เกิดใหม่ทั้งที ดันเป็นฮัสกี้หน้าโง่เนี่ยนะ? (นิยายแปล)

    บทที่ 80 ยังขาดหัวโจก!

    "โฮ่งๆๆ..."

            "อ๊ากก!!"

            ขณะที่สวี่มั่วกำลังรักษาแผลให้ทิเบตันมาสทิฟก็ได้ยินเสียงหมาเห่าและเสียงกรีดร้องดังขึ้นจากด้านข้าง

            สวี่มั่วหันไปมองแวบหนึ่งก็เห็นว่าชายร่างผอมที่โดนทำลายแขนทั้งสองข้างไปแล้วกำลังพยายามจะหนีแต่กลับถูกฝูงหมาจรล้อมไว้

            ดูเหมือนพวกมันจะโกรธที่เขาทำร้ายเพื่อนร่วมฝูงจึงรุมกันกัดอย่างไม่ปรานี เสื้อผ้าบนตัวเขาถูกฉีกจนขาดวิ่น เลือดโชกเต็มร่าง

            "บรู๋ววว... เจ็บอ่า... เจ็บ... หือ?! ไม่เจ็บแล้วแฮะ!!"

            จู่ๆ ทิเบตันมาสทิฟที่กำลังร้องโอดครวญคอแข็งอยู่ก็หยุดไปเฉยๆก้มมองขาของตัวเองด้วยความประหลาดใจ ดวงตาเบิกโพลงแล้วร้องว่า "ไม่เจ็บแล้ว!ไม่เจ็บจริงๆ ด้วย!!"

            มันแทบไม่อยากเชื่อ รีบหันหัวกลับไปทางด้านหลัง ยกขาซ้ายขึ้นสูงแล้วพยายามแลบลิ้นเลียแผลบริเวณที่โดนยิง เลียเลือดที่เปื้อนแผลออกจากนั้นก็ร้องอย่างตื่นเต้นว่า "หายแล้ว! ผมหายแล้ว!ทำไมเป็นแบบนี้ได้ล่ะ!"

            มันวางขาลง พลิกตัวลุกขึ้นมายืน สะบัดตัวสองที เดินไปสองสามก้าวแล้วร้องอย่างดีใจว่า "ผมไม่เป็นอะไรแล้ว!! ลูกพี่! ผมไม่เป็นอะไรแล้ว!ไม่ตายแล้วเว้ย! ฮ่าๆๆ!!"

            "..."

            สวี่มั่วมองดูมัน แล้วอดคิดไม่ได้ว่าไอ้นี่คงมีปัญหาทางสมองแหงๆ 

            หรือว่าเคยโดนกัดหัวตอนสู้ในสนามต่อสู้มาก่อน?

            เขามองแผลตรงขาของมัน แล้วรู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย ไม่คิดเลยว่า 'ยารักษา' จะมีประสิทธิภาพขนาดนี้ก่อนหน้านี้เขายังประเมินมันต่ำเกินไปอยู่เลย

            ขอให้จับสลากได้ไอเทมนี้อีกเถอะ จะได้เก็บไว้ใช้ยามคับขันเผื่อช่วยชีวิตได้จริงๆ

            สวี่มั่วครุ่นคิด พลางมองดูสองคนร้ายที่โดนจับกุมจนหมดสภาพก่อนจะเงยหน้ามองไปยังเนินเขาด้านหลัง ซึ่งตอนนี้เสียงปืนเงียบลงเกือบหมดแล้วดูท่าภารกิจใกล้จะจบสิ้น

            แต่เขากลับยังไม่ได้รับแจ้งเตือนว่า 'ภารกิจสำเร็จ'หรืออะไรทำนองนั้น

            ยังมีใครหลุดรอดไปอีกงั้นหรือ

            สวี่มั่วขมวดคิ้วเล็กน้อย มองไปรอบตัวก็ไม่เห็นใครน่าสงสัยแต่เขาเห็นตำรวจสองสามคนกับสุนัขตำรวจอีกสองตัวกำลังรีบลงมาจากป่าบนเขาคาดว่าคงได้ยินเสียงปืนเมื่อครู่เลยตามมา

            เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปพูดกับทิเบตันมาสทิฟว่า "นายพาพวกมันไปก่อน แล้วก็เรียกหมาตัวอื่นๆ ด้วย ระหว่างทางช่วยกันสำรวจดูถ้าเจอพวกเลวที่หลุดรอดไปก็จับไว้ หรือไม่ก็มาบอกฉันถ้าไม่เจอใครก็ไปรอที่จุดรวมพลในเมือง ฉันจะตามไปทีหลัง"

            ทิเบตันมาสทิฟพยักหน้ารัวๆ "ได้เลย! รับทราบครับลูกพี่!!"

