“นี่ เซียนอิน ข้าสามารถออกไปข้างนอกได้หรือไม่”
“ไม่ได้”
“เพราะเหตุใด”
“เ้าโดดเด่นเกินไปจะทำให้ผิดสังเกตได้ และอย่างที่ข้าเคยบอกกับเ้า ดาวที่เราอยู่นี้ไม่ได้สงบสุขอย่างที่เ้าเห็น เนื่องจากภาวะาของเหล่าเทพส่งผลกระทบไปทั่วทั้งดาราจักร เมืองประกายเงินของข้าที่เป็เมืองเล็กๆบนดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง มีหน้าที่เพียงผลิตชิ้นส่วนอาวุธให้กับ นครวิหคคราม ซึ่งเป็ผู้ปกครองเมืองพวกเราอีกที โดยที่ผู้ที่ใช้พลังได้จะต้องถูกตรวจสอบและคัดกรองจากนครวิหคครามก่อนและจะถูกจำกัดการใช้พลังให้เพียงพอต่อหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น แต่เ้าที่มีระดับพลังที่คาดเดาไม่ได้ และอาจจะอยู่เหนือกว่าระดับสูงขั้นต้นหากถูกใครพบเข้า และหากเป็พวกเมืองประกายทองแล้ว คงจะนำปัญหาใหญ่หลวงมาให้กับเมืองของข้า”
“ข้าเข้าใจแต่เ้าก็ทราบดี ว่าตัวข้านั้น ไม่ปลดปล่อยกลิ่นอายของพลังแม้แต่น้อยทำให้ไม่สามารถตรวจพบได้ว่า ข้าเป็ผู้ที่สามารถใช้พลังได้ เช่นนั้น จึงมีแค่เ้าและท่านพ่อของเ้าเ้าเมืองต้าเจิง เท่านั้นที่ทราบถึงตัวตนของข้า”
“เฮ้อออก็ได้ ๆ ข้าก็อาจจะกังวลมากไป เช่นนั้น เ้าต้องรับปากข้า ว่าจะไม่แสดงพลังใดๆให้ผู้ใดได้เห็น เ้าทำได้หรือไม่”
“ข้ารับปากเ้าในกรณีที่ไม่มีเหตุจำเป็จริง ๆ ข้าจะไม่ใช้พลังใด ๆ”
“ก็ดีเช่นนั้นก็รับสิ่งนี้ไว้ มันเป็อุปกรณ์ที่ทำให้ข้ารู้ถึงตำแหน่งของเ้าในระยะรัศมี 100 กิโลเมตร และยังเป็เครื่องมือสื่อสารเ้าสามารถติดต่อข้าได้เมื่อเ้ามีปัญหา” เซียนอินยื่นอุปกรณ์อิเลคโทรนิคชิ้นหนึ่งที่นางประดิษฐ์ขึ้นมาเองให้กับเทียนคง
“ขอบคุณเ้ามากเช่นนั้น ข้าขอตัว” เทียนคง กล่าวเสร็จก็จากไปอย่างรวดเร็วเพียงพริบตาก็หายไปจากสายตาของ เซียนอิน แล้ว
“...ไม่น่าเชื่อเลย ว่าเขาจะมีความสามารถขนาดนี้ ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วระดับพลังของเขาจะอยู่ที่ระดับใด การใช้พลังของเขานับวันข้ายิ่งไม่เข้าใจ ข้าต้องทำให้เขาเป็พันธมิตรกับข้าให้ได้ หรืออย่างน้อยก็ต้องไม่ใช่ศัตรู” เซียนอิน เข้าใจดีว่าวันที่ชุนเทียนจะต้องอยากออกไปเรียนรู้สิ่งต่างๆภายนอกต้องมาถึง เพราะ 3 เดือนที่ผ่านมา