ย้อนยุคสู่ปี 80 พร้อมระบบ: อย่าริอาจมาแหย่แม่ชาเขียว

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 43 นี่มันลัทธิบูชาต่างชาติชัดๆ

            เธอจงใจเน้นย้ำคำว่า‘คนเดียว’ เป็นพิเศษ

            แล้วก็ได้ผลตามนั้นหลิวซิ่วฉินพลันได้สติ คล้อยสายตาขวับไปมองที่ด้านนอก“เฉินรุ่ยเสวี่ย! แกแอบไปอู้งานที่ไหนมา?”

            พี่สะใภ้ใหญ่เป็นคนซื่อส่วนพี่สะใภ้รองนั้นแสนกะล่อน

            เรื่องนี้เจียงอิ๋งอิ๋งรู้ดีอยู่แล้วเพียงแต่ตอนนี้พี่สะใภ้ใหญ่ท้องแก่ขนาดนี้แล้วแต่พี่สะใภ้รองยังสรรหาทางอู้งานอยู่อีก มันช่างน่าเกลียดเกินไปจริงๆ

            ที่ร้ายไปกว่านั้นก็คือพอเห็นพี่สะใภ้ใหญ่โดนด่านังตัวดีที่แอบอู้งานดันมายืนเสนอหน้าดูความครึกครื้นอยู่ข้างนอกเสียอย่างนั้น

            เจียงอิ๋งอิ๋งเอ่ยขัดขึ้นด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม“พี่สะใภ้รอง คงไม่ได้กลับห้องไปดูลูกหรอกนะจ๊ะ? ฉันห่อเกี๊ยวไปได้ค่อนถาดแล้ว ยังไม่เห็นแม้แต่เงาพี่เลย”

            คำพูดของเฉินรุ่ยเสวี่ยถูกอุดค้างอยู่ที่ลำคอในทันที

            หลิวซิ่วฉินเห็นท่าทางแบบนั้นมีหรือจะไม่เข้าใจสีหน้าของแม่สามีพลันบึ้งตึงลง “สะใภ้รองวันนี้แกไปห่อเกี๊ยวเองคนเดียวเลยนะ!”

            เจียงเซิงเก๋อผู้เป็นพี่รองรีบก้าวออกมาแก้สถานการณ์“แม่ครับ เกี๊ยวตั้งเยอะขนาดนี้ ให้ห่อคนเดียวจะเสร็จเมื่อไรกัน...”

            หลิวซิ่วฉินแค่นหัวเราะ“โอ้! ทีอย่างนี้ล่ะรู้จักสงสารเมียขึ้นมาเชียวนะ? ที่เมียแกมีนิสัยขี้เกียจสันหลังยาว ก็เพราะแกตามใจจนเสียนิสัยนั่นแหละ!เมียเจ้าใหญ่อุ้มท้องโย้ยังไม่บ่นสักคำ แล้วแกจะมาสะเออะอะไรกับแม่? ถ้าไม่พอใจ ก็ไสหัวออกไปใช้ชีวิตกันเองเลยไป!”

            แน่นอนว่าพอสิ้นประโยคนี้ทั้งสองสามีภรรยาก็หุบปากฉับ

            เฉินรุ่ยเสวี่ยหัวเราะแห้งๆ“โธ่ แม่พูดอะไรอย่างนั้นจ๊ะ ฉันกำลังจะไปห่อเดี๋ยวนี้แหละ...”

            ทว่าพอเธอนั่งลงกังจื่อที่อยู่ในห้องฝั่งตะวันออกกลับส่งเสียงร้องไห้จ้อกแจ้กขึ้นมา“แม่! ผมจะฉี่...”

            หลิวซิ่วฉินถลึงตาใส่สองสามีภรรยาบ้านรองก่อนจะตะเบ็งเสียงด่าลั่น “ฉี่ไปเลย!ฉี่ราดเตียงไปเลยนะ! แล้วก็ให้แม่แกเป็นคนซัก! ฉันเลี้ยงลูกมาหกคนไม่มีใครโตขนาดนี้แล้วยังตะโกนเรียกแม่ตอนจะฉี่สักคน!ชื่อเสียงตระกูลเจียงจะถูกแกทำขายหน้าหมดก็คราวนี้แหละ!”

            พูดจบเธอก็หันไปมองเจียงเซิงเก๋ออีกครั้ง“พรุ่งนี้เริ่มเข้าช่วงงานหนักแล้ว ให้มันตามฉันลงนาไปทำงานด้วยกัน!”

