"วันนี้ข้ากับท่านพ่อจะเข้าเมืองไปติดต่อนายช่างเื่สร้างจวนของเรา พวกเ้าขึ้นเขาก็ระวังตัวเองให้ดีเล่า ไห่เหวิน อวี่เฉินพวกเ้าดูแลแม่ ท่านป้าและพี่น้องให้ดี" โจวหลินหู่บอกกล่าวพร้อมกำชับลูกชายทั้งสองคนด้วย
"ขอรับท่านพ่อ" โจวอวี่เฉิน
"ขอรับ" โจวไห่หวิน
หูซูซ่านและหูจิ้งหย่าพาลูกหลานขึ้นเขาไปแล้วท่านตากับโจวหลินหู่จึงออกจากบ้านเข้าตามไป ท่านยายที่อยู่บ้านว่างๆคนเดียวเลยเดินไปถอนหญ้าที่แปลงผัก ส่วนชาวบ้านที่มาทำงานนั้นท่านตาหูได้ว่าจ้างลูกชายคนโตของหัวหน้าหมู่บ้านเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ต่อไปเขาจะเป็คนตรวจงานและคุมคนงานรวมไปถึงจ่ายค่าแรงคนงานในแต่ล่ะวันด้วย
"คุณชาย มีคนจากจวนกั๋วกงที่เมืองหลวงมาติดต่อขอซื้อข่าวของนายท่านใหญ่ขอรับ" ผู้ดูแลหอขายข่าวถือเอกสารลับที่ถูกส่งมาจากเมืองหลวงส่งให้คุณชายของตนด้วยความนอบน้อม
ฮวามู่หยางรับรายงานมาอ่านมุมปากยกยิ้มดูแคลนขึ้นแล้วพับจดหมายนั่นวางเอาไว้ในกล่องก่อนจะเงยหน้ามามองผู้ดูแลหอแล้วเอ่ยเสียงราบเรียบ "ให้คนของเราที่เมืองหลวงไปสืบข่าวในจวนกั๋วกงมา ข้าอยากจะรู้นักว่าพวกเขาอยากสืบหาตัวท่านพ่อไปทำไม?"
"ขอรับ" ผู้ดูแลหอขานรับจบก็ถอยหลังออกจากห้องไปเงียบๆ
ฮวามู่หยางขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินออกจากห้องทำงานลงไปที่ชั้นล่างโดยมีองครักษ์คนสนิทสองคนเดินตามหลังไปเงียบๆ รถม้าคันใหญ่มาจอดรออยู่ประตูหลังฮวามู่หยางขึ้นไปนั่งในห้องโดยสารเสร็จก็เอ่ยปากเสียงเรียบ "ไปท่าเรือ"
"ขอรับ"
ในูเาหลังหมู่บ้านหงฉุนครอบครัวหูกำลังเดินหาของป่าอย่างยิ้มแย้ม พอถึงจุดที่พวกเขาทำกับดักเอาไว้โจวอวี่เฉินก็รีบเดินไปดูก่อนจะเบิกตากว้างมองลงไปในหลุมดักสัตว์ด้วยความดีใจแล้วหันไปเรียกทุกคนด้วยความตื่นเต้น "หมูป่า…ทุกคนมาดูเร็วในหลุมมีหมูป่าตกลงไปตั้งสามตัวเลยขอรับ!"
"ห๋าาาา!"
"ส่ะ สามตัวเชียวหรือเ้าคะ?" โจวถิงถิงพูดจบก็รีบวิ่งไปยืนดูตรงขอบหลุมด้วยความตื่นเต้น "สามตัวจริงด้วย สามตัวที่มีแต่ตัวใหญ่ๆ"
โจวอิ้งเยว่รีบวิ่งตามพี่ๆไปอีกคนยืนมองหมูป่าทั้งสามตัวที่ยังมีชีวิตอย่างพอใจ ท่านแม่กับท่านป้าเดินตามหลังมาอย่างใจเย็นเมื่อเห็นหมูป่าที่นอนอยู่ใต้หลุมก็ยกยิ้มออกมาอย่างพอใจ ท่านป้าใหญ่รีบลงไปในหลุมอย่างคล่องแคล่วทำเอาลูกหลานถึงกับใรีบอ้าปากจะห้ามแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว
"ท่านป้าใหญ่ระวังตัวด้วยนะขอรับ หมูป่าสามตัวนั้นมันยังไม่ตายเลย" โจวไห่เหวินะโบอกด้วยความเป็ห่วง
"ท่านแม่….." หูจิ้งอี๋เรียกมารดาด้วยความเป็ห่วง
