บทที่ 43 ทุกคนถือเป็นญาติกันหมด
หลังจากที่กู้หนิงพูดออกมา สมาชิกตระกูลกู้พลันเงียบเสียงลงหมด ทุกคนมองหญิงสาวด้วยความไม่อยากเชื่อ เธอพูดจริงอย่างนั้นเหรอ?
โจวเหวินเยี่ยนเป็นคนแรกที่ตั้งสติได้ เขารีบเดินตรงไปหากู้หนิง ร่างกายสูงใหญ่ของเขายืนค้ำศีรษะเธอ และพูดด้วยความโมโหว่า “กู้หนิงเธอจะบ้าหรือไง?” ถ้าเธอแต่งงานกับคุณอา เขาก็ต้องเรียกเธอว่าอาสะใภ้น่ะสิ?
กู้หนิงไม่ได้กลัวแม้แต่น้อย เธอเลิกคิ้วขึ้นสูงถามว่า "แล้วไง? มีแค่คุณหรือไงที่ถอนหมั้นพี่สาวแล้วไปแต่งกับน้องสาวได้ ฉันเลิกกับคุณแล้วจะไปแต่งกับคุณอาของคุณไม่ได้หรือไง?”
เมื่อได้ยินคำนี้ โจวเหวินเยี่ยนก็แทบพูดอะไรไม่ออก เขากล่าวว่า "มันจะเหมือนกันได้ยังไง?”
“มีตรงไหนไม่เหมือนล่ะ? ทุกคนเป็นญาติกันหมดไม่ใช่เหรอ? พวกเรากลายเป็นญาติกัน แล้วจะเป็นอะไรไป?” กู้หนิงยิ้มกวนโมโห กวาดตามองทุกคนที่อยู่ในห้อง "หนูว่าการแต่งงานกับคุณอาเป็นความคิดที่ดีมาก ทุกคนคิดว่ายังไงคะ?”
“ฉันคิดว่า…” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น แล้วโจวจื้อหย่วนก็เปิดประตูเดินเข้ามา
กู้หนิงไม่ตกใจเมื่อได้ยินเสียงนั้น เธอพูดสวนกลับไปโดยไม่หันไปมอง “คนอื่นคิดยังไงไม่สำคัญ แค่ฉันคิดว่าดีก็พอแล้ว”
“คิดว่าการแต่งงานกับคุณอาเป็นความคิดที่ดีค่ะ”
“อืม?”
มีคนเห็นด้วยกับความคิดนี้จริงเหรอ? กู้หนิงตกใจไปชั่วขณะ เธอหันหลังกลับไปมองด้วยความตื่นตระหนก เมื่อเห็นโจวจื้อหย่วนก้าวเข้ามา เธอก็รู้สึกเหมือนทั่วร่างถูกฟ้าผ่า
โจวจื้อหย่วนมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!?
เขามาปรากฏตัวที่นี่ได้ยังไง!?
เขามาปรากฏตัวในเวลานี้ได้ยังไง!?
กู้หนิงยืนอึ้งตะลึงงัน สมองว่างเปล่าไปชั่วขณะ หากเธอย้อนเวลากลับไปได้ เธอจะไม่พูดคำนั้นออกมาอย่างแน่นอน…ไม่มีทาง! แต่ตอนนี้เขามาอยู่ที่นี่แล้ว เธอจะทำยังไงต่อไปดี?
