อู๋จือรู้สึกตนเองอ่อนเพลียไปทั้งร่าง เมื่อคืนนางถูกควันพิษที่คนร้ายทั้งสองซัดใส่ ทั้งปวดร้าวไปทั้งกระบอกตา ไอจนรู้สึกแน่นหน้าอก ซ้ำยังหนาวเย็นจนถึงกระดูก
หญิงสาวลืมตาขึ้นมาก็พยายามลำดับความคิด ข้าวของในห้องนี้ล้วนเป็สิ่งที่นางไม่คุ้นเคย นางน่าจะยังอยู่ที่ร้านเฉี่ยนซือ สาขาใกล้บ้านที่น้องสาวทำงานอยู่มือปราบหญิงพยายามพยุงตัวลุกขึ้น นั่งอย่างยากลำบาก
‘ข้ารอดตายแล้วหรือ นึกว่าจะต้องลาจากโลกนี้ไปเสียแล้ว’
เอวของนางเหมือนถูกยึดเอาไว้ พอก้มลงมองก็เห็นมือใหญ่ขาวผ่องที่รัดรอบกายตนเองอยู่ พอหันไปดูคนข้างๆ ใบหน้าคมคายงดงามของฮัวหยางตะแคงอยู่ใกล้ๆ คนผู้นั้นกำลังนอนหลับสนิท ลมหายใจสม่ำเสมอ
‘ใบหน้าท่านดูอิดโรยมากทีเดียว เมื่อคืนคงจะเฝ้าข้าจนไม่ได้นอนสินะ’
อู๋จือรู้ตัวว่าตนถูกฮัวหยางช่วยชีวิตเอาไว้ ความรู้สึกตื้นตันพลันเอ่อล้นขึ้นมา แม้คนผู้นี้จะคอยยั่วเย้าคิดไม่ซื่อกับนางแต่ยามนี้ที่ต้องเผชิญหน้ากับความเป็ความตาย เป็เขาที่ยื่นมือไปยื้อแย่งนางกลับมาจากพญามัจจุราช
ชั่วขณะหนึ่ง อู๋จือก็อดใจไม่ไหว ใช้ปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางไล้ผิวหน้าของฮัวหยางเบาๆ จากหน้าผากไปขมับไล้ต่ำไปตามแก้ม สุดท้ายก็ยื่นหน้าไปจูบบนสันจมูกของหมอหนุ่มรูปงามแล้วพึมพำออกมา
“ฮัวหยาง ท่านช่างดูดีเสียจนเทพเซียนยังอิจฉา”
เขารู้สึกตัว ลืมตาขึ้น คลี่ยิ้มงดงาม “เ้าแอบจูบข้านะ จือจือ”
หญิงสาวใบหน้าแดง “ข้าก็แค่....”
ฮัวหยางกอดเอวนางแน่นเข้า หลับตาลงด้วยความอ่อนเพลียอีกครั้ง “ในเมื่อเ้าเขินไม่ยอมรับ ก็ได้ ข้าจะแกล้งไม่รู้ก็แล้วกัน”
อู๋จือนั่งมองชายหนุ่มที่หลับตาลงไม่นานก็ผ่อนลมหายใจ เขาคงเหนื่อยกับการดูแลนางมากจริงๆ นางนึกถึงครั้งแรกที่ได้เห็นใบหน้าของคุณชายผู้นี้ ครานั้นมือปราบหน่วยที่สองมาสารภาพว่าชอบนาง เขานำเอาของฝากแทนใจมาให้ หลังจากที่นางปฏิเสธคนผู้นั้นไปก็เดินออกจากตรอก
พลันมองเห็นคุณชายรูปงามราวเทพเซียนผู้หนึ่งยืนอยู่ข้างรถม้า แม้จะเห็นจากระยะที่ห่างไปสักหน่อยแต่นางก็ไม่เคยลืม บุรุษรูปงามเช่นนั้น นางไม่คิดเลยว่าจะได้พบครั้งสองในคืนอัปยศ ซ้ำนางยังถูกเขาจูบด้วย
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
“ข้าเองเ้าค่ะ เสี่ยวถง”
“เข้ามาเถอะ ข้าตื่นแล้ว”
อู๋เสี่ยวถงผลักประตูเข้ามา พอเห็นสีหน้าพี่สาวที่ดีกว่าเมื่อวานก็ยิ้มกว้าง “พี่จือจือ ท่านตื่นแล้ว ดีจริง ข้าค่อยโล่งใจหน่อย”
