"หลี่เหวยเลี่ย กินข้าว!"
สวี่หยางเน้นย้ำเสียงให้หนักแน่นขึ้นอีกครั้ง ทว่าเขาไม่ได้เอ่ยตอบโต้คำพูดใด ๆ ของหลี่เหวยเลี่ยเลยแม้แต่น้อย
"นี่น้องชายผู้คุม พาข้าออกไปจากที่นี่เถอะ แล้วข้าจะมอบลาภยศสรรเสริญและความมั่งคั่งให้เ้าอย่างไม่มีวันหมดสิ้น
ไม่ ๆ ไม่ต้องพาข้าออกไปหรอก เ้าเพียงแค่ช่วยเปิดประตูบานนี้ แล้วปลดเครื่องพันธนาการพวกนี้ออกจากร่างของข้า ภารกิจของเ้าก็ถือว่าเสร็จสิ้นแล้ว หลังจากนั้นข้าสามารถดลบันดาลทุกสิ่งที่เ้าปรารถนาให้ได้!
ตัวเ้าเปรียบดั่งขุนเขาตระหง่าน มิใช่เพียงลำธารสายเล็ก เ้าเกิดมาเพื่อเป็ยอดคน มิใช่เศษหญ้าไร้ค่า จงตามข้ามาเถิด เหตุใดัเช่นเ้าจึงต้องมาทนอุดอู้อยู่ในบึงน้ำตื้นเขินเล่า? ให้ข้าพาเ้าทะยานขึ้นสู่สรวง์เถอะ!"
วิธีการล่อลวงของหลี่เหวยเลี่ยนั้นเหมือนกับจางหลิง ทว่าความสามารถในการล่อลวงของเขากลับเหนือชั้นกว่ามาก ทุกถ้อยคำล้วนเจาะลึกเข้าไปถึงก้นบึ้งของหัวใจผู้คน
แต่สวี่หยางรู้ดีว่า การได้อยู่เฝ้ามหาเรือนจำสยบอสูรแห่งนี้ต่างหากเล่าที่เป็ของจริง ที่นี่ไม่ใช่บึงน้ำตื้นเขินหรือขุมนรกอะไรทั้งนั้น อย่าว่าแต่คำพูดเหล่านี้จะเป็เพียงแค่คำลวงหลอกเลย ต่อให้มันเป็เื่จริง สวี่หยางก็ไม่คิดจะจากที่นี่ไปไหนอยู่ดี
สวี่หยางแค่นเสียงหัวเราะเ็าพลางเอ่ย "หลี่เหวยเลี่ย หากเ้าไม่อยากกินก็ไม่ต้องกิน เก็บลูกไม้ของเ้าไปเถอะ ข้าไม่มีทางหลงกลหรอก"
แม้ว่าสวี่หยางจะเอ่ยปากพูดคุยด้วย ทว่าั้แ่ต้นจนจบ เขากลับไม่กล้าสบตากับหลี่เหวยเลี่ยเลยแม้แต่น้อย เพราะสวี่หยางรู้ดีั้แ่แรกแล้วว่า ห้ามจ้องมองเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายเด็ดขาด!
หลี่เหวยเลี่ยไม่ได้อาศัยเพียงแค่ฝีปากในการล่อลวงจิตใจผู้คน เขาใช้ดวงตาอันลึกล้ำยากจะหยั่งถึงคู่นั้นต่างหากล่ะ!
เมื่อหลี่เหวยเลี่ยเห็นว่าสวี่หยางไม่หลงกล ทั้งยังมีจิตใจที่เด็ดเดี่ยวและแน่วแน่ เขาก็หัวเราะเบา ๆ ออกมา "คนธรรมดาทั่วไปไม่มีทางต้านทานมนตร์ล่อลวงของข้าได้หรอก ดูเหมือนว่าในเรือนจำเล็ก ๆ แห่งนี้ จะมียอดฝีมือซุกซ่อนตัวอยู่สินะ!"
สวี่หยางสะดุ้งใอย่างแรง ไม่ว่าจะเป็พวกมหาปีศาจหรือคนจากหน่วยสังหารปีศาจ ก็ไม่เคยมีใครมองออกเลยว่าเขามีความผิดปกติอันใด!
'หรือว่า... หลี่เหวยเลี่ยจะสามารถมองทะลุระดับการฝึกฝนของข้าได้ เพียงแค่อาศัยการสังเกตงั้นหรือ?'
'บางทีเขาอาจจะแค่หลอกหยั่งเชิงข้า ข้าจะหลงกลไม่ได้เด็ดขาด!'
