"ท่านอาหน้ากาก ข้ากับท่านแม่อยากขอบคุณสำหรับเทียบเชิญ จึงตั้งใจซื้อเสี่ยวหลงเปามาฝากท่านระหว่างทางขอรับ!"
ในขณะที่หลงเยี่ยเยี่ยนกำลังสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น และคิดว่าควรจะไล่สองแม่ลูกคู่นี้ออกไปดีหรือไม่ เสี่ยวอี้ก็วิ่งเข้ามา พร้อมกับวางเข่งเสี่ยวหลงเปาที่ยังร้อนกรุ่นอยู่ในซึ้งนึ่งลงบนมือของเขา
ไอน้ำชื้น ๆ เกาะเต็มฝ่ามือ ทำให้เขาขมวดคิ้วแน่น ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่ามือเบาลง พร้อมกับมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยมา ซึ้งนึ่งใบเล็กถูกอวิ๋นหรั่นเยว่ยกออกไปวางไว้ด้านข้างแล้ว
"ขออภัยด้วยเ้าค่ะ บุตรชายข้าเพิ่งเคยทานเสี่ยวหลงเปาเป็ครั้งแรก เขารู้สึกว่ามันอร่อยมากจึงตื่นเต้นจนอยากจะแบ่งปันความอร่อยให้ท่านโดยเร็ว ทำให้มือของท่านสกปรกแล้ว ต้องขออภัยจริง ๆ เ้าค่ะ ให้ข้าช่วยเช็ดให้นะเ้าคะ"
"ไม่ต้อง..." หลงเยี่ยเยี่ยนปฏิเสธด้วยน้ำเสียงเ็า ทว่ายังไม่ทันพูดจบ ผ้าเช็ดหน้าของอวิ๋นหรั่นเยว่ก็วางลงบนมือของเขาเสียแล้ว
ความรู้สึกรังเกียจสตรีผู้นี้อย่างที่เขาคาดไว้กลับไม่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย เขาชะงักไปชั่วขณะจนลืมชักมือกลับ
เมื่อเขารู้ตัวอีกครั้ง รอยน้ำบนมือก็ถูกเช็ดจนแห้ง และกลิ่นหอมประหลาดนั้นก็ห่างออกไป แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกโหยหาอย่างบอกไม่ถูก
เขาขมวดคิ้วแน่นยิ่งขึ้น เขากลับมีความรู้สึกที่เปลี่ยนไปต่อสตรีของพี่ชาย
"ท่านอา ขออภัยด้วยนะขอรับ ครั้งหน้าเสี่ยวอี้จะไม่บุ่มบ่ามเช่นนี้แล้ว แต่เสี่ยวหลงเปานี่อร่อยจริง ๆ นะขอรับ ท่านอยากลองชิมดูหรือไม่ขอรับ?" เสี่ยวอี้กะพริบตาโตใสซื่อ มองท่านอาหน้ากากด้วยความจริงใจ
หลงเยี่ยเยี่ยนสบเข้ากับดวงตาสีดำบริสุทธิ์ราวกับลูกกวางตัวน้อย หัวใจของเขาก็อ่อนยวบลง พลางคิดในใจว่าอาหารที่หาได้ทั่วไปอย่างเสี่ยวหลงเปาเด็กคนนี้กลับคิดว่ามันเป็ของเลิศรส ช่างน่าสงสารเสียจริง...
