“เป็นอะไรไป”เหอเซียวไห่ที่นอนอยู่บนพื้นพรมถามขึ้น เพราะคนอื่นๆ ได้กลับไปหมดแล้ว แม้เขาดื่มไปมากแต่ก็ยังไม่ถึงขั้นเมามายไร้สติจึงรู้สึกแปลกใจเมื่อเห็นหยางเสียวิ่งหน้าตื่นกลับเข้ามากระแทกตัวลงนั่งข้างตัวเขา
“ข้า...ข้า”
หน้าตาเหลอหลาอึกอักตกประหม่าของชายหนุ่มร่างเล็กทำให้เขาไม่อาจละความสนใจได้ “เจ้าเห็นผีรึ!”
ถ้าเป็นผีข้าจะไม่ตกใจเลยแต่นี่...นี่มัน...อึ้ย!
หยางเสียรู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังจะจมน้ำจมทั้งที่ยังนั่งอยู่บนบกนี่แหละ
เห็นใบหน้าอยากจะพูดแต่ก็พูดไม่ออกของทหารรุ่นน้องเหอเซียวไห่จึงลุกนั่งยื่นถ้วยน้ำชาส่งให้ดื่มแล้วอาจจะช่วยให้ถ้อยคำลื่นไหลออกมาได้บ้างคร้านจะเสียเวลาเดาว่าเจ้าหนุ่มไปเจออะไรมา
หยางเสียรับถ้วยมากำลังจะยกขึ้นดื่มครั้นพอได้กลิ่นฉุน น้ำบางส่วนหยดแตะลิ้น หญิงสาวก็เอะใจว่าน้ำที่อยู่ในถ้วยชาน่ากลัวจะไม่ใช่น้ำชาเสียแล้วนางกำลังจะถอนริมฝีปากออกแต่ก็สายเกินไปเพราะถูกมือใหญ่ข้างหนึ่งของรองแม่ทัพเหอจับแน่นที่ศีรษะอีกข้างหนึ่งดันถ้วยเข้าปากของนาง จนน้ำกลิ่นหอมฉุนแปลกๆ นั้นกระฉอกไหลรดบนอกเสื้อเมื่อน้ำเมาหยดสุดท้ายไหลล่วงสู่ลำคอรสขมปร่าชวนอาเจียนนั้นก็ทำให้นางสำลักน้ำบางส่วนออกมา
“ท่านทำบ้าอะไรของท่าน!”หญิงสาวปัดมือนั้นออกก่อนจะรีบคว้าถ้วยใส่น้ำของตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นดื่มอักๆเข้าไปล้างความรู้สึกขื่นในคอ เมื่อดื่มน้ำจนหมดนางก็หันมามองคนตัวโตอย่างกราดเกรี้ยว
“ข้าอยากรู้นัก...อยากรู้นักแท้จริงแล้วผู้ชายอย่างพวกท่านคิดอะไรอยู่กันแน่ คนอย่างท่านคนอย่างรองแม่ทัพอู๋และคนอย่างท่านแม่ทัพเป็นคนเช่นไรกันแน่!”หยางเสียโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงจนตะโกนเสียงดังใส่หน้าเขาก่อนจะฟาดกำปั้นใส่ร่างใหญ่นั่นเต็มแรง แต่ชายหนุ่มใช้ฝ่ามือรับได้เสียก่อน
“ทำไมเจ้าต้องโมโหขนาดนี้ด้วยเล่าแค่ข้าให้กินเหล้า เจ้าบอกว่าไม่ชอบเหล้าเพราะกินเหล้าไม่เป็น ตอนนี้เจ้าก็กินเป็นแล้วนี่ข้าหรืออุตส่าห์ส่งเสริมรู้หรือไม่เกิดเป็นชายแต่กินเหล้าไม่เป็นน่ะเสียชาติเกิดโดยแท้” เหอเซียวไห่ที่ไม่รู้เหนือรู้ใต้เอ่ยกวนๆ
ที่นางวิ่งกลับมาหาเขาก็เพราะไม่อยากกลับไปอยู่ตามลำพังกับท่านแม่ทัพที่กระโจมในเวลานี้แต่เขากลับมาก่อปัญหาใหม่ให้นางอีกมาถึงตอนนี้หยางเสียก็เริ่มมึนหัวและรู้สึกร้อนขึ้นเล็กน้อย แม้นางดื่มน้ำตามไปเยอะแล้วแต่รสเฝื่อนของเหล้ายังติดอยู่ในปากชวนให้คลื่นไส้แทบอยากจะลุกไปอาเจียน
รองแม่ทัพด่านเจิ้งถงกลับลงไปนอนแผ่ใช้ฝ่ามือใหญ่หนุนรองไว้ที่ท้ายทอย ดวงตารีใหญ่เหม่อมองความว่างเปล่าของอากาศ
“ข้าเป็นคนอย่างไรน่ะหรือ...ยากแฮะข้าก็ยังตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่าตัวข้าเป็นคนเช่นใดแต่ข้ารู้ว่าท่านแม่ทัพเป็นบุคคลเช่นไรเจ็ดแปดปีแล้วที่ข้าถวายสัตย์เป็นคนของพระองค์ปัญหาสิ่งเล็กสิ่งน้อยในสายตาของใครบางคน หากเมื่อมันเกิดขึ้นกับคนในปกครองของท่านแม่ทัพแล้วทรงไม่เคยนิ่งเฉยปล่อยให้รอดพ้นสายพระเนตรไปได้หรอกเจ้านายอื่นเป็นเช่นไรข้าไม่รู้ข้ารู้แต่เพียงว่าเจ้านายพระองค์นี้พระทัยเปี่ยมล้นเมตตายิ่งดั่งธารน้ำไหลเกื้อกูล ดุจสายลมโชยเกื้อหนุนที่ใครอยู่ใกล้ย่อมต้องรู้สึกเป็นสุขสงบและร่มเย็น ตัวเจ้าเล่าได้ซึมซับความรู้สึกนี่ไว้หรือไม่...”