สวี่หยางส่ายหน้าเรียกสติ ก่อนจะปรายตามองบันทึกเื่ราวปีศาจ ในตอนนี้ข้อมูลของหลี่เหวยเลี่ยได้ถูกบันทึกเอาไว้เป็ที่เรียบร้อยแล้ว เขาจึงไม่จำเป็ต้องต่อความยาวสาวความยืดกับอีกฝ่ายอีก
"เ้าจะกินหรือไม่ก็แล้วแต่เ้า หากไม่กินก็ช่างเถอะ"
สวี่หยางหิ้วถังข้าวต้มแล้วรีบสาวเท้าจากไปอย่างรวดเร็ว ส่วนหลี่เหวยเลี่ยเองก็ไม่ได้ตามตอแยสวี่หยางต่อ เขาเพียงแค่ส่งยิ้มบาง ๆ แล้วหดศีรษะกลับเข้าไปด้านใน สำหรับข้าวต้มในชามนั้น เขาไม่ได้แม้แต่จะปรายตามองมันเลยด้วยซ้ำ
เมื่อกลับมาถึงห้องพัก สวี่หยางก็อดรนทนไม่ไหว รีบเปิดดูบันทึกเื่ราวปีศาจในทันที
[หลี่เหวยเลี่ย : เผ่ามนุษย์]
[ระดับพลัง : ขอบเขตหลอมชีพจร ขั้นที่สอง]
[ค่าความมุ่งร้าย : 1%]
[ผลตอบแทน : หนึ่งชั่วยามได้รับหนึ่งร้อยสามสิบค่าประสบการณ์]
"์ช่วย!!" เมื่อสวี่หยางเห็นระดับพลังของหลี่เหวยเลี่ย เขาก็ถึงกับสะดุ้งใ
ขอบเขตหลอมชีพจรขั้นที่สอง นี่เป็ยอดฝีมือในขอบเขตหลอมชีพจรคนแรกที่เขาเคยพบเจอเลยนะ!
เมื่อลองเปิดดูประวัติชีวิตของหลี่เหวยเลี่ยคร่าว ๆ สวี่หยางก็ถึงกับหวาดกลัวจนแทบไม่กล้าหายใจแรง ในชาติก่อนเขาเป็เพียงแค่โอตาคุติดบ้านคนหนึ่ง สวี่หยางไม่เคยพบเจอคนที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้มาก่อนเลย
บรรดามหาปีศาจที่ถูกบันทึกเอาไว้ในบันทึกเื่ราวปีศาจ หากนำมาเทียบกับเขาแล้ว ช่างดูเป็เื่เล็กน้อยเสียเหลือเกิน ประวัติชีวิตของคนผู้นี้สามารถใช้คำว่า 'ูเาซากศพและทะเลเื' มาอธิบายได้อย่างเหมาะเจาะ ทุกเื่ราวล้วนเต็มไปด้วยชีวิตผู้คนและหยาดโลหิตทั้งสิ้น!
สวี่หยางพลิกกลับมาดูที่หน้าข้อมูลของตนเอง เขาจ้องมองไปที่ค่าประสบการณ์ เมื่อมีตัวช่วยเพิ่มค่าประสบการณ์สองคนนี้เข้ามาสมทบ จากเดิมที่ต้องรอให้ถึง่ค่ำค่าประสบการณ์ถึงจะเต็มเปี่ยม ตอนนี้เพียงแค่รออีกราว ๆ สองชั่วยามก็น่าจะเพียงพอแล้ว
หลังจากนี้ก็ไม่มีธุระอะไรให้ต้องไปจัดการอีก สวี่หยางจึงเก็บตัวพักผ่อนอยู่ภายในห้องพักของตนเองอย่างสงบใจ
'ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ข้าจะได้ทะลวงสู่ขอบเขตรวบรวมลมปราณเสียที'
สวี่หยางปรายตามองค่าประสบการณ์ของตนเอง ซึ่งในเวลานี้มันพุ่งทะยานขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ [1000/1000] เป็ที่เรียบร้อยแล้ว
"เริ่มกันเลยเถอะ!" สวี่หยางสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเริ่มลงมือทะลวงเข้าสู่ขอบเขตรวบรวมลมปราณทันที!