            แม้เจียงเซิงเก๋อจะสงสารลูกชายแต่ก็ไม่กล้าเอ่ยปากค้านอีก...

            ขณะที่เฉินรุ่ยเสวี่ยจำใจนั่งทำงานงกๆอยู่คนเดียวด้วยความคับแค้นใจ หลี่เหม่ยเจวียนคิดจะเข้าไปช่วยแต่ถูกเจียงอิ๋งอิ๋งรั้งแขนไว้เสียก่อน “พี่สะใภ้ใหญ่ฉันมีของขวัญมาฝากหลานๆ ด้วยนะคะ พี่ไปดูเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ”

            พอได้ยินคำว่าของขวัญดวงตาของเฉินรุ่ยเสวี่ยก็ลุกวาวทันที แต่เห็นหลิวซิ่วฉินยืนขวางอยู่ที่ประตูเธอจึงไม่กล้าขยับเขยื้อน

            หลี่เหม่ยเจวียนเดินตามเจียงอิ๋งอิ๋งไปอย่างประหม่าและรู้สึกตื้นตันใจปกติแล้วน้องสามีคนนี้ไม่เคยให้เกียรติเธอเลยแม้แต่น้อยแค่เธอซักผ้าให้แล้วมีตรงไหนไม่สะอาดก็ต้องโดนด่าเปิงเสียทุกครั้ง...

            เรื่องของขวัญน่ะหรือเธอไม่เคยกล้าแม้แต่จะคิดฝัน

            อันที่จริงเจียงอิ๋งอิ๋งไม่ได้ซื้อของอะไรมากมายเจ้าของร่างเดิมไม่ค่อยสนิทกับพวกเด็กๆ นัก ดูจากสายตาของเด็กหญิงสองคนเมื่อครู่คาดว่าคงจะรำคาญอาแท้ๆ คนนี้จะแย่อยู่แล้ว

            ก็ในเมื่อแม่ของพวกแกต้องคอยปรนนิบัติน้องสามีคนนี้ทุกวันแถมยังไม่เคยได้รับคำพูดดีๆ ตอบกลับมาเลยสักครั้ง

            ลานบ้านตระกูลเจียงนั้นกว้างขวางและมีห้องหับหลายห้อง

            เดิมทีเจียงอิ๋งอิ๋งอยู่ห้องส่วนตัวหนึ่งห้องตอนนี้ห้องนั้นว่างอยู่ พี่รองอยากจะขอเข้าไปอยู่แต่หลิวซิ่วฉินไม่ยอมมันจึงถูกปล่อยว่างไว้

            ภายในห้องยังคงถูกปัดกวาดเช็ดถูจนสะอาดเอี่ยมเจียงอิ๋งอิ๋งอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ ในยุคสมัยนี้หลิวซิ่วฉินช่างรักและตามใจลูกสาวคนเล็กคนนี้จนเข้ากระดูกดำจริงๆ

            “มาเร็ว มาดูสิว่าอาเอาอะไรมาฝาก”

            เธอหยิบโบสีชมพูสองอันออกมาจากกระเป๋ามันทำจากผ้ากำมะหยี่ ทั้งใหญ่และสวยงามจับตาเด็กหญิงสองคนที่ดูเงียบขรึมพลันดวงตาเป็นประกายขึ้นมาพร้อมกัน

            เด็กผู้หญิงคนไหนบ้างจะไม่รักสวยรักงาม?

            เจียงเจินและเจียงเหม่ยลังเลไม่กล้าก้าวเข้าไปหาทว่าดวงตากลมโตกลับจับจ้องอยู่ที่โบเหล่านั้นไม่ยอมเคลื่อนย้ายไปไหน

            เจียงอิ๋งอิ๋งหัวเราะออกมา“มาเถอะ เดี๋ยวอาจะติดให้ดูนะว่าสวยไหม?”

            เส้นผมของเด็กหญิงทั้งสองหยาบกร้านและออกสีเหลืองจากการขาดสารอาหารแต่ก็ยังสะอาดสะอ้านเจียงอิ๋งอิ๋งรวบผมของพวกเธอขึ้นสูงแล้วขมวดเป็นมวยก่อนจะติดโบลงไปเด็กหญิงตัวเล็กผอมโซสองคนพลันดูมีราศีและทันสมัยขึ้นมาทันตาเห็น

            “สวยจังเลย!”

