03
ระบบทำความดีเพิ่มโชค
“ซื้อมาเพราะป้ายที่ติดอยู่ข้างหน้ามันแท้ ๆ”มอนเน่นั่งมองตุ๊กตาใบโคลเวอร์ที่ซื้อกลับมาด้วยอารมณ์ชั่ววูบบนโต๊ะอ่านหนังสือ
เมื่อลองได้มองมันอย่างเต็มตาก็พบว่าขนาดของมันไม่ใหญ่มากพอ ๆ กับตุ๊กตากล่องสุ่มแบรนด์ดังที่เคยได้รับความนิยมอย่างล้นหลามอยู่่หนึ่ง
“บนหัวมีสายคล้องด้วยแฮะ ถ้าอย่างนั้นเอาติดกระเป๋าไปเข้ารายการด้วยดีกว่า”เผื่อมีคนสังเกตเห็นแล้วถามขึ้นมาทางรายการอาจจะนำซีนนั้นไปออกอากาศเพราะดูเป็ธรรมชาติดีก็ได้
“ว่าไปนั่น จะเริ่มรับสมัครเมื่อไรก็ไม่รู้”ดีไม่ดีถ้าเขาเปิดรับสมัครเร็ว ๆ นี้เธออาจไม่ผ่านแม้แต่รอบออดิชันออนไลน์ด้วยซ้ำ
“มีคำแนะนำติดมาให้ด้วยนี่นาไหนดูซิว่าต้องบูชายังไง” ตอนที่เ้าของร้านนำตุ๊กตาใส่ถุงเธอมัวแต่ก้มหน้าก้มตาควักเงินในกระเป๋าจึงไม่ทันเห็นว่าอีกฝ่ายแนบอะไรลงมาในถุงพร้อมกับตุ๊กตาบ้าง
“ให้นั่งคุกเข่าแบบราบแล้ววางตุ๊กตาไว้บนตักจากนั้นประนมมือขึ้นพร้อมกับอธิษฐานตั้งจิตถึงสิ่งที่อยากให้ช่วย” เธออ่านทวนเสียงเบา
“งั้นก็ไปทำบนเตียงดีกว่า” อธิษฐานเสร็จก็จะได้วางไว้ข้างหมอนอย่างที่เ้าของร้านแนะนำไปทีเดียวเลย
ร่างบางนั่งลงตรงขอบเตียงก่อน แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นั่งท่าคุกเข่าราบ จากนั้นก็เริ่มทำตามคำแนะนำที่ทางร้านแนบมาให้เปลือกตาสีมุกปิดลงเมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการอธิษฐาน
“ขอให้ได้เป็ไอดอลและประสบความสำเร็จในฐานะไอดอลด้วยเถิด”เธอไม่สนแล้วว่าจะได้เดบิวต์ในรูปแบบไหน ขอแค่ได้เป็ไอดอลอย่างที่ใฝ่ฝันก็พอ…แต่ถ้าเดบิวต์จากรายการเซอร์ไววัลได้ก็คงจะดียิ่งกว่า
[ได้สิ เดี๋ยวทำให้สมปรารถนาเอง!]
สิ้นเสียงคำอธิษฐาน ความเงียบในห้องก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงแหลมเล็กไม่คุ้นหูมันแหลมสูงเสียจนคล้ายไม่มีอยู่จริงในชีวิตประจำวัน แต่นั่นไม่ใช่เื่สำคัญ!
เพราะเธออยู่ในห้องนี้คนเดียวการที่มีเสียงอื่นนอกเหนือจากตัวเธอดังขึ้นมานั้นเป็ไปไม่ได้เลย!
“กรี๊ด!!”
มอนเน่ผงะถอยหลังชนหัวเตียงดังปึกดวงตาเบิกโพลงมองตุ๊กตาใบโคลเวอร์ที่ดูเหมือนภาพการ์ตูนลอยอยู่ตรงหน้า มือสั่น ๆรีบยกตุ๊กตาตัวจริงขึ้นมาเช็กดู พอเห็นว่ามันยังอยู่ เธอก็รีบพลิกหาต้นตอของภาพที่เห็นทันทีด้วยความตื่นตระหนก
ต้องมีเครื่องอะไรซ่อนอยู่ในตุ๊กตาแน่!!