หูจิ้งหย่ารีบคว้าเชือกในตระกร้าออกมาแล้วลงมือมัดขาหมูป่าทีละตัวอย่างชำนาญ หมูป่าสามตัวนี้ยังไม่ตายก็จริงแต่เพราะมันตกลงมาจากที่สูงขาจึงหักและอ่อนแรงไม่มีแรงจะลุกขึ้นมาทำร้ายนางได้ ท่านป้าใหญ่มัดหมูป่าเสร็จก็โยนเชือกขึ้นไป้าแล้วพูดกับทุกคน "รีบช่วยกันดึงหมูป่าขึ้นไปเร็วเข้า"
"อ่ะเอ่อ…เ้าค่ะๆๆ" โจวอิ้งเยว่ตอบรับคำก่อนเป็คนแรก
หมูป่าสามตัวถูกพวกเขาช่วยกันหามออกมาจากป่าอย่างทะลักทุเล เวลาเหนื่อยก็หยุดพักแล้วดื่มน้ำวิเศษแก้เหนื่อยแล้วแบกหามกันต่อจนกระทั่งกลับมาถึงตีนเขาก็เป็ยามเซินแล้ว ชาวบ้านยังทำงานกันอยู่ท่านป้ากับท่านแม่จึงตัดสินใจซ่อนหมูป่าเอาไว้ก่อนแล้วให้โจวอิ้งเยว่ โจวถิงถิงและหูจิ้งอี๋อยู่เฝ้าหมูป่า
"อี๋เอ๋อร์พวกเ้าเฝ้าอยู่ที่นี่ แม่กับท่านน้าและพี่ชายของพวกเ้าจะเข้าไปดูหลุมดักสัตว์อื่นก่อน" ท่านป้าใหญ่พูดกับลูกสาวและหลานสาวเสียงอ่อน
"พวกท่านต้องระวังตัวกันด้วยนะเ้าคะ" หูจิ้งอี๋ไม่ห้ามเพราะรู้ดีว่าฝีมือท่านแม่ของนางนั้นไม่แพ้บุรุษในหมู่บ้านเลยแต่ก็อดเอ่ยด้วยความเป็ห่วงไม่ได้
"ได้! พวกเราจะระวัง" หูจิ้งหย่าตอบกลับลูกสาวอย่างอบอุ่น
"เยว่เอ๋อร์หลังพวกแม่ไปแล้วเ้าก็ไปตามท่านพ่อมาอยู่เป็เพื่อพวกเ้าด้วย ให้อยู่แต่พวกเ้าที่เป็หญิงสาวแม่ไม่วางใจ" หูซูซ่านกำชับลูกเสร็จก็เดินเข้าป่าไปพร้อมคนอื่น
"เ้าค่า"
เย็นวันนี้ทุกคนในครอบครัวมานั่งรวมกลุ่มกินข้าวกันอย่างมีความสุข ใบหน้ายิ้มแย้มพูดคุยหยอกล้อกันบนโต๊ะอาหารหัวเราะกันอย่างมีความสุข เมื่อวันก่อนพวกเขาช่วยกันขุดหลุมกับดักสัตว์เอาไว้สามหลุม โจวอิ้งเยว่หยดน้ำวิเศษลงไปในหลุมดักสัตว์ผลลัพธ์ที่ได้ทำเอาคนบ้านหูถึงกับหุบยิ้มไม่ลง
หมูป่าสิบเอ็ดตัวไม่รวมกระต่ายป่าและไก่ป่าอีก!!!
"พรุ่งนี้ตากับพ่อของเ้าจะเอาหมูป่าพวกนั้นไปขายในเมืองเอง พวกเ้าก็อยู่บ้านพักผ่อนสักวันรอตากลับมาก่อนตาจะขึ้นเขาไปกับพวกเ้าเอง" ท่านตาพูดขึ้นมา
"จริงสิ พรุ่งนี้น้ำทะเลลดพวกเ้าอยากจะไปหาเก็บของทะเลอีกหรือไม่?" ท่านยายเอ่ยถามทุกคน
"ไปเ้าค่ะ / ไปขอรับ!" ห้าพี่น้องตอบขึ้นมาทันที
"จริงสิ ท่านตาพรุ่งนี้เหลือหมูให้ข้าสักตัวได้หรือไม่เ้าคะ? ข้าอยากทำหมูพะโล้ให้ทุกคนกินเ้าค่ะหากอร่อยข้าก็อยากเปิดร้านขายข้าวขาหมูเล็กๆเพื่อหารายได้เข้าครอบครัวเราด้วย" โจวอิ้งเยว่พูดอย่างยิ้มแย้ม
"ได้ๆตามใจเยว่เอ๋อร์ หลานอยากทำอะไรตากับทุกคนจะสนับสนุนเ้าแน่นอน" ท่านตาพูดตอบรับอย่างเชื่อใจโดยไม่ต้องคิดให้เสียเวลาเลย
"ทำหมูพะโล้อย่างนั้นหรือ? มันเป็อย่างไรหรือเยว่เอ๋อร์?" หูจิ้งอี๋ถามขึ้นด้วยความอยากรู้
"ก็…เหมือนหมูตุ๋นนั่นแหละเ้าค่ะ" โจวอิ้งเยว่ตอบแบบผ่านๆไปเพราะนางขึ้เกียจจะอธิบาย