            เจียงอิ๋งอิ๋งมองผลงานอยู่ครู่หนึ่งพลางตบหัวพวกเธอเบาๆ“แม่ของพวกหนูทำงานลำบากมาก ต้องช่วยแม่เขาเยอะๆ นะรู้ไหม? แต่แม่เขาเป็นคนใจอ่อนเกินไป พวกหนูอย่าเลียนแบบนิสัยนั้นล่ะ”

            หลี่เหม่ยเจวียนยิ่งดูจะลนลานเข้าไปใหญ่เธอขยับริมฝีปากอยู่ครู่หนึ่งกว่าจะเค้นคำพูดออกมาได้“น้องเล็ก นี่...นี่พี่จะรับของจากเธอได้ยังไง...”

            เจียงอิ๋งอิ๋งยืนขึ้น“ให้เด็กๆ น่ะค่ะ กังจื่อก็มีเหมือนกัน”

            สิ่งที่เธอให้กังจื่อคือปืนพกไม้เล็กๆกระบอกหนึ่ง แม้จะไม่มีกลไกอะไรแต่นำไปถือเล่นก็ดูเท่ไม่เบา

            ทุกคนในครอบครัวใหญ่นั่งล้อมวงกินข้าวด้วยกันครั้งนี้เฉินรุ่ยเสวี่ยเจียมเนื้อเจียมตัวขึ้นมากเธอรีบตักข้าวแล้วยกม้านั่งไปนั่งอยู่วงนอกสุด เพื่อรอจังหวะไปลวกเกี๊ยวหม้อที่สอง

            เจียงอิ๋งอิ๋งปรายตามองเธอแวบหนึ่งบนใบหน้าที่ดูใจแคบและขี้งกนั่นมีรอยฝ่ามือสีแดงจางๆ ปรากฏอยู่...

            ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคงโดนพี่รองตบนั่นเอง

            พี่ชายทั้งหลายของเธอจริงๆ แล้วไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร เพียงแต่พี่ใหญ่เป็นคนซื่อสัตย์พูดน้อยพี่รองอารมณ์ร้าย ส่วนพี่สามพอจะมีไหวพริบอยู่บ้าง

            ส่วนเรื่องการตบตีเมียนั้นในหมู่บ้านนี้ถือเป็นเรื่องที่เห็นได้บ่อยครั้งกระทั่งผู้ชายหลายคนยังมองว่าเป็นเรื่องปกติ

            พี่ใหญ่ไม่เคยลงไม้ลงมือส่วนพี่รองถ้าไม่ถึงที่สุดจริงๆ ก็แค่ตบสั่งสอนสักฉาดยิ่งไปกว่านั้นด้วยนิสัยอย่างเฉินรุ่ยเสวี่ย ต่อให้ตีไปก็คงไม่เปลี่ยนนิสัยหรอก...

            เจียงอิ๋งอิ๋งทอดถอนใจเล็กน้อยค่อยๆ กินเกี๊ยวไปเงียบๆ ไม่ได้พูดอะไรอีก

            ฝ่ายเจียงชางหรูนั้นอารมณ์ดีเป็นพิเศษถึงกับยอมจิบเหล้าเล็กน้อยซึ่งหาได้ยากนัก...

            หลังจากกินข้าวเสร็จในช่วงบ่ายยกเว้นหลี่เหม่ยเจวียนที่ท้องแก่กับเจียงอิ๋งอิ๋งแล้ว ทุกคนต่างก็ต้องลงนาไปทำงานแม้แต่เสี่ยวกังยังถูกลากออกไปข้างนอกด้วย

            แต่ทว่าเจ้าตัวเพิ่งจะได้ของเล่นใหม่แถมยังได้กินเกี๊ยวจนอิ่มหนำ จึงเดินออกจากบ้านไปอย่างร่าเริง

            ฤดูงานยุ่งในไร่นาได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว

            สภาพอากาศในฤดูนี้เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาทุกคนจึงต้องอาศัยจังหวะที่อากาศยังคงตัวและแดดจัด เร่งเก็บเกี่ยวและตากข้าวสาลีเพราะเกรงว่าหากฝนตกลงมาจะกลายเป็นเรื่องยุ่งยาก

            พี่สะใภ้ใหญ่หลี่เหม่ยเจวียนคอยให้อาหารไก่และซักผ้าอยู่ในลานบ้าน

            เจียงอิ๋งอิ๋งเองก็ไม่ได้อยู่เฉยเธอใช้ความคิดรวบรวมแบบร่างจากอนาคต แล้วใช้ปากกาขีดๆ เขียนๆเพื่อหาดีไซน์ที่เหมาะสมกับยุคสมัยนี้ที่สุด

            ขณะที่กำลังวุ่นอยู่นั้นก็มีเสียงพูดคุยดังมาจากหน้าประตู “พี่สะใภ้ฉันเอาลูกอมมาให้!”

