Stage 3
อัพเกรดจินนี่กับการค้าแสนวุ่นวาย
ในที่สุด!
ใช่ ในที่สุดจริงๆ หลังจากยอมถ่อเดินเท้ามาด้วยระยะทางกว่า 5กิโลเมตร ตอนนี้เขาก็ได้มาถึงที่หมายเป็ผลสำเร็จ! เบื้องหน้าเขาคือประตูเมืองที่สร้างจากหินก้อนโตและมีป้ายแกะสลักติดอยู่เหนือทางเข้าเป็ภาษาอังกฤษว่าAlbasta เช่นเดียวกับตรงถนนทางเข้าเมืองล้วนคลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากมายที่พากันเดินเข้าเดินออกกันอย่างขวักไขว่
“นี่ ใช่มั้ยเมือง ‘อัลบาสต้า’อะไรนั่นน่ะ จินนี่?” วิศนะถาม
“ใช่ค่ะ”
ชายหนุ่มยิ้มอย่างพอใจ ถึงจะดูเอ๋อไปบ้าง แต่ยัย AIนี่ก็พาเขามาถึงเมืองจนได้
“ถ้างั้นเข้าไปลุยกันเลยจะได้เริ่มต้นหาเบาะแสของวรัญญาซักที”
ว่าแล้วเขาก็เริ่มต้นสาวเท้าเข้าไปในเมืองอัลบาสต้าทันที
สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาของวิศนะคือบรรยากาศของเมืองที่แฟนตาซีเหมือนในหนังไม่มีผิดผู้คนล้วนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าแปลกๆจะมีน้อยคนมากที่เลือกแต่งตัวด้วยชุดเครื่องแบบธรรมดาเหมือนอย่างเขานอกจากนี้ยังมีสัตว์รูปร่างประหลาดสวนไปมาเยอะแยะเต็มไปหมด ที่เห็นมากที่สุดก็คงจะเป็นกตัวใหญ่ที่ถูกใช้ขี่ต่างพาหนะตลอดทางเดินรายล้อมไปด้วยพ่อค้าแผงลอยทั้งหลายที่พากันกู่ก้องร้องเรียกลูกค้ากันเสียงเซ็งแซ่และป่าวประกาศโฆษนาขายสินค้าแปลกตาที่วิศนะไม่เคยเห็นมาก่อนเรียกความสนใจจากเขาได้ไม่น้อย
“หยั่งกับหลุดมาในโลกเวทมนตร์เลยแฮะ แฟนตาซีสุดๆ”
“ขอทางหน่อยๆ”
ไม่ทันไรก็มีเสียงโหวกเหวกดังขึ้นด้านหลังเรียกวิศนะให้สะดุ้งโหยง พอหันกลับไปมองก็เห็นชายคนหนึ่งขี่สัตว์รูปร่างแปลกๆคล้ายไดโนเสาร์แรปเตอร์กำลังลากกระดานไม้ติดล้อแผ่นใหญ่ดังขลุกๆ แต่นั่นยังไม่สำคัญเท่าเื่ที่ว่าเ้าแรปเตอร์นั่นมันตีนผีชัดๆ! เล่นวิ่งมาหาเขาแบบติดจรวดเร็วจี๋ขนาดนั้น!!
ไดโนเสาร์มันเหยียบเบรกไม่เป็หรือไงวะ!!
“ฉิบหาย!” วิศนะสบถพรืดก่อนจะพุ่งตัวหลบแทบข้างทางไม่ทัน
“เดินดูทางหน่อยสิ เพ่!พ่อแม่ไม่เคยสั่งสอนหรือไงว่าไม่ให้เดินกลางถนน!”คนขับไดโนเสาร์เบรกแตกหันมาตะคอกใส่
“แกสิ ไอ้กร๊วก!เตี่ยแกไม่เคยบอกหรือไงว่าอยู่ในเมืองเขาให้ขับรถช้าๆ น่ะจะรีบไปทักทายท่านยมหรือไงฟะ!” วิศนะได้แต่แยกเขี้ยวส่งกำปั้นไล่หลังคนขับตีนผีนั่นไปอย่างหงุดหงิดแต่ดูเหมือนเขาจะเสียแรงเปล่า เพราะชายคนที่ว่าดูจะไม่สนใจสิ่งใดๆนอกจากการลากแผ่นไม้ติดล้อที่มีซากสัตว์ประหลาดรูปร่างคล้ายช้างนอนแผ่หลาอยู่เท่านั้น
“ให้ตาย พวกเด็กแว๊นนี่มีกระทั่งในเกมเลยหรือไง”วิศนะบ่นกระปอดกระแปด แล้วค่อยเริ่มต้นเดินต่อหลังจากเดินเที่ยวรอบเมืองอัลบาสต้ามาสักพักชายหนุ่มชักเริ่มรู้สึกตื่นตาตื่นใจขึ้นเรื่อยๆ ตึกต่างๆรอบด้านล้วนสร้างขึ้นมาในรูปทรงที่แปลกตาส่วนมากจะสร้างด้วยหินแบบทรงโบราณราวกับทำให้หลงนึกว่าหลุดมาอยู่ในยุคกลางได้แบบสบายๆเลยด้วยซ้ำ ประกอบกับความคึกคักรอบด้าน มันก็อดที่จะทำให้เขาตื่นเต้นไม่ได้
เฮ้ย...ไม่ใช่สิ!
เขามาตามหาวรัญญานี่นา ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาอินไปกับเกมซักหน่อย!
เป็อีกครั้งที่วิศนะลืมเป้าหมายหลักไปเสียสนิทจนส่ายหน้าแรงๆเพื่อตั้งสติ จังหวะเดียวกันนั้น สายตาก็เหลือบไปเห็นน้ำพุใจกลางเมืองบริเวณนั้นรายล้อมด้วยสวนหย่อมเล็กๆ และเก้าอี้ม้านั่งสามสี่ตัวเขาจึงตัดสินใจจะไปนั่งพักเอาแรงและหลบกลุ่มผู้คนเหล่านี้ไปให้พ้นๆเพื่อที่จะได้คิดหาวิธีการต่อ
“จินนี่” เขาเอ่ยปากเรียกหลังจากทิ้งตัวลงนั่งเรียบร้อย
“คะนายท่าน?”
“ถ้าหากเราอยากจะตามหาคนในเกมเนี่ยส่วนใหญ่เขาต้องทำยังไงกันบ้างเหรอ?”
“หากนายท่าน้าที่จะตามหาผู้เล่นท่านอื่นสามารถทำได้สองวิธีด้วยกันค่ะ กรณีแรกนายท่านสามารถเลือกใช้บริการสอบถามข้อมูลจากสมาคมนักสำรวจซึ่งเป็สำนักงานขายข่าวแห่งใหญ่ที่สุดของไพรด์ มีจำหน่ายข้อมูลต่างๆ อาทิเช่นข่าว แผนที่ ข้อมูลของมอนสเตอร์ รวมไปถึงข้อมูลของผู้เล่นท่านอื่นด้วยเช่นกันค่ะส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินการนั้นขึ้นอยู่กับความยากง่ายของข้อมูลค่ะ”
สมาคมนักสำรวจอะไรนี่ก็คงคล้ายๆ กับพวกบริการคอลเซ็นเตอร์อะไรทำนองนั้นกระมังหน้าที่คงคล้ายๆ เอาไว้คอยให้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ กับผู้เล่น คิดเองเออเองเสร็จเขาผงกหัวรับรู้สองสามที ก่อนจะกวาดตามองไปรอบๆ ตัว
“แล้วไอ้สมาคมนักสำรวจนั่นอยู่ที่ไหนล่ะ?”
“กรุณารอซักครู่ค่ะจินนี่จะทำการดาวน์โหลดแผนที่เมืองอัลบาสต้าเดี๋ยวนี้ค่ะ”
จินนี่พูดแล้วก็เงียบหายไปพักใหญ่
“เรียบร้อยแล้วค่ะ” จินนี่ว่า
“เป็ยังไงบ้าง..?”
