หลังจากที่หลี่ตงเฉินฮ่องเต้กล่าวเริ่มการคัดเลือก ขันทีผู้เป็นผู้ดำเนินการก็เริ่มทำการในทันที
กูกูเมื่อเห็นว่างานเริ่มแล้วก็พลันส่งสัญญาณให้บรรดาคุณหนูทำการคำนับผู้สูงศักดิ์ทั้งสอง
“ถวายพระพรฝ่าบาท...”
“คาราวะท่านอ๋อง...”
สิ้นเสียงทำความเคารพ ขันทีก็ไม่รอช้า เขารีบยื่นหนังสือรายชื่อพร้อมประวัติของเหล่าบรรดาคุณหนูจากหลายตระกูลให้ชินหวังอ๋องอย่างหลี่ไท่หนานด้วยมือที่สั่นเทาและหวาดกลัวกับสีหน้าที่แสดงถึงความหงุดหงิดไม่สบอารมณ์ของหลี่ไท่หนานในทันที ครั้นเมื่อหนังสือรายชื่อถูกยื่นมอบให้...
ผ่านไปหนึ่งอึดใจ...
...สองอึดใจ...
หลี่ไท่หนานก็ไม่คิดที่จะเอื้อมมือมารับ จนทำให้ขันทีผู้นั้นต้องแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าโดยการถือวิสาสะวางไว้บนโต๊ะเองแทน
กระทั่งเมื่อหนังสือรายชื่อถูกวางลง หลี่ไท่หนานก็กลับไม่แม้แต่จะชายตามองหนังสือรายชื่อสาวงามเหล่านั้นเลยเสียด้วยซ้ำ หลี่ตงเฉินฮ่องเต้เมื่อเห็นพี่ชายของตนไม่แม้แต่จะชายตามองในใจก็เกิดฮึดสู้ขึ้นมาอย่างหงุดหงิด
‘ข้าไม่ยอมแพ้หรอก ข้าอุตส่าห์จัดงานเลือกชายามาในท่านตั้งสามหนแล้วนะ เพราะฉะนั้นรอบนี้ท่านต้องได้เมีย!’
ทันทีที่หลี่ตงเฉินคิดจบ ใบหน้าก็แสดงท่าทีฮึกเหิม นัยน์ตาฉายแววส่องประกายแรงสู้จนแทบลุกขึ้นเป็นไฟ มือหนารีบคว้ากองหนังสือรายชื่อหนาทึบหยิบมาตั้งบนโต๊ะของตน สายตาเริ่มลุกโชนเปิดอ่านรายชื่อแรก
“หยางเล่อ!” หลี่ตงเฉินกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดังสนั่น เหล่าบรรดาคุณหนูทั้งหลายเมื่อเห็นว่าฮ่องเต้เป็นคนคัดเลือกเองก็เริ่มตื่นเต้น และเริ่มแสดงท่าทีกล้าๆกลัวๆ
หยางเล่อเมื่อได้ยินชื่อของตนก็พลางก้าวเท้าออกมา มือยืนประสานอยู่เบื้องหน้าก่อนจะโค้งลงคำนับคนทั้งสอง “ถวายพระพรฝ่าบาท คาราวะชินหวังอ๋อง...” น้ำเสียงอ่อนหวานยั่วยวนแสบหู ทำให้หลี่ตงเฉินและหลี่ไท่หนานอดไม่ได้ที่จะรู้สึกขนลุก
หยางเล่อเมื่อกล่าวจบสายตาหวานหยาดเยิ้มก็พลันเหลือบมองมายังหลี่ไท่หนาน แต่ทว่าตัวของหลี่ไท่หนานกลับไม่แม้แต่จะชายตามองนางเลยสักนิด สายตาของเขาจ้องมองอยู่เพียงแต่ตำราพิชัยสงครามที่อยู่ในมือที่ถือติดมาไว้อ่านแก้เบื่อ ครั้นหยางเล่อที่ถูกเพิกเฉยและถูกเมินออกนอกสายตาเช่นนั้น...นางก็รู้สึกเสียหน้า และอับอายอย่างมาก บรรดาคุณหนูทั้งหลายที่เห็นว่านางถูกเมินเชยและมองข้ามก็ต่างมากันมองมาด้วยสายตาที่เย้ยหยันจนนางรู้สึกได้
หลี่ตงเฉินฮ่องเต้เมื่อเห็นผู้เป็นพี่เมินสตรีตรงหน้าอย่างไม่ไยดีก็พลันฮึดสู้สุดใจมากขึ้นกว่าเดิม ปากเริ่มเอ่ยถามหยางเล่ออย่างรวดเร็ว “เจ้ามีพรสวรรค์อะไร” ซึ่งสาเหตุที่ต้องตั้งคำถามเช่นนี้ก็เพราะว่าคนที่จะมาเป็นพระชายาของชินหวังอ๋องต้องไม่ใช่สตรีที่มีดีเพียงแค่ความงามแต่ยังต้องมีความสามารถให้เหมาะสมคู่ควรกับเชื้อพระวงศ์เสียด้วย
หยางเล่อเมื่อได้ยินก็พลางเอ่ยขึ้นอย่างมั่นใจ “หม่อมฉันสามารถร่ายรำ และเล่นหมากรุกได้เพคะ...” ทันทีที่นางกล่าวมา หลี่ไท่หนานที่ถึงแม้สายตาจะจับจ้องอยู่แต่ตำราพิชัยสงครามแต่ใบหูก็เหลือบฟังไว้ด้วยเช่นกัน เมื่อเขาได้ยินว่านางเก่งร่ายรำกับเล่นหมากรุกในใจก็รู้สึกว่าน่าเบื่อ เพราะเรื่องแบบนี้คุณหนูจากทุกตระกูลก็ทำกันได้ทั้งนั้น
ไม่เห็นจะน่าสนใจตรงไหน!