            เป็นเสียงของเสี่ยวฟางน้ำเสียงของเธอเจือไปด้วยความโอ่อวดอยู่กึ่งหนึ่ง “ลูกอมพวกนี้เจิ้นเหว่ยซื้อมาจากสหกรณ์ร้านค้าราคาไม่ถูกเลยนะ พี่เอาไปให้พวกเจินเจินกับเหม่ยเหม่ยลองชิมดูสิ”

            หลี่เหม่ยเจวียนรีบเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนแล้วรับมาดูมีอยู่ประมาณสิบกว่าเม็ด เธอเอ่ยถามด้วยความอิจฉาระคนชื่นชม“เสี่ยวฟาง ได้ยินว่าเธอคบกับเจ้าหน้าที่ในเมืองหรือ? นี่ตกลงหมั้นหมายกันแล้วใช่ไหม?”

            “จะเร็วขนาดนั้นได้ยังไงกัน?”

            เสี่ยวฟางตอบด้วยท่าทีเอียงอายแต่แฝงความภูมิใจ“ฉันเพิ่งกลับจากในเมืองเมื่อวาน ไปพบพ่อแม่ของเจิ้นเหว่ยมาน่ะ...”

            พูดจบเธอก็ปรายตามองหลี่เหม่ยเจวียน“พี่สะใภ้ฉันได้ยินเจิ้นเหว่ยบอกว่าในลูกอมพวกนี้มีเม็ดหนึ่งที่เป็นของนำเข้าจากต่างประเทศด้วยนะพี่ก็แบ่งให้พวกเด็กๆ กินบ้างเถอะเด็กชนบทอย่างเราชาติหนึ่งคงไม่มีปัญญาได้กินหรอก!”

            คำพูดนี้ฟังดูถูกเหยียดหยามกันเกินไปหน่อยเจียงอิ๋งอิ๋งทนฟังต่อไปไม่ไหว เธอเดินออกจากห้องพลางหรี่ตามองแล้วเอ่ยขึ้น“ตายจริงน้องเสี่ยวฟาง ของวิเศษอะไรกันที่ชาติหนึ่งจะไม่ได้กิน?ผลไม้โสมหรือว่าเนื้อพระถังซัมจั๋ง[1] กันล่ะจ๊ะ?”

            “ฉันล่ะอยากรู้ใจจะขาด พี่สะใภ้ รีบเอามาให้ฉันดูหน่อยสิ!”

            เสี่ยวฟางเห็นใบหน้าที่ดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลแถมยังแฝงไปด้วยความยั่วยวนโดยธรรมชาติประกอบกับท่าทางจีบปากจีบคอของอีกฝ่ายก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันทีเธอจึงแค่นเสียงในลำคอใส่อย่างไม่เกรงใจ “พี่คะแต่นี่เป็นลูกอมนำเข้าจากเมืองนอกเลยนะ กิโลละตั้งหลายหยวนเชียวนะ!”

            เจียงอิ๋งอิ๋งทำเสียงจึ๊จ๊ะในลำคอก่อนจะโยนความผิดมหันต์กลับไปให้อีกฝ่ายทันที “เสี่ยวฟางจ๊ะไม่ใช่ว่าพี่จะตำหนิเธอหรอกนะ! แต่ผู้นำประเทศเราเคยสั่งสอนไว้ว่าลัทธิเห่อของนอกน่ะมันใช้ไม่ได้ หรือว่าลูกอมในประเทศเรามันไม่อร่อยหรือไง?การที่เธอพูดแบบนี้มันคือ ‘ลัทธิบูชาต่างชาติ’ชัดๆ เลยนะ!”

            ....................

            [1]เนื้อพระถังซัมจั๋ง เปรียบเปรยถึงสิ่งของล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่ง ใครๆต่างก็แย่งชิง หรือในความเชื่อว่าหากกินเข้าไปแล้วจะเป็นอมตะ

             

    คล้ายกับเรื่องย้อนยุคสู่ปี 80 พร้อมระบบ: อย่าริอาจมาแหย่แม่ชาเขียว ที่คุณอ่าน

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592