“ในเมืองอัลบาสต้านั้น ไม่มีสมาคมนักสำรวจค่ะเพราะที่นี่เป็แค่เมืองหน้าด่านเท่านั้น หาก้าไปที่สำนักงานจินนี่แนะนำให้ไปที่เมืองหลวงค่ะ”
คนฟังถอนใจยาวเหยียด “...ว่าแล้วเชียว”
“นายท่านยัง้าสอบถามวิธีการตามหาผู้เล่นท่านอื่นอีกวิธีมั้ยคะ”
“...เอาสิ”
วิศนะตอบแบบขอไปทีขนาดไอ้วิธีแรกที่น่าจะง่ายที่สุดยังทำไม่ได้เลย วิธีที่เหลือนั้นก็คงจะวุ่นวายไม่ต่างกันเท่าไรนักความเหนื่อยล้าจากการเดินทางประกอบกับความยุ่งยายทำให้คิดๆ แล้วเขาก็ถอนใจอีกเฮือกใหญ่ก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้แบบไม่หวังอะไรมากนัก
“อีกกรณีถ้าหากนายท่าน้าตามหาผู้เล่นท่านอื่นนายท่านสามารถใช้จินนี่ที่อัพเกรดเพิ่มแรมเข้าไปแล้วตามหาได้ค่ะ”
“หือ?” คนฟังเลิกคิ้วขึ้น “ทำแบบนั้นได้ด้วยเหรอ?”
“ทำได้ค่ะ อย่างที่เคยเรียนเอาไว้ในตอนนี้จินนี่เป็เพียง AI ระดับหนึ่งเท่านั้นทว่าหากนายท่านทำการอัพเกรดจินนี่ให้เลื่อนระดับสูงขึ้นความสามารถของจินนี่ก็จะมีมากขึ้นเช่นเดียวกันค่ะจินนี่จะสามารถอัพโหลดและตามหาข้อมูลของผู้เล่นท่านอื่นได้ รวมทั้งจินนี่จะสามารถเจาะหารายละเอียดของมอนสเตอร์ได้นอกจากนี้อีโมชั่นของจินนี่ก็จะมีมากขึ้นด้วยค่ะ”
“หมายความว่าถ้าฉันเพิ่มแรมให้เธอได้เธอก็จะมีความสามารถมากขึ้น แล้วก็ตามหาคนให้ฉันได้ใช่มั้ย”
“ใช่ค่ะ”
ได้รับการยืนยันเท่านั้นเองชายหนุ่มเ้าของดวงตาสีอำพันก็กระตุกรอยยิ้มขึ้นมาทันใด
“แล้วไม่บอกให้เร็วกว่านี้เล่า วิธีนี้แหละเยี่ยมที่สุดแล้วทีนี้ฉันก็จะได้ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปเมืองหลวง ยอดเยี่ยมมากสาวน้อย”
“ขอบคุณค่ะ”
เมื่อได้รับคำชมน้ำเสียงของ AI สาวก็ดูจะแอบสดใสขึ้นนิดๆ แต่แน่นอนว่าคงไม่เท่ากับเ้านายของเธอที่ฉีกยิ้มกว้างกับแสงสว่างเล็กๆที่ส่องให้มองเห็นทางออกขึ้นมาได้บ้าง อีกทั้งวิศนะยังเริ่มรู้สึกว่าถ้าหากใช้ให้ถูกทางแล้วระบบAI อย่างจินนี่ก็มีประโยชน์ไม่ใช่เล่นทีเดียว
“แล้วฉันต้องทำยังไงถึงจะเพิ่มแรมให้เธอได้” วิศนะถาม
“เดิมทีแรมนั้นเป็ไอเท็มที่หาได้จากมอนสเตอร์เท่านั้นยิ่งเป็แรมที่มีความเร็วสูง ก็ยิ่งหาได้ยากมากทว่าแรมก็สามารถซื้อหาได้ตามร้านขายของเช่นกันหากแต่ว่านายท่านจะสามารถซื้อแรมได้จากร้านขายของจากผู้เล่นด้วยกันเท่านั้นค่ะ”
“สรุปว่าต้องไปซื้อเอาสินะ” วิศนะสรุปก่อนจะมองไปยังตลาด
“35,000 เหรียญ!”
เสียงะโลั่นนั้นเป็ของนายวิศนะเช่นเดียวกับดวงตาที่เบิกกว้างขึ้นหลังจากที่ตัดสินใจลองสุ่มเดินมาสอบถามราคาของสินค้าที่้าในร้านแผงลอยแถวนี้ซึ่งความเป็จริงก็ทำให้เขาต้องเหงื่อตก
“ใช่แล้วน้องชาย ลดไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้วจริงๆ”
ชายหนุ่มร่างสูงที่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าตัวบางๆสีขาวทับด้วยเสื้อกั๊กสีดำและโพกผ้าสีแดงไว้ตรงศีรษะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเนือยๆราวกับรู้ดีว่าฝั่งตรงข้ามคงจะเป็มือใหม่ที่ไม่มีเงินพอจะซื้อของแพงๆ แบบนี้ได้
“ทำไมแพงจังเลยล่ะพี่ชาย?”
“ก็นะ ท่าทางนายจะเป็มือใหม่เลยจริงๆ สิเนี่ย”พ่อค้าหนุ่มไหวไหล่คิดแล้วว่าคงต้องอธิบายข้อมูลพวกนี้เอาบุญจนได้ “แรมพวกนี้ไม่มีวางขายกับNPC ทั่วไปหรอกนะน้องชาย แถมมันเป็ไอเท็มแบบใช้ได้ทีเดียวก็หายไปอีกด้วยราคามันก็แพงเข้าไปใหญ่น่ะสิ ถึงมันจะหาได้จากมอนสเตอร์ระดับ 20 กว่าๆ ก็เถอะนะแต่อัตราการดร็อบของมันก็ต่ำมาก เพราะฉะนั้นทำใจเถอะลดราคาไม่ได้จริงๆ”
“ด...ดร็อบ?”
แม้จะมึนงงกับคำศัพท์แปลกๆ ที่ได้ยิน แต่อย่างน้อยๆเ้าพ่อค้าตรงหน้านี้ก็ดูจะไม่ได้ใจร้ายขนาดผลักไสเขาไปให้พ้นๆ ทันทีมันก็ไม่เสียหายที่จะลองขอข้อมูลอื่นๆ ดูบ้าง
“มีของราคาถูกกว่านี้มั้ยครับ?” วิศนะถาม
“ไม่มีหรอก ชิ้นนี้เป็ของเกรด D ราคาถูกที่สุดแล้ว”
“ลดไม่ได้แล้วเหรอ?”
“ไม่ได้จริงๆ ไอ้น้องไม่เชื่อไปดูร้านอื่นได้เลย นี่พี่ก็ขายเท่าทุนแล้วนะ”
คำตอบที่เล่นเอาคนฟังคอตก ก่อนจะพยักหน้าจบการเจรจาให้กับนายพ่อค้าคนนี้เป็ที่ชัดเจนแล้วว่าการเจรจานั้นล้มเหลวสุดท้ายก็ได้แต่เดินเลี่ยงออกมาอย่างช่วยไม่ได้
“จินนี่ ตอนนี้ตัวฉันมีเงินเหลืออยู่เท่าไหร่” วิศนะถาม
“กรุณารอซักครู่ค่ะ ....ตอนนี้นายท่านมียอดเงินคงเหลือ5,000 เหรียญค่ะ”
“เวร...”คนปลงลากเสียงเซ็ง “ซื้อซากแรมยังไม่ได้เลยมั้งนั่น”
พูดลอยๆก่อนจะหอบร่างเดินออกมาจากแหล่งตลาดที่มีคนเดินชุกชุมมากที่สุดขณะพยายามเค้นสมองอันชาญฉลาดของตัวเองเพื่อหาวิธีต่างๆ ในการหาเงินมาใช้ พอเจอหนทางก็มีแต่อุปสรรคตามมาวุ้ยเพราะแบบนี้สิเขาถึงได้เกลียดการเล่นเกมนัก!
“ทำยังไงถึงจะได้เงินมาใช้ว้า~”
“ทำไมนายท่านไม่ลองนำไอเท็มที่มีไปขายละคะ?”
