นิทานคีตา กาลครั้งนั้น

ตอนที่ 362 บริการของกลุ่มการค้าเชียนเป่า

        ตอนที่ 362 บริการของกลุ่มการค้าเชียนเป่า

         

         

        เพราะเรนเดลนั้นเป็นใบ้ พนักงานรูปหล่อของกลุ่มการค้าเชียนเป่าจึงเปลี่ยนท่าทีอย่างรวดเร็ว เขาเปลี่ยนมาใช้ภาษามือและกระดาษแปรสภาพเช่นเดียวกันกับเรนเดลโดยที่ไม่ละทิ้งใบหน้ายิ้มแย้มต้อนรับแม้แต่น้อย

         

        ความคล่องแคล่วในการปรับเปลี่ยน ความเชี่ยวชาญภาษามือ วิธีพูดคุยกับผู้ทุพพลภาพ แม้นิทานจะไม่เป็นมิตรกับกลุ่มการค้าเชียนเป่าเขาเองก็ต้องยอมรับว่าอีกฝ่ายนั้นฝึกสอนพนักงานมาได้ยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง

         

        ‘ทางเราเข้าใจว่าการใช้ชีวิตใต้น้ำนั้นลำบากเพียงไรสำหรับเผ่ามนุษย์ ดังนั้นเราจึงมีสมบัติมากมายที่ช่วยเรื่องนั้นได้ครับ’

         

        ‘ไม่ว่าจะเป็นดวงตาของแมงกะพรุนครึ่งบกครึ่งน้ำที่ช่วยให้พื้นที่รอบ ๆ คล้ายเป็นดั่งบนบกครับ เป็นที่นิยมมากในหมู่เผ่าพันธุ์อื่น’

         

        ‘เรามีกระทั่งชุดคลุมปะการังสองแผ่นดิน ที่มาพร้อมความสามารถในการหายใจและปรับแรงดันครับ’

         

        ‘หรือหากคุณต้องการใช้งานบริการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะเพื่อให้ร่างกายของคุณสามารถปรับตัวเข้ากับกระแสน้ำทางเราเองก็ยินดีให้บริการนะครับ’

         

        พนักงานหนุ่มกล่าวขายของอย่างเชี่ยวชาญ ไม่มีสิ่งใดสะกิดความสนใจนิทานเป็นพิเศษนอกจากบริการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะที่ถูกกล่าวถึงเป็นอย่างสุดท้าย นิทานพึ่งจะสังเกตก็ตอนนี้เองว่าที่บริเวณลำคอของพนักงานชายผู้นี้มีเหงือกอยู่ทั้ง ๆ ที่หน้าตาของเขาดูเป็นเผ่ากิกัน

         

        พนักงานชายไวต่อสายตาของลูกค้าเป็นพิเศษ เขาจับได้อย่างรวดเร็วว่าเรนเดลกำลังสงสัยสิ่งใด ‘ตัวผมเองก็เข้ารับบริการนี้ตอนที่ได้รับตำแหน่งพนักงานขายประจำสาขานครโอคานอสครับ’

         

        ‘บริการนี้ได้รับการรับรองความปลอดภัยจากขุมกำลังใหญ่ทั้งมวล ไร้ซึ่งความเสี่ยงใด ๆ และเป็นการปลูกถ่ายอวัยวะสำหรับหายใจเข้าไปในร่างเท่านั้นครับ’

         

        ‘ทางด้านการแพทย์ของกลุ่มการค้าเชียนเป่าเราเองก็ไม่น้อยหน้าขุมกำลังไหน ๆ ครับ แม้จะไม่อาจเทียบชั้นพลังศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาปฐมมันตราหากก็ล้ำหน้าในแนวทางการแพทย์กว่าขุมกำลังอื่นมาก’

         

        เมื่อถึงจุดนี้พนักงานชาวกิกันก็ลดเสียงของตนลงเล็กน้อย การพูดถึงเรื่องปฐมมันตราแม้ไม่ใช่เรื่องต้องห้ามหากเขาก็ไม่อยากทำให้ลูกค้าท่านอื่นไม่พอใจ

         

        ‘หากคุณลูกค้ามีกำลังทรัพย์มากพอ การจะรักษาความพิการแต่กำเนิดก็ไม่ใช่เรื่องยากครับ’ พนักงานชายกล่าวอย่างมั่นใจ แนวทางการรักษาของมหาทวีปคือหนึ่งในศาสตร์ที่กล้าแข็งและก้าวหน้าที่สุดในหมู่ทุกศาสตร์

         

        ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่คำแห่งพลังนั้นสร้างผลลัพธ์ที่เหนือล้ำกว่าวิทยาศาสตร์ไปไกล ปัญหาการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ ความเข้ากันได้ของเลือด โรคร้ายที่ยากต่อการรักษา หรือแม้กระทั่งการงอกอวัยวะขึ้นใหม่ดั่งปาฏิหาริย์ก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยหากระดับขั้นของคำแห่งพลังนั้นสูงส่งพอ

         

        อีกหนึ่งจุดสำคัญสำหรับวงการการรักษาคือการคงอยู่ของพลังศักดิ์สิทธิ์ พลังศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่เพียงปัดเป่าคำสาปหากยังสามารถรักษา ฟื้นฟู และเยียวยาโรคร้ายได้อย่างไร้ที่ติ เหล่านักบวชที่มีพลังศักดิ์สิทธิ์จึงถือเป็นตัวตนที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าผู้มีคำแห่งพลังประเภทรักษา

         

        ผู้มีคำแห่งพลังประเภทรักษานั้นหาได้ค่อนข้างยาก จิตใจของสิ่งมีชีวิตจะมีสักกี่ชีวิตกันเชียวที่เนื้อแท้แล้วต้องการเยียวยาหรือปลอบโยนผู้อื่น ดังนั้นเมื่อมีน้อยจึงทำให้พวกเขามีค่ามาก โดยเฉพาะเมื่อเป็นคำแห่งพลังเฉพาะทางผลลัพธ์ของพลังก็ยิ่งแข็งแกร่ง

         

        ดูได้จากโอสถต่าง ๆ หรือวัตถุเสริมพลังใช้แล้วทิ้งประเภทรักษา โอสถฟื้นจิตที่นิทานเคยมีนั้นเพียงเม็ดเดียวก็มากพอจะรักษาอาการแขนหักของเขาจนหายเป็นปลิดทิ้ง

         

        การที่พนักงานชายกล้ายืนยันถึงเพียงนั้นทำให้นิทานแปลกใจ เขาไม่เคยรับรู้มาก่อนว่ากลุ่มการค้าเชียนเป่านั้นโดดเด่นด้านการแพทย์ เขานั้นซื้อสมบัติรักษาจากกลุ่มการค้าอิสึกะมาตลอดจึงไม่เคยเปรียบเทียบ

         

        ‘บริการส่งสินค้านี่เป็นยังไงเหรอคะ?’ นิทานตัดสินใจถามเกี่ยวกับบริการที่โฟเรลกำลังใช้งาน

         

        ‘เป็นบริการสำหรับการขนส่งสมบัติระยะไกลครับ ในกรณีที่ลูกค้าต้องการส่งสมบัติไปยังที่แสนไกลโดยที่ตนเองไม่สะดวกไป ทางกลุ่มการค้าเชียนเป่าเราจะนำไปส่งให้ถึงที่หมายโดยปลอดภัยครับ’

         

        ‘แล้วเรื่องความปลอดภัยของสมบัติล่ะคะ?’

         

        ‘การนำส่งของกลุ่มการค้าเชียนเป่าเราจะเคลื่อนไหวเป็นรอบ ๆ ครับ โดยที่ทุกครั้งจะมีผู้คุ้มกันในระดับอริยะไปด้วยเสมอ ซึ่งแน่นอนว่าผู้คุ้มกันจะปรับระดับขึ้นตามความล้ำค่าของสมบัตินั้น ๆ’

         

        ‘แน่นอนว่าค่าบริการย่อมรวมค่าความคุ้มครอง ในกรณีที่สูญหายทางเราย่อมชดใช้เต็มจำนวนของราคาสมบัติชิ้นนั้น ๆ’

         

        ‘งั้นของคุณโฟเรลจะเริ่มถูกส่งเมื่อไหร่เหรอคะ’ เรนเดลถามอย่างเป็นกังวล ดูจากท่าทีเร่งรีบของโฟเรลแล้วเธอกลัวว่าอีกฝ่ายอาจจะส่งไปไม่ทันกาล เห็ดก่อรูปทรายนั้นสำคัญกับอีกฝ่ายถึงขนาดที่พอได้มาแล้วโฟเรลก็พร้อมจ่ายราคาสูงเพื่อส่งมันไปทันที

         

        ‘เรื่องเวลารอบการขนส่งทางเราคงไม่อาจเปิดเผยได้ครับ แต่ในกรณีของคุณโฟเรลนั้นใช้การขนส่งผ่านข่ายอาคมเคลื่อนย้าย ดังนั้นสมบัติของคุณโฟเรลตอนนี้ก็น่าจะถึงสาขาที่รับมอบแล้วล่ะครับ หลังจากนั้นก็จะมีผู้ขีดเขียนชะตาระดับสูงนำไปส่งมอบถึงมือผู้รับ’ พนักงานชายตอบอย่างเป็นมิตร

