หลังจากจุนเป่ากับม่านเฉวได้ยืนสำรวจพื้นที่ของเมืองฮุ่ยหมิง เพื่อที่จะจัดสรรค์ตำแหน่งในการทำเกษตรเเละเลี้ยงสัตว์แล้ว พวกเขาสองคนก็รีบขอความร่วมมือทั้งชาวบ้านและทหารบางส่วนมาช่วยจัดสรรค์โครงการนี้และเมื่อมีกำลังคนที่พร้อม บวกกับพื้นที่ที่เหมาะสม โครงการก็ได้ดำเนินไปในทิศทางที่เร็วมาก เร็วจนเหมยอิงอิงไม่สามารถนิ่งนอนใจได้แล้ว
"ข้าจะทำยังไงดีๆ..ถ้าขืนยังเป็นแบบนี้ต่อไป ข้าต้องถูกเฉดหัวส่งเเน่ เหมยฮัว..เจ้าจงเตรียมตัว ข้าจะไปจวนหวังเสิ่นเดี๋ยวนี้!!"
"ไปทำไมหรือเจ้าคะ?"
"ไม่ต้องถามมาก ข้าบอกให้ตามก็ตามมา!!" เหมยอิงอิงรีบดีดตัวไปจวนของหวังเสิ่นเพื่อเร่งเดผนการณ์ของนางให้สำเร็จไปด้วยดี เพื่อที่ว่าม่านเฉวจะได้ไม่เข้ามาแทรกกลางระหว่างนางอีก..ดูเหมือนว่าแผนการของนางจะพลาดมาหลายครั้งหลายคราแล้ว ซึ่งคราวนี้นางไม่ยอมพลาดอีกเป็นแน่
"ท่านพ่อต้องรีบจัดการให้ข้านะเจ้าคะ ท่านพ่อบอกกับข้าว่าจะช่วยคุยกับท่านพี่ให้ แต่นี่ก็ผ่านมาหลายครั้งหลายคราจนท่านพี่พาสตรีต่างเมืองเข้ามาหยามข้าถึงเพียงนี้ ท่านพ่อจะให้ข้าคิดเช่นไรเจ้าคะ!!"
"พ่อก็พยายามคุยกับจุนเป่าแล้ว แต่เจ้าก็เห็นว่าตอนนี้จุนเป่ากำลังเริ่มทำงานแทนพ่อไปส่วนใหญ่ เจ้าก็ต้องให้เวลาจุนเป่าได้คิดทบทวนอะไรบ้างสิ หรือเจ้ากลัวว่าม่านเฉวจะมาแทนที่เจ้างั้นรึ?"
"ไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะนางกับข้าเราต่างกัน เพราะฉะนั้นขอท่านพ่ออย่าทรงเอานางมาเปรียบเทียบกับคนอย่างข้า แน่นอนว่าคำพูดข้ามีผลต่อเสบียงและกำลังทรัพย์ในครั้งต่อไปด้วยนะเจ้าคะ ข้าขอตัว!" เหมยอิงใช้แผนเข้ามาบีบบังคับหวังเสิ่นอีกครั้งโดยการใช้ถ้อยคำและเหตุผลเช่นเดิม เเต่ครั้งนี้หวังเสิ่นต้องคิดให้มากๆเพราะดูท่าทางแล้วนางจะเอาจริงกว่าครั้งที่เคยผ่านมา หวังเสิ่นไม่รอช้ารีบเรียกลูกๆทั้งสามมาปรึกษาหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้ทันที
"ไม่ ยังไงข้าก็จะไม่มีวันแต่งงานกับนาง ท่านพ่อก็เห็นว่านางมีนิสัยเช่นไร คนเช่นนั้นหรือที่ท่านพ่อจะทรงแต่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นพระมเหสีของข้าและเป็นแม่ของแผ่นดินคนต่อไป"
