สำนักงานใหญ่ของพันธมิตรพเนจรห้องสำหรับทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนซื้อขาย
เย่เทียนและมหาปราชญ์ดาบคลั่งได้พบกัน
“ผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์หน้าใหม่!”
มหาปราชญ์ดาบคลั่งมองไปที่เย่เทียนด้วยความอยากรู้อยากเห็นเขาไม่เคยเห็นเย่เทียนมาก่อน แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก มีคนมากมายที่สามารถเลื่อนขั้นเป็นระดับศักดิ์สิทธิ์และตัวเขาเองก็ออกจากฐานจงไห่อยู่บ่อยครั้ง จึงไม่แปลกที่เขาจะไม่รู้จักผู้ฝึกยุทธ์ที่เพิ่งเลื่อนระดับ
พันธมิตรพเนจรสนใจแค่การแลกเปลี่ยนซื้อขายเท่านั้นเรื่องอื่นๆ พวกเขาไม่ได้สนใจ
“คุณต้องการที่จะแลกเปลี่ยนทักษะดาบระดับทองกับฉันหรือ?”
มหาปราชญ์ดาบคลั่งกล่าว
“ใช่แล้ว!”
เย่เทียนพยักหน้าจากนั้นก็กล่าวต่อว่า “ในมือผมมีตำราทักษะดาบระดับทองประเภทโจมตีหมู่อยู่เล่มหนึ่งซึ่งมันมีมูลค่าสูงกว่าทักษะดาบระดับทองประเภทโจมตีเดี่ยว”
ความหมายของเย่เทียนนั้นชัดเจนมากทักษะดาบระดับทองของผมมีค่ามากกว่าของคุณ คุณควรจ่ายเพิ่มอีกซักเล็กน้อย
อย่างไรก็ตามมหาปราชญ์ดาบคลั่งก็เอ่ยขึ้นมาว่า “คุณอาจไม่เข้าใจว่าทักษะดาบสังหารพริบตาของฉันนั้นไม่เพียงแต่มีผลเพิ่มพลังโจมตีเท่านั้นแต่ยังสามารถเพิ่มความเร็วได้ถึง 2 เท่าอีกด้วย มูลค่าของมันจึงสูงกว่าทักษะดาบระดับทองทั่วไปมิฉะนั้นฉันคงจะไม่ประกาศแลกเปลี่ยนทักษะดาบระดับทองประเภทโจมตีหมู่ พันธมิตรพเนจรนั้นให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมตัวฉันนั้นเป็นหนึ่งในผู้บริหารระดับสูงของพันธมิตรพเนจร ฉันย่อมไม่ละเลยกฎนี้”
“สามารถเพิ่มความเร็วได้ถึง 2 เท่า!”
เย่เทียนรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งผลของมันคล้ายกับทักษะดาบระดับเงินของเขา!
“ตกลง!”
เย่เทียนพยักหน้า
จากนั้นทั้งสองก็เริ่มทำการสาบานและนำทักษะดาบระดับทองมา
เย่เทียนมอบทักษะดาบระดับทองให้กับมหาปราชญ์ดาบคลั่งและมหาปราชญ์ดาบคลั่งก็มอบทักษะดาบสังหารพริบตาให้กับเย่เทียน
หลังจากยืนยันความถูกต้องของทักษะดาบแล้วการแลกเปลี่ยนก็เสร็จสิ้น
“ยินดีที่ได้ร่วมงาน!”
“ยินดีที่ได้ร่วมงาน!”