         

        ภาพของนักบวชหญิงเผ่ามนุษย์และพนักงานชายที่พูดคุยกันผ่านกระดาษแปรสภาพนั้นดูแปลกตาสำหรับลูกค้าคนอื่น แต่ก็ไม่มีใครคิดเข้าไปยุ่งหรือแอบมอง การก่อเรื่องในร้านของกลุ่มการค้าเชียนเป่าก็ไม่ต่างอะไรกับการหาเรื่องขุมกำลังยักษ์ใหญ่นี้

         

        อาคมเคลื่อนย้ายคือศาสตร์ระดับสูงที่ต้องถูกตระเตรียมโดยผู้ขีดเขียนชะตาระดับสูงที่เป็นเอกในด้านมิติ ในเมืองใหญ่มักมีข่ายอาคมขนาดใหญ่ไว้สำหรับการเดินทางไกลแต่ค่าใช้จ่ายนั้นสูงกว่าการเดินทางแบบอื่นในระดับที่ห่างกันนับสิบเท่า

         

        ถึงจะลดขนาดลงเพื่อให้ใช้สำหรับส่งสินค้า แต่การที่สามารถมีข่ายอาคมเคลื่อนย้ายในทุกสาขาแถมยังนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์เช่นนี้ก็น่านับถือยิ่งอยู่ดี ฐานะขุมกำลังใหญ่และกลุ่มการค้าที่ร่ำรวยที่สุดในมหาทวีปไม่ใช่เพียงการกล่าวอ้าง

         

        เรนเดลชั่งใจอยู่พักใหญ่ว่าตนสมควรซื้ออะไรบ้างหรือไม่ ถ้าเป็นตัวนิทานเองเขาย่อมต้องไม่ซื้ออะไรแม้แต่ชิ้นเดียว แต่ตัวตนเรนเดลนั้นหากอีกฝั่งนั้นยินดีให้บริการขนาดนี้เธอสมควรจะใจอ่อนซื้อของราคาไม่แพงนักสักชิ้นสองชิ้น

         

        ติดอยู่ที่ร้านนี้ดูจะไม่มีของราคาไม่แพงแม้แต่ชิ้นเดียว ของที่ราคาถูกที่สุดคือสมบัติสำหรับหายใจใต้น้ำซึ่งเธอนั้นมีอยู่แล้ว ท้ายที่สุดเรนเดลจึงตัดสินใจใช้บริการซื้อข่าวสารแทน

         

        เธอซื้อข้อมูลเรื่องวัฒนธรรมของเผ่าใต้บาดาล สถานที่สำคัญต่าง ๆ สิ่งที่โด่งดังไปจนถึงร้านอาหารชื่อดังที่คนชื่นชอบ ปิดท้ายด้วยการซื้อเครื่องแต่งกายของเผ่าใต้บาดาลมาพกติดตัวไว้หลายชุดทั้งของหญิงและชาย

         

        ชุดที่แนบเนื้อสำหรับต้านกระแสน้ำและเปิดหลังคอไปจนถึงไหล่นี้ทำให้เรนเดลไม่ชินเล็กน้อย เขาลองนึกภาพร่างจริงของตนเองใส่เสื้อเปิดไหล่แล้วก็ล้มเลิกความคิดทันที พื้นที่สำหรับเก็บซ่อนสิ่งพกพานั้นน้อยจนเกินไป แถมยังเผยเนื้อหนังเยอะอย่างไม่จำเป็น

         

        กว่าโฟเรลจะกลับออกมาเรนเดลก็เสียเงินไปหลายหมื่นไกอาแล้ว ท่าทางเสียดายเงินบนใบหน้าของเรนเดลตอนนี้ไม่ใช่การปั้นแต่งแม้แต่น้อย เธอได้แต่ปลอบใจตนเองว่าอย่างน้อย ๆ สิ่งที่ซื้อมาก็ไม่ใช่สิ่งไร้ค่า

         

        ในหมู่ข้อมูลที่ซื้อมา เรนเดลได้แอบเพิ่มคำร้องเกี่ยวกับตำนานต่าง ๆ และความเชื่อในวัฒนธรรมของพวกเผ่าใต้บาดาลมาด้วย และหนึ่งในนั้นที่เธอได้อ่านคือข้อมูลเกี่ยวกับเสาค้ำสมุทรและวิหารค้ำสมุทร

         

        เสาค้ำสมุทรคือเสาที่คอยค้ำยันระหว่างสมุทรและผืนดิน ค้ำยันมิให้ผืนดินเบื้องบนนั้นจมลงใต้ผืนน้ำ เป็นดั่งเสาหลักที่ช่วยให้ปฐพีสามารถคงอยู่โดยไม่ถูกวารีที่กว้างใหญ่กลืนกิน

