
“ทุกคนรีบสะกดลมหายใจเร็ว อย่าสูดควันพิษนี้เข้าไปเด็ดขาดมันสามารถควบคุมร่างกายคนได้” ผู้อาวุโสตะโกน
คนที่อยู่ด้านล่างเริ่มควบคุมร่างกายไม่อยู่ร่างกายโซเซ แววตาของทุกคนดูเลื่อนลอย ไม่นานคนเหล่านั้นก็เริ่มต่อสู้กันเอง
หลงเหยียนตกใจมากนึกไม่ถึงว่ากายพิทักษ์อสรพิษจะร้ายแรงเพียงนี้ ร่างกายถูกฝ่ามือผู้อาวุโสผลักออกมือทั้งสองข้างพุ่งออกไปหาฝ่ามือของประมุขที่กำลังควบคุมกายพิทักษ์อสรพิษ
พละกำลังขั้นที่เก้าสูงสุดทันใดนั้น ฝ่ามือของผู้อาวุโสและอู่หยาประสานกัน พลังที่มหาศาลเกิดการปะทะ
วินาทีที่ฝ่ามือของพวกเขาสองคนประสานกันนั้นลำแสงที่เจิดจ้ากระจายออกไป ท้องฟ้าเปลี่ยนสี ทำให้ทุกคนที่เห็นต่างก็ตกตะลึง
เมื่อครู่ผู้อาวุโสใช้หมัดทะลวงฟ้าที่เป็นวิชาต่อสู้ระดับทองคำขั้นเริ่มต้นเท่านั้นแต่ก็ทำให้ประมุขแห่งสำนักบงกชมารถอยได้แล้ว
“หลงกงฉู่ เจ้าจะไม่มอบเจ้าเด็กนั่นให้ข้าจริงหรือ”
“อู่หยา อย่าเหลวไหล เจ้าได้คัมภีร์คืนไปแล้ว หากยังไม่กลับไปอย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ”
อู่หยากัดฟันนึกไม่ถึงว่าตาเฒ่าแห่งตระกูลหลงจะมีพลังแข็งแกร่งเช่นนี้ดูเหมือนวันนี้คงเจรจาไม่ได้แล้ว
“ดี ดีมาก ฝากไว้ก่อนเถิดเชื่อว่าอีกไม่นานตระกูลหลงของพวกเจ้าก็จะพังพินาศแล้ว” ขณะที่พูดนางก็พาศิษย์ในสำนักบงกชมารลอยออกจากตระกูลหลง
หลงเหยียนเห็นผู้อาวุโสขวางตรงหน้าตนนี่เป็นครั้งแรกที่เขาให้ความสำคัญหลานคนนี้มากเพียงนี้
“ท่านปู่ ท่านไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่ขอรับ”
ผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลงมองหลงเหยียนแล้วยิ้มเจื่อน“เหยียนเอ๋อ วันนี้เกิดเรื่องไม่น้อยเลยนะดูเหมือนเจ้ามีเรื่องปิดบังข้าอีกหลายเรื่อง ไป กลับไปพร้อมข้า”
--------------------