อู๋จือหันไปทางคนทัก “เ้าได้บอกท่านแม่เื่ข้าหรือไม่ ”
“ไม่เ้าค่ะ ข้ากลัวท่านแม่จะกังวล เมื่อคืนคุณชายใหญ่ให้ข้าบอกท่านแม่ว่าพี่จือจือต้องไปช่วยงานด่วนที่สำนักมือปราบ ข้าก็ทำตามนั้น”
“ดีแล้ว ข้าเองก็ไม่อยากให้ท่านแม่คิดมาก เอาไว้ข้าหายดีค่อยบอกจะดีกว่า ไม่เช่นนั้นเห็นสภาพของข้า ท่านแม่ก็อาจจะร้องไห้จนน้ำตาเป็สายเื”
“นี่ข้าวต้มกับยาที่คุณชายใหญ่ฮัวสั่งให้ข้าต้มเอาไว้ พอท่านตื่นแล้วต้องดื่มเ้าค่ะ ไม่เช่นนั้นตาของท่านจะขุ่นมัว”
สายตาของอู๋เสี่ยวถงมองดูแขนของคุณชายใหญ่ฮัวที่โอบรอบเอวของพี่สาว “เขาเฝ้าดูแลท่านทั้งคืน ตอนนี้คงจะหลับสนิท” แววตาล้อเลียนของน้องสาวทำเอาอู๋จือทำหน้าเหลอหลา
“นี่หากว่าเขาไม่ใช่คนช่วยชีวิตข้าไว้ มาทำเช่นนี้ข้าจะถีบเข้าให้แล้ว” หญิงสาวแสร้งพูดแก้เก้อ
“พี่จือจือ หากว่าท่านหมออู๋ชอบท่าน ท่านจะว่าอย่างไร ”
อู๋จืออึ้งไปกับคำถาม “ข้า...ข้ายังไม่รู้ เราสองคนแตกต่างกันเกินไป”
อู๋เสี่ยวถงถอนหายใจยาว “น่าสงสารคุณชายใหญ่ฮัวเสียจริง”
“สงสารทำไมกัน ”
“ข้าว่าเขาจริงใจกับท่านนะเ้าคะ เมื่อคืนเขายัง....”
“เขาทำสิ่งใด ”
หญิงสาวรีบหยุดเอาไว้ พี่สาวนางนับว่าเป็หนี้ชีวิตคุณชายใหญ่ฮัว หากอีกฝ่ายจะเรียกร้องให้ตอบแทนด้วยร่างกายก็สมควรอยู่ อู๋เสี่ยวถงตัดสินใจไม่พูดเื่การรักษาใต้ผ้าห่มเมื่อคืน
“เขาก็ทุ่มเทรักษาท่านจนดีขึ้นนี่อย่างไร ควันพิษอุษาคเนย์ ทำให้ ตาบอด ไอเป็เืและหนาวเย็นภายในจนถึงตาย ท่านพี่รอดมาได้ก็เพราะความเก่งกาจในวิชาแพทย์ของคุณชายใหญ่ฮัวแท้ๆ”
“ข้ารู้ รู้ว่าเขาเป็คนช่วยชีวิต แต่เ้าตอกย้ำเช่นนี้ ้าให้ข้า ตอบแทนเขาอย่างนั้นหรือ ”
“เื่ตอบแทนคุณท่านพี่ก็ต้องทำอยู่แล้วล่ะ แต่ท่านกับเขาอยู่บนเตียงกันทั้งคืนเช่นนี้ มิใช่ว่าต้อง...ต้องตอบแทนด้วยร่างกายหรือ ”
“เ้าอย่าพูดจาเหลวไหล”
อู๋จือหน้าร้อนผ่าว มองดูบุรุษที่นอนกอดเอวนางด้วยความสับสน
อู๋จือนึกถึงความเ็ปเมื่อคืนแล้วก็ใจเสีย นางเพิ่งเฉียดความตายมาหยกๆ การใช้พิษของคนร้ายน่ากลัวเหลือเกิน หากว่าไม่มีฮัวหยางอยู่ด้วย นางคงสิ้นลมหายใจไปแล้ว
“ท่านพี่ เมื่อคืนท่านหมออู๋ดูแลท่านอยู่ทั้งคืน ยามนี้คงจะหลับเป็ตายทีเดียว เดี๋ยวข้าเช็ดตัวให้ท่านสักหน่อย ท่านก็นอนต่อเถิด ข้าจะกลับบ้านไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเดี๋ยวกลับมาใหม่”
อู๋จือหันไปมองคนที่นอนหลับอยู่ข้างๆ ในภวังค์เ็ปนั้น นางรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่าถูกฮัวหยางกอดเอาไว้เพื่อให้ร่างกายอบอุ่น ไม่เพียงแต่รักษา เขายังใส่ใจกับการช่วยชีวิตนางอย่างยิ่ง