หลี่ตงเฉินเมื่อได้ยินดังนั้นก็พลันกล่าวตอบกลับไป “งั้นเจ้าก็ร่ายรำให้ข้าและชินหวังอ๋องดูเสียหน่อยก็แล้วกัน” แม้หลี่ตงเฉินจะพูดเช่นนั้นแต่เขาก็ไม่ได้สนใจที่จะชมดูอยู่แล้ว เพราะนางสนมในวังก็เก่งร่ายรำไปตั้งกว่าครึ่ง หลี่ตงเฉินจึงทำได้เพียงเอ่ยตอบไปส่งๆ
...เห็นบ่อยจนรู้สึกเบื่อจะตายไป...
หยางเล่อเมื่อได้ยินก็พลันเริ่มร่ายรำออกมา ท่วงท่าการร่ายรำของนางแม้จะดูมีพรสวรรค์มากแต่ก็ไม่อาจสะกดหลี่ไท่หนานให้มองมาได้เลยแม้แต่น้อย ทันทีที่นางร่ายรำจนจบ หลี่ตงเฉินฮ่องเต้ก็แทบจะหลับลึกเข้าไปทุกที จนขันทีคนสนิทต้องรีบมาสะกิดบอก “ฝ่าบาท...ฝ่าบาท!” เสียงเรียกของขันทีทำเอาหลี่ตงเฉินพลันสะดุ้งตื่นขึ้น บรรดาคุณหนูทั้งหลายที่เห็นท่าทีเบื่อหน่ายเช่นนั้นของฮ่องเต้ก็ทำให้รู้สึกอยากหัวเราะออกมา หยางเล่อที่เห็นท่าทีของบุรุษทั้งสองก็เข้าใจได้ทันทีว่าการคัดเลือกนี้...
...ตนสิ้นหวังแล้ว...
หลี่ตงเฉินเมื่อเห็นว่าหยางเล่อแสดงเสร็จแล้วสายตาก็เหลือบไปที่หลี่ไท่หนานพี่ชาย ครั้นพบว่าผู้เป็นพี่ก็ไม่ได้สนใจสตรีผู้นี้เช่นกัน หลี่ตงเฉินจึงได้แต่ถอนหายใจออกมา ‘เฮ้อ...สตรีพวกนี้ไม่มีค่าพอให้น่าสนใจเท่าตำราพิชัยสงครามนั่นเลยหรือ...’ มือหนายกขึ้นเพื่อเป็นการบอกขันทีว่าสตรีนางนี้ไม่ผ่าน
“ประทานทองคำสิบตำลึง!” ขันทีกล่าวขึ้นพร้อมกับนำทองคำสิบตำลึงให้กับหยางเล่อ ก่อนจะส่งนางกลับไป
แต่ทว่าหลี่ตงเฉินก็ยังคงไม่ย่อท้อเขายังคงเรียกชื่อคุณหนูจากหลายตระกูลมากมายออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ยังไม่สามารถทำให้หลี่ไท่หนานสนใจได้
“คอข้าแห้งไปหมดแล้ว นี่ท่านพี่...ท่านยังไม่ต้องตาต้องใจคุณหนูจากตระกูลไหนอีกหรือ?...” หลี่ตงเฉินกล่าวถามหลี่ไท่หนานผู้เป็นพี่ด้วยใบหน้าที่เหนื่อยล้า
หลี่ไท่หนานเมื่อได้ยินก็พลันตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย “ไม่...ถ้าหากฝ่าบาทเหนื่อยแล้วก็ยกเลิกมันไปเสียเถิด เพราะสิ่งที่ท่านประสงค์คงต้องหมดหวังแล้วล่ะ...”
หลี่ตงเฉินเมื่อได้ยินดังนั้น เขาก็เริ่มรู้สึกจะหมดหวังเสียจริงแล้ว
อะไรกันพี่ชายข้าจะถือครองพรหมจรรย์ไว้ออกบวชในยามชราหรืออย่างไร!
‘ข้าไม่ยอมแพ้หรอก!’ หลี่ตงเฉินยังคงไม่ยอมแพ้รอบนี้พี่ชายของเขาต้องได้ชายา แต่ทว่าเขากลับเหนื่อยเกินไปจึงสั่งให้ขันทีทำหน้าที่นี้แทน ขันทียังคงกล่าวเรียกชื่อคุณหนูมากมายซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนถึงชื่อของ
“คุณหนูตระกูลผู่ ผู่เยว่!”