อีกหนึ่งความเห็นของ AI เป็อันต้องทำให้นายวิศนะชะงักงันไปเขาหรี่ตาลงเล็กๆ ก่อนจะถามออกมา
“ทำแบบนั้นได้ด้วยเหรอ”วิศนะถามด้วยสีหน้าแจ่มใสผิดกับเมื่อครู่ลิบลับ
“แน่นอนสิคะ การซื้อขายไอเท็มระหว่างผู้เล่นหรือกับNPC นั้นถือเป็วิธีการหาเงินขั้นพื้นฐานที่ง่ายและสะดวกที่สุดสำหรับผู้เล่นค่ะซึ่งระบบการซื้อขายของเกมไพรด์นั้นค่อนข้างอิสระ นายท่านสามารถนำสินค้าไปเสนอขายได้ตามร้านขายของทุกร้านในเมืองแห่งนี้โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้นค่ะ”
“ฉันนึกว่าจะขายของได้ก็ต่อเมื่อเล่นอาชีพพ่อค้าแม่ค้าซะอีก”
“เป็ความเข้าใจที่ผิดค่ะ” จินนี่แย้ง “ในโลกไพรด์นั้นทุกอาชีพสามารถทำการแลกเปลี่ยนสินค้าได้หมดค่ะ แต่ในกรณีของผู้ประกอบอาชีพนักวานิชนั้นจะมีสกิลส่งเสริมการขายอาทิเช่น โฆษณา ลดภาษี หรือซื้อของได้ในราคาส่ง เพียงเท่านั้นค่ะ”
“อย่างนี้นี่เอง”วิศนะพยักหน้ารับ
“นอกจากนี้นายท่านยังสามารถนำไอเท็มไปขายได้ทั้งNPC หรือเพลเยอร์ท่านอื่นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็ที่ร้านแผงลอยหรือ ร้านค้าบริเวณตึกแถวในเมืองค่ะ”
“แล้วไปขายใครดีกว่ากันล่ะแบบแผงลอยหรือแบบโชว์ห่วย?”
“จินนี่แนะนำให้นายท่านไปที่ร้านประเภทตึกแถวดีกว่าค่ะเพราะการที่เขาสามารถซื้อสถานที่เป็ของตัวเองเพื่อเปิดกิจการได้แสดงให้เห็นว่าพวกเขามีเงินทุนในการซื้อของมากกว่าร้านค้าแผงลอยค่ะที่สำคัญนักวานิชส่วนใหญ่จะต้องลงทะเบียนกับสมาคมพ่อค้าซึ่งเปรียบเสมือนประกาศนียบัตรว่าเป็นักวานิชที่มีจรรยาบรรณดีดังนั้นร้านดังกล่าวจะมีโอกาสถูกเอาเปรียบได้น้อยกว่าค่ะ”
สิ้นคำสาธยายยาวเหยียดของจินนี่แล้ว วิศนะก็ฉีกยิ้มกว้าง ชะลอฝีเท้าลง
“จินนี่”
“คะ นายท่าน?”
“ถ้าฉันอัพเกรดเธอแล้วเธอจะมีรูปร่างหรือหน้าตาโผล่ออกมาให้ฉันเห็นมั้ยเนี่ย?”
“มีโอกาสทำได้ถ้าหากนายท่านอัพเกรดจินนี่ขึ้นไปถึงระดับสูงสุดค่ะจินนี่จะมีรูปลักษณ์และสามารถช่วยนายท่านต่อสู้ได้ค่ะ”
“เยี่ยมเลย” วิศนะร้อง “ถึงตอนนั้นเธออย่าลืมเตือนฉันนะ”
“นายท่าน้าลงบันถึกให้จินนี่เตือนเื่อะไรคะ?”
“ให้ฉันหอมแก้มเธอซักฟอดไง น่ารักมากสาวน้อย เธอช่วยฉันได้เยอะเลย!!”
“ร..รับทราบค่ะ นายท่าน”
วิศนะยิ้มขันเมื่อได้ยินเสียงจินนี่วูบไหวน้อยๆ ราวกับจะอาย ไม่ช้าชายหนุ่มจึงรีบก้าวเท้าเดินต่ออย่างอารมณ์ดีเรียกหาแผนที่ไปยังบริเวณร้านขายของที่ว่าทันที หน้าต่างดิจิตอลปรากฏภาพสองมิติของแผนที่ซึ่งแสดงจุดต่างๆภายในเมืองขึ้นมามากมายจนคนมองรู้สึกตาลายชอบกล ตัวหนังสือเล็กๆประเดประดังเด้งขึ้นมากันยุบยับ เท่าที่เห็น...มันมีทั้งห้องสมุด ร้านขายยาร้านขายอาวุธ ร้านขายเสื้อผ้า ร้านขายผลึกเวทมนตร์ ร้านขายที่ดิน....อะไรมันจะหลายร้านขนาดนี้วะ!
“จินนี่ช่วยตรวจสอบของในตัวฉันหน่อยว่ามีไอเท็มอะไรบ้าง”วิศนะพูดไปพลางนวดขมับไปอย่างมึนๆ
“กรุณารอซักครู่ค่ะ.....ตรวจสอบเรียบร้อยในช่องเก็บไอเท็มของนายท่านมีของดังต่อไปนี้ค่ะ....”
สิ้นคำไม่นาน หน้าต่างบรรจุไอเท็มก็ลอยหวือขึ้นมาตรงหน้าวิศนะชายหนุ่มไล่นิ้วอ่านตัวหนังสือใต้ภาพตรงหน้าอย่างพินิจ
หน้าต่างไอเท็ม
*น้ำยาเพิ่มพลัง “วอร์เตอร์โพชั่น” 5 ขวด
*ก้อนหิน 5 ก้อน
*กล่องสมบัติดาวทอง 1 กล่อง
*หนังสือสำหรับมือใหม่ 1 เล่ม
*ขนนกนางฟ้า 1 ชิ้น
“ฉันจำได้ว่ามีแผนที่ไม่ใช่เหรอ จินนี่?” วิศนะถาม
“ใช่ค่ะแต่แผนที่นั่นเป็ไอเท็มแบบใช้ได้ครั้งเดียว ซึ่งจินได้ทำการดาวน์โหลดข้อมูลลงในดาต้าของจินนี่ไปเรียบร้อยแล้วจึงไม่สามารถนำมันกลับมาได้อีกค่ะ”
“น่าเสียดายแฮะ”วิศนะพูดพร้อมกับเกาหน้าแกรก “เอ๊ะ เดี๋ยวก่อนสิ”
ั์ตาสีน้ำตาลหรี่เพ่งมองรูปภาพในช่องไอเท็มอย่างพินิจอีกครั้งสังเกตเห็นก้อนกลมๆ น่าขยะแขยงชิ้นหนึ่งที่เขามั่นใจเหลือเกินว่าเขาได้ใช้สิ่งที่ภาษาสูงเรียกว่าพระบาทเขี่ยมันตกลงหน้าผาไปแล้วแน่นอน!
สปอร์เห็ดเขียวหายาก 1 ชิ้น
“อี๋~ไอ้ของสกปรกนี่ฉันทิ้งมันไปแล้วนี่ ใครไปเก็บมันขึ้นมาอีกเนี่ย เธอเหรอ จินนี่!?”วิศนะแสดงท่าทางขยะแขยงเต็มที่ ไม่นึกอยากเอามือไปจิ้มโดนเลยแม้แต่น้อย
“ใช่ค่ะ” จินนี่ตอบ
“เธอสามารถเก็บของนอกเหนือคำสั่งฉันได้ด้วยเหรอเนี่ย?” ชายหนุ่มถามอย่างนึกข้องใจเสียมากกว่าจะโกรธ ไม่นึกว่า AI ก็สามารถทำอย่างอื่นนอกเหนือคำสั่งได้ด้วย
“ต้องขอประทานโทษจริงๆ ค่ะจินนี่เห็นว่าไอเท็มชิ้นนี้เป็ของหายากระดับ C และอาจจะมีประโยชน์กับนายท่านในภายหลังได้”
“หา ไอ้สปอร์เห็ดเนี่ยนะของหายาก” คนฟังตาเหลือก
“ใช่ค่ะ จากข้อมูลของจินนี่ไอเท็มชิ้นนี้เป็ของหายากที่ราคาในการขาย NPC อยู่ที่15,000 เหรียญค่ะ”
“จริงดิ!”
“ถ้าหากจินนี่ทำอะไรตามอำเภอใจก็ต้องอภัยด้วยค่ะจินนี่ต้องขอโทษที่ทำให้นายท่านไม่พอใจและภายหลังจะไม่ปฏิบัติตัวแบบนี้อีก”
“ไม่เลยๆ”วิศนะรีบร้องเสียงสูง “เธอน่ารักมาก จินนี่! น่ารักที่สุดเลย นี่อย่าลืมเตือนฉันจริงๆ นะถ้าเธอมีรูปร่างแล้วฉันจะจูบขอบคุณเธอให้เต็มฟอดเลย!”