ตั้งแต่ต้นจนจบมหาปราชญ์ดาบคลั่งไม่ได้ถามชื่อของเย่เทียน และเย่เทียนก็ไม่ได้พูดอะไร
การแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมทำเพียงแต่การค้าเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องเอ่ยถึงเรื่องอื่นๆ
เมื่อแลกเปลี่ยนทักษะดาบระดับทองเสร็จสิ้นเขาก็ทำการแลกเปลี่ยนทักษะดาบอีกเป็นจำนวนมากที่ได้มาในมิติของวิหาร เขาได้รับทักษะดาบระดับเงินถึง6เล่ม และทักษะดับระดับทองแดงอีกเป็นจำนวนมาก
ทักษะดาบทองแดงถูกแลกเปลี่ยนเป็นหินปราณ100,000ก้อน
หลังจากนั้น
เย่เทียนนำตำราของเทคนิคการบ่มเพาะระดับ5สองเล่มจากนิกายซากศพทมิฬออกมาเพื่อแลกเปลี่ยนกับสมบัติที่ช่วยเพิ่มพรสวรรค์พิเศษระดับสูงสามชิ้น
สมบัติที่สามารถเพิ่มพรสวรรค์ได้นั้นไม่มีราคาในตลาดแต่เทคนิคการบ่มเพาะขั้นสูงสุดระดับ 5 ก็ไม่มีราคาตลาดเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งของเหล่านี้ล้วนไม่ถูกซื้อขายแลกเปลี่ยนบ่อยนัก
สมบัติที่ช่วยเพิ่มพรสวรรค์ระดับสูงหรือระดับสูงสุดให้แก่ระดับนักรบผู้เชี่ยวชาญนับได้ว่ามีเหตุผลเพียงพอที่จะแลกเปลี่ยน หากเป็นสมบัติที่ช่วยเพิ่มพรสวรรค์พิเศษให้กับระดับราชาแล้วละก็มันจะมีมูลค่าสูงกว่านี้มาก
การฟูมฟักผู้ฝึกยุทธ์ตั้งแต่เด็กนั้นคุ้มค่ากว่าการฟูมฟักผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาเพราะผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชานั้นต้องใช้ทรัพยากรที่มีมูลค่าสูงกว่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับต่ำหลายสิบเท่าหรืออาจจะหลายร้อยเท่า
หากผู้ฝึกยุทธ์อยู่ในระดับศักดิ์สิทธิ์แล้วค่อยๆฝึกฝน มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีกองกำลังใดที่สามารถทำเช่นนี้ได้
ดังนั้น
เย่เทียนจึงต้องการเพิ่มพรสวรรค์ให้กับน้องสาวของเขาเย่หยูให้เร็วที่สุดมิฉะนั้นเมื่อเย่หยูเลื่อนเป็นขั้นเป็นระดับราชาแล้ว เขาคงไม่มีทรัพยากรเพียงพอที่จะสนับสนุนเธอได้
แม้แต่การเข้าร่วมกองกำลังขนาดใหญ่ก็ยังไม่สามารถสนับสนุนเธอได้
สามวันหลังจากนั้นก็มีผู้ติดต่อเข้ามาเพื่อต้องการแลกเปลี่ยนกับเย่เทียน
เขามาถึงสำนักงานใหญ่ของพันธมิตรพเนจรอีกครั้งเย่เทียนก็ได้พบกับผู้ฝึกยุทธ์ที่ต้องการทำการค้ากับเขา
อีกฝ่ายเป็นราชาและเป็นคนที่เย่เทียนรู้จักอีกด้วย
“เป็นคุณ!”
เย่เทียนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยฝ่ายตรงข้ามคือลู่เฟิงที่เขาเคยเจอในมิติของวิหาร ลู่เฟิงอยู่อันดับที่ 23 ของการจัดอันดับราชา
“เย่เทียน ที่แท้คนที่ต้องการแลกเปลี่ยนคือคุณ ดูเหมือนว่าเทคนิคการบ่มเพาะระดับ5 นี้คุณจะได้รับมันมาจากมิติวิหารใช่หรือไม่?” ลู่เฟิงประหลาดใจ
“ถูกต้อง!”
เย่เทียนพยักหน้า
“นี่คือไขกระดูกเย็นเทียนหลิน มันสามารถเพิ่มพรสวรรค์ด้านน้ำแข็งระดับสูงสุดได้แต่น่าเสียดายที่มันไม่มีผลต่อระดับราชา ฉันมีพรสวรรค์ด้านพละกำลังระดับสูงสุดอยู่แล้วดังนั้นสมบัติชิ้นนี้จึงไม่มีประโยชน์อะไรกับฉันมากนัก แต่เทคนิคการบ่มเพาะขั้นสูงสุดระดับ5 มีประโยชน์ต่อฉันเป็นอย่างมาก ฉันต้องการนำมันมาพัฒนากองกำลังของตัวเอง”ลู่เฟิงกล่าว
เย่เทียนรู้ว่าลู่เฟิงไม่ได้โกหกเพราะเขารู้ว่าลู่เฟิงมีพรสวรรค์ด้านหอกระดับสูงสุด พรสวรรค์ด้านน้ำแข็งระดับสูงสุดจึงไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับเขาอีกทั้งในตอนนี้เขายังอยู่ในขอบเขตราชาด้วย
โอกาสที่จะเพิ่มพรสวรรค์ด้านน้ำแข็งระดับสูงสุดมีไม่ถึง1%ดังนั้นการนำไขกระดูกเย็นเทียนหลินมาแลกเปลี่ยนจึงคุ้มค่าที่สุด
“ตกลง มาแลกเปลี่ยนกันเถอะ!”