เทียนคงแสดงให้นางเห็นถึงความสามารถในการเรียนรู้และเข้าใจสิ่งต่าง ๆรอบตัวได้อย่างน่าเหลือเชื่อ จากการที่เขาเรียนรู้การใช้ภาษาได้ในเวลาไม่ถึง 3 เดือน และตัวนางเองก็ทราบดี ว่าหากเขา้าจะไป ก็ไม่มีใครในตำหนักนี้สามารถห้ามเขาได้แม้แต่บิดาของนาง หวังต้าเจิง ก็คงไม่อาจจะขวางเขาได้ การที่เขาขออนุญาตนางก่อนก็เป็การแสดงความเคารพต่อนางที่มากพอแล้วจึงทำได้เพียงคอยติดตามและดูเขาอยู่ห่าง ๆเท่านั้น
ภายนอกตำหนักเ้าเมืองประกายเงินในย่านการค้าขายแห่งหนึ่ง
หลังจากออกมาจากตำหนักเ้าเมืองเทียนคง เดินมายังย่านการค้า เขาเดินสำรวจผู้คน และสิ่งของรอบกายจากนั้นจึงััได้ถึงเสียงคร่ำครวญของผู้คนจากสถานที่ ที่ไม่ไกลนักประสาทััของเทียนคง นับว่าเหนือกว่าผู้ฝึกพลังทั่วไปอยู่มากจึงทำให้รับรู้ถึงการเคลื่อนไหวของสภาพแวดล้อมรอบกายในรัศมี 1 กิโลเมตร เมื่อััได้ถึงเสียงคร่ำครวญเทียนคง จึงมุ่งหน้าไปยังทิศทางของเสียงนั้น ปรากฏเป็อาคาร 3 ชั้น ขนาดไม่ใหญ่โตมากหลังหนึ่ง
“ท่านพี่ท่านอย่าเป็อะไรนะ ไม่มีท่านพวกเราจะอยู่กันอย่างไร..”
"โอย ... หมอ หมออยู่ไหน ..."
“ท่านพ่อท่านจะต้องไม่เป็อะไร”
เสียงคร่ำครวญของชาวเมืองที่รอเข้ารับการรักษาอาการาเ็ ไม่ว่าจะมาจากโรคภัย อุบัติเหตุ หรือการถูกทำร้ายดังวนเวียนซ้ำไปมา อยู่ในอาคารแห่งนี้ ดูแล้วที่นี่คงเป็โรงพยาบาล แต่จากสภาพปัจจุบัน จำนวนผู้าเ็และผู้ป่วย ดูจะไม่สอดคล้องกับจำนวนของผู้ทำการรักษารวมถึงเครื่องไม้เครื่องมือ ก็ดูไม่เพียงพอ ทำให้การรักษาไม่ทันกับจำนวนของผู้าเ็ทำให้ผู้าเ็มีมากขึ้นเรื่อย ๆ จนตอนนี้แทบจะล้นออกมานอกอาคารแล้ว
“เหตุใดที่นี่ถึงได้มีเทคโนโลยีที่ล้าสมัยนัก เทียบกับความรู้ที่อยู่ในหัวข้าแล้วยังด้อยพัฒนากว่ามาก ทั้ง ๆที่เป็เผ่าพันธุ์มนุษย์เช่นเดียวกัน” เทียนคง ครุ่นคิดอยู่ภายในห้วงความคิดเพราะอารยธรรม, เทคโนโลยี และเครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ เมื่อเปรียบเทียบกับอารยธรรมและเทคโนโลยีของมนุษย์ที่บันทึกอยู่ในหัวของเขานั้นช่างแตกต่างกันเป็อย่างมาก การที่จะรักษาอาการาเ็เหล่านี้ด้วยความรู้ที่เขามีนั้นเป็เื่ที่ง่ายดายมาก
เทียนคงเดินมองดูผู้ป่วยรอบ ๆ และเดินไปยังจุดที่ดูเหมือนจุดรับผู้ป่วย