เห็นท่าทางกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อยของนางทุกคนก็พลอยรู้สึกอยากอาหารมากขึึ้นไปด้วย หลังจากกินข้าวกันอิ่มแล้วทุกคนจึงแยกย้ายกันไปพักผ่อนเพราะพรุ่งนี้เช้ายังมีเื่ให้พวกเขาทำอีกมาก
รุ่งเช้าก่อนออกจากบ้านโจวอิ้งเยว่ก็ไม่ลืมเขียนรายการของที่้าให้ท่านพ่อซื้อกลับมาให้ด้วย เพราะวันนี้รถม้าทั้งสองคันถูกท่านตากับท่านพ่อบรรทุกหมูป่าทั้งสิบตัวเข้าเมือง ห้าพี่น้องจึงจำเป็ต้องเดินเท้าไปที่ชายหาดพร้อมกับชาวบ้านในหมู่บ้าน ยังมีกลุ่มเด็กๆที่วิ่งตามท่านแม่พี่สาวพี่ชายไปด้วยอีกหลายคน
พูดคุยกับสหายรุ่นราวคราวเดียวกันและตอบคำถามพวกป้าสะใภ้และหญิงชราในหมู่บ้านไปตลอดทางก็ไม่ได้รู้สึกเหนื่อยเท่าไหร่ ใช้เวลาเกือบสามเค่อทุกคนก็มาถึงชายหาดแล้ว
ห้าพี่น้องบ้านหูเห็นชาวบ้านต่างก็เดินแยกย้ายกันไปหาของทะเลกันแล้วพวกเขาจึงเลือกจะแยกไปอีกทางที่ชาวบ้านไม่ไป หูจิ้งอี๋ยิ้มให้น้องๆก่อนจะพูดขึ้น "ตรงนี้มีแต่โขดหินกับแอ่งน้ำพวกเ้าระวังหน่อยนะ"
"ตรงนี้ไม่มีชาวบ้านมาเลยคงเพราะมีแต่ก้อนหินเยอะแน่เลย" โจวถิงถิงพึมพำออกมาให้ได้ยินแค่พวกนางพี่น้อง
"นั่นไม่ใช่เื่ดีสำหรับเราหรือเ้าคะ ไปกันเถอะไปล่าหาเงินเข้าบ้านกันวันนี้พวกเราต้องได้ของดี!" โจวอิ้งเยว่พูดจบก็เดินนำพี่ๆไปหาของดีอย่างอารมณ์ดี นางเดินไปหยดน้ำวิเศษลงไปในแอ่งน้ำเล็กๆหยดสองหยดอย่างแเี
"เยว่เอ๋อร์ นั่นกุ้งั!" โจวถิงถิงชี้ไปที่ใต้โขดหินใหญ่มีกุ้งัตัวใหญ่ค่อยๆไต่ออกมาด้วยความตื่นเต้น
"มีปูด้วย!" โจวไห่เหวินก็ยิ้มกว้างด้วยความดีใจ
กุ้ง ปู ปลา ปลาหมึกที่ได้กลิ่นหอมหวานของน้ำวิเศษต่างก็พยายามแย่งกันจะเดินมาทางแอ่งน้ำ แต่น่าเสียดายที่เพียงแค่พวกมันโผล่ออกมาก็ถูกห้าพี่น้องจับใส่ถังใส่ตระกร้าไปก่อนแล้ว โจวอวี่เฉินยังยุ่งอยู่กับกุ้งปูในตระกร้าถึงกับสบถออกมาอย่างหงุดหงิดที่จัดการกับพวกมันไม่ได้ "ให้ตายสิ! เ้าพวกนี้พยายามจะไต่ออกจากตระกร้าให้ได้เลย"
โจวอิ้งเยว่เงยหน้าขึ้นมาแล้วเดินมาทางตระกร้าและถังไม้ นางไม่ได้พูดอะไรแต่หยดน้ำวิเศษลงไปในตระกร้าและถังทุกใบสองหยดพวกมันก็สงบไม่พยายามจะไต่ออกมาข้างนอกแล้ว โจวอวี่เฉินถึงกับยกยิ้มด้วยความพอใจ "น้องห้าของข้าเก่งที่สุด"
เพื่อไม่ให้ชาวบ้านคนอื่นหันมาสนใจพวกนางโจวอิ้งเยว่จึงให้โจวอวี่เฉินไปแอบหยดน้ำวิเศษทางนั้นเพื่อให้ชาวบ้านได้ของทะเลกลับไปด้วย หากพวกนางได้ของจนเต็มตระกร้าแต่พวกเขากลับได้เพียงเล็กน้อยมันน่าแปลกเกินไป ดังนั้นเพื่อป้องกันความวุ่นวายในภายหลังนางจึงใช้วิธีนี้
ไม่นานชาวบ้านก็ฮือฮาต่างก้มหน้าก้มตาจับสัตว์ทะเลกันอย่างกระตือรือร้น บางคนถึงกับให้ลูกหลานวิ่งกลับไปเอาถังเอาตระกร้าที่บ้านมาเพิ่มด้วย!