ณ ร้าน U-Za ร้านไอศครีมที่ขึ้นชื่อของแถวนั้นเพราะนอกจากไอศกรีมที่มีชื่อในด้านความอร่อยแล้วการให้บริการของพนักงานในร้านก็สุภาพเสียจนเป็ที่ขึ้นชื่ออย่างมาก ทำให้มีผู้คนมากมายเข้ามาลองลิ้มชิมรสไอศกรีมที่ร้านแห่งนี้
กรุ๊ง กริ๊ง เสียงกระดิ่งในร้านดังขึ้นยามเมื่อมีคนเปิดประตูของร้านเข้ามาพนักงานต้อนรับหันไปมองพร้อมกับเดินตรงไปหาลูกค้าในร้านทันที
“เชิญค่ะ” พนักงานต้อนรับของร้านกล่าวต้อนรับด้วยน้ำเสียงอันไพเราะ
“กี่ที่คะ?”
พนักงานสาวสวยของร้านถามชายหนุ่มที่วันนี้แต่งตัวดูดีเป็พิเศษผมจัดเป็ทรง ใส่เสื้อเชิ้ตปล่อยชายด้านหลังกับกางเกงยีนส์สีน้ำเงินเข้ม ทำให้สาวๆที่นั่งอยู่ภายในร้านอดที่จะหันมามองไม่ได้ เพราะริวจัดว่าเป็คนที่หน้าตาดีพอสมควร
“เอ่อ... ยังไงผมขอรอเพื่อนๆ ที่จะตามมาอีกแป๊บนะครับ” ริวตอบพนักงานต้อนรับด้วยท่าทางเก้ๆกังๆ
พนักงานต้อนรับยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเดินนำริวไปที่โต๊ะ ติดกับริมกระจกด้านหน้าของร้าน
“จะรับอะไรดีคะ” พนักงานเสิร์ฟถามอย่างสุภาพหลังจากที่ยื่นเมนูของร้านให้กับชายหนุ่ม
“ผมขอกาแฟดำร้อนละกันครับ” ริวตอบโดยที่ไม่ได้ดูเมนู เพราะเป็เครื่องดื่มที่เขาโปรดปรานอยู่แล้ว
ริววางเมนูลงบนโต๊ะพร้อมกับยกนาฬิกาข้อมือที่ชี้บอกเวลา 9.00 น. พอดี
“มาก่อนเวลาไปรึเปล่าวะเนี่ย“ ริวคิด พร้อมกับเหม่อมองออกไปด้านนอก คิดถึงความทรงจำที่เมื่อก่อนเคยมาร้านนี้กับเนย
~~~~~~~~~~
“ริดื่มแต่กาแฟดำ ระวังหน้าแก่นะ” เนยล้อ
“ก็เราชอบนี่นา” ริวตอบยิ้มๆ
“ไม่ลองกินไอติมดูบ้างเหรอ อร่อยนะ”
“ถ้าเนยป้อน เราก็กิน” ริวตอบด้วยสีหน้าเ้าเล่ห์คำตอบของเขาทำให้หญิงสาวหน้าแดงขึ้นมาทันที
“ก็ได้ อะ นี่...” เนยรับคำอุบอิบก่อนจะตักไอศกรีมและยื่นไปตรงหน้าชายหนุ่ม
“...”
