หลังจากที่เจี้ยนหลิน (剑林) และขาวน้อย (小白) ได้หลบหนีจากบริเวณที่เกิดการต่อสู้อันดุเดือด พวกเขาก็มุ่งหน้าลึกเข้าไปในส่วนที่รกชัฏยิ่งขึ้นของเส้นทางรากไม้เร้น (隐秘根道) อันสลับซับซ้อน กลิ่นอายแห่งความเก่าแก่และความสงบนิ่งของธรรมชาติยังคงอบอวล ทว่าในใจของเจี้ยนหลินกลับเต็มไปด้วยความระแวดระวัง ความรู้สึกถึงภัยคุกคามจากกลุ่มคนที่ไม่ประสงค์ดีซึ่งเขาเคยปะทะด้วยนั้น แม้จะยังมองไม่เห็นร่องรอยในขณะนี้ แต่ก็เปรียบดั่งเงาที่ทาบทับอยู่ในใจ ทำให้เขาตระหนักว่าต้องเร่งฟื้นฟูพลังและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้เร็วที่สุด
หลายวันผ่านไป ด้วยการนำทางของขาวน้อยและสัญชาตญาณของตนเอง ในที่สุดเจี้ยนหลินก็ได้ค้นพบซุ้มเถาวัลย์ริมธารในเงามืด (Shaded Vine Bower by the Stream) ที่ซ่อนตัวอยู่อย่างแนบเนียน ซุ้มเถาวัลย์นี้เกิดจากเถาวัลย์หลากหลายสายพันธุ์เลื้อยพันกันอย่างหนาทึบ ปกคลุมซอกหินและชะง่อนผาเตี้ยๆ ริมลำธารสายเล็กๆ ที่ไหลเอื่อยๆ ทางเข้าถูกบดบังด้วยม่านใบไม้ที่ห้อยย้อยลงมา ทำให้มองจากภายนอกแทบไม่เห็น ภายในมีพื้นที่พอให้เจี้ยนหลินและขาวน้อยหลบซ่อนและพักผ่อนได้ แสงสว่างสลัวและเขียวชอุ่มจากแสงที่ลอดผ่านใบไม้และเถาวัลย์ ผสมกับแสงสะท้อนระยิบระยับจากผิวน้ำในลำธาร สร้างบรรยากาศที่ทั้งสงบและลึกลับ อากาศเย็นสบายและชุ่มชื้นจากไอของลำธาร แม้จะไม่กว้างขวางหรือมีพลังงานธาตุพฤกษา (草木灵气) หนาแน่นเท่าห้องโถงที่มีต้นไม้ผลึกศิลา (翡翠石晶古树) หรือบริเวณแอ่งน้ำใส (清澈水潭) ที่เขาเคยพบเจอ แต่ซุ้มเถาวัลย์แห่งนี้ก็มอบความสงบและความปลอดภัยที่เขาต้องการอย่างยิ่งในยามนี้ พลังงานธาตุพฤกษาในบริเวณนี้ยังคงมีความหนาแน่นและบริสุทธิ์ในระดับหนึ่ง ซึ่งเอื้ออำนวยต่อการฟื้นฟูและการฝึกฝนของเขา
เจี้ยนหลินนั่งลงขัดสมาธิบนพื้นดินนุ่มใต้ซุ้มเถาวัลย์ เริ่มโคจรพลังปราณ (灵气) ขั้นเจ็ดของตนเองอย่างช้าๆ เขาพยายามจะฟื้นฟูพลังที่สูญเสียไปจากการต่อสู้ครั้งก่อนให้กลับคืนมาสมบูรณ์ที่สุด ขาวน้อยซึ่งบัดนี้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นบ้างหลังจากได้กินผลึกพลังงาน (能量晶石) เข้าไป ก็มิได้อยู่นิ่งเฉย มันคลานต้วมเตี้ยมไปรอบๆ ตัวเจี้ยนหลิน บางครั้งก็ใช้หัวเล็กๆ ดุนไปที่จุดชีพจรสำคัญบนร่างของเขา ปลดปล่อยไออุ่น (暖流) จางๆ ออกมาช่วยเสริมการไหลเวียนของพลังปราณ
‘เจ้าตัวเล็กนี่...ดูเหมือนจะเข้าใจวิธีการช่วยเหลือข้ามากขึ้นเรื่อยๆ’ เจี้ยนหลินนึกในใจด้วยความรู้สึกขอบคุณ จากนั้นเขาจึงรวบรวมพลังธาตุพฤกษา ก่อรูปเป็น "กระบี่ไม้" (木剑) คุณภาพดีขึ้นหลายเล่ม แล้วยื่นให้ขาวน้อยกิน