หารู้ไม่ว่าจริง ๆ เสี่ยวอี้ใช่ว่าจะไม่เคยทานเสี่ยวหลงเปา แต่เขาไม่เคยทานเสี่ยวหลงเปาไส้หมูธรรมดาแบบนี้ เพราะในแดนผีมีแต่เนื้อประหลาด ๆ ทั้งนั้น
อีกทั้งเสี่ยวอี้ยังตั้งใจวางมันลงบนมือของเขา เพื่อสร้างโอกาสให้ท่านแม่ได้ัักับเขาด้วย เขามองออกว่าท่านแม่สนใจท่านอาหน้ากากผู้นี้มาก ขนาดเมื่อครู่รัชทายาทผู้รูปงามคนนั้นยังไม่สามารถดึงดูดความสนใจของท่านแม่ได้เลย
หลงเยี่ยเยี่ยนจะไปรู้ได้อย่างไรว่าภายใต้รูปลักษณ์ก้อนแป้งน้อยน่าเอ็นดูเช่นนี้แท้จริงแล้วเป็เด็กเ้าเล่ห์ เขาลดเสียงลงแล้วกล่าวว่า "ขอบใจเสี่ยวอี้ แต่ท่านอาไม่หิว เ้าเก็บไว้ทานเองเถิด"
เสี่ยวอี้ดูหงอยลงในทันที ไหล่ทั้งสองข้างลู่ลง "ถ้าอย่างนั้นก็ได้ขอรับ"
ในใจของหลงเยี่ยเยี่ยนเกิดความรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาอย่างประหลาด พลางคิดว่าเขาเ็ากับเด็กคนนี้เกินไปหรือไม่?
ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมา มือเล็ก ๆ ป้อม ๆ ก็ยื่นเข้ามา พร้อมกับวางลูกกวาดเม็ดหนึ่งลงบนมือของเขา "ท่านอา นี่คือลูกกวาดนมดอกกุ้ยฮวาที่ท่านแม่สอนข้าทำ หอมมากเลยนะขอรับ"
เ้าตัวเล็กมองด้วยความคาดหวัง เนื่องจากอยู่ใกล้กันมาก บนตัวของเขาจึงมีกลิ่นหอมของนมจาง ๆ ลอยมาจากตัว แต่กลับไม่ทำให้หลงเยี่ยเยี่ยนเกิดความรู้สึกรังเกียจเลยแม้แต่น้อย
แปลกจริง ๆ เขาไม่รู้สึกต่อต้านการััจากสองแม่ลูกคู่นี้เลยแม้แต่น้อย ปกติแล้ว ขอเพียงใครเข้าใกล้เขาในระยะสามก้าว เขาจะเกิดความรังเกียจและต่อต้านอย่างรุนแรงทั้งยังเกิดจิตสังหารขึ้นมา
ทำให้ไม่มีใครสามารถััตัวเขาได้ แม้แต่ฮั่วซิวที่ต้องฝังเข็มให้เขาก็ยังไม่กล้าแตะต้องแม้แต่เส้นผม เพราะเกรงว่าจะถูกปราณแท้ของเขาทำร้าย
ทว่าไม่ว่าจะเป็เด็กคนนี้หรือสตรีผู้นั้น ทั้งคู่ต่างััมือของเขาได้ แต่เขากลับไม่มีจิตสังหารต่อพวกนางเลย
หลงเยี่ยเยี่ยนมองลูกกวาดในฝ่ามือซึ่งห่อด้วยกระดาษใส ด้านในเป็ลูกกวาดรูปดอกกุ้ยฮวา ดูน่ารักเหมือนกับเ้าตัวเล็กที่ชอบเที่ยวเรียกคนอื่นว่าท่านพ่อคนนี้ แต่เขาไม่เคยทานลูกกวาดจึงเพียงแค่รับมันเอาไว้
"ขอบใจ นี่ให้เ้า" เขาเก็บลูกกวาดไว้แล้วหยิบของตอบแทนส่งให้เสี่ยวอี้
"ว้าว สวยจังเลย! ขอบคุณขอรับท่านอา!"
ในมือของเสี่ยวอี้มีงานแกะสลักไม้ชิ้นหนึ่ง มันเป็รูปกระต่ายที่แกะสลักได้อย่างประณีตราวกับมีชีวิตแม้แต่เส้นขนก็ดูสมจริง
"ตรงกับปีเกิดของข้าพอดีเลย! ชอบที่สุดเลยขอรับ!"