ริวถือโอกาสจับมือของเนยเอาไว้ไม่ยอมปล่อยทั้งสองคนนั่งมองตากันหวานเชื่อม
~~~~~~~~~~
ขณะที่ริวกำลังอยู่ในภวังค์นั้นพลันใบหน้าของเมย์ก็โผล่ขึ้นมาในความคิดแทนผู้หญิงที่มีใบหน้าสวยงามคล้ายกับมิ้นต์ แต่บุคลิกช่างแตกต่างกันเหลือเกิน เวลาที่มิ้นต์ยิ้มดูใบหน้าสดใส แต่เวลาที่เมย์ยิ้ม จะยิ้มแค่มุมปาก ดูเย้ยหยันโลกนี้ยังไงไม่รู้
“จะมีโอกาสเห็นเมย์ยิ้มแบบมิ้นต์บ้างรึเปล่าน้า” ริวนึกอยู่ในใจ
“คงยากนะ เพราะเราไม่ใช่มิ้นต์”
เสียงเมย์ดังแทรกขึ้นมา ทำให้ริวที่นั่งคิดเพลินๆ ถึงกับสะดุ้งหันขวับมามองทางต้นเสียง ก็พบหญิงสาวที่อยู่ในความคิดของเขาเมื่อครู่เธอมายืนอยู่ตรงข้ามกับที่เขานั่งอยู่ั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่สามารถรู้ได้
ที่สำคัญชายหนุ่มตะลึงในความสวยเก๋ของเมย์ ผมยาวที่เคยรวบไว้ตอนเรียนวันนี้กลับปล่อยให้เป็อิสระ แถมยังถักเปียเล็กๆ ด้านข้าง 2 ด้าน เสื้อแขนกุดสีฟ้าดูสดใสกับกางเกงยีนส์เข้ารูปการแต่งกายเช่นนั้นทำให้ผู้ชายที่นั่งอยู่ในร้านหันมามองด้วยความสนใจ ทั้งๆที่บางคนมากับแฟนเสียด้วยซ้ำ
“มองอะไร” เมย์พูดเสียงดุและตีสีหน้าเข้มทำให้ริวต้องรีบเรียกสติกลับคืนมา
“เอ้อ..ไม่มีอะไรน่ะ.....” ริวปฏิเสธด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักขณะที่เมย์ลากเก้าอี้ออกและนั่งลงตรงข้ามกับเขา
“คือ...วันนี้เธอดูสวยจัง...เอ่อ...”
ริวเผลอตัวพูดชมเมย์ออกมาต่อหน้า แล้วเขาก็อึ้งไปทันทีเพราะรู้สึกเขินที่สำคัญเขาไม่คิดว่า ตัวเขาจะกล้าพูดออกมาตรงๆ หรือเป็เพราะสายตาของเมย์ที่มองมา ทำให้รู้สึกว่า เขาไม่สามารถปกปิดความคิดหรือความรู้สึกใดๆของตัวเองได้ เมื่ออยู่ต่อหน้าเธอ
คำชมของริวทำให้หญิงสาวอึ้งไปเล็กน้อยและรู้สึกเขินจนใบหน้าแดงระเรื่อเล็กน้อย เพราะไม่คิดว่าเขาจะพูดออกมาตรงๆ เมื่อชายหนุ่มเห็นเช่นนั้นก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้
“ดีกว่าทำหน้าตาเ็าซะอีก” ริวคิด
“อ้อ... ขอโทษนะที่ดูเหมือนเ็าตลอดเวลาน่ะ”
เมย์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเล็กน้อย คำพูดของเธอทำให้ริวอึ้งไปเล็กน้อยและฉุกคิดขึ้นว่าหญิงสาวรู้ได้อย่างไรว่าเขาคิดอะไรอยู่รวมทั้งเื่ก่อนหน้านี้ด้วย
“เอ่อ...เ มย์... คือว่า...”
ริวตั้งใจอยากจะถามแต่ก็คิดว่าตัวเองอาจจะคิดมากไปเองหรือเปล่า
“มีอะไรจะถามเราเหรอ” เมย์ถามและมองอย่างรู้ทัน
“ทำไม มาคนเดียวล่ะ แล้วมิ้นต์...?”