“...ขอบคุณค่ะ”
วิศนะยิ้มกว้าง เอาวะ! ขนาดแค่ไอ้สปอร์เห็ดน่าแขยงนี่ยังขายราคาขั้นต่ำได้ตั้งหมื่นห้าถ้าเอาไปปล่อยให้พ่อค้าราคาคงพุ่งกระฉูดแหงๆ ...แต่แหมเห็นหน้าตาน่าขยะแขยงแบบนี้ดันมีค่าซะได้พวกเกมแนวแฟนตาซีนี่มองข้าวของจากรูปลักษณ์ไม่ได้จริงๆ แฮะ
“แล้วถ้าฉันจะเอามันไปขาย ควรไปที่ร้านอะไรดีล่ะจินนี่”
“ร้านขายยาค่ะ”
“40,000 เหรียญ”
พรวด!!!
ราคาของสินค้าที่ถูกตีออกมานั้นทำให้คนฟังถึงกับสำลักน้ำลายตัวเองขณะที่ดวงตาสีอำพันนั้นแทบจะถลนออกมาจากเบ้าอยู่รอมร่ออาจจะเป็เพราะว่าตอนนี้ไอ้ก้อนสปอร์เห็นน่าขยะแขยงที่วางอยู่บนถาดเหล็กอันเล็กๆตรงเค้าท์เตอร์ของร้านขายยาแห่งหนึ่งในเมืองนั้นถูกตีตราจากเ้าของร้านในราคาที่น่าเหลือเชื่อ!
“จริงเหรอเฮีย!”
“จริงสิ ราคาของสปอร์เห็ดเขียวตอนนี้ก็ราวๆนี้แหละ หรือลื้อคิดจะขอมากกว่านี้ ไม่ไหวแล้วนะ ถ้าแพงมากกว่านี้อั๊วไม่รับนะโว้ย”
ชายหนุ่มรีบโบกมือหย็อยๆ ทันทีไอ้ทีแรกเขาคิดว่าอาจจะขายเอากำไรได้เต็มที่ก็สองหมื่นนิดๆ ด้วยซ้ำแต่ใครจะไปคิดว่าตาลุงหนวดเฟิ้มเหมือนเสี่ยวเอ้อในหนังจีนแกจะให้ราคาที่ชวนอึ้งแบบนี้
“ตกลงลื่อจะเอามั้ย?” ตาลุงถามย้ำ
“เอาสิเฮีย ราคาแบบนี้ไม่เอาก็บ้าแล้ว!”
ตาลุงหัวเราะขำกับท่าทางลิงโลดของเด็กกะโปโลตรงหน้า หลังจากที่จินนี่บอกให้เขามาขายของที่ร้านขายยาแผนที่ก็แสดงที่ตั้งร้านค้ารูปกาชาดออกมาในวินาทีต่อมาปรากฏว่าร้านดังกล่าวมีอยู่เพียงที่เดียวในเมืองแห่งนี้ ชายหนุ่มจึงไม่ต้องเปลืองสมองยืนเลือกร้านให้เสียเวลาแต่ที่มันชวนให้รู้สึกตงิดๆน่ะ...ไม่ใช่เพราะจำนวนอันน้อยนิดของร้านหรอก....การตกแต่งร้านต่างหากล่ะ
มันเหมือนกับร้านคลินิกหน้าปากซอยบ้านเขาจริงๆ เลย พับผ่าเถอะ! อยู่ในโลกแฟนตาซีทั้งทีจะจัดร้านขายของในเกมให้วิลิศมาหรากว่าของจริงหน่อยก็ไม่ได้ เห็นแล้วมันชวนเซ็งยังไงก็ไม่รู้ว่ะ!
ชายหนุ่มคิดในใจพลางยิ้มเจื่อน ขณะมองภาพตาลุงหัวเถิกหนวดเฟิ้มเ้าของร้านในชุดผ้ากันเปื้อนสีขาวโทรมๆกับกางเกงผ้าสีขาว กำลังกดหน้าต่างดิจิตอลโปร่งแสงตรงหน้าของเขาอย่างคล่องแคล่ว
“ลื้อชื่อ วิศนะ เลขบัญชี 122387ABR ใช่มั้ย” เสียงใหญ่โตนั่นเอ่ยถาม
“...ใช่มั้ยจินนี่”
“ใช่ค่ะ นายท่าน”
พอได้รับคำยืนยันวิศนะก็พยักหน้าหงึกกำชับกับชายลงพุงตรงหน้าที่หลุดหัวเราะพรืดกับความไม่ประสีประสาของเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างขันๆท่าทางแบบนี้มือใหม่แบบไม่ต้องสงสัย รู้อย่างนี้กดราคามันให้มากกว่านี้หน่อยก็ดีเห็นท่าทางมันดูเขี้ยวๆ เลยนึกว่าเป็พวกเจนสนามเสียอีก
“ผู้เล่นวิศนะได้รับเงินจำนวน 40,000 เหรียญ”
เสียงของจินนี่ก็ดังขึ้นในอีกไม่กี่นาทีต่อมาเรียกรอยยิ้มกว้างให้กับผู้เป็นาย
“ไง ได้รับเงินรึยัง”ลุงพุงพลุ้ยเอ่ยถาม
“ได้แล้วครับ”วิศนะตอบด้วยสีหน้าดีใจเป็ล้นพ้น “นี่เฮียผมมีอะไรอยากถามหน่อย”
“ว่ามาสิ” คนอายุมากกว่าตอบแบบไม่ค่อยใส่ใจนักขณะใช้มือประคองสปอร์หยุ่นๆ นั่นใส่ลงในกล่องพลาสติกสีฟ้าอ่อนอย่างระมัดระวัง
“ไอ้สปอร์เห็ดอะไรเนี่ย มันขายได้ราคาขนาดนี้เชียวเหรอ” วิศนะถาม
“ใช่สิ เห็นอันเล็กๆ ขนาดนี้อั๊วเอาไปสร้างเป็ยาเบอร์เซิร์กได้ตั้งเกือบ500 ขวดเชียว”
“ยาเบอร์เซิร์ค”คนมือใหม่ทวนคำเสียงสูง
“อ่า....”อาแปะทำท่าครุ่นคิดว่าจะอธิบายยังไงดีสุดท้ายก็ไหวไหล่แบบขอไปที “เอาเป็ว่ามันเป็ยาที่พวกระดับสูงๆเขาจำเป็ต้องใช้กันน่ะ ตอนนี้ในตลาดก็ขายกันราวๆ ขวดละ 2500 เหรียญ”
“โห...งั้นเฮียก็กำไรอื้อซ่าเลยสิเนี่ย”
“กำไรอะไรล่ะการจะทำน้ำยาเบอร์เซิร์กให้สำเร็จได้มันต้องใช้วัตถุดิบหลายอย่างแถมโอกาสล้มเหลวมันก็มีตั้งมาก...การค้าขายมันไม่ได้กำไรเสมอไปหรอกโว้ย”
อาแปะอธิบายไปก็เบ้หน้าไปทำให้วิศนะตระหนักได้ทันทีว่าสายอาชีพนี้คงไม่เหมาะกับเขาอย่างแน่นอนที่สุดไอ้เื่คำนวณบวกลบคูณหารนี่เขาย่ำแย่มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ยิ่งเื่หัวการค้าการเลือกลงทุนอันนั้น หาผลกำไรจากอันนี้นี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ...ห่วยแตก!
“ว่าแต่เฮียรับซื้อของอย่างอื่นอีกรึเปล่า?”