ในจังหวะที่กู้หนิงไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีนั้น โจวจื้อหย่วนก็ยืนเอามือไขว้หลัง ใบหน้าหล่อเหลากวาดสายตามองทุกคน และพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “กู้หนิงกำลังโกรธคำพูดของโจวเหวินเยี่ยน เราอย่ายึดถือคำพูดของเธอเป็นจริงเป็นจังเลยครับ”
เขารีบปฏิเสธความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองอย่างรวดเร็ว และนี่ยังทำให้กู้หนิงรู้สึกโล่งใจขึ้นอีกด้วย กลิ่นอายน่าเกรงขามของโจวจื้อหย่วนแผ่ปกคลุมไปรอบบริเวณ เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาพูดออกมา ผู้คนมักจะเชื่อฟัง เดิมทีทุกคนคิดอยู่แล้วว่า ก่อนหน้านี้กู้หนิงเพียงพูดออกมาเพราะต้องการประชดประชันโจวเหวินเยี่ยนเท่านั้น
จ้าวกุ้ยฮวาเป็นคนแรกที่ตั้งสติขึ้นมาได้ เธอตบเข่าฉาดและหันไปมองกู้หนิงอย่างตำหนิ "ใช่ ใช่แล้ว สหายโจวกล่าวได้ถูกต้อง กู้หนิงพูดออกไปอย่างนั้นก็เพราะกำลังโกรธโจวเหวินเยี่ยน”
โจวเหวินเยี่ยนไม่รู้จะมองไปที่ไหนอีกแล้ว เขาถอนหายใจเล็กน้อย ไม่เป็นไร…กู้หนิงไม่ได้แต่งงานกับคุณอาของเขาจริง ๆ ก็ดีแล้ว เรื่องนั้นทำให้เขาตกใจแทบแย่ โจวเหวินเยี่ยนรู้สึกว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่ากลัวมากยิ่งกว่าเรื่องที่เขาจะแต่งงานกับกู้เหยาเสียอีก!
แต่การกระทำของโจวเหวินเยี่ยนไม่อาจรอดพ้นสายตาของโจวจื้อหย่วนไปได้ เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย พูดอย่างเย็นชาว่า “โจวเหวินเยี่ยน แม่ของแกตามกลับบ้านแล้ว…” พอพูดถึงเรื่องนี้ ชายหนุ่มก็รู้สึกโมโหหลานชายคนนี้ขึ้นมา โจวเหวินเยี่ยนควรจะกลับไปที่โรงพยาบาลเพื่อดูแลผู้เฒ่าโจวตั้งแต่ตอนเช้า แต่เขากลับวิ่งหนี เอาตัวเองมาอยู่ที่นี่
นอกจากนี้ โจวเหวินเยี่ยนไม่ได้มาที่นี่เฉย ๆ เท่านั้น ทว่ายังเตรียมการเรื่องกำหนดงานแต่งระหว่างตระกูลโจวกับตระกูลกู้อีกด้วย
ทันทีที่พิธีแต่งงานผ่านพ้นไป เหยาฮุ่ยหรูก็จะได้รู้ทันทีว่า โจวเหวินเยี่ยนแอบไปบ้านตระกูลกู้เพื่อทำการแต่งงานกับฝ่ายหญิงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากตนเอง
นี่จึงเป็นเหตุผลที่โจวจื้อหย่วนมาที่นี่เพื่อพาตัวหลานชายกลับไป
โจวเหวินเยี่ยนยืนตัวแข็งทื่อ จากนั้นเขาก็รู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่มาถึงก่อน เมื่อคุณอามาถึง…นั่นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกแล้ว เขาขอร้องเสียงเบา ๆ ว่า "คุณอาครับ ผมรักเหยาเหยาจริง ๆ นะ คุณอาก็เห็นด้วยกับการแต่งงานของเราใช่ไหม?”