เสี่ยวอี้ชอบมันจริง ๆ เพราะไม่เคยมีใครมอบของเล่นชิ้นเล็ก ๆ แบบนี้ให้เขา มันเหมือนกับของเล่นที่พ่อคนอื่นแกะสลักให้ลูกเลย ในที่สุดตอนนี้เขาก็มีมันแล้ว ของเล่นั้แ่เด็กของเขาคือตุ๊กตากระดาษ นี่เป็ครั้งแรกที่มีของเล่นปกติแบบนี้
อวิ๋นหรั่นเยว่ลูบศีรษะลูกชายอย่างเอ็นดู
หลงเยี่ยเยี่ยนชะงักไปเล็กน้อย ที่แท้เด็กคนนี้ก็เกิดปีกระต่าย เมื่อห้าปีก่อนยามที่เขาไม่สามารถสงบจิตใจได้ เขาได้ไปใช้ชีวิตในเมืองเล็ก ๆ ของมนุษย์เป็เวลานานและแกะสลักไม้หลากหลายรูปแบบทุกวัน และกระต่ายตัวนี้คือผลงานที่เขาชอบที่สุด
"เ้าชอบก็ดีแล้ว" หลังจากพูดจบเขาก็มองไปยังโรงประมูลและไม่พูดอะไรอีก
ทว่าในห้องนี้มีเพียงม้านั่งยาวตัวเดียวที่เตรียมไว้ให้เขา เมื่อเห็นว่าไม่มีที่นั่งอื่น เสี่ยวอี้จึงนั่งลงข้าง ๆ เขาโดยตรง พร้อมกับกวักมือเรียกให้ท่านแม่นั่งลงด้วย ที่นั่งซึ่งเดิมทีดูกว้างขวางก็พลันกลายเป็คับแคบขึ้นมา
หลงเยี่ยเยี่ยนพลันรู้สึกแปลก ๆ ทำไมตอนนี้เขากับสองแม่ลูกคู่นี้ดูเหมือนครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูกจริง ๆ
เขาส่ายหัวเพื่อไล่ความคิดประหลาดนี้ออกไป แต่ขณะที่กำลังจะลุกขึ้นอยู่ ๆ ก็ถูกมือเล็ก ๆ ของเด็กชายคว้าแขนไว้ทั้งสองข้าง
เสี่ยวอี้ขยับเข้าไปใกล้ ก่อนจะลดเสียงลงแล้วถามด้วยท่าทีมีเลศนัยว่า "ท่านอา หรือว่าท่านจะเป็เ้าของที่แท้จริงของโรงประมูลแห่งนี้ใช่หรือไม่ขอรับ? ข้าได้ยินว่าเทียบเชิญของข้ากับท่านแม่นั้นมีความพิเศษยิ่งนัก เมื่อครู่หลายคนถึงกับตกตะลึงเสียยกใหญ่ กระทั่งคนของท่านยังยินยอมให้พวกเราเข้ามาโดยง่าย"
หลงเยี่ยเยี่ยนไม่คิดว่าเสี่ยวอี้จะฉลาดขนาดนี้ คนนอกไม่มีใครรู้ฐานะของเขาได้ แต่กลับถูกเ้าตัวเล็กคนนี้พูดเปิดโปงความลับได้ในประโยคเดียว
เขาพยักหน้า ทันใดนั้นเสี่ยวอี้ก็ปล่อยแขนเขาแล้วเปลี่ยนมากอดขาเขาแทน "ท่านแม่บอกว่า หากเจอคนที่เก่งกาจให้รีบกอดขาไว้ขอรับ!"
อวิ๋นหรั่นเยว่ถึงกับหน้าถอดสี ลูกเอ๋ยเ้าพูดให้แม่ดูเป็คนไม่มีศักดิ์ศรีเกินไปแล้ว
หลงเยี่ยเยี่ยนหันมามองนางตามสัญชาตญาณ ดวงตาภายใต้หน้ากากดำสนิทราวกับน้ำหมึก นางรู้สึกคันไม้คันมืออยากจะเปิดหน้ากากของเขาออกยิ่งนัก แต่คิดว่าตนเองคงสู้เขาไม่ได้จึงได้แต่ล้มเลิกความคิดในใจไป
นางกะพริบตา ทำท่าทางน่าสงสารแล้วกล่าวว่า "พวกเราแม่ลูกกำพร้าเร่ร่อนในยุทธภพ ไร้ภูมิหลังไร้ที่พึ่ง ช่างน่าเวทนายิ่งนัก มิสู้ให้พวกเราสองแม่ลูกกอดขาของท่านเถิดเ้าค่ะ!"
