“เวลาคุณโมโหเนี่ยน่ารักจริงๆ”
“พระเจ้า...”เซี่ยหลิงสุดจะทน “คุณจะทำอะไรกันแน่”
ชายเจ้าชู้ลุกจากเก้าอี้ แล้วคุกเข่าลงต่อหน้าเซี่ยหลิงอีกครั้ง “ผมตกหลุมรักคุณจริงๆ ขอโอกาสสักครั้ง ให้พวกเราได้อยู่ด้วยกันผมจะทำให้คุณมีความสุข! มันจะต้องดีกว่าหยางซวี่ตงแน่นอน”
เซี่ยหลิงกุมขมับ ผายมืออกไปแล้วเอ่ยเสียงเข้ม “เชิญออกไปจากที่นี่ อย่ามารบกวนการทำงานของฉัน”
“ผมมาพบแพทย์อยู่นะ ไม่ได้รบกวนการทำงานของคุณสักหน่อย” ชายเจ้าชู้เถียงข้างๆ คูๆ
“อาการป่วยของคุณคือโรคประสาท ฉันรักษาให้ไม่ได้หรอกเชิญคุณออกประตูด้านซ้ายมือ”
“เสี่ยวหลิงหลิง อย่าใจร้ายแบบนี้สิ...”
“นะๆๆๆ !” ชายเจ้าชู้อ้อนวอน
เซี่ยหลิงหมดความอดทนจนต้องกำหมัด “ถ้าคุณยังไม่ไป เชื่อไหมว่าฉันจะซ้อมคุณแล้ว! ให้พิการเหมือนกับหยางซวี่ตงไปเลย!”
ถึงเซี่ยหลิงจะพูดแบบนี้ เขาก็ไม่กลัว กลับโน้มตัวไปข้างหน้าพูดด้วยความหลงใหลว่า“ตายใต้ดอกโบตั๋น เป็นผีก็คุ้มค่า”
ฉินลู่ที่ดูความวุยวายอยู่ข้างๆ ในที่สุดก็ทนดูไม่ไหว ยื่นมือลากชายเจ้าชู้คนนั้นออกมาแล้วพูดว่า“พอแล้วๆ โปรดอย่ามารบกวนการทำงานของพวกเราในเมื่อเซี่ยหลิงไม่ยอมรับคุณ งั้นก็เชิญคุณออกไปซะถึงแม้การจีบสาวจะต้องคอยตามติด แต่การที่คุณทำแบบนี้มันมากเกินไปกลายเป็นว่าผู้หญิงคนไหนก็รับไม่ได้หรอก”
ชายเจ้าชู้ลุกขึ้นแล้วหันกลับไปจ้องหน้าฉินลู่ กล่าวเสียงขึ้นจมูกว่า “นายเป็นใคร อย่ามากวนฉัน เข้าใจไหม”
“ผมเป็นแพทย์ของสถานพยาบาลแห่งนี้ ผมมีอำนาจเชิญให้คนสร้างผลกระทบกับงานของพวกเราแบบคุณออกไป” ฉินลู่ส่งยิ้มให้
ชายเจ้าชู้สีหน้าเริ่มทะมึน จ้องเขม็งไปที่ฉินลุ่แล้วพูดอย่างดุดันว่า“นายรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร ไม่มีใครสักคนที่กล้าพูดกับฉันแบบนี้ อ่า ไม่สิอันที่จริงมีอยู่คนหนึ่ง เขาชื่อว่าหยางซวี่ตง แต่ตอนนี้เขาพิการไปแล้ว นายเข้าใจความหมายไหม”
มุมปากของฉินลู่ยกขึ้น “ขออภัยด้วยผมไม่รู้หยางซวี่ตงที่คุณพูดคือใคร แต่ตอนนี้ ถ้าคุณไม่ได้มาพบแพทย์ ก็เชิญคุณออกไปพวกเรายังมีงานอีกเยอะที่ต้องจัดการ”
“ฉันคิดว่าคนที่ควรออกไปเป็นนายนะ?” ชายเจ้าชู้เอียงหัวแล้วหยิบเงินปึกเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋าอกเสื้อ โยนไปที่หน้าฉินลู่“เงินนี่ให้นาย ตอนนี้ก็ออกไปจากที่นี่ซะ อย่ามากวนโลกระหว่างสองเราของฉันและคุณเซี่ยหลิงสักที”
ฉินลู่ยกมือซ้ายขึ้นมากำเงินพวกนั้นไว้แน่น
เขาหัวเราะแล้วก็เอาเงินที่อยู่ในมือกำขยำรวมกันปาใส่หน้าผู้ชายคนนั้น
“นายเบื่อชีวิตแล้วใช่ไหม” ชายเจ้าชู้หรี่ตามอง
“เห้อ...” ฉินลู่ถอนหายใจอย่างเหลืออดแล้วบอกว่า“ทำไมคนที่ไม่รู้ลึกตื้นอย่างนายชอบมากวนใจฉันเรื่อยเลย ก่อนหน้านี้ก็หยางซวี่ตงคราวนี้ก็ยังจะเป็นนายอีก...”