โจวจื้อหย่วนไม่อยากพูดเรื่องไร้สาระอีก เขาเข้าประเด็นทันที "แกคิดว่าตระกูลกู้จะเห็นด้วยไหมล่ะ?” การแต่งงานครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงตระกูลกู้เท่านั้นที่ไม่เห็นด้วย แม้แต่ตระกูลโจวก็ไม่เห็นด้วยเช่นกัน ดังนั้นการขอร้องอ้อนวอนของเขาจึงไม่มีประโยชน์
โจวเหวินเยี่ยนหันไปหาจ้าวกุ้ยฮวา หญิงชราส่ายศีรษะอย่างเย็นชา ตอบกลับมาตามปกติว่า "หลานสาวตระกูลกู้จะแต่งงานกับหมูหมากาไก่หรือขอทานที่ไหนก็ได้ แต่ไม่มีวันจะแต่งงานกับคุณเด็ดขาด” ต่อให้ชายหนุ่มคนนี้จะเป็นลูกเขยทองคำ แต่ตระกูลกู้ไม่อาจทนรับความอับอายได้
เมื่อทุกคนยิ่งต่อต้านการแต่งงานครั้งนี้ โจวเหวินเยี่ยนก็ยิ่งอยากทำให้ทุกคนรู้ว่า เขากับกู้เหยาคือรักแท้ของกันและกันจริง ๆ เขาจะต่อสู้กับโลกทั้งใบเพื่อรักแท้! "พวกคุณใจร้ายกันจริง ๆ พวกคุณกำลังขัดขวางความรักระหว่างผมกับกู้เหยา เราสองคนมีรักแท้ให้กัน แต่พวกคุณไม่เข้าใจเอาเสียเลย”
โจวเหวินเยี่ยนก้าวถอยหลังไปเล็กน้อย ก่อนจะยกนิ้วชี้หน้าทุกคน หัวเราะเยาะว่า "พวกคุณไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานครั้งนี้ใช่ไหม? ไม่เป็นไร งั้นผมจะบอกให้ว่าผมมีอะไรกับกู้เหยาแล้ว…” ใช่แล้ว ทันทีที่โจวเหวินเยี่ยนพูดประโยคนี้ออกมา โจวเหวินเยี่ยนก็ยิ่งรู้สึกผิดน้อยลงและรู้สึกมีความมั่นใจมากขึ้น เขาเคยได้ยินมาว่า ยิ่งคนเราโกหกมากเท่าไหร่ ถ้าโกหกต่อไปเรื่อย ๆ เรื่องโกหกนั้นก็จะกลายเป็นเรื่องจริง “กู้เหยา เธอมีอะไรกับฉันแล้ว แต่พวกเขาไม่ให้ฉันแต่งงานกับเธอ!”
กู้เหยา “???”
เธอผู้ซึ่งรีบกลับมาจากเมืองอานโจว ไม่คิดเลยว่าตนเองกลับมาถึงบ้านแล้วจะต้องได้ยินอะไรแบบนี้
มีอะไรกับผีน่ะสิ!
ไอ้โง่! โจวเหวินเยี่ยน!
เธอขอให้โจวเหวินเยี่ยนมาที่บ้านเพื่อคุยเรื่องแต่งงาน แต่ไม่เคยบอกให้เขาโกหกทุกคนว่า เธอเคยมีอะไรกับเขาแบบนี้ ยิ่งเมื่อเขาพูดเรื่องนี้ต่อหน้าโจวจื้อหย่วน แล้วโจวจื้อหย่วนจะมองเธอเป็นคนอย่างไร? เขาคงมองเธอเป็นเด็กใจแตกคนใจง่ายใช่ไหม? เขาจะสงสัยไหมว่ามันไม่ใช่ความจริง?
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ กู้เหยาก็รู้สึกโกรธจนใบหน้าและดวงตาแดงก่ำ เธอทั้งอับอายและโมโหอยากจะเข้าไปฉีกกระชากร่างของโจวเหวินเยี่ยนให้เป็นชิ้น ๆ
เขากล้าดีอย่างไร? กล้าดีอย่างไรถึงได้มาทำลายภาพลักษณ์ของเธอแบบนี้
สีหน้าที่เปลี่ยนไปของกู้เหยา ประกอบกับคำพูดของโจวเหวินเยี่ยน ทำให้สมาชิกตระกูลกู้ตกอยู่ในความเงียบสงัด
มีอะไรกันแล้ว? มีอะไรกันแล้ว? อดีตว่าที่พี่เขยมีอะไรกับน้องสาวของอดีตคู่หมั้น...