ลุงคนขายของเลิกคิ้วขึ้นสูง “มีอะไรมาขายอีกล่ะ”
“ก็มีขนนกนางฟ้า กับ วอเตอร์โพชั่นอีกนิดหน่อยเออ...มีก้อนหินด้วยนะ”
ได้ยินแค่นั้นตาลุงก็ถอนใจเบาๆ
“ถ้าขนนกนางฟ้าอั๊วให้ได้ชิ้นละ 1,500 เหรียญส่วนอันอื่นไม่รับว่ะ ของไร้สาระทั้งนั้น”
วิศนะทำหน้ามุ่ย ทำท่าจะหยิบเอาขนนกขึ้นมาขายต่อแต่ก็พลันนึกขึ้นมาได้ว่ามีของอีกอย่างที่มีอยู่ในหน้าต่างไอเท็ม
“เออ ผมมีกล่องสมบัติดาวทองอยู่อีกกล่องด้วยนะ”
“หะ...” ตาลุงเริ่มหูกระดิก
“เนี่ยๆ กล่องสมบัติดาวทองอะไรก็ไม่รู้เนี่ยลุงรับรึเปล่า”
พูดจบเขาก็หยิบเอากล่องดังกล่าวขึ้นมาวางที่เคาน์เตอร์ไม้ตรงหน้าหีบสมบัติสีทองขนาดเหมาะมือถูกลั่นดาลลงกลอนอย่างแ่า ในสายตาวิศนะเ้าหีบบ้านี่ก็เป็ของไร้ค่าที่ดูจะหาประโยชน์อะไรไม่ได้เท่านั้น ทว่าพอชายเ้าของร้านเห็นเข้าก็ถึงกับตาโตเม้มปากแน่นเหงื่อเม็ดใหญ่เริ่มผุดออกมาจากใบหน้าด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
อาแปะแกเริ่มนิ่งงันไปพักใหญ่ๆดวงตาจ้องมองหีบสมบัติขนาดย่อมตรงหน้าเขม็ง สลับกับใบหน้าของวิศนะไปมาและในสายตาของแกก็เริ่มจะมองเห็นชายหนุ่มกลายเป็...ลูกหมู ไปทีล่ะน้อย
“ว่าไง เฮียรับรึเปล่า”เ้าลูกหมูผู้ไม่รู้เื่ถามย้ำด้วยสีหน้าสงสัย
“รับสิ รับๆ”
ขณะที่อาแปะนั้นฉีกยิ้มการค้าออกมาทันทีเขาประสานมือทั้งสองข้างขึ้นถูกันไปมา
“เหรอ!ให้เท่าไหร่ล่ะเฮีย?” เ้าลูกหมูถามย้ำ
“...สาม...ไม่สิ สี่หมื่น”
“โห สี่หมื่นอีกแล้วเหรอ!”
พอได้ยินราคาเข้า วิศนะใตาเหลือกอีกรอบ ...ไอ้กล่องสับรังเคเนี่ยนะขายได้ตั้งสี่หมื่นเหรียญ! นี่มันบ้าชัดๆเลย!!
“มันทำอะไรได้เนี่ยเฮียถึงให้ราคาผมซะสูงขนาดนั้น?” วิศนะถามอย่างสงสัย
“อ่า...ก็ เออใช่เอาไปผสมทำเป็ยาได้นิดหน่อยน่ะ”
“กล่องสมบัติเนี่ยนะเอาไปผสมเป็ยา เฮียจะเอาไปคั้นธาตุเหล็กออกมาได้หรือไง”
“ช่ายๆ ...เอ๊ย ไม่ใช่ๆ!มันเอาไปใช้เป็เครื่องมือในการทำยาต่างหากเล่า” อาแปะตอบเสียงตะกุกตะกัก
“จริงเหรอ” วิศนะลากเสียงั์ตาสีน้ำตาลเริ่มหรี่เรียวลง “ผมว่าเฮียเริ่มแปลกๆนะเนี่ย”
“บ๊ะ! แปลกตรงไหนจะเอาหรือไม่เอา อั๊วให้เต็มที่แล้วเนี่ยสี่หมื่นขืนเอาไปขายร้านอื่นเขาก็ให้กันอย่างมากก็สองหมื่นเท่านั้นแหละ!”
คำพูดที่ว่าทำเอาวิศนะเริ่มคิดหนักเขามีบทเรียนมาแล้วเื่หนึ่งที่ว่ารูปลักษณ์ภายนอกของไอเท็มที่แม้จะดูแย่และไร้ประโยชน์ทว่ากลับอาจมีค่ามหาศาลแบบไอ้สปอร์เห็ดเขียวนั่นเ้ากล่องสมบัตินี่...บางทีมันอาจจะเอาไปทำประโยชน์ได้มากกว่านี้ก็ได้นะ..
คิดไปก็มองหน้าตาลุงไปด้วยสีหน้าเหม่อลอยนิดๆผิดกับคนถูกจ้องที่บัดนี้กำลังเหงื่อตกซิกๆ
เฮ้อ...เอาเถอะ จะสี่หมื่นหรือห้าหมื่นก็ช่างมัน
ถึงยังไงไอ้กล่องนี่ก็คงไม่มีประโยชน์อะไรกับเราอยู่แล้วล่ะ
“เออ ขายก็ได้”วิศนะเอ่ยขึ้นในที่สุด
“จริงนะ!”
“อืม”
“ดีเลยๆ งั้นส่งมาเร็ว อั๊วจะได้โอนเงินให้”
อาแปะว่าด้วยรอยยิ้มกว้างรีบกวักมือให้วิศนะส่งกล่องสมบัติไปให้หย็อยๆ ทำเอาเ้าคนโดนเร่งได้แต่ถอนใจเฮือกก่อนจะยกหีบสีทองนั่นขึ้นหมายจะขายของให้สิ้นเื่สิ้นราวไปสมองก็เริ่มคิดถึงแรมที่มันเกรดดีๆ กว่านี้ ที่จะได้เอามาพัฒนาให้กับจินนี่ได้
หมับ!
ทว่าในวินาทีนั้นเองที่มือเล็กๆของใครก็ไม่รู้มาคว้าข้อมือของเขาไปบีบเสียเต็มแรง ทำเอาการแลกเปลี่ยนสินค้าหยุดชะงักก่อนั์ตาอำพันจะปราดไปมองคนขัดจังหวะด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์นัก
“นายจะบ้ารึไง!”
หากแต่เป็ฝั่งตรงข้ามที่โวยใส่เขาเสียก่อน เ้าของมือเรียวเล็กดังกล่าวเป็สาวน้อยผิวขาวที่ตัวสูงแค่ไหล่ของวิศนะเท่านั้นเ้าหล่อนใส่เสื้อยืดเอวลอยรับกับเรือนร่างบอบบางกับกางเกงขาสามส่วนและรองเท้าผ้าใบดูทะมัดทะแมงที่สำคัญดวงหน้าขาวน่ารักนั่นมุ่ยปากน้อยๆแสดงอารมณ์หงุดหงิดราวกับเด็กไม่ได้ดั่งใจ
“อะไรของเธอ”วิศนะถามติดจะฉุนนิดหน่อย
“นั่นควรจะเป็คำถามของฉันมากกว่า!” สาวน้อยผู้มาใหม่ย้อนให้เสียงสูง “นายคิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่คิดจะขายกล่องสมบัติระดับ S ในราคาแค่สี่หมื่นเหรียญจริงๆรึไง!?”
คำกล่าวที่ว่าทำเอาวิศนะเลิกคิ้วสูงตวัดสายตากลับไปมองเ้าของร้านทันทีแม้จะไม่รู้ว่าไอ้ “ระดับS”นี่มันคืออะไรกันแน่ แต่ที่ชัดเจนเลยก็คือเ้าลูกหมูตัวนี้เริ่มจะตาสว่างขึ้นมาแล้ว!
“อ้าว เฮียเล่นไม่ซื่อเหรอ!”
“อะไร ไม่ซื่ออะไร...อั้วเปล่านะเว้ย!” ตาลุงรีบร้องลั่น
พอพ่อค้ากล่าวปฏิเสธชัดถ้อยชัดคำวิศนะจึงหันกลับมาจ้องสาวน้อยผู้มาใหม่อีกครั้ง แม้กระทั่งตอนนี้เธอก็ยังไม่ยอมปล่อยมือเขาั์ตาคู่โตมองย้อนกลับมา ก่อนจะเชิดหน้า เลิกคิ้วสูงด้วยสีหน้าเอาเื่
“ฉันรู้นะว่าลุงคิดอะไรอยู่” น้ำเสียงหวานกล่าว ก่อนจะแทรกตัวเข้ามายืนคั่นระหว่างคู่ค้าทั้งสอง “คิดจะต้มตุ๋นผู้เล่นใหม่หรือไงคะ คุณลุง”
“ต้มตุ๋นอะไร! อั๊วก็แค่เสนอราคาตามปกติแล้วไอ้หนุ่มนั่นมันก็ยอมขายเอง!”
“อ้าวๆ พูดแมวๆ แบบนี้ก็สวยสิวะไอ้แปะ”วิศนะขึ้นเสียงสูงทันที ทว่าสาวน้อยคนข้างหน้ากลับยกมือขึ้นห้ามทัพไว้เสียก่อน
“งั้นเหรอ”ว่าแล้วเธอฉีกยิ้มกว้าง “ถ้าอย่างนั้นการที่ฉันจะติดต่อไปไปแจ้งที่สมาคมพ่อค้าว่าลุงเสนอซื้อกล่องสมบัติเกรดS จากผู้เล่นมือใหม่ในราคาสี่หมื่นก็คงไม่มีปัญหาสินะ...”
