นอกประตูคุณหนูเหอชุนผิงมาถึงครู่ใหญ่แล้ว นางได้เห็นความใกล้ชิดสนิทสนมระหว่างอู๋ฮวนและสตรีนางนั้น เห็นคนที่บ่าวไพร่กล่าวถึงเหอชุนผิงได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อ นางรู้จักอู๋ฮวนมาหลายปีก็ยังไม่มีโอกาสได้เข้าใกล้เขามากนัก แต่สตรีนางนั้นถึงกับซบหน้าลงบนอกอู๋ฮวน
เห็นภาพบาดตาเช่นนี้หากไม่รู้สึกเจ็บปวดก็ประหลาดคนแล้ว นางกำหมัดแน่นคิดแล้วก็รู้สึกเสียหน้า หลังได้รับรายงานจากคนสนิท อู๋ฮวนก็รีบร้อนตัดบทสนทนาแล้วจากมา นางจึงตามมาด้วย ผู้คุ้มกันเห็นว่าเป็นนางจึงไม่ได้ห้ามไว้ หัวใจเหอชุนผิงเหมือนถูกคว้าน นางขาอ่อนถอยหลังไปหนึ่งก้าว จนสาวใช้ต้องรีบประคองก่อนที่คุณหนูของนางจะหกล้มลง
“เป็นเช่นนี้สินะ เขาถึงต้องการเรียกข้ามาคุยเรื่องข่าวลือพวกนั้น ที่แท้ก็ทำเพื่อนาง”เหอชุนผิงใจสลาย
นางเฝ้ารักเฝ้ารอ แต่เขาเรียกนางมาพบเพียงเพื่อกล่าวว่าขอโทษเรื่องข่าวลือสมรสพระราชทาน และยังบอกอีกว่าข่าวนี้ไม่เป็นความจริง เขาแสดงความเสียใจที่ทำให้ชื่อเสียงของนางเสียหาย ดังนั้นเขาจะจัดการกับข่าวลือนั้นด้วยตนเอง นี่เป็นคำที่เขากล่าวมาทั้งหมดในวันนี้ระหว่างสนทนากัน
ชูหลิงลากไห่เถิงออกมาออกมาจากห้องก็เห็นสตรีนางหนึ่ง นางเดาได้ทันทีว่าคุณหนูผู้นี้คงเป็นคุณหนูเหอชุนผิง ได้ยินว่าเก่งกาจรอบด้าน และยังเหมาะสมกับตำแหน่งจวิ้นหวางเฟย แม้แต่บรรดาผู้คุ้มกันข้างกายอู๋ฮวนยังชื่นชม ชูหลิงเห็นเหอชุนผิงที่ใครๆต่างชื่อนชมแล้วพาลไม่ชอบหน้าลี่เฉิงขึ้นมาอีกคน
เดิมทีชูหลิงไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้น แต่คนเหล่านี้กล่าววาจาทำให้นายหญิงของนางเจ็บช้ำน้ำใจ นางจะทนได้อย่างไร จู่ๆนางก็อยากแทงพนันสักตา จึงแสร้งหันไปถามบ่าวไพร่แถบนั้นว่า
“ข้านึกอยากแทงพนันสักตา ไม่รู้ว่ายังรับแทงหรือไม่”
“ใช่ๆ เจ้าพูดถูก ข้าก็ลองดูสักตาเช่นกัน ว่าแต่เจ้าจะแทงข้างไหน”
ชูหลิงเหลือบมองสองนายบ่าว ยกมือขึ้นกอดอกและกล่าวน้ำเสียงหนักแน่น “แน่นอนว่าข้าต้องแทงข้างคุณหนูของข้าอยู่แล้ว”
ไห่เถิงได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มกว้าง คราแรกก็ไม่แน่ใจว่าควรแทงข้างไหน แต่ยามนี้เขาแน่ใจแล้ว“ฮ้า...แม่นางอาหลิน ข้าจะแทงข้างนาง ไปเรารีบไปกันเถอะ”
ชูหลิงพยักหน้ารับ“อื้ม”
ชูหลิงกับไห่เถิงจากไปแล้ว เหลือเพียงคุณหนูเหอชุนผิง ลี่เฉิงและสาวใช้ของนาง
“พนัน พนันอะไรกัน”
คุณหนูผู้ไม่รู้ตัวว่าถูกลากไปอยู่ในการพนัน หันไปถามสาวใช้สีหน้างงงัน
“ก็พนันเรื่องที่ว่าระหว่างคุณหนูกับแม่นางผู้นั้น ใครจะได้ครองตำแหน่งพระชายาจวิ้นอ๋องอย่างไรเล่าเจ้าคะ”สาวใช้ของเหอชุนผิงกระซิบอย่างระมัดระวัง
เหอชุนผิงได้ยินก็หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ เวลานั้นลี่เฉิงได้โอกาสกอบกู้หน้าจึงกล่าวขึ้น“คุณหนูเหออย่าได้ถือสาพวกบ่าวไพร่ในจวนเลยขอรับ”
ไม่ให้ถือสาได้หรือ นางเป็นใคร นางเป็นถึงบุตรสาวเจ้าเมืองอู่โจว แต่บ่าวไพร่ชั้นต่ำกลับเอานางไปเปรียบเทียบกับสตรีที่ไร้ที่มา คุณหนูเหอชุนผิงโกรธมาก นางเชิดหน้าหยิ่งยโส ไม่มองหน้าลี่เฉิงและสะบัดแขนเสื้อเดินจากไปพร้อมสาวใช้ของนางทันที ทิ้งให้ลี่เฉิงยืนปาดเหงื่อ ด้วยนึกเสียดายที่เผลอไปแทงข้างคุณหนูเหอชุนผิงตั้งห้าตำลึง!!