เมื่อกดใช้ค่าประสบการณ์ทั้งหมด รอบกายของสวี่หยางก็ปรากฏพายุหมุนลูกย่อม ๆ ก่อตัวขึ้น พลังปราณิญญาในอากาศโดยรอบต่างพากันหมุนวนล้อมรอบร่างของเขา ในยามนี้สวี่หยางเปรียบเสมือนศูนย์กลางของน้ำวน ที่กำลังดูดกลืนพลังปราณิญญาทั้งหมดรอบกายให้ไหลทะลักเข้าสู่ร่างกายอย่างบ้าคลั่ง
สวี่หยางรู้สึกได้ว่าเืลมทั่วร่างกำลังเดือดพล่าน กระแสปราณแท้เส้นเล็ก ๆ ภายในร่างกายเริ่มขยายตัวใหญ่ขึ้นจนคล้ายกับมีรูปร่างที่จับต้องได้ ในขณะเดียวกัน เส้นเอ็นและกระดูกภายในร่างก็เกิดความรู้สึกชาหนึบและอบอุ่น ราวกับกำลังถูกนวดเฟ้นด้วยสุดยอดทักษะการนวดไปทั่วทุกอณูขุมขนในเวลาเดียวกัน
การหล่อเลี้ยงจากพลังปราณิญญาดำเนินไปเพียงชั่วอึดใจ เืลมที่เดือดพล่านภายในร่างของสวี่หยางก็ค่อย ๆ สงบลง ทว่ากระแสปราณขุมนั้นกลับไม่ได้จางหายไปไหน มันแปรเปลี่ยนสภาพราวกับสายน้ำพุใสสะอาด ที่ไหลเวียนโคจรไปตามเส้นชีพจรภายในร่างกายรอบแล้วรอบเล่า
ค่าประสบการณ์ของสวี่หยางในบันทึกเื่ราวปีศาจถูกล้างจนกลายเป็ศูนย์ ทว่าระดับพลังของเขาได้ก้าวข้ามจากขอบเขตขัดเกลากายา เข้าสู่ขอบเขตรวบรวมลมปราณเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
[ระดับพลัง : ขอบเขตรวบรวมลมปราณ (0/2000)]
"สำเร็จแล้ว!" สวี่หยางพ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมา ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นจากเตียง
และในตอนนั้นเอง เขาก็เพิ่งจะตระหนักได้ว่ารอบกายของเขานั้นมีกลิ่นเหม็นเน่าฟุ้งกระจายไปทั่ว มีของเหลวเหนียวหนืดสีเทาอมน้ำตาลเหลืองคล้ายกับโคลนตม เปื้อนเปรอะอยู่รอบ ๆ ร่างกายของเขาเต็มไปหมด
'นี่คงจะเป็การผลัดเปลี่ยนกระดูกและชำระล้างเส้นชีพจรสินะ?'
สวี่หยางคลี่ยิ้มออกมาบาง ๆ ในนิยายแฟนตาซีมักจะมีฉากแบบนี้ปรากฏให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งนี่ก็คือบทพิสูจน์ของการที่คนธรรมดาสามัญได้ก้าวเท้าเข้าสู่ประตูแห่งเส้นทางฝึกยุทธ์นั่นเอง
แต่ในตอนนี้เขาไม่มีแก่ใจจะมาสนใจเื่พวกนี้แล้ว สวี่หยางรู้สึกร้อนรนและอยากจะรู้เหลือเกินว่า หลังจากทะลวงระดับได้สำเร็จ พละกำลังของเขาในตอนนี้จะแข็งแกร่งขึ้นมากเพียงใด!
เขาลองชกหมัด ฟาดฝ่ามือ และเตะขาออกไป สวี่หยางออกกระบวนท่าหมัดและเท้าอย่างต่อเนื่อง พละกำลังของหมัดและเท้าในตอนนี้หนักหน่วงรุนแรงกว่าเดิมถึงห้าเท่า อีกทั้งในยามที่เขาตั้งสมาธิเพ่งจิต ปราณภายในร่างกายยังสามารถเคลื่อนตัวไปตามเส้นชีพจรเพื่อดึงออกมาใช้งานได้อีกด้วย
เมื่อเขารวบรวมพลังปราณเพื่อออกหมัดและเตะขา การเคลื่อนไหวเ่าั้ถึงกับทำให้เกิดเสียงแหวกอากาศดังก้องออกมาเบา ๆ
พอสวี่หยางฟาดฝ่ามือกระแทกลงบนพื้น ก็บังเกิดเสียงดังทึบ ๆ ก้อนหินบริเวณโดยรอบแตกกระจาย พื้นดินถึงกับยุบตัวลงไปกลายเป็หลุมขนาดเท่าปากชามเลยทีเดียว!
'เมื่อใช้งานพลังปราณแท้ อานุภาพก็จะทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอีกถึงสองหรือสามเท่า หากหมัดนี้ซัดเข้าไปที่ร่างของคนธรรมดา อานุภาพของมันคงเทียบเท่ากับการโดนะุปืนไรเฟิลขนาดใหญ่ในโลกก่อนยิงใส่เป็แน่!'
'นี่หรือคือพละกำลังของขอบเขตรวบรวมลมปราณ?'