ริวตัดสินใจไม่ถามสิ่งที่เขาอยากรู้โดยเลี่ยงถามหาน้องสาวฝาแฝดของเธอแทน
“เดี๋ยวก็มา พอดีเรามีธุระนิดหน่อย เลยออกมาก่อน” เมย์พูดพร้อมกับสั่งชาเย็นกับพนักงานเสิร์ฟที่เดินผ่านมาพอดี
“สั่งไอศกรีมทานก่อนก็ได้นะ คนอื่นยังไม่มากันเลย”
ริวบอกหญิงสาวพร้อมกับก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ และเห็นว่ายังมีเวลาอีกเหลือเฟือ
“ไม่ล่ะ เรายังไม่อยากทาน”
เมย์บอกพร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบหนังสือพิมพ์ที่อยู่โต๊ะด้านข้างมากางอ่านบนโต๊ะโดยเปิดไปดูที่หน้าเป็โปรแกรมหนังสำหรับ่นี้
“่นี้มีหนังอะไรน่าดูบ้างล่ะ” ริวชะโงกหน้าเข้าไปใกล้เมย์เพื่อดูโปรแกรมหนังด้วย
“เดอะไซโคเมทเรอร์ (The Psychometrer)” เมย์ตอบพร้อมกับชี้มือไปที่โปรแกรมหนังเื่นั้นทันที
“เื่นี้น่าดูสุด แต่รู้สึกว่าจะเข้าฉายเดือนหน้านะ” หญิงสาวบอกพร้อมกับไล่สายตาดูโปรแกรมเื่อื่นต่อไป
“เื่เป็ยังไงเหรอ?”
“ต้องไปดูเองถึงจะรู้” เมย์บอกเสียงเรียบ
“งั้นเหรอ ถ้าหนังเข้าแล้วเราจะลองไปดูละกัน”
ริวพูดลอยๆ หญิงสาวตวัดสายตาเหลือบขึ้นมามองชายหนุ่มแวบหนึ่งก่อนจะก้มหน้าลงอ่านหนังสือพิมพ์ต่อ
ชายหนุ่มถอยห่างออกจากหญิงสาวและพิจารณาใบหน้าที่ดูเหมือนจะสนใจแค่หนังสือพิมพ์ตรงหน้าด้วยความแปลกใจเขายังรู้สึกสงสัยเกี่ยวกับคำพูดและท่าทางของเมย์เมื่อครู่อย่างมากเหตุการณ์หลายอย่างดูเหมือนจะประจวบเหมาะกันมาก สิ่งที่เขาคิดไว้ภายในใจหญิงสาวตรงหน้ากลับพูดออกมาตรงกับสิ่งที่เขากำลังคิดอยู่พอดีมันเป็เื่บังเอิญหรือว่า.....
“คนที่เธอชอบมาแล้วน่ะ แต่น่าเสียดายนะ ที่ไม่ได้มาคนเดียว”
หญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับริวพูดลอยๆ ขึ้นมาก่อนจะพับหนังสือพิมพ์เก็บไว้พร้อมกับเอาไปวางไว้โต๊ะด้านข้าง
ชายหนุ่มขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเพราะเขานั่งอยู่ด้านที่ตรงข้ามกับประตูและยังไม่เห็นมีใครมาสักคน เขาจึงยกแก้วชาเย็นขึ้นดื่มด้วยท่าทางสบายๆ หลังจากนั้นริวมองไปที่ด้านหน้าประตูอีกครั้งก็เห็นเนยกำลังเดินเข้ามาในร้านโดยมีวิทย์เดินตามมาข้างหลังเขาจึงมีสีหน้าเข้าใจในสิ่งที่หญิงสาวพูดเมื่อครู่ทันที
“หวัดดีจ๊ะ เมย์”
เนยที่เดินนำวิทย์มาถึงที่โต๊ะเอ่ยทักทายเมย์ด้วยเสียงสดใสหญิงสาวทำเพียงแค่ยิ้มรับและพยักหน้าเท่านั้น ส่วนริวหันไปมองทางด้านอื่นเพราะไม่อยากเห็นสาวที่เขาชอบจับมือกับผู้ชายคนอื่น
“เอ่อ... พอดีเมื่อวานวิทย์โทรมาหาเราน่ะ พอรู้เื่ก็เลยอยากมาด้วยคงไม่เป็ไรนะ”
เนยบอกด้วยท่าทางเกรงใจ ก่อนจะเหลือบสายตาไปทางริวเล็กน้อยแต่ชายหนุ่มกลับไม่ยอมสบตากับเธอเลย
“ไม่เป็ไรนี่ คนยิ่งเยอะสิยิ่งดี” เมย์ตอบพร้อมกับส่งยิ้มทักทายวิทย์ตามมารยาท
“ขอบคุณครับ” วิทย์บอกเมย์ พร้อมกับส่งสายตาเ้าชู้ให้กับเมย์พอดีกับที่ริวหันมาเห็นพอดี ชายหนุ่มรู้สึกไม่พอใจ แต่ทว่าเขายังไม่ทันได้พูดอะไรพวกป๊อป มิ้นต์ นุ่น และเจี๊ยบก็เดินเข้ามาในร้านพอดี
“อยู่นี่เอง อ้าว วิทย์ มาด้วยเหรอ?”นุ่นเดินเข้ามาทักก่อนจะแปลกใจเมื่อเห็นส่วนเกิน
“อืม อยากมาติวหนังสือน่ะ” วิทย์ตอบ
“เหอ..คนอย่างนายตั้งใจเรียนเป็ด้วยเหรอ?”นุ่นเลิกคิ้วถามด้วยความแปลกใจมากยิ่งขึ้น
“ก็....”