“ข้าขอพบหมอได้หรือไม่”เทียนคง เอ่ยถามไปยังนางต้อนรับนางหนึ่ง
“ตอนนี้คงไม่ได้หากเ้า้าพบหมอคงต้องรออีกพักใหญ่ ไม่มีหมอคนใดว่างเลยใน่นี้เ้าป่วยเป็อะไรหรือ”
“ข้าไม่ได้เป็อะไรเพียงแต่อยากพบหมอ เพื่อถามเขาว่า มีอะไรให้ข้าช่วยหรือไม่เพราะข้าพอจะมีความรู้ด้านการแพทย์อยู่บ้าง”
“เ้าเป็หมอรึ”
“ข้าเปล่าแต่ข้าพอที่จะรักษาผู้ป่วยที่อยู่ ณ ที่นี้ได้”
“เช่นนั้นก็รอสักครู่”นางต้อนรับ เดินหลบไปยังมุมหนึ่ง หยิบหยกชิ้นหนึ่งขึ้นมา และเริ่มสนทนากับบุคคลหนึ่งหลังจากนางต้อนรับพูดคุยและปรึกษากับบุคคลนั้นเรียบร้อยแล้ว จึงกล่าวกับเทียนคง
“เ้าหนุ่ม เธอสามารถรักษาผู้ป่วยทั่วไป ระดับ 1-5 ได้ โดยสามารถใช้พื้นที่บางส่วนของที่นี่ในการรักษาเครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ เ้าสามารถหยิบยืมได้ แต่หากเ้า้าใช้หินรักษา เ้าต้องหามาเอง”
“เข้าใจแล้วข้าจะทำการรักษาที่นี่”
แม้จะไม่ทราบว่าหินรักษาที่เ้าหน้าที่พูดเมื่อครู่คืออะไร แต่เมื่อได้รับการอนุญาตในการรักษาเทียนคง จึงไม่สนใจกับมันนัก เพราะต่อให้ไม่ใช้หินรักษาอะไรนั่นเขาก็รักษาผู้ป่วยเหล่านี้ได้ เขาเดินไปจัดเก็บพื้นที่บางส่วนตรงมุมอาคาร ให้มีขนาดเพียงพอต่อการรักษาและขึงม่านกั้นโดยรอบ บริเวณที่กั้นไว้นี้ ภายในมีเพียงหนึ่งเตียง และหนึ่งเก้าอี้จากนั้นเขาจึงส่งข้อความไปหา เซียนอิน
“เซียนอินนี่ข้าเอง ข้า้าให้เ้าช่วยข้าจัดเตรียมอุปกรณ์เหล่านี้ให้กับข้าหน่อย ในอีก2 วัน ข้าจะไปรับ”
“เ้าจะเอาของเหล่านี้ไปทำอะไร”
“ข้าจะช่วยรักษาผู้ป่วยในเมืองของเ้า แน่นอนว่าข้าจะไม่ใช้พลังในการรักษาโดยตรง เ้าไม่ต้องกังวลเพียงแต่เตรียมสิ่งของและอุปกรณ์ตามที่ข้าเขียนแบบไว้ให้ก็พอ”
“ก็ได้เ้าอยู่ที่อาคารรักษาผู้ป่วยสินะ เช่นนั้นเ้าไม่ต้องมาข้าจะเอาไปให้เ้าด้วยตนเอง เ้ารอข้าอยู่ที่นั่นแหละ” เซียนอิน ตกปากรับคำของชุนเทียน เพราะนางเองก็สงสัยเช่นกัน ว่า เทียนคง จะทำการรักษาผู้ป่วยอย่างไรโดยไม่ใช้พลังรักษา
“ขอบคุณ”
เมื่อเทียนคงสนทนากับเซียนอินเรียบร้อยแล้ว จึงติดประกาศหน้าทางเข้าบริเวณที่เขากั้นม่านไว้ว่าในอีกสองวันตัวเขาจะทำการรักษาผู้ป่วยในที่นี้ใครที่้าการรักษาให้เข้าไปอธิบายอาการาเ็กับเขาได้นับแต่ตอนนี้