“อาหลิน มา ให้ข้าดูหน่อยว่าอาการเป็นอย่างไร”จวิ้นอ๋องถูกกริยาออดอ้อนทำให้ทนไม่ไหว ยื่นหน้าก้มฝังจมูกลงกลางกระหม่อมนางไปหนึ่งครั้งแล้วยิ้มอย่างอารมณ์ดี
เขาไม่แปลกใจที่จู่ๆนางก็เวียนหัว เขาอายุปูนนี้แล้วหากมองเล่ห์เหลี่ยมสตรีไม่ออกก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว เขารู้ว่าจางหลินถงแค่เพียงอยากเอาชนะเหอชุนผิง จึงแกล้งบ่นว่าเวียนหัวเพื่ออ้อนให้ได้รับความเอาใจใส่เป็นพิเศษ
“ข้า...”นางซบใบหน้าหลบซ่อนความอับอายที่ถูกจับได้
“ยังเจ็บแผลอยู่หรือไม่”เขายังไม่กล้าโอบกอดนางเพราะกลัวจะไปโดยแผลที่หัวไหล่
“พอทนได้”จางหลินถงขยับออกห่าง หลังเห็นว่าคุณหนูผู้นั้นจากไปแล้ว
แต่ภายในใจนางยังรู้สึกหงุดหงิด พอเห็นอู๋ฮวนยื่นมือไปจับที่คอเสื้อนาง จางหลินถงจึงรีบจับเมือเขาไว้พลางถลึงตามองด้วยสายตาไม่พอใจ เพียงแค่คิดว่าหากเขาแต่งกับคุณสกุลเหอผู้นั้นจริงๆ พลันในใจของนางก็นึกรังเกียจมือข้างนั้นของเขาทันที
“ท่านจะทำอะไร”แม้แต่สรรพนามก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน
“ดูแผลให้เจ้า”กล่าวแล้วเลื่อนสายตามองมือของตนที่ถูกนางจับไว้พลางครุ่นคิด
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ไม่กล้ารบกวนจวิ้นอ๋อง”
“จวิ้นอ๋อง...”อู๋ฮวนขมวดคิ้ว เมื่อสักครู่เพิ่งจะอดอ้อน แต่เหตุใดนางจึงอารมณ์ไม่ดีแล้วเล่า
“ได้ยินว่าคุณหนูเหอชุนผิงมาถึงจวน จวิ้นอ๋องปล่อยให้นางรอเกรงว่าจะไม่เหมาะ หม่อมฉันไม่เป็นไรแล้ว เชิญจวิ้นอ๋องกลับไปคุยธุระเถอะ”ตอนแรกนางแค่คิดจะประชดแค่เล็กน้อย แต่ต่อมารู้สึกหงุดหงิดมากขึ้น
ท่าทีประหลาดของนางมีหรืออู๋ฮวนจะดูไม่ออก นางคิดจริงหรือว่าเขาจะเห็นแก่ข่าวลือยอมแต่งงานกับคุณหนูสกุลเหอผู้นั้น แต่คิดอีกทีหากไม่มีข่าวลือนี้ ไม่มีการพนันไร้สาระ เขาคงไม่ได้เห็นนางแสดงอาหารหึงหวงออกมาให้เห็น ท่าทีของนางในเวลานี้ เหมือนลูกเสือน้อยจอมอันธพาลที่ระรานไปทั่ว อู๋ฮวนอดใจไม่ไหวใช้อ้อมแขนโอบไหล่ของนางข้างที่ไม่ได้บาดเจ็บ ตรึงท้ายทอยของนางแล้วก้มลงมาปิดปากร้ายกาจของนาง จุมพิตสั่งสอนไปหนึ่งยก
จางหลินถงโกรธเขาจริงๆพอถูกจูบนางจึงใช้แขนข้างที่ไม่เจ็บดันอกเขาออก แต่ยิ่งนางขัดขืนนางก็ยิ่งเหนื่อยและมีอาการหอบ นางจึงหยุดผลักและนางหลับตาอยู่นิ่งๆ ยอมให้เขาจุมพิตแต่โดยดี เขาและนางไม่ได้ใกล้ชิดคลอเคลียเช่นนี้ นับตั้งแต่ออกเดินทางจากเมืองหมีจู อู๋ฮวนจึงโหยหานางมากเป็นพิเศษ หลังจุมพิตอยู่เนิ่นนานจึงค่อยแยกจาก