“จริงสิ จะสั่งอะไรทานก่อนมั้ย ยังพอมีเวลาเหลืออยู่น่ะ” เมย์เอ่ยตัดบท
“เจี๊ยบจะกินอะไรล่ะ” เนยหันไปถามเจี๊ยบเพื่อคลายบรรยากาศที่เริ่มตึงเครียด
“นุ่นกินอะไร เจี๊ยบก็กินอันนั้นล่ะ” เจี๊ยบโยนไปที่นุ่นเพราะเธอรู้สึกไม่พอใจที่เนยพาวิทย์มาให้ริวเห็น
“เมย์....มิ้นต์อยากกินสตอเบอร์รี่ซันเดย์น่ะ” มิ้นต์บอกเสียงอ้อน
“งั้น...”
“เดี๋ยวเราสั่งให้นะ น้องครับๆๆๆ”ป๊อปรีบเสนอตัวทันที
“แหม...ออกนอกหน้าเหลือเกิน”นุ่นแขวะชายหนุ่มเสียงสูง
“ยุ่งอะไรยัยหน้าจืด”
“ทำไมนายหน้าลิง”
“พอได้แล้ว ทั้งคู่นั่นแหละ” ริวรีบปรามทั้งสองคนก่อนที่จะมีเื่ไปมากกว่านี้
“อายคนอื่นบ้างสิ ที่นี่ไม่ใช่โรงเรียนนะ”เจี๊ยบดุทั้งคู่
“เชอะ ฝากไว้ก่อนเหอะ”
ทั้งสองคนมองหน้ากันก่อนจะสะบัดหน้าหนีไปคนละทางมิ้นต์มองเพื่อนทั้งสองคนอย่างขำๆ ส่วนริวได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอาใจ
หลังจากที่ทั้งหมดทานไอศกรีมเสร็จริวก็เป็คนนำทางพาทุกคนไปยังบ้านอาจารย์สมชายโดยที่ป๊อปกับนุ่นพูดจาเหน็บแนมกันไปตลอดทาง และมีเจี๊ยบเป็คนห้ามศึกน้ำลายของทั้งสองคนเมื่อถึงหน้าบ้านของอาจารย์สมชาย เมย์หยุดชะงักไปครู่หนึ่ง เธอมองรอบๆบ้านของอาจารย์ด้วยสายตาครุ่นคิด ริวที่เปิดประตูรั้วบ้านให้เพื่อนๆรู้สึกแปลกใจกับท่าทางของเมย์
“มีอะไรเหรอ?” ริวถามหญิงสาวด้วยความแปลกใจ
“เอ้อ...เปล่าหรอก ไม่มีอะไร” เมย์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะปฏิเสธ
“งั้นเข้าบ้านเถอะ ป่านนี้เพื่อนๆ รอแล้ว”ริวบอกยิ้มๆ
“อื้ม..” เมย์มองรอบบ้านอีกครั้งก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไป
เวลา 12.00 น. บ้านอาจารย์สมชาย
“เพราะฉะนั้น ประโยคนี้จึงต้องใช้ wereแทน ไม่ใช่ am เนื่องจากเป็ประโยค past ไม่ใช่ simple เข้าใจมั้ยทุกคน” อาจารย์สมชายอธิบาย
“เอาล่ะ นี่ก็เที่ยงแล้ว เดี๋ยวพักทานข้าวกันก่อนแล้วกันพอดีครูสั่งร้านหน้าปากซอยไว้แล้ว มื้อนี้ครูเลี้ยงเอง”
อาจารย์สมชายก้มลงมองนาฬิกาข้อมือของตนก่อนจะบอกให้พวกนักเรียนพักรับประทานอาหารกลางวัน