พูดถึงตรงนี้ ฉินลู่เหมือนจะนึกอะไรได้ จึงหันไปมองที่เสี่ยหลิงอย่างตกใจแล้วพูดว่า“เซี่ยหลิง เธอร้ายกาจเนอะ”
เสี่ยหลิงมึนงง “ฮะ?”
“นายกล้าดียังไงมาดูถูกนางฟ้าของฉัน!” ชายเจ้าชู้โมโหยกเท้าขึ้นมาเตะไปที่ท้องของฉินลู่
พอมีคนจู่โจมตนเอง ฉินลู่จึงไม่ได้ยิ้มแบบก่อนหน้านี้
เขาหันตัวหลบแล้ววาดขาเต๊ะไปหนึ่งที ชายเจ้าชู้ก็ล้มลงไปกองกับพื้น ก้นใหญ่ๆกระแทกเต็มเปา
“ตึง”
ก้นของชายเจ้าชู้กระแทกลงพื้น สร้างทั้งความเจ็บปวดพร้อมทั้งความตกใจให้กับเขา“นาย...นายกล้าดีอย่างไรมาเตะฉัน”
“อย่างที่เห็น” ฉินลู่ยักไหล่
“นาย! นายตายแน่!” ชายคนนั้นลุกขึ้นแล้วยกหมัดขึ้นมา
ฉินลู่เอามือไขว้หลังแล้วมองเขาด้วยรอยยิ้ม
ชายเจ้าชู้ลังเลแล้วเก็บหมัดกลับไป เหลือบมองไปที่เซี่ยหลิงแล้วจ้องเขม็งไปที่ฉินลู่“สามสิบปีอยู่ทางตะวันออกของแม่น้ำสามสิบปีอยู่ทางตะวันตกของแม่น้ำ[1] ฉันเสิ่นจวินโจวจะไม่ปล่อยนายไป!”
“ประโยคนี้เหมือนจะไม่ค่อยถูกเท่าไหร่นะ ครูสอนภาษาของนายได้ลุกขึ้นมาจากโรงพอดี” ฉินลู่
“อย่าเพิ่งได้ใจไป”
ชายคนนั้นเข้าใจว่าตนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉินลู่ จึงเอากุหลาบในมือวางไว้บนโต๊ะของเซี่ยหลิงจากนั้นก็หันหลังจากไป ปิดประตูอย่างแรง
หลังจากชายเจ้าชู้ไปแล้ว เซี่ยหลิงจึงเดินไปข้างๆฉินลู่แล้วพูดอย่างลังเลว่า “ถึงฉันจะไม่รู้จักผู้ชายคนนั้นก็เถอะแต่ดูเสื้อผ้าที่เขาใส่มีแต่แบรนด์ไฮเอนด์ทั้งนั้น น่าจะมีเส้นสายเยอะอยู่นะแล้วนายทำร้ายอีกคนแบบนี้จะไม่มีปัญหาหรือ”
ฉินลู่เอ่ยอย่างเอือมระอา “ฉันรู้สึกว่าตั้งแต่เธอมาเป็นผู้ช่วยฉันก็มีเรื่องเข้ามาเรื่อยๆ เลย”
“ถ้าเป็นอย่างนั้นฉันก็ขอโทษด้วย” เซี่ยหลิงโค้งคำนับ ขอโทษอย่างสุดซึ้ง
“ถ้ารู้สึกผิดจริงๆ ก็ไปซะเถอะ”
“ให้ตายยังไงก็ไม่ไป จนกว่านายจะถ่ายทอดวิชาทางการแพทย์ให้ฉัน” เซี่ยหลิงส่ายหัว
ฉินลู่มองไปที่เซี่ยหลิงอย่างข้องใจเอ่ยว่า “จู่ๆ ก็รู้สึกว่าปัญหาที่เจอสองสามวันมานี้ไม่ใช่เพราะเธอสร้างขึ้นมาหรือ”“ฮะ?” เซี่ยหลิงงงงัน
ฉินลู่โบกมือ “ช่างเถอะ ไม่มีอะไร จริงสิตอนนี้ใกล้พักกลางวันแล้ว ไปกินข้าวได้แล้ว เพราะตอนเช้าไปโรงพัก ฉันเลยยังไม่ได้กินอะไรเลยเนี่ยไปละ”