พูดจบมือเล็กๆ นั่นก็เปิดหน้าต่างข้อมูลที่มีลักษณะคล้ายกับหน้าจอของโทรศัพท์มือถือที่กำลังเตรียมพร้อมจะต่อสายออกไปทุกเมื่อพอเห็นแบบนั้นแล้วตาลุงคนขายจึงรีบยกมือไม้ห้ามปรามเป็การใหญ่
“โอ้ยๆๆ อั๊วขอโทษ นังหนู!อั๊วผิดไปแล้วที่คิดจะโกงพ่อหนุ่มคนนี้!!”
“นั่นไง ตุ๋นตูจริงๆ ด้วย”วิศนะเบ้ปาก
ใบหน้าหวานน่ารักปรากฏรอยยิ้มพึงใจทันทีก่อนจะก้มตัวลงจ้องหน้าชายคิดไม่ซื่อด้วยสีหน้าจริงจัง
“ลุงคะ ทำแบบนี้มันไม่ถูกเลยนะ” เ้าหล่อนว่าฉอดๆ พลางยกมือขึ้นเท้าเอว “แค่นี้สังคมเราก็มีคนเลวๆเยอะจะแย่ ลุงจะมาทำตัวเป็พวกนักต้มตุ๋นหลอกลวงคนอื่นแบบนี้คิดว่ามันถูกแล้วเหรอคะเขาก็รณรงค์กันอยู่ปาวๆ ว่าให้ช่วยเหลือผู้เล่นหน้าใหม่อย่างดีที่สุดแต่นี่นอกจากไม่ช่วยแล้วยังจะไปหลอกเขาอีกมันไม่ถูกนะคะ”
“อั๊วขอโทษ...”
อาแปะพูดด้วยอาการคอตกสลดเหมือนอย่างสีหน้าที่ซีดเป็ไก่ต้มสาวน้อยหน้าใสจึงค่อยถอนหายใจยาวและยิ้มออกมาอย่างพอใจ
“ถ้าคราวหน้าฉันเห็นลุงโกงผู้เล่นคนอื่นอีกละก็ฉันโทรไปแจ้งสมาคมพ่อค้าจริงๆ ด้วย”
“จ้า ทีหลังอั๊วจะไม่ทำอีกแล้ว” อาแปะยกมือทั้งสองข้างขึ้นคล้ายยอมแพ้
“ดีแล้วล่ะค่ะ” เธอพยักหน้าหงึกๆดูท่าทางพออกพอใจกับคำพูดนั้นเอาเสียมากๆ จนวิศนะแอบนึกขันอยู่ในใจสักพักเขาจึงสังเกตเห็นถึงสายตาของชายวัยกลางคนตรงหน้าที่หันมามองเขาด้วยสภาพหงอลงไปถนัดตา
“อั๊วขอโทษนะ ไอ้หนุ่ม ที่คิดจะโกงเอ็ง”
“ไม่เป็ไรหรอกลุง แต่อย่าไปโกงกับคนอื่นล่ะไม่งั้นผมแจ้ง...เอ่อ...” พูดค้างไว้แค่นั้นก่อนจะหันไปขอความช่วยเหลือคนตัวเล็กกว่าข้างๆ
“...สมาคมพ่อค้า”เธอต่อประโยคให้
“ใช่ๆ นั่นแหละ ผมแจ้งสมาคมพ่อค้าจริงๆ ด้วย”
“โอ้ย ไม่ทำอีกแล้วๆ! อั๊วจะค้าขายอย่างสุจริตแล้วไม่ต้องห่วง ส่วนไอ้เงินค่าสปอร์เห็ดเขียวนั่นน่ะ อั๊วไม่ได้โกงเอ็งหรอกนะข้าสาบานได้!”
วิศนะพยักหน้ายิ้มๆก่อนจะรีบเก็บไอ้กล่องสมบัติดาวทองเข้าหน้าต่างไอเท็มของตัวเองอย่างรวดเร็ว...เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ เื่การค้าการขายนี่ไม่เหมาะกับเขาจริงๆ นั่นแหละขนาดจินนี่เองก็ยังไม่เตือนอะไรเขาซักคำแสดงว่าเธอเองก็คงจะไม่รู้เื่เหมือนกันล่ะสิท่า
เฮ้อ...โชคดีจริงๆ ที่มีคนเข้ามาช่วย!
นึกขึ้นได้ ชายหนุ่มก็หันไปกล่าวขอบคุณแม่สาวน้อยคนนั้น
“อ่า...ฉันขอบใจเธอมาก...”
“มาด้วยกันหน่อยซิ”
ยังพูดไม่ทันจบ แม่เ้าประคุณก็ฉวยข้อมือของเขาไปแล้วเรียบร้อยเล่นเอาคนโดนจับมือสองรอบติดได้แต่อ้าปากค้าง ยังไม่ทันได้เอ่ยทักท้วงอะไรร่างเล็กกว่าก็พาตัวเขาหายออกไปจากร้านขายยาปล่อยทิ้งไว้แค่ตาลุงคนขายที่ได้แต่เป่าปากลูบอกอย่างโล่งใจ
ร่างทั้งสองกลับมายืนอยู่บริเวณน้ำพุใจกลางเมืองอีกครั้งวิศนะทิ้งตัวลงบนม้านั่งทั้งยังนึกสงสัยไม่หายว่าจู่ๆผู้หญิงคนนี้จะลากเขามานั่งตรงนี้ทำไมแถมั้แ่โดนดึงตัวมาเธอก็ไม่ปริปากพูดอะไรซักคำ
“นายเนี่ย เป็ผู้เล่นมือใหม่สินะ” เสียงเล็กๆ เอ่ยถามในที่สุด
“นี่ยังดูไม่ออกอีกเหรอ โดนตุ๋นจนเปื่อยขนาดนี้น่ะเป็เนื้อนี่ไม่ต้องมีฟันหรอกนะใช้เหงือกบดยังขาดเป็สองท่อน”
พอได้ยินคำตอบตรงไปตรงมาเข้า เ้าหล่อนก็หัวเราะร่าก่อนจะทรุดนั่งลงข้างๆ เขาอย่างไม่นึกรังเกียจ
“เกือบไปแล้วรู้มั้ยดีนะว่าฉันกำลังจะเข้ามาซื้อยาไปลุยดันเจี้ยนเข้าพอดี ถ้าฉันไม่โผล่เข้ามานะนายเอ๊ย โดนต้มเสียจนกระดูกป่นไปแล้ว!”
วิศนะส่งเสียงหัวเราะแหะๆ
“ขอบใจเธอมากก็แล้วกันนะ”
“ไม่เป็ไร ฉันยินดีช่วยพวกมือใหม่อยู่แล้ว”
หญิงสาวตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอารมณ์ดี ครั้นพอวิศนะมองดูหน้าตาของสาวน้อยคนนี้ให้ชัดๆถึงได้รู้ว่าผู้หญิงตรงหน้าน่ารักไม่หยอกทีเดียว ั์ตาคู่โตสีเทาอ่อนๆรับกับผมสีดำที่ปล่อยยาวลงมาเคลียแก้มใสดูบริสุทธิ์น่าทะนุถนอมอยู่ไม่น้อย
“ฉันชื่อว่า เมษา นะ จะเรียกว่า เมย์เฉยๆ ก็ได้ ไม่ว่ากัน” เสียงใสๆ เอ่ยขึ้นในที่สุดดูเหมือนเธอจะรู้ตัวว่าถูกจ้องนานเกินไป เลยตัดสินใจแนะนำตัวเองเสร็จสรรพ
“ฉันชื่อวิศนะ ยินดีที่ได้รู้จักนะ เมย์”
“เช่นกัน วิศนะ”
ว่าแล้วทั้งคู่ก็จับมือกันพอเป็พิธีก่อนฝ่ายหญิงจะฉีกยิ้มหวานให้
“แล้วอย่าเผลอไปเอ๋อขายไอ้กล่องนั่นในราคาถูกๆแบบนี้อีกล่ะ วิศนะ”
ชายหนุ่มหัวเราะแหะๆ ออกมาอย่างนั้นเองก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่ามีบางอย่างที่เขาต้องถามเอาไว้
“เออ จะว่าไปไอ้กล่องสมบัติอะไรเนี่ยปกติแล้วมันขายได้เท่าไหร่กันเหรอ เมย์?”