หลงเยี่ยเยี่ยนลุกขึ้นยืนทันที นางพูดจาไร้ยางอายเช่นนี้ได้อย่างไร? พอคิดว่าขาของเขาถูกผู้หญิงคนนี้กอด แถมยังมองเขาด้วยสายตาน่าสงสารแบบนั้น เขาก็...
"แค่ก..." เขาเดินเลี่ยงออกไปสองสามก้าวเพื่อเว้นระยะห่างจากสองแม่ลูก แล้วมองอวิ๋นหรั่นเยว่พลางกล่าวว่า "เ้าถูกกระบี่เก้าดารายอมรับเป็นาย เป็เ้าสำนักในอนาคตของสำนักกระบี่เก้าดารา ข้าเคยได้รับบุญคุณจากสำนักกระบี่เก้าดารา เดิมทีก็ควรจะปกป้องพวกเ้าอยู่แล้ว อีกอย่างคำพูดเมื่อครู่นี้อย่าได้ไปพูดกับผู้อื่นสุ่มสี่สุ่มห้า"
"อา ได้เ้าค่ะ" อวิ๋นหรั่นเยว่ไม่คิดว่าเขาจะตกลงปกป้องพวกนาง แม้ว่านางและเสี่ยวอี้จะไม่้าการปกป้องจากเขา แต่เมื่อเขากล่าวคำนี้ออกมา ย่อมเป็พันธะที่ไม่อาจบิดพลิ้วได้ในภายหลัง
"สุดยอด! ท่านอาใจดีที่สุดเลยขอรับ!" เสี่ยวอี้พุ่งเข้าไปอีกครั้ง หมายจะกอดขาเขา แต่ครั้งนี้เขามีปฏิกิริยารวดเร็วทำให้เสี่ยวอี้พลาดเป้า
เสี่ยวอี้ทำปากยื่นคิดในใจว่าถ้าท่านเป็พ่อข้าจริง ๆ ต่อไปข้าก็จะไม่ให้ท่านกอดเหมือนกัน! ฮึ่ม!
แต่เขาก็รู้ดีว่าจะไปหาพ่อแท้ ๆ เจอั้แ่วันแรกได้อย่างไร ไม่รู้ว่าท่านพ่อแท้ ๆ ของเขาไปมุดหัวอยู่ที่มุมไหนของโลกกันแน่ แต่เขากับท่านแม่ต่างก็สนใจท่านอาหน้ากากผู้นี้ เื่หาพ่อแท้ ๆ เอาไว้ทีหลังแล้วกัน มีพ่อหลายคนก็คงไม่เป็ไรเลย
อวิ๋นหรั่นเยว่หัวเราะเบา ๆ กวักมือเรียกให้ลูกชายออกไปตามคนให้ยกเก้าอี้เข้ามา นางมองออกว่าหลงเยี่ยเยี่ยนพยายามอดกลั้นอย่างมาก เขาดูเหมือนจะไม่ชอบการัักับผู้คนซึ่งนั่นกลับยิ่งทำให้นางมีความปรารถนาที่จะกระชากหน้ากากของเขาออกด้วยมือตนเอง อยากเห็นว่าภายใต้หน้ากากนั้นจะเป็หน้าตาแบบใด
ครู่ต่อมาเสี่ยวอี้ก็สั่งให้คนยกเก้าอี้เอนหลังสุดหรูเข้ามา พร้อมกับเหล่าองครักษ์ที่เดินเรียงแถวถือถาดผลไม้ตามเข้ามาด้วย
หลงเยี่ยเยี่ยน "..."
นี่มันห้องของเขา! ถ้าจำไม่ผิด คนเหล่านี้คือลูกน้องที่ฟังคำสั่งเขาเพียงผู้เดียวไม่ใช่หรือ? ทรยศกันหมดแล้วหรือนี่?
"นายน้อยท่านพอใจหรือไม่ขอรับ?"
ในตอนนั้นองครักษ์คนหนึ่งของเขากล่าวกับเสี่ยวอี้ด้วยท่าทางกระตือรือร้น