เมื่อฟังเหอเซียวไห่พูดจบแล้วใจหยางเสียสงบลงเป็นอย่างมากทุกวันคืนที่ผ่านพ้น ทุกช่วงเวลาทุกวินาทีที่ได้อยู่รับใช้ใกล้ชิดนั้นนางได้ซึมซับทุกความเมตตาและห่วงใยจากพระองค์ไว้จนเต็มหัวใจแล้ว
“คนที่ขาดแคลนความรักอย่างข้าถึงได้ยึดเหนี่ยวเอาท่านแม่ทัพเป็นครอบครัว บ้านข้าคือเจิ้งถง ครอบครัวซึ่งเป็นหัวใจของข้าคือพระองค์...”
แล้วครอบครัวนางเล่าจะเป็นท่านแม่ทัพได้หรือไม่ หยางเสียนิ่งงัน หากวันหน้าไม่ได้อยู่กับพระองค์แล้ว นางจะทนอยู่อย่างอ้างว้างเดียวดายอย่างเมื่อก่อนได้อีกหรือจะสามารถลบภาพความทรงจำและความผูกพันที่มีต่อพระองค์ทั้งหมดให้สูญสลายจากชีวิตได้หมดเลยหรือไม่
ไม่! นางไม่สามารถลืมพระองค์ได้!
ภาพวรองค์สูงสง่า พระพักตร์คมคายยากหาผู้ใดเปรียบพระจริยวัตรที่นางคุ้นเคยจนจำได้ติดตา พระสุรเสียงทุ้มลึกยามมีรับสั่งและเสียง พระสรวลยามถูกพระทัยที่ยังแว่วอยู่ในโสตรวมไปถึงน้ำพระทัยอ่อนโยนงดงามที่มีต่อนางนั้นถูกจารลึกไว้ในหัวใจทั้งหมด
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...สิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนี้
แสงจันทร์ทอกระจ่างในคืนนี้ทำให้นางได้เห็นความอ่อนหวานที่แฝงอยู่ในพระเนตรคมคู่นั้นลมหายใจอุ่นที่ไล้อย่างแผ่วเบาอยู่ข้างแก้มยังทำให้นางรู้สึกสะท้านได้จนถึงขณะนี้
หยางเสียยกมือขึ้นลูบแก้มตนเองเบาๆทั้งที่นางหนีห่างจากพระองค์มาแล้วแต่ดูเหมือนความอบอุ่นจากรอยพระโอษฐ์นั้นยังประทับแน่นไม่จางไปจากแก้มนางเลย และคงไม่มีวันจางไปจากใจนางด้วย
ขณะที่หยางเสียกำลังจมอยู่กับความคิดของตัวเองนั้นเหอเซียวไห่ที่ไม่ได้สังเกตท่าทีของหญิงสาวก็พูดต่อไป “แต่ก็ยังมีอีกมุมที่เจ้ายังไม่เคยเห็นแน่เห็นทรงนิ่งราวทะเลไร้คลื่นลมเช่นนี้หากเมื่อทรงอยู่ในสมรภูมิรบและเผชิญกับศัตรูที่คิดร้ายต่อดินแดนต้าฉาง ทะเลเรียบนั้นก็กลายเป็นทะเลเพลิงไปในทันทีเพื่อรักษาแผ่นดินและชีวิตของผู้ใต้บังคับบัญชาแล้วพระองค์ก็ทรงพร้อมที่จะเผาผลาญอริราชศัตรูให้ดับดิ้นราวใบไม้ร่วงในสารทฤดูได้เช่นกัน...อีกอย่างหนึ่งที่พระองค์ไม่โปรดที่สุดคือคำลวงและคนโกหก”
หยางเสียสะอึกในอกขึ้นมาทันที ‘คำลวง...คนโกหก’ นางมาอยู่ที่นี่ได้ก็ด้วยคำเท็จอยู่ได้เพราะการลวงหลอกลวงท่านแม่ทัพและทุกคนว่านางเป็นชาย!
“แล้วถ้าคนๆนั้นไม่ได้ตั้งใจที่จะโกหกหลอกลวง...ท่านคิดว่าพระองค์จะทรงอภัยให้ไหม”เสียงของหยางเสียเบาหวิวลงทุกขณะ
“ตั้งใจกับไม่ได้ตั้งใจ มันจะต่างอะไร ในเมื่อสุดท้ายการหลอกลวงมันก็เกิดขึ้นอยู่ดี”เหตุผลของรองแม่ทัพเหอซึ่งเป็นองครักษ์คนสนิทนั้นทำให้ หยางเสียไม่เหลือเรี่ยวแรงจะซักถามอะไรเขาอีกดูเหมือนเขาก็หมดความสนใจในตัวนางแล้วเหมือนกัน เพราะชายหนุ่มได้ปิดเปลือกตาลงมีแต่ลมหายใจเข้าออกเท่านั้นที่ บ่งบอกถึงการมีชีวิต