“เฮ !!” นักเรียนทุกคนต่างร้องออกมาด้วยความดีใจที่อาจารย์เลี้ยงข้าว
“อาจารย์คะ เดี๋ยวหนูไปช่วยอาจารย์ถือข้าวนะคะ” ฟ้ารีบอาสา
“หึ! ไปช่วยถือข้าวหรือไปช่วยทำอะไรกันแน่”
นุ่นกระซิบนินทากับมิ้นต์ เพราะวันนี้ฟ้านุ่งกระโปรงสั้นใส่เสื้อสายเดี่ยว ตอนที่พ่อของเธอมาส่ง หญิงสาวก็ยังใส่เสื้อคลุมดี อยู่ แต่พอเข้าบ้านอาจารย์ก็ถอดเสื้อคลุมออกทันที เธออ้างว่าอากาศร้อน ทั้งๆที่ภายในบ้านของอาจารย์เปิดแอร์เย็นฉ่ำเสียจนน่านอนมากกว่าเรียนเสียอีก
“เธอว่าไรนะ ยัยนุ่น” ฟ้าหันขวับมาตวาดเสียงเขียวใส่เพราะได้ยินสิ่งที่นุ่นพูด
“ปล่าวนี่ ไม่ได้ว่าอะไรซักหน่อย”
นุ่นยักไหล่พร้อมกับปฏิเสธแต่ก็ทำหน้าเบ้ใส่ฟ้าให้มิ้นต์และเจี๊ยบเห็นทำให้ทั้งคู่อดที่จะหัวเราะออกมาเนื่องจากขำในท่าทางของเธอไม่ได้
“เอาล่ะๆ ทุกคนนั่งเล่นกันตามสบายนะ จะดู TV ก็ได้เดี๋ยวครูไปเอาข้าวกับอลิสาก่อน เดี๋ยวมาW” อาจารย์สมชายตัดบทเนื่องจากไม่อยากให้นักเรียนภายในห้องทะเลาะกัน
“ค่ะ / ครับ” นักเรียนทุกคนขานรับ
หลังจากนั้นอาจารย์สมชายก็เดินออกไปพร้อมกับฟ้า ส่วนคนอื่นๆ ก็พากันพักผ่อนตามอิริยาบถโดยป๊อปเดินไปเปิดทีวี และทำาแย่งรีโมทกับนุ่นเพราะต่างคนต่างจะแย่งดูกันคนละช่องโดยมีเจี๊ยบกับมิ้นต์ทำหน้าที่คอยห้ามทั้งคู่ไม่ให้ทะเลาะกัน
ส่วนวิทย์กับเนยเดินเข้าไปในครัวขณะที่ริวกำลังไล่สายตาดูหนังสือบนชั้นหนังสือ พลันสายตาของเขาก็เหลือบเห็นเมย์กำลังเดินขึ้นบันไดไปชั้นบน
“จะไปไหนของเขากันนะ”
ริวคิด พร้อมกับตัดสินใจเดินตามเมย์ไปและเขาก็ทันเห็นเมย์เดินเข้าไปในห้องนอนของอาจารย์สมชาย
“นิดเดียวนะ เนย”
เสียงวิทย์ทำให้ริวชะงักและหยุดเท้าที่กำลังจะเดินตามเมย์ขึ้นไปแต่หันกลับไปยังห้องครัวแทน
“ไม่นะ วิทย์” เนยร้องออกมาพร้อมกับพยายามดันตัววิทย์ให้ออกห่างจากตัวเธอ
“นิดเดียวเอง ขอแค่หอมแก้มแค่นี้ อย่าทำเป็เล่นตัวไปหน่อยเลยน่า” วิทย์พูดพร้อมกับพยายามจะหอมแก้มของเนย
“อย่านะ! เราไม่ชอบ” เนยร้องห้ามเสียงดังพร้อมกับผลักตัววิทย์ออกไปอย่างแรง