            มันหันไปมองพวกหมาจรจัดที่ยังรุมกัดชายผอมคนนั้นซึ่งตอนนี้ก็เจ็บจนสลบไปแล้วไม่เลิกก่อนร้องสั่ง

            "ได้ยินที่ลูกพี่พูดไหม! ไปกันได้แล้ว!!กลับไปรอรับรางวัลกันโว้ย!!"

            "..."

            สวี่มั่วมองดูทิเบตันมาสทิฟนำฝูงหมาจรวิ่งขึ้นเขาไป(คงจะไปตามหาหมาตัวอื่นๆ) แล้วก็หันกลับมามองเฮยอวิ๋นสุนัขตำรวจที่ยังเฝ้าอยู่ข้างๆ ชายผมยาวคนนั้น

            อีกฝ่ายไม่ได้โจมตีแล้ว คงเพราะชายคนนั้นสลบไปแล้วเหมือนกันบาดเจ็บทั่วร่าง แทบไม่ต่างจากชายผอมคนแรกเลย

            ดูท่าหมานี่ก็ไม่ธรรมดาจริงๆ...

            เสียงฝีเท้าดังเร่งเข้ามา

            สวี่มั่วเงยหน้าขึ้นมองเห็นตำรวจสามนายกับสุนัขตำรวจอีกสองตัวกำลังวิ่งเข้ามาใกล้

            สุนัขทั้งสองตัวนั้นเขาเคยเห็นมาก่อน และทันทีที่มาถึงพวกมันก็เริ่มคุยกับเฮยอวิ๋นเพื่อสอบถามสถานการณ์ที่นี่

            ขณะเดียวกันตำรวจทั้งสามนายก็รีบประเมินสถานการณ์ในที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็วพอเห็นสภาพของสองคนร้ายที่นอนจมกองเลือดอยู่สีหน้าของแต่ละคนก็อดแสดงความตกใจไม่ได้

            หนึ่งในนั้นมองไปที่เฮยอวิ๋นแล้วพูดว่า "เฮ้ย! เฮยอวิ๋นเรื่องทั้งหมดนี่ฝีมือแกเหรอ ดุไม่เบาเลยนะ!"

            อีกคนว่า"สงสัยเฮยอวิ๋นจะโกรธที่พวกมันทำร้ายเสี่ยวหลี่ละมั้ง...ไม่ต้องห่วงนะเฮยอวิ๋น เสี่ยวหลี่ไม่เป็นไร ถูกส่งโรงพยาบาลไปแล้ว"

            พอได้ยินแบบนั้น เฮยอวิ๋นก็มีสีหน้าโล่งอกอย่างเห็นได้ชัดก่อนจะถอนหายใจยาวด้วยความโล่งใจ

            ตำรวจอีกคนหยิบวิทยุขึ้นมารายงานสถานการณ์กลับไปยังหน่วยหลักพร้อมสั่งให้ฝ่ายแพทย์นำเปลมารับตัวสองคนร้ายที่แทบไม่เหลือแรงจะหายใจ

            อีกคนก้มลงมองสวี่มั่วอย่างสนใจแล้วพูดว่า "เจ้าหมาตัวนี้...หรือว่าจะเป็นตัวเดียวกับที่หวังเทาพูดถึง?"

            ตำรวจที่เพิ่งรายงานสถานการณ์หันมามองด้วยเช่นกัน "ฮัสกี้...อยู่กับเฮยอวิ๋นด้วย... น่าจะเป็นตัวนี้แหละมั้ง มันเก่งอย่างที่ว่าไว้จริงเหรอดูไม่น่าใช่นะ..."