กู้เหยามีอายุเท่าไหร่เอง? เธออายุเพียงสิบแปดปีเท่านั้น แต่กลับหลับนอนกับอดีตคู่หมั้นของพี่สาวตัวเองโดยที่ยังไม่ได้หมั้นหมายกันเลยด้วยซ้ำ
นี่คือเรื่องไร้ยางอายที่สุด! สมาชิกทุกคนของตระกูลกู้คิดเหมือนกัน พวกเขาจ้องมองไปที่กู้เหยาเป็นตาเดียว ต่างก็รอคอยคำอธิบายจากเธอ
กู้เหยายังจะสามารถอธิบายอะไรได้อีก? หัวสมองของเธอว่างเปล่าไปแล้ว และก่อนที่เธอจะตั้งสติได้
จ้าวกุ้ยฮวาก็หยิบไม้กวาดขึ้นมาจากพื้น แล้วพุ่งตัวเข้าไปหากู้เหยา "ฉันจะตีแกให้ตาย!....ฉันจะตีแกให้ตายนังเด็กไร้ยางอาย แกเพิ่งมีอายุเท่าไหร่? ขาดความรักจากผู้ชายนักหรือไง? ทำไมถึงต้องรีบร้อนนอนกับผู้ชายขนาดนี้ด้วย? แกบ้าผู้ชายมากนักใช่ไหม? ทำไมแกถึงทำแบบนี้? แกอยากจะคบกับอดีตคู่หมั้นของพี่สาวตัวเองมากถึงขนาดนี้เลยเหรอ? แกมันไม่มียางอาย แต่ตระกูลกู้ของพวกเรายังมียางอายอยู่นะ!!!”
ไม้กวาดด้ามนี้ทำมาจากก้านข้าวฟ่าง ด้านบนไม่มีชั้นหนามแหลม แต่เวลาเอามาฟาดคนกลับให้ความรู้สึกเจ็บปวดสุดแสน ทว่ามันคงไม่มีอะไรทำให้กู้เหยาเจ็บปวดได้ไปมากกว่าคำพูดของจ้าวกุ้ยฮวาอีกแล้ว แต่ละคำพูดที่หญิงชรากล่าวออกมา ล้วนแต่เป็นถ้อยคำเจ็บแสบ ถ้อยคำของคุณย่าใหญ่เหมือนบังคับอยากให้เธอไปตาย!
เมื่อเห็นหญิงสาวผู้เป็นที่รักกำลังถูกฟาดต่อหน้าต่อตา โจวเหวินเยี่ยนก็หมดความอดทน เขารีบเข้าไปปกป้องกู้เหยาด้วยหัวใจที่แตกสลาย "คุณย่าครับ ตีผมเถอะ มันเป็นความผิดของผมเอง…ผมเป็นคนที่นอนกับกู้เหยา อย่าไปโทษเธอเลยครับ”
ถ้าเขาไม่อธิบายก็ไม่เป็นไรหรอก แต่ยิ่งเขาอธิบายมากเท่าไหร่ จ้าวกุ้ยฮวาก็ยิ่งขุ่นเคืองมากขึ้นเท่านั้น หญิงชราโกรธจนตัวสั่น ใช้ไม้กวาดในมือฟาดไปที่โจวเหวินเยี่ยน "คุณก็ไม่ใช่คนดีเหมือนกัน…” เมื่อหญิงชราใช้เรี่ยวแรงของตนเองออกมาทั้งหมด นั่นก็ไม่ใช่เรื่องตลกแล้วจริง ๆ
โจวเหวินเยี่ยนมีอายุไม่น้อยแล้ว แต่เขาไม่เคยถูกตีอย่างนี้มาก่อน เมื่อก้านไม้กวาดกระทบร่างกาย ผิวหนังพลันรู้สึกปวดแสบปวดร้อน เขาทนไม่ไหวอีกต่อไปจนส่งเสียงร้องออกมาราวกับหมูถูกเชือด “อ๊ากกกกก”
บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบทันที
กู้เหยาไม่เสียเวลาคิดอีก หลังจากถูกตีอยู่นาน โจวเหวินเยี่ยนผู้ชายคนนี้เลวร้ายมากเกินไป