เซี่ยหลิงเอ่ยถามว่า “นายจะไปโรงอาหารไหม”
ฉินลู่พูดด้วยสีหน้าเอือมระอา “ทั้งชีวิตนี้ฉันจะไม่ไปโรงอาหารอีกฉันจะออกไปกินข้าวนอก”
“งั้นก็ได้ ฉันไม่กินอาหารขยะข้างนอกหรอกฉันจะไปกินที่โรงอาหาร”
“งั้นระหว่างทางก็เดินไปด้วยกันสิ”
ทั้งคู่เดินออกมาจากสถานพยาบาลฉินลู่ล็อกประตู “ไปกินข้าวด้วยกันกับฉันสิเดี๋ยวเลี้ยงเอง”
“ไม่ไป ฉันจะไปกินที่โรงอาหารอาหารข้างนอกทำจากน้ำมันใช้แล้วทั้งนั้น”
“เธออายุเท่าไหร่เรื่องน้ำมันเก่ามีมาตั้งนานเท่าไหร่แล้ว”ฉินลู่ตบที่อกแล้วพูดว่า “อย่างอื่นไม่ต้องพูดถึงฉันมองแป๊บเดียวก็ดูออกว่าจานไหนใช้น้ำมันแบบไหนผัด ดังนั้น เธอวางใจได้ ออกไปกินข้าวกับฉันสุขภาพดีแน่นอน”
“ฉันไม่ไป นายไปเองแล้วกัน”
ฉินลู่ยักไหล่แล้วแยกกับเซี่ยหลิง เดินตรงไปที่ประตูใหญ่ของมหาวิทยาลัยเพียงลำพัง
พอผ่านสนามบาสเก็ตบอลก็ได้ยินเสียงเรียกคุ้นเคยดังก้องเข้ามาข้างหู
“คุณหมอฉิน!” สวัสดี!”
ฉินลู่หันไปมองก็เห็นนักศึกษาที่สวมเสื้อทีมลอสแอนเจลิสเลเกอส์เบอร์ 24วิ่งเข้ามาหา
“คุณหมอฉิน บังเอิญจริงๆ ที่พวกเราได้เจอกัน” นักเรียนที่ดูกำยำเกาหัวและยิ้มให้ฉินลู่
ฉินลู่ขมวดคิ้วแล้วครุ่นคิดอย่างตั้งใจ เขารู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตานักศึกษาคนนี้เป็นพิเศษแต่นึกอย่างไรก็นึกไม่ออก
“นายคือ...”
นักศึกษาชายที่สวมเสื้อเสื้อกีฬาเบอร์ 24 คิดว่าฉินลู่น่าจะลืมเขา จึงยิ้มแหยๆ แล้วเอ่ยว่า “ผมชื่อหวังต้าเฉียงครับ”
ฉินลู่นึกออกทันที “โอ้!นึกออกแล้ว! นายใช่คนที่ทางเดินปัสสาวะ...”
ไม่ต้องรอให้พูดจบ นักศึกษาชายที่บอกว่าตัวเองชื่อหวังต้าเฉียงรีบปิดปากฉินลู่“พี่ชาย พี่เบาเสียงหน่อย! ถ้าขืนพูดออกไปผมก็ไม่รู้จะอยู่อย่างไรแล้ว..."
ฉินลู่รีบพยักหน้าเพื่อแสดงว่าตนเข้าใจแล้ว เมื่อหวังต้าเฉียงปล่อยมือเขาก็เอ่ยอย่างกระอักกระอ่วนว่า "น้องชายคนเล็กของนายเป็นอย่างไรบ้างแล้ว"
[1]สามสิบปีอยู่ทางตะวันออกของแม่น้ำสามสิบปีอยู่ทางตะวันตกของแม่น้ำหมายถึง เรื่องราวเปลี่ยนแปลงรุ่งเรืองตกต่ำไม่แน่นอน