สวี่หยางพยายามข่มความตื่นเต้นเอาไว้พลางกำหมัดแน่น เส้นทางวิถียุทธ์ของโลกใบนี้มันแข็งแกร่งกว่าที่เขาจินตนาการเอาไว้มากนัก มิน่าเล่า พวกคนจากหน่วยสังหารปีศาจและเหล่านักล่าปีศาจ ถึงได้สามารถไล่ล่าสังหารพวกมหาปีศาจและภูตผีปีศาจได้อย่างง่ายดาย หากไม่มีพละกำลังระดับนี้ ก็คงไม่อาจต่อกรกับพวกมหาปีศาจที่บำเพ็ญตบะมานับร้อยนับพันปีเ่าั้ได้อย่างแน่นอน!
'ยังมีวิชาเหยียบหิมะไร้ร่องรอยอีก'
สวี่หยางลองโคจรวิชาตัวเบา เดิมทีเขามักจะรู้สึกเหมือนมีเรี่ยวแรงแต่กลับนำออกมาใช้ได้ไม่เต็มที่ ทว่าตอนนี้มันต่างออกไปแล้ว ด้วยระดับพลังของขอบเขตรวบรวมลมปราณ เขาจึงสามารถควบคุมและขับเคลื่อนวิชาตัวเบาได้อย่างสมบูรณ์แบบ!
เดิมทีสวี่หยางสามารถะโได้สูงสุดเพียงสิบห้าฉื่อ ทว่าตอนนี้เพียงแค่ะโเบา ๆ เขาก็สามารถทะยานร่างขึ้นไปได้สูงถึงยี่สิบสี่ฉื่อ ไม่เพียงแต่วิชาตัวเบาจะพลิ้วไหวและปราดเปรียวมากขึ้นเท่านั้น ทว่าแม้กระทั่งรูปร่างการเคลื่อนไหวของเขาก็ยังยากที่จะจับััได้ ในยามนี้เขาได้และเชี่ยวชาญวิชาเหยียบหิมะไร้ร่องรอยอย่างถ่องแท้แล้ว
'เคล็ดวิชายุทธ์ก็จำเป็ต้องมีพละกำลังที่แข็งแกร่งมากพอมาคอยค้ำจุนด้วยสินะ'
สวี่หยางทอดถอนใจออกมา ก่อนจะก้มลงมองดูสภาพร่างกายของตนเองแล้วหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ ทั่วทั้งร่างของเขาเหม็นหึ่งและเต็มไปด้วยคราบเหงื่อไคลผสมกับเมือกเหนียวเหนอะหนะ
"คงต้องอาบน้ำชำระล้างร่างกายขนานใหญ่เสียแล้ว" สวี่หยางลงมือซักผ้าปูที่นอนและเครื่องนอนของตนเองจนสะอาดหมดจด จากนั้นจึงค่อยไปตักน้ำมาอาบชำระล้างร่างกาย
"เ้านี่คงไม่ได้ฉี่รดที่นอนหรอกนะ?"
ผู้คุมทายาทตระกูลทั้งสองคนจ้องมองสวี่หยางพลางหัวเราะร่าด้วยความขบขัน แต่สวี่หยางไม่ได้สนใจพวกเขาสองคนเลยแม้แต่น้อย และปล่อยให้พวกเขาอยากพูดจาถากถางอะไรก็พูดไป
ในตอนนี้สวี่หยางกำลังอารมณ์ดีเป็อย่างมาก เขาได้ก้าวข้ามจากคนธรรมดาสามัญเข้าสู่โลกของผู้ฝึกยุทธ์แล้ว นับั้แ่นี้เป็ต้นไป ตัวเขาจะไม่มีวันเหมือนกับคนธรรมดาเหล่านี้อีกต่อไป!
กว่าจะจัดการธุระทุกอย่างเสร็จสิ้น ท้องฟ้าก็มืดค่ำลงแล้ว สวี่หยางหยิบผ้าห่มผืนใหม่มาห่ม ก่อนจะล้มตัวลงนอนหลับไปอย่างง่ายดาย
วันนี้ทั้งวันเขาต้องวุ่นวายกับการทำนู่นทำนี่ อีกทั้งยังต้องทะลวงระดับพลังอีก แม้ว่าร่างกายของสวี่หยางจะไม่ได้รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย ทว่าสภาพจิตใจของเขานั้นก็ตื่นเต้นและลุ้นระทึกมาตลอดทั้งวัน ดังนั้นเมื่อหัวถึงหมอน เขาก็หลับสนิทไปในทันที และเป็การนอนหลับที่แสนจะสบายยิ่งนัก...