“มีอะไรกันน่ะ”
ริวส่งเสียงและเดินเข้ามาขัดจังหวะทันที หลังจากที่เห็นเหตุการณ์ทำให้วิทย์ต้องปล่อยตัวเนยออกด้วยความเสียดายก่อนจะมีสีหน้าไม่พอใจและหันไปมองริวด้วยสายตาขุ่นเคือง
“ไม่มีอะไรนี่ ใช่มั้ยเนย?” วิทย์ตอบริวด้วยท่าทางยียวน ก่อนจะถามเนยเพื่อขอเสียงสนับสนุน
“อะ.......อือ”
เนยตอบรับคำของวิทย์ ก่อนจะก้มหน้าลงเพื่อหลบสายตาของริวที่จ้องมองมาหญิงสาวรู้สึกอับอายที่เขามาเห็นว่าเธอกับวิทย์กำลังจะทำอะไรกัน
“งั้นเหรอ เราได้ยินเสียงร้องนึกว่ามีอะไร” ริวถามพร้อมกับจ้องหน้าของเนยเขม็ง
“อ๋อ... เนยใเพราะกลัวแมลงสาปน่ะ ใช่มั้ยจ๊ะ” วิทย์รีบชิงบอกก่อนพร้อมกับเดินไปโอบบ่าของเนยเอาไว้แสดงความเป็เ้าของอย่างเต็มที่
“อือ...”
เนยไม่รู้จะทำตัวอย่างไร หญิงสาวไม่อยากให้ริวต้องมาเห็นเธอในสภาพนี้เลย เธอจึงได้ก้มหน้าไม่ยอมสบตากับชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย
“แมลงสาปคงตัวใหญ่มากสินะ ถึงได้ร้องเสียงดังจนคนข้างนอกได้ยินน่ะ”
เสียงของเมย์ดังแทรกเข้ามา ทำให้ทุกคนในห้องครัวหันไปมอง จึงพบว่านอกจากเมย์แล้ว ยังมีมิ้นต์ นุ่น เจี๊ยบ และป๊อป มายืนออกันอยู่ด้านหลังของเมย์ด้วยความสงสัย
“เป็อะไรมั้ยเนย”
เจี๊ยบรีบแทรกตัวเดินผ่านไปหาเพื่อนของเธอทันทีพร้อมกับปัดมือของวิทย์ออกจากบ่าของเนย
“ไม่เป็ไรน่ะ” เนยตอบด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้ม
“ไม่เห็นมีอะไรเลย ออกไปดูทีวีกันเหอะ”
ป๊อปพึมพำออกมาเบาๆ ก่อนจะหันไปบอกกับทุกคนและเดินนำออกไปที่ห้องนั่งเล่น ทำให้ทุกคนพากันเดินตามไปด้วย เมย์มองหน้าริวแวบหนึ่ง ก่อนจะเดินตามเพื่อนๆออกไป
“อย่าทำเป็หมาหวงก้างนักเลย นายเลิกกับเนยตั้งนานแล้วเราจะทำอะไรมันก็เื่ของเรา” วิทย์บอกกับริวด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย ก่อนเดินออกไปทิ้งให้ริวอยู่คนเดียว
“นี่เรากำลังทำอะไรอยู่วะเนี่ย”
ริวคิดพร้อมกับทรุดตัวนั่งลงที่เก้าอี้ในครัวอย่างสับสนในความรู้สึกของตนเอง