‘ฮัวหยาง ครั้งนี้ข้าเป็หนี้บุญคุณท่าน สักวันคงได้ตอบแทน’
คุณชายใหญ่สกุลฮัวขยับตัวเล็กน้อย อู๋จือจึงดึงมือสองข้างของเขาที่โอนเอวของตนเอง นางลุกไปนั่งที่เก้าอี้หลังฉาก อู๋เสี่ยวถงช่วยถอดเสื้อผ้าของพี่สาวออก
“มีอันใดหรือเสี่ยวถง เ้าจ้องคอข้านานแล้วนะ” อู๋จือหันไปหยิบเอาคันฉ่องที่อยู่ใกล้ๆ ออกมาส่อง พอเห็นรอยที่ต้นคอและเนินหน้าอกก็ตกตะลึง “นี่มัน! มันคือพิษอาคเนย์หรือ ”
อู๋เสี่ยวถงถึงกับขำพรืดออกมา นางรีบยกมือขึ้นปิดปากตนเอง อู๋จือเห็นสายตามีพิรุธของน้องสาวก็ตัวชาวาบ
“อย่าบอกนะว่ามันเป็รอยที่ว่า...” ผิวหน้าของมือปราบหญิงเห่อร้อนราวถูกไฟลวก นางเผลอมองไปทางเตียงที่ฮัวหยางกำลังหลับสนิท นางอยากจะร้องะโเขา แต่พอนึกถึงได้ว่าตนเองเป็หนี้ชีวิตของฮัวหยางก็เม้มปาก กำหมัดแน่น สองตาแดงก่ำคล้ายจะร้องไห้ออกมาแต่สะกดกลั้นไว้
“พี่จือจือ ท่านอย่าโมโหไปเลย เมื่อคืนขาข้างหนึ่งของท่านอยู่ที่ปรโลกแล้ว ที่เขาต้องเปลือยกายนอนกอดกับท่านก็เพราะมีเหตุผล” อู๋เสี่ยวถงจึงเล่าเหตุการณ์เมื่อคืนวานให้พี่สาวฟังอย่างละเอียด “หากคุณชายใหญ่ผิด เขาก็ผิดเพราะช่วยชีวิตท่าน ท่านจะโกรธเขาลงหรือ ”
“ช่วยชีวิตก็ส่วนช่วยชีวิต แต่โกรธ ข้าก็ต้องโกรธอยู่แล้ว เ้าดูสิ เขาทำเช่นนี้กับเขา” อู๋จือหน้าแดงจนถึงใบหู
“คุณชายใหญ่ฮัวทำเช่นนี้ก็เท่ากับประกาศว่าท่านเป็ของเขาแล้วนะเ้าคะ”
“ข้า...” อู๋จืออึ้งจนพูดไม่ออก เมื่อคืนนางไม่ได้สติ ไม่รู้ว่ากลางดึกใต้ผ้าห่มระหว่างเขากับนางเกิดสิ่งใดขึ้นบ้าง
“พี่ไม่ต้องห่วง คุณชายใหญ่ยืนยันกับข้าว่าเขาจะรับผิดชอบพี่อย่างถึงที่สุด” อู๋เสี่ยวถงยิ้มกรุ้มกริ่ม
“เ้ายังจะยิ้มอีก ข้าอยากให้เขารับผิดชอบที่ไหนกัน ”
“แน่หรือ ข้าว่าพี่เองก็เหมือนจะชอบคุณชายใหญ่เหมือนกันนะ บุรุษที่รูปงามหนึ่งไม่มีสองอย่างนี้ หญิงสาวทั่วเมืองหลวงล้วนใฝ่ฝันอยากได้เป็สามี พี่มีโอกาสแล้ว อย่าปฏิเสธเลย”
“ข้าไม่อยากเป็อนุของคุณชายหน้าไหนทั้งสิ้น ข้าแค่อยากแต่งงานใช้ชีวิตเรียบง่าย”
“ตอนนี้เื่เลยเถิดไปแล้ว หากท่านไม่ให้คุณชายใหญ่รับผิดชอบ ท่านจะทำเช่นไร ”
อู๋จือเช็ดตัวเสร็จก็กลับไปนอนบนเตียงข้างฮัวหยาง ในใจนางเต็มไปด้วยความสับสน ตัวนางนับได้ว่าเป็สตรีของฮัวหยางไปแล้ว แต่ฐานะของนางกับเขาช่างแตกต่างกันเหลือเกิน หากจะให้นางไปเป็อนุภรรยา นางก็คงไม่ยินดี
*****************
