ตอนที่สี่สิบเก้า ท่านดยุกกับโปเกมอนเทรนเนอร์
“เช้ง เช้ง กิ้ง กึ้ง”มูมักไพร์มและมูมักไมเนอร์ที่ใช้ดาบต่างขนาดกันมูมักไพร์มใช้ดาบใหญ่ประมาณดาบฆ่ามังกร ส่วนมูมักไมเนอร์ใช้ดาบใหญ่ธรรมดา
ตามหลักการของโปเกมอน
โปเกมอนที่อยู่ในป่าอาจจะมีแรงกำลังความเร็ว ความบ้าคลั่งมากกว่า แต่โปเกมอนที่มีเทรนเนอร์นั้นจะมีทักษะสูงกว่านั่นเอง
และผมก็ไมได้เลี้ยงให้มูมักไพร์มมีอาหารน้อยกว่าตามธรรมชาติเสียเมื่อไรที่ผมจะเพิ่มเข้าไปคือทักษะ ผสานเข้ากับพละกำลังของสัตว์ประหลาด
ก็จะได้ผลลัพธ์อันน่ากลัว
ปรกติการปราบช้าง เอ๊ย มูมักนั้นน
คนมักจะโจมตีที่งวง ขา หรือตา
ตานั้นผมกะว่าจะใส่หมวกขานั้นน่าจะสั่งทำพวกเครื่องป้องกันขาแบบอักษรรูนมาเพิ่มภายหลังตอนนี้ใส่แบบดีที่สุดเท่าที่ใส่ได้ไปก่อนและเอาพลโล่มาป้องกันด้านข้างรวมถึงพลปืนที่อยู่ข้างบนตัวมูมัก
แต่งวงคือจุดอ่อน
การใช้วิชาดาบให้ไปก็เท่ากับว่าคนที่คิดจะตัดงวงของมูมัก ต้องผ่านวิชาฟันดาบและทักษะ counter attackโจมตีสวนกลับของมูมักไปก่อน
จะแลกเลือดกับมูมักที่สูงเท่าตึกสามชั้นและถือดาบขนาดใหญ่ก็เชิญพิสูจน์กันว่าใครจะตายก่อนกัน
ถ้าไม่โดนกองกำลังที่คอยอยู่รอบข้างมูมักฆ่าไปก่อนล่ะนะ
ข้อดีของการมีมอนสเตอร์ยูนิทขนาดใหญ่ก็คือ ทั้งเราและฝ่ายตรงข้ามรู้ตัวดีว่าหากเราบุกไป ต้องได้เลือดแน่ๆ
แต่ก็มีข้อเสียคือทำให้ฝ่ายตรงข้ามต้องหาทางจัดการมูมักเช่นกัน
ขั้นต่อไปผมว่าจะเอารองเท้าที่ลอยจากพื้นได้หรือหมวกติดปีกมาให้มูมัก
เท่านี้มูมักก็ไม่มีทางเหยียบกับดักที่อยู่ที่พื้นแล้ว
การวางกับดักของฝ่ายตรงข้ามเช่นหลุมเพาะหลาวต่างๆจะไม่ได้ผลหากขาของมุมักไม่อยู่ติดพื้นหรือหากมูมักลอยได้จากพื้นนั่นเอง
นี่คือความสามารถของโปเกมอนที่มีเทรนเนอร์
เราสามารถประสานสติปัญญาของมนุษย์เข้ากับพละกำลังของโปเกมอนเอ๊ย มอนสเตอร์ยูนิท
ถ้ามูมักเริ่มใช้ดาบได้จากนั้นผมจะให้มูมักฝึกทักษะดาบสองมือและทักษะนินจาที่จะไต่กำแพงได้เท่านี้ไม่ว่ากำแพงปราสาทหรือป้อมค่ายไหนก็ไม่มีทางหยุดมูมักที่วิ่งไต่กำแพงได้แล้ว
“ท่านมูมักไมเนอร์ขอแรงท่านหน่อยขอรับ”พี่กล้ามกล่าวขอร้องอย่างสุภาพกับบมูมักไมเนอร์ที่กำลังฝึกฟันดาบอยู่
พี่กล้ามกล่าวอย่างสุภาพกับมูมักไมเนอร์ไม่มองว่าเป็นสัตว์เลี้ยงที่ต้อยต่ำเพราะพี่กล้ามเป็นคนที่เคารพขนาดและกำลัง
คนที่มีขนาดและพละกำลังมากจะได้รับการเคารพจากพี่กล้ามเสมอ
“แปร๋น”
(อะไรหรือเอาสัปปะรดมาให้แล้วข้าจะช่วย)
มูมักไพร์มเอางวงเขี่ยๆยื่นมาทางพี่กล้าม
มูมักไพร์มหันหัวไปทางพี่กล้ามเพราะรู้สึกหิวแล้วอยากจะรีดไถพวกตัวจิ๋วกว่าพวกนี้
“มะไม่ต้องถึงมือ เอ๊ยงวงของท่านมูมักไพร์มน่ะครับพวกเราจะฝึกความอดทนจากการกระทบกระเทือนด้วยการใช้ค้อนฟาดไปมา แต่หัวหน้าและพวกเราบางคนก็ถึงขีดจำกัดแล้วที่การโจมตีระดับแรงธรรมดาโจมตีพวกเราไม่เข้าน่ะขอรับ”
พวกพี่กล้ามพูดจากับมูมักไพร์มเข้าใจด้วย
อ๊ะ จะว่าไปแล้วพวกพี่กล้ามมาจากชนเผ่านี่หว่าจะมีสกิล animal husbandry เลี้ยงสัตว์ที่จะคุยกับพวกนกเหยี่ยวม้า หรือสั่งการหมาป่าได้ก็ไม่แปลกอะไรเท่าไร
“แปร๋น” มูมักไพร์มร้องอย่างหงุดหงิด
“แปร๋น”
(เอาสัปปะรดมาให้แล้วข้าจะช่วย)
มูมักไมเนอร์ที่ฝึกด้วยดาบขนาดเล็กกว่าก็หันมาทางพี่กล้ามยื่นงวงมาและพูด?เอ่อ... สื่อสารอย่างเดียวกัน
สาเหตุที่ค่าอาหารมูมักไพร์มเพราะพวกนี้ชอบสัปปะรดที่ราคาแพงทะลุอาหารอย่างอื่นนี่ล่ะ
ทำไมสัปปะรดมันราคาแพงตั้ง 1000 g ฟะเรียกว่าระดับที่ทำให้คนทั้งบ้านกินกันได้ทั้งเดือนเลยนะราคานี้หากซื้ออาหารทั่วไป
มิน่า คนอื่นถึงไม่สามารถเลี้ยงพวกมูมักได้แม้ทางเทคนิค จะไม่ใช่สัตว์ที่ต้องกินเนื้อแบบพวกไวเวิร์น แต่ก็ต้องได้ทานสัปปะรดถึงจะอารมณ์ดี