ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

บทที่ 160  พูดคุยกับหัวหน้าหมู่บ้าน

        บทที่ 160 

        พูดคุยกับหัวหน้าหมู่บ้าน

        ผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าในตอนนี้เป็นชายชราชุดดำมีผมและหนวดเคราสีขาว

        มันที่กำลังยืนอยู่บริเวณด้านหน้าแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเรียบเฉยจ้องมองมายังแขกทั้งสองคนที่เดินทางเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้

        จางหยวนเกร็งเล็กน้อยเขาจ้องมองไปที่ชายชราผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าอย่างกล้ากล้ากลัวกลัว

        แน่นอนสวี่รั่วหยุนก่อนหน้านี้เป็นคนบอกเองว่าจำเป็นจะต้องรักษามารยาทยามที่เขาพบชายชราผู้นี้

        และในขณะเดียวกันเขาเองก็ไม่รู้เช่นเดียวกันว่าชายชราผู้นี้เป็นคนที่มีนิสัยอย่างไร

        เพราะแบบนั้นเลยไม่รู้ว่าตนเองนั้นจะวางตัวอย่างไรเลยแสดงท่าทางไม่ถูก

        ผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าวางคู่กันภายในมือของตนเองลงดวงตามองไปบริเวณรอบๆก่อนที่มันจะสังเกตุมาเห็นจางหยวนที่ยืนอยู่ด้านหลัง

        มันถามขึ้นอย่างรวดเร็ว “คนผู้นี้อย่างงั้นรึที่เป็นคนวาดงานชิ้นนั้นขึ้นมา ” 

        สวี่รั่วหยุนพยักหน้าตอบรับกลับไป “ ใช่แล้วขอรับคนหนุ่มผู้นี้เป็นคนที่รังสรรค์งานชิ้นนั้นขึ้นมา”

        ชายชราที่อยู่ด้านหน้าแสดงใบหน้าเรียบเฉยอยู่สักพักดวงตาคู่นั้นจ้องมองมาที่จางหยวน

        ยามที่ทำการจ้องมองมาด้วยดวงตาเช่นนั้นจางหยวนที่เป็นผู้ที่ถูกจ้องมองเขากลับรู้สึกราวกับว่าตัวเองนั้นโดนมองลงไปถึงรากลึกของจิตใจ

        เหมือนกับอีกฝ่ายนั้นมองตนเองอย่างทะลุปรุโปรงแน่นอนจางหยวนไม่ค่อยชอบความรู้สึกแบบนี้สักเท่าไหร่

        และตั้งแต่มาที่สถานที่แห่งนี้เขาเองก็แทบจะไม่โดนผู้ใดมองด้วยสายตาแบบนี้เลย

        เพิ่งมาเจอชายชราผู้นี้ที่มองสายตาแบบนี้มาหาเขาราวกับว่ากำลังวิเคราะห์ทุกอย่างภายในร่างกาย

        จางหยวนเริ่มทำตัวไม่ถูกเขาแสดงใบหน้าเลิ่กลั่ก 

        ก่อนที่ในช่วงเวลาถัดมาชายชราผู้นั้นจะแสดงท่าทางผ่อนคลาย “ดีคนหนุ่มแบบนี้หาคนที่มีความสามารถแบบนี้ยากแล้ว ”

        “ ภายในยุคสมัยนี้มีแต่ผู้คนรังสรรค์งานศิลปะขึ้นมาโดยที่ไม่คำนึงถึงหลายๆ”

        “ งานศิลปะของเจ้าข้าชื่นชมจากใจจริงงานศิลปะที่จะวาดขึ้นมายอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก” ชายชราที่อยู่ด้านหน้าทำการเอ่ยชมออกมาด้วยใบหน้าจริงจัง

        จางหยวนเมื่อได้ยินอีกฝ่ายเอ่ยชมออกมาแบบนั้นเขาพยักหน้าตอบรับกลับไปอย่างรวดเร็ว 

        รีบทำการก้มศีรษะและก็พูดขึ้นมาในทันที “ ขอบคุณผู้อาวุโสที่ชม” 

        “ เอาล่ะมานั่งสิข้าได้ชาชั้นดีมาจากนอกหมู่บ้าน” 

        ชายชราผู้นั้นเดินมุ่งตรงไปยังบริเวณโต๊ะนั่งดื่มชาที่ตั้งอยู่บริเวณมุมห้องติดอยู่กับหน้าต่างที่กำลังเปิดอยู่