         

        ตำนานการกำเนิดของเสาค้ำสมุทรนี้ว่ากันว่าหลังจากที่ซูอาได้สร้างมหาสมุทรปกคลุมมหาทวีป ปริมาณน้ำที่มหาศาลนั้นให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ มากมาย และชีวิตเหล่านั้นก็ได้เริ่มการขีดเขียนชะตาของตนจนอาณาจักรใต้สมุทรนั้นเริ่มรุ่งโรจน์

         

        เพราะอาณาเขตที่กว้างทำให้เกิดผู้ขีดเขียนชะตาระดับสูงหลายต่อหลายคน เพราะพวกเขานั้นถือกำเนิดในมหาสมุทร พวกเขาจึงมีคำแห่งพลังและวิถีที่เกี่ยวข้องกับมหาสมุทร การมีผู้ที่เดินไปในวิถีแห่งมหาสมุทรมากมายนั้นทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนถึงจุดหนึ่งที่มันเริ่มกลืนกินผืนดิน

         

        ในยุคสมัยนั้นทวยเทพยังคงปกครองมหาทวีปและปกปักชีวิต ซูอาที่พบความอันตรายจึงได้ใช้ร่างกายอีกภาคของตนที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า ส่งเสาค้ำสมุทรลงมา 43เสา กระจายมันอยู่ตามจุดต่าง ๆ ของมหาสมุทร ช่วยดันให้ผืนดินลอยตัวสูงขึ้นและกดใต้สมุทรให้ต่ำลง

         

        ผ่านไปนับร้อยปี สิ่งมีชีวิตในมหาสมุทรหลายตนนั้นค้นพบเสาค้ำสมุทรและหน้าที่ของพวกมัน พวกเขาเหล่านั้นไม่ยินยอมและหาว่าซูอานั้นลำเอียงไม่เลือกรักพวกตนที่เธอรังสรรค์ขึ้นมา

         

        เสาใต้สมุทรเหล่านั้นจึงเริ่มจมลงใต้สมุทรอีกครั้ง หากผืนดินที่พวกมันเคยแบกรับหลังจากผ่านมานับร้อยปีกลับไม่ถูกมหาสมุทรกลืนกินอีกแล้ว เพราะเหล่าผู้ขีดเขียนชะตาระดับสูงของมหาทวีปได้เป็นดั่งฐานหลักและปกปักปฐพีแทนเสาค้ำสมุทร ท้ายที่สุดมันจึงกลายเป็นเพียงเศษซากของตำนานที่ไร้ความจำเป็น

         

        ในยุคหลัง เผ่าใต้บาดาลหลายต่อหลายคนพยายามตามหาเสาค้ำสมุทรทั้ง 43ต้น ตามบันทึกในอดีตเสาแต่ละต้นนั้นมีลักษณะและผลกระทบแตกต่างกันออกไปตามแต่ละเสา พลังของพวกมันแบ่งแยกผืนสมุทรและควบคุมกระแสคลื่น เป็นความหวังว่าพวกมันจะเป็นยอดสมบัติที่ช่วยกอบกู้และนำพาเผ่าใต้สมุทรไปสู่ความยิ่งใหญ่

         

        ความเป็นจริงกลับโหดร้ายเมื่อได้พบเข้าจึงได้รู้ว่าพลังทั้งหมดของเสาค้ำสมุทรนั้นสูญหายไป ไม่หลงเหลือพลังใด ๆ อีก เป็นเพียงเสาขนาดยักษ์ที่จมลงเท่านั้น

         

        ตัววัสดุที่ใช้ก่อขึ้นเป็นเสานั้นสามารถนำไปใช้รังสรรค์สมบัติได้บ้าง หากคุณภาพกลับไม่ใกล้เคียงกับสิ่งที่พวกเขาคาดหวังไว้ ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาจึงเลิกสนใจเสาค้ำสมุทรไปในที่สุด

         

        คนเฒ่าคนแก่หลายคนแม้จะรู้ว่าเสาเหล่านี้ไร้ประโยชน์อื่นใดอีก แต่เพราะตำนานกล่าวว่าพวกมันถูกสร้างขึ้นจากร่างแบ่งภาคของซูอา พวกเขาจึงเริ่มสร้างวิหารรอบ ๆ เสาค้ำสมุทรไว้เพื่อสักการบูชา เกิดเป็นวิหารค้ำสมุทรที่ตกทอดมาตามคำเล่าขานของผู้เฒ่า

         

        น่าเสียดายที่ข้อมูลที่เรนเดลซื้อมาไม่มีระบุเกี่ยวกับวิหารที่บรรจุแท่นแม่เหล็กบรรพกาล