คำถามที่สาวน้อยยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากก่อนเหลือบตาขึ้นเหมือนครุ่นคิด
“ก็คงราวๆ นี้ล่ะมั้ง”พูดจบเธอก็ยกนิ้วขึ้นมาห้านิ้ว
“ห้าหมื่นเหรอ...?”
“ห้าล้าน”
พรวด!!!
วิศนะสำลักน้ำลายออกมาเต็มแรง ดวงตาแทบถลนออกจากเบ้าเป็รอบที่สามของวันปากที่อ้าค้างเริ่มสั่นพะงาบหน่อยๆ ส่งเสียงเล็ดลอดออกมาอย่างยากลำบาก
“ห้าล้าน?”
“อื้อ” เมษายิ้มหวาน “กล่องนี้เป็กล่องสมบัติดาวทองที่สามารถเปิดสุ่มเอาไอเท็มระดับ S ถึง SSS ออกมาได้ แต่การจะเปิดกล่องเพื่อเอาไอเท็มข้างในออกมาได้จำเป็ต้องใช้กุญแจพิเศษที่มีวางขายอยู่ในตลาดประมาณ5 แสนเหรียญล่ะมั้ง ส่วนของที่ได้จากกล่องนี้ก็คงจะเอามาขายได้ต่ำสุดก็น่าจะราวๆ”
ว่าแล้วเมย์ก็ยกนิ้วขึ้นมาแปดนิ้ว
“...แปดล้าน?”
“แปดสิบล้าน!”
พรวด!!!
อีกรอบที่วิศนะสำลักน้ำลายตัวเอง แต่กลับรู้สึกราวรอบนี้คงเป็เืมากกว่าที่พุ่งออกมาจากปากของเขา!
“จริงเหรอ เมย์?”
“ใช่จ้ะนั่นแหละราคาขายได้ต่ำสุดของกล่องดาวทองล่ะ”
“แล้วเอาของมาขายได้ตั้ง 80 ล้านทำไมกล่องมันขายได้แค่ 5ล้านเองล่ะ”วิศนะถามทั้งยังไม่หายใดี
“ก็อาจเป็เพราะการจะเปิดเอาไอเท็มในกล่องนั้นมันมีโอกาสเสี่ยงที่จะเปิดมาแล้วไม่ได้อะไรเลยเหมือนกันน่ะสิ...ถ้าจำไม่ผิดโอกาสเปิดแล้วจะไม่ได้อะไรเลยมันก็ 50-50 ละมั้งแต่ถึงอย่างนั้นไอ้กล่องดาวทองนี่ก็ขายดีมากอยู่แล้ว ส่วนราคา 5ล้านนั่นก็เป็ราคาต่ำสุดเลยด้วย”
ได้ยินแค่นั้นวิศนะก็ลุกพรวดขึ้นมาจากเก้าอี้ทำท่าจะวิ่งตื่นไปที่อื่นเสียเฉยๆดีว่าเมย์คว้ามือของเขาไว้ได้ทันเสียก่อน
“นั่นนายจะไปไหน?”
“จะไปเผาร้านของตาไอ้แปะนั่น!” เขาร้องขึ้นเสียงสูง “หน็อย!หลอกกันได้นะไอ้แปะเอ๊ย เตรียมตัวไปทักทายท่านยมบาลได้เลย สี่หมื่นเตี่ยแกสิ ฮึ๋ยคิดแล้วแค้น!!”
เมษาหัวเราะออกมาเสียงใสทันที ก่อนจะใช้สองมือดึงร่างของบุรุษตรงหน้าให้กลับมานั่งเหมือนเดิมแล้วยกมือขึ้นตบไหล่เขาดังป๊าบๆ ราวกับจะเป็การปลอบที่ไม่ได้ช่วยอะไรเลย
“เอาน่าๆ อย่าโมโหไปเลยลุงเขาก็บอกว่าจะไม่ทำอีกแล้วไง”
“ถ้าฉันรู้เื่ราคานะ พ่อะโถีบขาคู่ไปแล้ว!”
วิศนะร้องลั่นอย่างหงุดหงิด ทำเอาเมษาปล่อยก๊ากอีกรอบไปใหญ่
ส่วนคนกำลังฉุนจัดที่เพิ่งจะรู้คุณค่าของสิ่งของที่เกือบจะเสียไปก็ได้แต่กัดฟันกรอดๆพลางสบถยาวเหยียดอยู่อย่างนั้นเอง ...เกือบซวยแล้วมั้ยล่ะ!ตาลุงนั่นก็ทำกันได้ เห็นหน้าตาซื่อๆ แบบนั้นทำมาเนียนตีสี่หมื่น ราคาสองเท่า หน็อย! คนเราเดี๋ยวนี้รู้หน้าไม่รู้ใจจริงๆ ขนาดในเกมยังมาหลอกกันหน้าตาเฉยเลย!
แปดสิบล้านนี่อัพเกรดจินนี่ให้พูดได้เป็ 1,000 ภาษาเลยมั้งน่ะ!
“นายนี่ตลกดีแฮะ”เมษาพูดขึ้นหลังจากหยุดขำรอบที่สองได้เป็ผลสำเร็จ
“ตลกสิ ...เล่นจำอวดจนเกือบหมดตัว!” วิศนะประชดเสียงดัง “ดีนะเธอมาช่วยฉันได้ทันไม่งั้นฉันคงแย่ไปแล้ว”
“ฮ่าๆ ไม่เป็ไรๆ”เธอตอบอย่างร่าเริง
“แล้วว่าแต่เธอเถอะ ลากฉันออกมาจากร้านนั่นทำไมหรือเพราะรู้ว่าถ้าฉันรู้เื่ราคาของกล่องทองนั่นแล้วจะไปกระทืบไอ้แปะนั่น?”
“เปล่าหรอกจ้า”เมษาปัดมือไปมา “แหม ใครจะไปเดาได้ถึงขนาดนั้นฉันก็แค่มีเื่อยากจะคุยกับนายนิดหน่อยต่างหากเล่า”
“คุยกับฉัน” ย้อนเสียงสูงพลางชี้นิ้วไปที่ตัวเอง
“ใช่แล้ว” เธอยิ้มแป้น “ฉันสังเกตเห็นนายมาั้แ่ตอนเข้าเมืองแล้ว ทีแรกก็เห็นท่าทางดูเงอะงะชอบกลแต่พอเห็นความไวของนายตอนหมุนตัวหลบรถขนเควสแล้วฉันงี้นึกสนใจนายขึ้นมาเป็พิเศษเลยแหละ”
“รถขนเควส?” วิศนะทวนคำงงๆ...อ้อ ไอ้ไดโนเสาร์เด็กแว๊นนั่นน่ะเหรอ คิดแล้วเขาก็เกาหน้าแกรก
“เธอเกิดสนใจฉัน เพราะฉันหลบรถเก่งเนี่ยนะ เมย์”
“ไม่ใช่แค่นั้นหรอกน่า”ว่าแล้วเมย์ก็ยิ้มกว้างขึ้นอีก “ฉันเป็ประเภทมองคนเก่งนะรู้รึเปล่า แบบนายเนี่ยจัดอยู่ในประเภทคมในฝัก เห็นท่าทางงุ่มง่ามแบบนี้ เชื่อเถอะเดี๋ยวอีกหน่อยจะเก่งะเิเถิดเทิงเลยล่ะ”
วิศนะเสยผมไปมาอย่างคนชักเริ่มรู้สึกเขินที่โดนชมไม่หยุด
“...แล้วก็อีกอย่างนะ”เมษาพูดต่อ
“อะไรเหรอ”
“คนแบบนายเนี่ยมองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าน่าสนใจสุดๆ”
ว่าแล้วเธอก็ขยับหน้าเข้ามาใกล้ยกนิ้วขึ้นจิ้มจมูกคนตรงหน้าจนชายหนุ่มเผลอหน้าขึ้นสีแดงวูบ รีบดึงหน้าออกห่างปล่อยให้สาวน้อยน่ารักข้างๆนั่งยิ้มกว้างอยู่อย่างนั้นเอง
“อะไรของเธอเนี่ย ชมฉันมากๆฉันไม่มีของจะให้หรอกนะ” วิศนะพูดพลางเบือนหน้าหนีไปทางอื่นจู่ๆ ก็ถูกผู้หญิงน่ารักๆ ชมแบบนี้เขาก็เขินเป็เหมือนกันนะ!
“ไม่หรอก นายมีของให้ฉันแน่นอนวิศนะ...” เมษาหัวเราะหึ
“หือ..?”