        จางหยวนเดินเข้ามาอย่างช้าๆเขาพยายามรักษาระยะห่างโดยการเดินตามสวีรั่วหยุน

        ผู้เฒ่าสือทำการนั่งลงที่ตำแหน่งที่นั่งบริเวณด้านหน้าเมื่อทำการนั่งลงก็เชิญแขกทั้งสองที่เดินทางเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้นั่งลงเช่นเดียวกัน

        สวี่รั่วหยุนนั่งลงคนผู้นี้ไม่ได้แสดงท่าทางเกร็งอันใดมากนักเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พบกันผิดจากจางหยวน

        จางหยวนเขาค่อยๆนั่งลงตรงตำแหน่งที่หนักของตนเองอย่างช้า

        จางหยวนคิดภายในใจของตนเองอย่างรวดเร็ว “สวี่รั่วหยุนบอกว่าผู้เฒ่าผู้นี้เป็นคนที่มีอำนาจ ”

        “ เพราะแบบนั้นควรจะแสดงท่าทางและก็แสดงกิริยามารยาทที่ดีๆเอาไว้สินะ”

        “ เอาเถอะอย่างไรเสียก็น่าจะสนทนาไม่นาน ” 

        จางหยวนในตอนนี้พยายามคิดว่าตนเองนั้นนั่งสนทนาอยู่ตรงนี้สักพักอีกฝ่ายก็คงจะปล่อยตนเองกลับไปคงจะไม่มีเรื่องอะไรมากนัก

        ผู้เฒ่าสือที่อยู่บริเวณด้านหน้าพูดขึ้นมา “ได้ยินว่าตัวของเจ้าไม่เปิดเผยตนเองในการวาดภาพอย่างงั้นรึ ”

        “ ขอรับ!!! ” 

        “ ขอถามได้หรือไม่ว่าเหตุใดตัวของเจ้าจึงไม่ทำการเปิดเผยตนเองว่าตนเองนั้นเป็นคนวาดภาพพวกนั้นขึ้นมา”

        “ การที่เจ้านั้นไม่เปิดเผยตนเองคงจะมีเหตุผลสินะ”

        จางหยวนพยักหน้ากล่าวออกไปอย่างรวดเร็ว “เรียนท่านผู้เฒ่าตามตรงตัวของข้ามองว่าค่านั้นเป็นเพียงแค่คนที่ชื่นชอบการวาดภาพเท่านั้น” 

        “ แน่นอนว่าตัวของข้าไม่สามารถพูดได้ว่าตนเองนั้นเป็นจิตรกรจริงๆ”

        “ ดีให้คำตอบอย่างหนักแน่น!!! ”

        “ ของเจ้าถือว่าเป็นภาพวาดที่หาได้ยากครั้งก่อนนายท่านสวีนำเอามาให้ข้าดูแน่นอนว่ามันเป็นภาพวาดที่เปี่ยมล้นไปด้วยจิตวิญญาณ”

        “ ในตอนแรกตัวของข้ามองเห็นคิดว่าผู้ใดกันที่เป็นคนรังสรรค์ภาพวาดแบบนี้ขึ้นมา” 

        “ แต่เมื่อได้มาพบเจอกับเจ้าในเวลานี้แน่นอนข้ารู้สึกว่าตนเองนั้นคิดไม่ผิดเลย”

        “ คิดเอาไว้อยู่แล้วว่าคนที่วาดภาพแบบนี้ขึ้นมาได้จะต้องเป็นคนที่มีนิสัยอย่างเจ้า”

        “ มีนิสัยอย่างนั้นหรือขอรับ? ”

        “ ใช่แล้วนิสัยหลังจากที่มองเห็นเจ้าตรงนี้ดวงตาและใบหน้าของเจ้าเต็มไปด้วยความจริงจังไม่เพียงเท่านั้นแถมยังเป็นคนที่ดูมีความมุ่งมั่นเป็นอย่างมาก  ”

        “ ภายในเด็กรุ่นใหม่ที่ข้าเห็นมานักต่อนักแทบจะไม่พบเจอคนแบบเจ้าอยู่เลย” 

        “ ถือได้ว่าเป็นคนที่หาได้ยากภายในยุคสมัยนี้ ”

        จางหยวนคิดว่านั่นคือคำชมเขาพยักหน้าและก็ทำการพูด “ขอบคุณท่านผู้เฒ่ามากขอรับที่เอ่ยปากชมข้าเช่นนี้”

        “ นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้าเดินทางมาเข้าร่วมงานชุมนุมในครั้งนี้ใช่หรือไม่” 

        “ ใช่ขอรับ!!! ”

        “ ในครั้งนี้ตัวของเจ้าเดินทางมาเข้าร่วมงานชุมนุมถือว่าเป็นเรื่องดีเพราะว่างานชุมนุมในครั้งนี้ข้าเองก็เชิญคนหนุ่มมากมายที่ได้ชื่อว่าเป็นคนที่มีความสามารถมาเช่นเดียวกัน”