"เรื่องนั้นพ่อทราบดีอยู่แล้ว ว่านางมีนิสัยเช่นไร เพราะวันนี้นางก็เพิ่งเข้ามาบีบบังคับพ่อถึงที่จวน เพื่อให้พ่อพูดเรื่องนี้กับเจ้า จุนเป่าเอ๋ย เจ้าก็รู้ใช่ไหมว่าตอนนี้ มันเป็นยามที่เมืองเราลำบาก เสบียงและกำลังทรัพย์ของเรายังมีไม่เพียงพอสำหรับเลี้ยงและแจกจ่ายคนในเมืองหรือเรียกง่ายๆว่าตอนนี้เมืองของเรากำลังตกที่นั่งลำบาก เจ้าจะช่วยเหลือพ่อและชาวเมืองหน่อยไม่ได้หรือ"
"ข้าก็ไม่เห็นด้วย ท่านพี่ไม่เคยมีใจให้นาง ขืนแต่งงานกันไปก็อยู่ด้วยกันไม่ได้นะเจ้าคะท่านพ่อ พี่รองล่ะ ท่านคิดเห็นเช่นไร"
"............" หลานเซียนเงียบไม่ตอบอะไร เอาเเต่นั่งจ้องหน้าจุนเป่าแล้วเหมือนคิดอะไรบางอย่างในใจแต่ไม่ได้พูดออกมา เขาจ้องหน้าพี่ชายอยู่นานจนจุนเป่าผิดสังเกต เขารีบเดินเข้าไปใกล้น้องชายเพื่อสะกิดให้รู้สึกตัว
"ห้ะ..พี่ใหญ่ ข้าขอโทษด้วย ท่านพ่อทรงประทานอภัย เมื่อคืนลูกนอนไม่ค่อยหลับพะยะค่ะ"
"พักนี่เจ้าเงียบๆไม่สดใสร่าเริงเหมือนแต่ก่อนเลยนะหลานเซียน เจ้ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า"
"นั่นสิ ข้าก็รู้สึกว่าพี่รองแปลกๆไปนะเจ้าคะ"
"พี่ว่าจะถามเจ้าหลายครั้งแล้ว เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่าหลานเซียน มีอะไรให้พี่ช่วยก็บอกได้นะ พี่ยินดีช่วยน้องพี่เสมอ" คำพูดหลายประโยคอัดอั้นอยู่ในหัวของหลานเซียนแต่เขาบรรยายมันออกมาให้พี่ชายฟังไม่ได้ หลานเซียนทำได้แค่ยิ้มและบอกว่าไม่เป็นอะไร
"เจ้ามีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องการแต่งงานของพี่เจ้าและเหมยอิงอิงงั้นหรือหลานเซียน?"
"เอ่อ..คือ..ข้า.."
"พี่ต้องการความคิดเห็นจากเจ้า"
"พูดไปเลยพี่รองว่าท่านก็ไม่เห็นด้วยเช่นกัน"
"ข้าอยากให้พี่ใหญ่เเต่งงานกับท่านหญิงเหมยอิงอิงให้เป็นเรื่องเป็นราว ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและความสบายใจของท่านพ่อพะยะค่ะ"
"................."