เย่เทียนกล่าว
ทั้งสองทำการสาบานและเริ่มทำข้อตกลงทันที
ลู่เฟิงตรวจสอบเทคนิคการบ่มเพาะขั้นสูงสุดระดับ5ที่เย่เทียนให้มาด้วยความตื่นเต้น
“เทคนิคการบ่มเพาะนี้ดีกว่าของฉันซะอีก ถึงแม้ว่ามันจะดูแปลกประหลาดอยู่บ้างแต่ในยุคนี้ศพของสัตว์อสูรมีจำนวนมากมาย การให้กองกำลังของฉันฝึกฝนเทคนิคการบ่มเพาะนี้นับว่าเป็นเรื่องเหมาะสมที่สุดแล้ว!”
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว ยินดีที่ได้ร่วมมือกัน!”
เย่เทียนยิ้มบางๆ
หลังจากการแลกเปลี่ยนเสร็จสิ้นเย่เทียนก็จากไป
สมบัติที่เขาไม่ต้องการเขาแลกเปลี่ยนออกไปหมดแล้ว
ตอนนี้เขามีอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ต้องทำ
นั่นคือการเดินทางกลับไปยังฐานทะเลมารเพื่อพาน้องสาวของเขาเย่หยูมายังที่นี่!
เขาเข้าร่วมกับฐานจงไห่มาเป็นเวลานานแล้วและได้รู้ว่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์สามารถพาคนอื่นเข้าร่วมกับฐานจงไห่ได้
อย่างไรก็ตามระดับศักดิ์สิทธิ์นั้นได้รับโควตาแค่หนึ่งคนเท่านั้นเมื่อใช้โควตานี้ไปแล้ว เขาจะไม่สามารถพาใครเข้าร่วมได้อีก เว้นเสียแต่ว่าเขาจะกลายเป็นระดับจักรพรรดิ
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิสามารถพาครอบครัวเข้าร่วมกับฐานจงไห่ได้ไม่จำกัดจำนวน
ด้วยเหตุที่ว่าระดับจักรพรรดินั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมากฐานจงไห่จึงไม่มีข้อกำหนดสำหรับพวกเขา
ยิ่งมีระดับจักรพรรดิมากเท่าไหร่ก็ส่งผลดีต่อฐานจงไห่มากขึ้นเท่านั้น
ก่อนหน้านั้น
เย่เทียนเป็นเพียงระดับราชาแม้ว่าเขาจะติดอันดับราชา แต่นั่นก็ยังเป็นระดับราชา ไม่ว่าพลังการต่อสู้ของเขาจะแข็งแกร่งแค่ไหนเขาก็ยังไม่ใช่ระดับศักดิ์สิทธิ์ เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะพาใครก็ตามมาเข้าร่วมกับฐานจงไห่
นี่เป็นกฎที่ห้ามฝ่าฝืน!
แต่ตอนนี้เย่เทียนได้ก้าวเข้าสู่ระดับศักดิ์สิทธิ์แล้วเขาจึงมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะพาน้องสาวของเขามายังที่นี่
เมื่อกลับถึงบ้านเย่เทียนก็ถามเสี่ยวเซวี่ย
“เสี่ยวเซวี่ย ฉันจะกลับไปที่ฐานทะเลมารเพื่อพาเย่หยูมาที่นี่ แกอยากจะไปด้วยกันไหม?”
“ไม่ไป ข้าต้องการฝึกฝน!”
เสี่ยวเซวี่ยปฏิเสธทันที
เย่เทียนรู้ถึงความคิดของเสี่ยวเซวี่ยดี
เสี่ยวเซวี่ยได้รับมรดกจากทางสายเลือดของเผ่ามังกรและเมื่อไม่นานมานี้ความแข็งแกร่งของมันก็พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด มันตระหนักได้ถึงความลึกลับของพรสวรรค์และสามารถยกระดับพรสวรรค์ของมันให้กลายเป็นระดับลึกลับปลอมได้ นี่เพียงพอที่จะทำให้มันเทียบได้กับผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชา4ดารา
น่าเสียดายที่ระยะห่างระหว่างเย่เทียนกับเสี่ยวเซวี่ยนั้นแตกต่างกันมากตอนนี้เย่เทียนเลื่อนขั้นเป็นระดับศักดิ์สิทธิ์แล้ว
เมื่อเสี่ยวเซวี่ยรู้ว่ามันไม่สามารถรับมือกับเย่เทียนได้มันจึงรู้สึกกดดันมาก และใช้เวลาทั้งหมดไปกับการฝึกฝนอย่างหนักเพื่อทำความเข้าใจความลึกลับของพรสวรรค์ให้มากขึ้น
มันต้องการที่จะตามให้ทันเย่เทียน
“งั้นฉันจะไปคนเดียว!”
เย่เทียนลูบหัวเสี่ยวเซวี่ยและหันหลังเดินจากไป