“ก็ตัวนายไง”
“หะ?” คนฟังเลิกคิ้วขึ้น
เห็นแล้วหญิงสาวก็หัวเราะคิกคักออกมาทันที ก่อนจะผายมือออก
“คิดไปถึงไหนแล้วคะ พี่ชาย” เมษายิ้มขัน “ฉันหมายถึงว่า ฉันอยากจะชวนให้นายมาร่วมปาร์ตี้เดียวกับฉันต่างหากวิศนะ”
วิศนะร้อง “อ๋อ” ขึ้นมา คุ้นๆ อยู่เหมือนกันตอนที่ไอ้ธันวาเพื่อนรักมันอธิบายให้ฟังว่า“ปาร์ตี้” ที่ว่านี้มันหมายถึงการจับกลุ่มเล่นเกมเป็ทีเดียวกันนั่นเองซึ่งมันก็ทำให้เขาต้องยกมือขึ้นเกาศีรษะแกรกๆพลางหันไปสบตากับหญิงสาวตรงหน้าที่ยิ้มแฉ่งมาให้
“ว่าไงมาเก็บเลเวลกับฉันเถอะน่า ถ้าเราร่วมเป็ทีมเดียวกันฉันว่ามันต้องสนุกแน่ๆ”
เมษาเอ่ยขึ้น หากแต่ชายหนุ่มกลับทำหน้าปุเลี่ยนๆ
“...ฉันว่าอย่าดีกว่า เมย์” เขาว่า
“ทำไมอ่ะ” เมษาหน้างอทันที
“จะว่ายังไงดีล่ะ” ว่าแล้วก็ไหวไหล่ “เพราะอันที่จริงฉันเล่นเกมไม่เก่งล่ะมั้งอ่า...เรียกว่าอ่อนมากเลยทีเดียวแหละ ก็เห็นแล้วนี่นาขนาดขายของยังเกือบจะโดนโกงหมดตัวเลย ถ้าเธอไม่อยากได้ตัวถ่วงนะมองข้ามฉันไปเถอะ”
“โธ่นึกว่าอะไร...”เมษายิ้มกว้าง พลางเอามือตบไหล่ของวิศนะแรงๆ สองสามที “ไม่ต้องคิดมากหรอกน่าพี่ชาย ไอ้การเล่นเกมถ้ามาห่วงกลัวเล่นไม่เก่งเลยไม่อยากทำโน่นทำนี่ แล้วมันจะไปสนุกอะไรจริงมั้ยจ๊ะ?”
“...แต่ว่า”
“อีกอย่างฉันเองก็ไม่ค่อยมีเพื่อนพอจะหาคนมาปาร์ตี้ด้วยกันก็มีแต่พวกชอบหลอกลวง ไม่จริงใจเลยฉันอุตส่าห์เชื่อในตัวนายนะ วิศนะ นายจะปฏิเสธเหรอ?”
พอเห็นสาวน้อยเมษาก็ทำตาปริบๆ ดูน่าสงสารวิศนะก็เริ่มทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ฉีกยิ้มแห้งๆกลอกตาไปมาอย่างคนไม่รู้จะทำอย่างไรดี
ไม่ทันไรก็มีหน้าต่างโปร่งแสงสีชมพูอ่อนโผล่ขึ้นมาตรงหน้าซึ่งมันคือหน้าต่างชวนเข้าปาร์ตี้พอวิศนะอ่านจบก็เหลือบตาขึ้นมองหน้าเมษาที่กำลังส่งยิ้มเจื่อนๆพลางใช้ดวงตาสีเทาใสแป๋วคู่นั้นเรียกหาความเห็นใจจากเขาเป็กำลัง
“หวังว่าเธอคงจะไม่ได้หลอกฉันใช่มั้ยเนี่ย?” วิศนะว่า
“แหม เห็นฉันเป็คนยังไงกัน” เมษาว่า “ฉันไม่ช่วยนายเพื่อมาหลอกกินเงินของนายหรอกอีกอย่างนายก็รู้เื่ราคาของกล่องดาวทองแล้วนี่นา ฉันจะไปทำอะไรได้ แล้วก็นะ!ถึงจะอยู่ปาร์ตี้เดียวกันฉันก็ไม่มีสิทธิไปยุ่งอะไรกับไอเท็มของนายได้อยู่แล้วย่ะ”
“....” วิศนะพูดไม่ออก
“ไม่เชื่อนายก็ลองถาม AI ของนายดูสิ”
วิศนะมองไปที่เมษาซึ่งยังคงส่งสายตาวิงวอนไม่เลิก
“จริงเหรอจินนี่ เื่ที่เมย์บอกน่ะ” วิศนะถาม
“จริงค่ะ หากนายท่านไม่ทำการโอนให้ ผู้เล่นคนอื่นก็ไม่มีสิทธิเข้ามาวุ่นวายกับสมบัติของนายท่านได้แม้แต่น้อยค่ะ”
“เห็นมั้ยล่ะ”ว่าแล้วเมษาก็ยิ้มหวาน
วิศนะสบดวงตากลมโตน่ารักคู่นั้นของเมษาอย่างครุ่นคิด...จริงอยู่ที่ว่าเธอคนนี้ช่วยเขาเอาไว้เมื่อครู่ซึ่งเขาเองก็รู้สึกขอบคุณอย่างสุดซึ้ง แต่ยามนี้เขาชักไม่มั่นใจเสียแล้วว่าสาวน้อยตรงหน้าจะจริงใจกับเขาที่เพิ่งเจอกันเป็ครั้งแรกแค่ไหน
แถมเขายังมีภารกิจต้องไปตามหาตัววรัญญาอีกด้วย!
ยิ่งคิดวิศนะก็ยิ่งปวดหัว แต่พอมองตาใสแป๋วน่ารักของสาวน้อยฝั่งตรงข้ามแล้วเขาก็ได้แต่ถอนใจ...แล้วก็อ่อนใจด้วย
“ก็ได้ๆ ฉันไปเก็บเลเวลกับเธอก็ได้เมย์”
“จริงนะ” เมษาร้องลั่น “พูดแล้วห้ามคืนคำนะ”
“อืม ฉันจะไปกับเธอ แต่แค่ชั่วคราวนะเพราะฉันเองก็มีสิ่งที่จะต้องไปทำในเกมด้วย”
ได้ยินแบบนั้นแล้วเมษาก็ะโตัวลอย
“เย้ ยอดไปเลยวิศนะ ทีนี้ฉันก็มีเพื่อนผจญภัยกับเขาซักที!”
ไม่พูดเปล่าเ้าหล่อนยังลุกขึ้นคว้าแขนเขามาเขย่าพลางะโไปมาราวกับเด็กเพิ่งได้ของเล่นชิ้นใหม่ก็ไม่ปานวิศนะกลั้นหัวเราะขำแล้วก็ยอมกดตกลงในหน้าต่างชวนเข้าปาร์ตี้ของเมษาอย่างช่วยไม่ได้
“รับประกันเลยวิศนะ นายไม่ผิดหวังกับฉันแน่” เมษาว่า “ก่อนอื่นฉันจะไปช่วยนายเพิ่มระดับก่อนนายจะได้มีเลเวลพอๆ กับฉันเราสองคนจะได้ไปลุยปาร์ตี้เควสกันให้สุดเหวี่ยงไปเลย!”
“เอาล่ะๆ ยังไงก็ได้นะเมย์แต่ตอนนี้ฉันต้องไปซื้อแรมมาอัพเกรด AI ของฉันก่อน”
“แรมเหรอ ได้เลยฉันรู้จักร้านนึกขายถูกมากเลยตามมาสิ”
ว่าแล้วเมษาก็ลากแขนเขาไปพร้อมกับรอยยิ้มหวานที่วิศนะชักจะรู้สึกชินกับมันไปเสียแล้วสิมันเป็รอยยิ้มร่าเริงที่เขาเห็นแล้วก็รู้สึกเบิกบานใจตามไปได้อย่างน่ามหัศจรรย์
เอาเถอะ...
ยังไงวันนี้ก็คงยังหาตัววรัญญาไม่เจอหรอก..
ไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องตอบแทนบุญคุณเมย์ด้วย
วันนี้ก็คงต้องเปิดใจเล่นเกมออนไลน์ไปก่อน ...ซึ่งบอกตามตรงเลยตอนนี้เขาก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าเขาชักจะเริ่มรู้สึกสนุกกับมันขึ้นมาแล้วสิ
“อย่าลากสิเมย์ ฉันเดินเองได้!”