".................." ทั้งชิวลู่และจุนเป่ารวมถึงหวังเสิ่นและทหารอีกมากมายเงียบกริบกันทั้งจวน ชิวลู่เริ่มสงสัยเล็กน้อยเพราะก่อนหน้านี้หลานเซียนค้านการแต่งงานของจุนเป่าแบบหลังชนฝา เเต่พอมาวันนี้กลับสนับสนุนและอ้างเหตุผลเดียวกับเหมยอิงด้วยซ้ำ หลานเซียนก้มหน้าและไม่สบตาใคร ก่อนจะขอตัวกลับจวนไปอย่างเงียบๆ
"ความเห็นของน้องเจ้า มันคือความคิดเห็นเกี่ยวกับพ่อและอีกครั้งในตอนนี้เจ้าก็ไม่ใช่เจ้าชายธรรมดาอีกต่อไปแล้ว เจ้ากำลังจะก้าวมาสู่ตำแหน่งรัชทายาทอย่างเต็มตัว เพราะฉะนั้นอย่าทำให้ชาวเมืองและพ่อผิดหวังในตัวเจ้าเลยจุนเป่า" จุนเป่ามองหน้าพ่อด้วยความลังเลเพราะในใจของเขานั้นไม่เคยมีเหมยอิงอิงอยู่ในนั้นเลย เเต่ด้วยหน้าที่อันใหญ่ยิ่งและภาระที่จะตามมาทำให้จุนเป่าปฏิเสธไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
"หากเป็นความประสงค์ของท่านพ่อและเพื่อปากท้องของชาวเมืองฮุ่ยหมิง ลูกยินดีรับด้วยเกล้าพะยะค่ะ"
"ไม่นะ!! ท่านพี่จะยอมแต่งงานกับนาง ทั้งๆที่ท่านพี่ก็รู้ว่านางเป็นหญิงชั่วช้าซึ่งไม่เหมาะสมกับท่านพี่ ตัวข้าต่างหากที่เหมาะสมกับท่านมากกว่านางเสียด้วยซ้ำ ขอท่านพ่อทรงตัดสินพระทัยอีกครั้งเถอะเจ้าค่ะ"
"นี่เจ้าพูดอะไรออกมาน่ะชิวลู่ ทั้งจุนเป่าและหลานเซียนมีศักดิ์เป็นพี่ชายทั้งสองของเจ้า เเต่เจ้ากลับคิดจะเอาพี่ชายมาทำเป็นสามีงั้นรึ เจ้านี่มันใช้ไม่ได้จริงๆ!!"
"ข้ามีสิทธิ์ที่จะเป็นเพราะข้าไม่ใช่น้องสาวแท้ๆของท่านพี่จุนเป่า ท่านพ่อท่านแม่ก็ทรงทราบรวมถึงชาวเมืองทั่วแคว้นก็รู้ดีว่าข้ามีใจให้ท่านพี่จุนเป่ามาเนิ่นนานแล้ว เพราะฉะนั้นข้าไม่มีวันยอมให้นางแต่งงานกับท่านพี่จุนเป่าแน่ ไม่เชื่อก็คอยดู!!"
"ชิวลู่ หยุดเดี๋ยวนี้นะ นั่นเจ้าจะไปไหนน่ะ ชิวลู่!!"
"ปล่อยนางไปเถอะพะยะค่ะ นางยังเด็กอาจจะยังไม่เข้าใจอะไร หมดธุระแล้วลูกขอตัวกลับไปทำหน้าที่ของลูกนะพะยะค่ะ"
"อืม..พ่อรู้ว่าเจ้าลำบากใจ แต่เจ้าก็รู้ใช่ไหมว่าไอ้แปลงเกษตรและพื้นที่เลี้ยงสัตว์ของพวกเจ้ามันไม่ได้สร้างให้เสร็จภายในวันสองวัน บวกกับชาวเมืองต้องกินต้องใช้ทุกวัน เจ้าเข้าใจพ่อใช่ไหมจุนเป่า"
"ลูกทราบดีพะยะค่ะท่านพ่อ ท่านพ่อทรงพระปรีชาสามารถความคิดฉลาดหลักแหลมคิดถึงประชาชนเป็นอันดับ 1 ลูกซึ้งในพระไทยและรู้สึกโชคดีมากที่ได้เกิดมาเป็นลูกของท่านพ่อพะยะค่ะ" จุนเป่าเดินออกจากจวนหวังเสิ่นเพื่อกลับไปช่วยม่านเฉวที่แปลงเกษตรต่อ ตอนนี้ใบหน้าของจุนเปล่าเต็มไปด้วยความกังวลและรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ตัวเองเพิ่งจะตัดสินใจไปเมื่อครู่แต่ด้วยหน้าที่และภาระที่กำลังจะมาถึงทำให้เขาไม่สามารถปัดป้องหรือปฏิเสธความรับผิดชอบนี้ได้จริงๆ การแต่งงานของชนเผ่าจะราบรื่นไปด้วยดีหรือไม่ ติดตามต่อได้ใน EP หน้านะคะ