เจ้าตัวเล็กดูจะชื่นชอบกระบี่ไม้ที่เขาสร้างขึ้นเหล่านี้เป็นพิเศษ มันจะค่อยๆ แทะเล็มอย่างเอร็ดอร่อย แสงสีขาวนวลรอบตัวมันก็ค่อยๆ สว่างและเข้มข้นขึ้นทีละน้อย เจี้ยนหลินสังเกตเห็นว่า ทุกครั้งที่ขาวน้อยกินกระบี่ไม้ที่เขาก่อรูปขึ้น มันมิได้เพียงแค่ฟื้นฟูพลัง แต่ยังคล้ายจะดูดซับเอาแก่นแท้บางอย่างจากพลังพฤกษาที่เขาส่งผ่านเข้าไปในเนื้อไม้เหล่านั้นด้วย
‘หรือว่า...การกินไม้ที่ข้าก่อรูปขึ้น...คือส่วนหนึ่งของการบำเพ็ญเพียรของเจ้าตัวเล็กนี่?’ ความคิดนั้นผุดขึ้นในใจของเจี้ยนหลิน เขาลูบหัวขาวน้อยอย่างอ่อนโยน ความผูกพันระหว่างเขากับสหายตัวน้อยนี้ ดูจะลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม
ในระหว่างการฟื้นฟูพลัง เจี้ยนหลินมิได้ละเลยการทำความเข้าใจหน่ออ่อนแห่งกระบี่ (剑之嫩芽) ภายในกาย เขาลองเพ่งสมาธิ ชี้นำเจตจำนงกระบี่ (剑意) ที่คมกล้าและบริสุทธิ์นั้นให้ไหลเวียนไปตามเส้นชีพจร เขารู้สึกได้ถึงความแตกต่างอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับพลังปราณปกติ พลังจากหน่ออ่อนนี้ มันเฉียบคมกว่า ตรงจุดกว่า และคล้ายจะสามารถตัดผ่านหรือสลายอุปสรรคบางอย่างในการโคจรพลังได้อย่างง่ายดาย
เขาลองผสานพลังจากหน่ออ่อนนี้เข้ากับการก่อรูปกระบี่ไม้ธรรมดา กระบี่ไม้ที่ได้ แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะไม่แตกต่าง แต่กลับให้ความรู้สึกหนักแน่นและคมกล้ายิ่งขึ้นอย่างน่าประหลาด เมื่อลองกวัดแกว่งเบาๆ ปลายกระบี่ก็คล้ายจะทิ้งร่องรอยบางเบาไว้ในอากาศ
‘นี่คือ...ผลจากการที่เจตจำนงกระบี่หลอมรวมเข้ากับพลังธาตุพฤกษา สินะ’ เจี้ยนหลินครุ่นคิด แม้จะยังไม่เข้าใจถ่องแท้ แต่เขาก็รู้สึกได้ว่านี่คือทิศทางที่ถูกต้องบนวิถีพฤกษาหมื่นกระบี่ (万木剑道) ของเขา
วันเวลาผ่านไปอีกหลายวัน เจี้ยนหลินและขาวน้อยใช้ชีวิตอย่างสงบอยู่ภายในซุ้มเถาวัลย์เร้นลับนั้น พวกเขาฟื้นฟูพลัง บ่มเพาะความเข้าใจ และเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตที่ยังมิอาจหยั่งรู้
เจี้ยนหลินยังคงมิได้แตะต้องเมล็ดพันธุ์รากวิญญาณสีดำ (灵根之种) ที่ถูกชำระล้างแล้ว หรือกระบี่ไม้มีชีวิตที่ปลูกเมล็ดสีทอง (金色的种子) เอาไว้ เขารู้สึกว่าตนเองยังไม่พร้อม หน่ออ่อนแห่งกระบี่ภายในกายยังคงเยาว์วัยเกินไป และพลังปราณขั้นเจ็ดของเขาก็ยังมิได้มั่นคงถึงขีดสุด
‘ค่อยเป็นค่อยไป...ทุกสิ่งทุกอย่างต้องเป็นไปตามลำดับขั้น’ เขาย้ำเตือนตนเอง
(จบตอนที่ 118)