แต่ไม่ว่าจะพลิกดูกี่รอบเด็กสาวก็ไม่พบความผิดปกติเลยสิ่งที่อยู่ในมือเป็เพียงตุ๊กตาตัวหนึ่งขนาดของมันก็เบาเกินกว่าจะมีเครื่องฉายภาพซ่อนอยู่ได้
[ใเหรอ ใใช่ไหม]เสียงเล็กนั้นดูพึงพอใจที่เห็นปฏิกิริยาตอบรับของเธอ
“ตัวอะไรเนี่ย!” เด็กสาวถามเสียงสั่นเครือ เธอโยนตุ๊กตาในมือไปไว้กลางเตียงกลัวว่าจะเกิดเื่หลอนอย่างถูกิญญาเร่ร่อนยึดร่าง
[เราคือ Good Luck System] ตุ๊กตาใบโคลเวอร์เวอร์ชันสามมิติหมุนตัวลอยไปมาในอากาศพร้อมกับแนะนำตัวด้วยรอยยิ้มกว้างดวงตาขีดเป็เส้นโค้งคล้ายสระอิ
“Good Luck System?” มอนเน่เผลอทวนชื่อตามอย่างลืมตัวก่อนจะรีบยกมือขึ้นปิดปากทันที เพราะกลัวว่าการที่เผลอขานตอบไปเมื่อครู่จะทำให้อีกฝ่ายสามารถใช้ประโยชน์จากตรงนี้ยึดร่างหรือควบคุมจิตใจของเธอเหมือนกับที่เคยได้ยินจากรายการเล่าเื่ผี
‘พ่อกลับมาแล้ว’
และในจังหวะที่มอนเน่ยังไม่สามารถรวบรวมสติมาพิจารณาได้เต็มร้อยเสียงบิดาก็ดังขึ้นมาจากชั้นล่างพอดี สมองจึงออกคำสั่งให้ร่างกายวิ่งไปผลักประตูออกอย่างแรง
ปึง!
และโชคดีที่มันเปิดได้ ไม่ได้ถูกขังเหมือนกับในหนังสยองขวัญที่เคยดู
[ใอะไรขนาดนั้นล่ะเนี่ยไม่ใช่ว่ามนุษย์ประเทศ Tชอบเื่เหนือธรรมชาติกันหรอกเหรอ?]
ระบบทำปากจู๋พึมพำอย่างแง่งอนไม่คิดว่าปฏิกิริยาของโฮสต์จะรุนแรงถึงเพียงนี้หรือเพราะอีกฝ่ายเพิ่งจะอายุ 17 ปีเลยยังไม่มีภูมิต้านทานเื่ผี ๆ กันนะ?
[แต่ผมไม่ใช่ผีสักหน่อยไม่ใกล้เคียงเลยด้วย!]
ระบบโอดครวญขณะลอยตามมอนเน่ลงไปยังชั้นล่าง เมื่อเห็นว่าเด็กสาวมีสีหน้าตื่นกลัวสุดขีดระบบก็เริ่มรู้สึกสงสัยในรูปลักษณ์ของตนเองขึ้นมาตงิด ๆ
หรือเขาจะโดนเพื่อนร่วมวิชาชีพแกล้ง?
ระบบค่อนข้างกังวลในเื่นี้รีบเรียกกระจกส่วนตัวออกมาส่องดูทันทีเพราะกระจกในโลกนี้ไม่สามารถสะท้อนเงาของมันได้
และภาพในกระจกก็ปรากฏรูปร่างตุ๊กตาใบโคลเวอร์อย่างที่มัน้า...แล้วเพราะอะไรโฮสต์ถึงได้วิ่งหนีมันป่าราบแบบนี้ล่ะ?
“มีอะไรเหรอลูก วิ่งหน้าตาตื่นลงมาเชียว”เมธัสถามพลางมองรอบตัวด้วยความระแวดระวัง ไม่บ่อยนักที่จะได้เห็นลูกแสดงอาการหวาดกลัวออกมา
“พ่อคะ! ห้องหนูมีผีค่ะมีผีลอยไปมาในอากาศเหมือน เอ่อ เหมือนตุ๊กตาใบโคลเวอร์ค่ะ ใช่ ๆเป็ตุ๊กตาที่หนูซื้อมาจากในห้างวันนี้มันลอยไปลอยมาแล้วก็พูดบอกว่าตัวเองเป็ระบบ” เพราะกำลังกลัวถึงขีดสุดเธอจึงเหมารวมว่าเ้าสิ่งแปลกปลอมที่ลอยอยู่ในอากาศได้เป็ภูตผีทั้งหมด
ไม่ว่าจะมาดีหรือมาร้ายถ้าไม่มีร่างกายให้จับต้องได้ เธอล้วนหวาดกลัวทั้งสิ้น!