อู๋ฮวนมองหน้าจางหลินถงพลางทำหน้าประหลาด ก่อนจะเอ่ยถามออกมาคำหนึ่งว่า“เจ้ายังไม่ได้บ้วนปากหรือ”
สิ้นคำของอู๋ฮวนจากหลินถงหน้าแดงก่ำ ใครว่ายังเล่าตั้งแต่นางขอน้ำดื่ม ชูหลิงก็รีบนำน้ำอุ่นและกิ่งหลิวที่ทุบปลายจนแตกชุบเกลือมาให้นางใช้ทำความสะอาดช่องปากจนสะอาดแล้ว แต่พอถูกเขาหยอกเย้านางทั้งอายทั้งโกรธ ยกกำปั้นข้างที่ไม่เจ็บขึ้นมา หวังจะฟาดใส่อกเขาสักทีสองที
แต่อู๋ฮวนหัวเราะด้วยความพอใจและรวบมือนางไปจุมพิต เขาแค่หยอกนางแต่นางทำหน้าเหมือนโกรธจริง ดูเหมือนลูกเสือน้อยตัวนี้พอขุนจนเริ่มอ้วนพีมีแรงมากขึ้น ก็เริ่มฉายแววหยิ่งผยองจะไล่กัดผู้มีบุญคุณเสียแล้ว
จางหลินถงได้ยินเสียงหัวเราะและรอยยิ้มจึงหยุดชะงัก นางเพิ่งรู้ว่าอู๋ฮวนนอกจากร้องไห้ เขายังหัวเราะเป็นด้วย ยามเขาหัวเราะเสียงไพเราะมากจริงๆ นางอยากเห็นเขาเป็นแบบนี้มากกว่านั่งขรึมปั้นหน้าเหมือนจะกินคนทั้งวัน
“มา ข้าจะล้างปากให้เจ้าเอง”คนเจ้าเล่ห์เหลี่ยมจัดอย่างอู๋ฮวนกล่าว และยื่นหน้าเข้าหาเพื่อจะทำจริงๆ
แต่จางหลินถงหันหน้าหนี ทั้งก้มต่ำซ่อนใบหน้าแดงซ่าน อู๋ฮวนหัวเราะชอบใจ พลันสายตาเหลือบเห็นจุดแดงๆบนเสื้อข้างขวาจึงได้สติ นางกำลังบาดเจ็บไม่ควรให้นางเคลื่อนไหวร่างกายมาก หลังจากหยอกเย้ากันจนอารมณ์ดีทั้งสองฝ่าย จางหลินถงจึงยอมให้เขาทำแผลใส่ยาให้ใหม่
“อาหลิน ครั้งข้าติดหนี้เจ้าแล้ว”
จางหลินถงรู้ว่าเขาหมายถึงเรื่องอะไร นางจึงนึกถึงต้าเจิงขึ้นมา“แล้วต้าเจิงเล่า...”
อู๋ฮวนหุบยิ้ม แต่ก็ไม่ปิดบัง“ต้าเจิงรักษาตัวอยู่เรือนตานถิง อาการดีขึ้นมากแล้ว”
“พี่ฮวนไม่ระแวงพวกข้าแล้วหรือ”
“อาหลิน พี่ฮวนเชื่อใจเจ้าแล้ว ทีหลังอย่าเอาตัวเจ้ามาปกป้องข้าเช่นนี้อีกได้ยินหรือไม่”
จางหลินถงพยักหน้า ในเมื่อเขายอมเชื่อใจนาง นางก็ควรเล่าความจริงทั้งหมดให้เขาฟังเช่นกัน นางยังสัญญาว่าต่อไปไม่ว่ามีอะไรนางจะบอกเขาเป็นคนแรกเสมอ จากการพูดคุยจนเข้าใจ อู๋ฮวนเชื่อว่านางไม่ได้ปิดบังหรือโกหก นางกับต้าเจิงไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการลอบวางยาอู๋อ๋อง ชายหนุ่มอยู่ในเรือนตะวันออกกับจางหลินถงจนถึงเวลาอาหารเย็น หลังจากป้อนข้าวป้อนยาให้นางแล้ว เขาอยู่เป็นเพื่อนจนนางหลับและออกมาจากห้อง ปิดงับประตูอย่างเบามือ
ในขณะที่ประสาทสัมผัสอันฉันไวรับรู้ได้ถึงการเคลื่อนไหวของใครบางคนจากบนหลังคา...
*************************************************************