        จางหยวนน่าสงสัยออกมาเกี่ยวกับคำพูดของผู้เฒ่าที่อยู่บริเวณด้านหน้าเขาเอียงคอสงสัยแล้วถามขึ้นอย่างฉงน “ไม่ทราบว่าท่านผู้เฒ่าหมายความว่าอย่างไรอย่างนั้นหรือ? ” 

        “ งานชุมนุมในครั้งนี้ตัวขาวข้าอยากมองเห็นอันใดที่มันแตกต่างออกไปจากงานชุมนุมครั้งก่อน”

        “ ชุมนุมในครั้งก่อนๆแน่นอนว่ามันก็มีเพียงแค่การชื่นชมงานศิลปะและมันเองก็มีเพียงแค่การพูดคุย ”

        “ เหมือนกันซ้ำๆเดิมๆในทุกๆปีในครั้งนี้ขาเลยคิดจะหาวิธีการในการจัดงานใหม่ขึ้นมาโดยงานที่กำลังจะถูกจัดขึ้นมันเองก็แตกต่างจากงานในทุกๆปี”

        “ ข้าจะจัดงานประลองภาพวาดขึ้นมา ”ผู้เฒ่าสือที่อยู่บริเวณด้านหน้าพูดขึ้นด้วยใบหน้าจริงจัง

        จางหยวนได้ยินแบบนั้นดวงตาเบิกกว้างขึ้น “งานประลองภาพวาดอย่างนั้นหรือขอรับ? ” 

        “ ใช่แล้วงานประลองภาพวาดงานประลองภาพวาดจะถูกจัดขึ้นในวันที่สองของงานชุมนุม ”

        จางหยวนไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเขาหันไปมองสวี่รั่วหยุน

        หลังจากที่หันหน้าไปมองสวี่รั่วหยุนที่อยู่ข้างๆมองเห็นสายตาของมันเต็มไปด้วยความว่างเปล่า

        เห็นแบบนั้นก็รู้ได้ในทันทีว่าเรื่องนี้ตัวของสวีลู่หยุนเองก็ไม่รู้เช่นเดียวกัน

        สวีรั่วหยุนพูดขึ้นมา “ถูกจัดขึ้นมาใหม่อย่างนั้นหรือขอรับข้าเองก็ไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ ”

        “ แน่นอนเรื่องนี้ข้าไม่ได้บอกกับตัวของท่านไปเพิ่งคิดมาได้หลังจากพบเจอภาพวาดของท่านและท่านบอกว่าคนที่วาดภาพวาดนี้เป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มคนหนึ่ง ”

        “ หลังจากที่ได้มองเห็นภาพวาดนั้นก็นึกขึ้นมาได้ว่างานชุมนุมมันถูกจัดอย่างซ้ำมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว” 

        “ เพราะแบบนั้นในครั้งนี้ข้าเองก็มองเห็นว่าตัวของข้าก็จำเป็นจะต้องหาอะไรที่มันแตกต่างจากงานชุมนุมธรรมดาทั่วไป”

        “ ข้าน่ะแก่แล้วในตอนนี้ก็อยากมองดูเหมือนกันว่าคนรุ่นใหม่จะมีความสามารถอย่างไรบ้างครั้งนี้เลยไม่ได้เชิญแต่ผู้ที่มีความสามารถเพียงแค่ที่มีอายุมากมา” 

        “ แต่ตัวของข้านั้นเชิญพวกอัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่โดนยกย่องในแต่ละเมืองมาด้วย”

        “ ตัวของข้าหวังว่าคนที่มีฝีมืออย่างเจ้าจะเข้าร่วมการประลองภาพวาดในครั้งนี้” ผู้เฒ่าสือที่อยู่บริเวณด้านหน้าพูดขึ้นมาด้วยใบหน้า

        จางหยวนที่นั่งอยู่มองเห็นใบหน้าของคนผู้นั้นที่มองมาที่ตนเองเขารู้ได้ในทันทีว่าเขาไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ

        “ ขอรับ!!! ”จางหยวนตอบกลับไปดูเหมือนว่าที่คิดจะมานั่งสนทนาเพียงเล็กน้อยมันจะเกิดกลายเป็นเรื่องใหญ่ไปแล้ว 

        งานประลองภาพวาดอันใดนั้นเขาไม่ได้คิดเอาไว้เลยแม้แต่น้อยไม่คิดด้วยว่าการเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้จะต้องมาวาดภาพประลองอะไรแบบนั้น 

        จบบท 

คล้ายกับเรื่องข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง ที่คุณอ่าน