            เห็นพวกเขาพูดวิจารณ์กันไปมา สวี่มั่วก็แอบเบ้ปาก ไม่คิดจะใส่ใจหันกลับไปมองสำรวจรอบๆ อีกครั้ง

            ทิเบตันมาสทิฟพาหมาจรขึ้นเขาไปแล้วไม่รู้จะเจอคนร้ายที่หลุดรอดบ้างไหม

            ก่อนหน้านี้ตอนที่เขาเลือกวิ่งตามคนร้าย เขาก็พิจารณาเส้นทางไว้แล้วตำแหน่งที่เขาวิ่งไปนั้นเป็นพื้นที่ที่ยังไม่มีตำรวจคุมอยู่ ส่วนทางอื่นๆน่าจะมีตำรวจดักอยู่หมดแล้ว ตามหลักแล้ว ไม่ควรมีคนร้ายหนีรอด

            แต่นั่นก็ยิ่งทำให้เขางุนงงว่า ทำไมระบบยังไม่แจ้งว่า 'ภารกิจสำเร็จ' สักที

            ยังขาดอะไรไปกันแน่

            สวี่มั่วรู้สึกสงสัยหนักมากจึงเรียกหน้าจอระบบขึ้นมาตรวจสอบคลื่นวิทยุของตำรวจอีกครั้ง แล้วก็พบว่ามีข้อมูลบางอย่างที่น่าสนใจโผล่ขึ้นมา

            ...หัวหน้าแก๊งค้ายาเหมือนจะยังไม่ถูกจับ!!

            จากข้อมูลของทางตำรวจ พวกเขายึดฐานของแก๊งค้ายาได้แล้วจับคนมาได้หลายสิบคนแต่กลับไม่เจอตัวเป้าหมายสำคัญที่สุดเลย...หัวหน้าแก๊งค้ายาหายไป!!

            ตามข้อมูลของตำรวจ หัวหน้าแก๊งค้ายาน่าจะอยู่ที่นี่แน่นอนแต่ไม่รู้ทำไมถึงหาไม่เจอ

            ดูเหมือนปัญหาของภารกิจจะอยู่ตรงจุดนี้เองสินะ?

            ขณะที่สวี่มั่วกำลังครุ่นคิด ตำรวจสามนายก็ได้รับคำสั่งใหม่คนหนึ่งให้เฝ้าคนร้ายสองคนที่ถูกจับไว้ รอทีมแพทย์มารับส่วนอีกสองคนก็พาสุนัขตำรวจสามตัวเดินกลับไปยังเส้นทางเดิม

            สวี่มั่วคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินตามพวกเขาไปอย่างเงียบๆ

            "เฮ้! หมานี่ตามเรามาแน่ะ มันจะทำอะไรน่ะ"

            "ปล่อยมันไปเถอะ ให้มันตามมาก็ดีจะได้พากลับไปให้หวังเทาดูว่าใช่ตัวที่เขาพูดถึงหรือเปล่า...หรือไม่ก็จับมันกลับไปที่หน่วยเลย จะได้ศึกษาว่ามันเก่งจริงมั้ย"

            "ทำไมฉันรู้สึกว่ามันเหมือนฟังเราออกเลยแฮะ..."

            "เป็นไปได้ที่ไหนเล่า..."

            "..."

            ตำรวจสองคนเดินนำอยู่ข้างหน้า คุยกันเสียงเบาส่วนสุนัขตำรวจสามตัวก็พากันมองสวี่มั่วเป็นระยะๆ เหมือนอยากจะคุยด้วยแต่ไม่กล้า

            สวี่มั่วก้มหน้าก้มตาเดินตามไปอย่างสบายๆ ไม่สนใจเสียงคุยพวกนั้นเลย

            พอเดินมาถึงช่วงกลางเนินเขา สวี่มั่วก็หันหลังกลับไปมองเห็นฝูงหมาจรจัดกำลังวิ่งลงจากเขาไปในแต่ละทิศทางคงกำลังช่วยกันค้นหาคนร้ายที่อาจหลบซ่อนอยู่ตามคำสั่งของเขาแต่ดูเหมือนจะไม่มีความเคลื่อนไหวอะไร แสดงว่ายังไม่เจอเป้าหมาย

            นี่ยิ่งตอกย้ำว่าปัญหาสุดท้ายของภารกิจนี้คงอยู่ที่หัวหน้าแก๊งค้ายาที่ขนาดตำรวจเองยังหาไม่เจอนั่นแหละ

            ไม่นานนัก สวี่มั่วก็ตามมาถึงบ้านพักตากอากาศที่เป็นรังของแก๊งค้ายาเห็นเว่ยเฉียงตงกำลังยืนบัญชาการอยู่

            เขาจำเสียงของหมอนี่ได้ดี เพราะเพิ่งได้ยินไปเมื่อตอนสาย


     

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งที ดันเป็นฮัสกี้หน้าโง่เนี่ยนะ? (นิยายแปล) ที่คุณอ่าน