“เ้าหนุ่มนี่เป็ใครกันเหตุใดจึงมาเล่นอะไรพิเรนที่นี่”
“เขาอาจจะเป็หมอจริง ๆก็ได้ เ้าลองไปหาเขาสิ”
“ไม่ล่ะดูแล้วไม่เหมือนกับผู้ใช้พลังเลย จะทำการรักษาได้รึ”
เสียงสนทนาถกเถียงกันของชาวเมืองที่รอทำการรักษา ดังไม่หยุด หลังจากที่เห็นป้ายประกาศของ เทียนคงด้วยความไม่เชื่อถือ ทันใดนั้น มีเด็กสาวคนหนึ่งหน้าตามอมแมม ดูแล้วอายุประมาณ 5-6ขวบ เดินเข้าไปหา เทียนคง
“ท่านหมอท่านสามารถรักษาผู้ป่วยในที่นี้ได้จริง ๆหรือ ท่านพ่อของข้าป่วยหนักมากท่านหมอคนก่อนบอกข้าว่า เขาคงอยู่ได้อีกไม่ถึงปี ดังนั้น หากท่านช่วยได้ ได้โปรดช่วยรักษาเขาด้วย”เด็กสาวท่าทางบริสุทธ์ไม่รู้ความ เมื่อได้ยินการสนทนาของชาวเมืองเมื่อสักครู่จึงเดินเข้าไปหาเทียนคง อย่างมีความหวัง
เทียนคงหันไปมองยังชายวัยกลางคนจากทิศทางที่เด็กสาวเดินมา และทำการตรวจสอบ ด้วยทักษะบางอย่างที่ติดตัวเขามา ทำให้เขาสามารถมองเห็นเข้าไปในร่างกายของชายวัยกลางคนคนนี้ได้ แต่ก็มองเห็นได้ในระดับอวัยวะภายใน และเส้นสายโลหิต เขาจึงสามารถมองเห็นการทำงานของส่วนต่าง ๆได้อย่างคร่าว ๆ แต่ในระดับเส้นประสาทหรือเล็กกว่านั้น เขายังไม่สามารถมองเห็นได้
เขาลุกและเดินไปหาชายวัยกลางคน
"ท่านอา ขอข้าตรวจท่านสักครู่ได้หรือไม่"
ชายวัยกลางคน ที่นั่งหมดอาลัยตายอยาก จากการได้ฟังผลการตรวจจากหมอเมื่อไม่นานมานี้ หันมามองเทียนคงด้วยสายตาที่ไม่เหลือความหวังใด ๆ แล้วเอ่ยเบา ๆ "ได้สิ เอาเลย" อย่างไม่ได้แยแสอะไรนัก เพราะเห็นว่าลูกสาวตัวน้อยนั้นเป็คนเชิญชายคนนี้มา ขนาดหมอผู้เชี่ยวชาญของโรงพยาบาลนี้ตรวจเขาด้วยตัวเองยังบอกว่ารักษาไม่ได้ แล้วเด็กหนุ่มคนนี้ ที่ดูแล้วไม่ใช่ผู้ใช้พลังเสียด้วยซ้ำ คงไม่สามารถทำอะไรได้ แม้เขาจะเป็หมอก็ตามที
เทียนคง มองชายวัยกลางคนก็เข้าใจว่าเขาคิดอย่างไร แต่ก็ไม่ได้สนใจ เขาจับชีพจรของชายคนนี้ และส่งพลังบางส่วนเข้าไปในร่างกายของชายวัยกลางคนเพื่อตรวจหาสิ่งผิดปกติจากการไหลเวียนของเส้นเืในร่างกายเขาและจากการวินิจฉัยถึงสิ่งผิดปกติแล้วก็สรุปได้ว่าชายคนนี้ป่วยด้วยโรคมะเร็งปอดระยะสุดท้าย...
“ท่านอา ข้าช่วยท่านได้ขอให้ท่านมาหาข้าที่นี่ในอีกสองวันข้างหน้า ข้าจะรักษาท่านให้หาย ภายใน 3 เดือน”