[เหมารวมว่าเราเป็ผีไปแล้วจริง ๆ ด้วยใครเป็ิญญาชั้นต่ำแบบนั้นกัน!] เสียงแหลมเล็กบ่นออกมาอย่างรับไม่ได้
“กรี๊ดดด พ่อคะ มันตามลงมาแล้ว”มอนเน่ยกมือขึ้นชี้พร้อมกับวิ่งไปหลบด้านหลังผู้เป็พ่อ
“ไหนลูก พ่อไม่เห็นอะไรเลย”เมธัสใช้กระเป๋าทำงานโบกไปมาในอากาศ หวังขับไล่สิ่งที่ลูกหวาดกลัวให้หายไป
[ก็บอกว่าไม่ใช่ผีไงเล่าถึงจะตีอีกกี่ร้อยครั้งก็ไม่มีทางโดนหรอกน่า] ตุ๊กตาใบโคลเวอร์หมุนตัวไปมา ทั้งที่กระเป๋าทำงานของเมธัสปัดผ่านร่างมันไปหลายครั้งแต่กลับไม่มีเลยสักครั้งที่จะทำให้มันได้รับาเ็
“พ่อคะ!! มันไม่เป็อะไรเลย”
“ก็พ่อมองไม่เห็นนี่ลูก”ชายวัยกลางคนรู้สึกจนปัญญา ให้เขานั่งทำโอทีทั้งวันทั้งคืนยังง่ายกว่าการมาไล่ผีที่ตนมองไม่เห็นรวมถึงรับรู้ไม่ได้แบบนี้
[เฮ้อ ถ้าเป็แบบนี้ก็คงคุยกันไม่รู้เื่สักที]ระบบถอนหายใจ ร่างของมันค่อย ๆ จางลงทีละน้อยก่อนจะหายไป
“ไม่อยู่แล้ว” มอนเน่หันซ้ายหันขวา
“นี่มันอะไรกันมอนเน่ ลูกมองเห็นอะไรกันแน่ทำไมถึงได้กลัวมากขนาดนี้” เมธัสหันกลับมามองลูกสาว
“คือหนูไปซื้อตุ๊กตาในห้างมาค่ะพอเอากลับมาแล้วอธิษฐานตามที่ร้านค้าแนะนำก็มีตัวอะไรไม่รู้ลอยไปมาแถมยังบอกอีกว่าเป็ระบบ ยังไม่ทันที่มันจะพูดอะไรต่อพ่อก็กลับมาก่อนหนูเลยรีบวิ่งลงมาจากห้องค่ะ” เด็กสาวเล่าไปพร้อมกับทำมือทำไม้ไปมาในอากาศหวังให้พ่อเข้าใจในสิ่งที่เธอเจอ
“ระบบ?” เมธัสเลิกคิ้ว“หมายถึงระบบคอมพิวเตอร์? หรือระบบการทำงาน แบบนี้เหรอ?”คุณพ่อลูกหนึ่งที่ทั้งวันทำแต่งานย่อมไม่มีเวลาอ่านนิยายหรือวรรณกรรมที่กำลังฮิตติดตลาดในปัจจุบันมากนักคำที่ลูกสาวพูดออกมาจึงถูกเชื่อมโยงไปถึงสิ่งที่พอจะนึกออกแทน
“ระบบ??” ผิดกับมอนเน่ที่เพิ่งฉุกคิดคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ช่างคล้ายคลึงกับพล็อตในนิยายที่เธอเคยอ่านไม่มีผิด
“หรือสิ่งที่ลูกเห็นจะเป็กุมาร? ไม่เอานะลูก เอามาจากไหน เอาไปคืนเขาเดี๋ยวนี้เลยนะหรือจะให้พ่อเอาไปให้วัดก็ได้” เมธัสไม่อยากให้ลูกไปเกี่ยวข้องกับเื่ไสยศาสตร์แค่เข้าวัดทำบุญก็เพียงพอแล้วสำหรับปุถุชนคนธรรมดาอย่าหาเื่ถลำลึกไปเล่นกับอวิชชาเลย
“เอ่อ คือ… หนูเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าเมื่อกี้หนูเจอผีจริงๆ หรือหนูแค่ฝันไปค่ะ แหะ ๆ” หญิงสาวเกาแก้มพร้อมทั้งเสสายตามองไปทางอื่นอย่างรู้สึกผิด
“คือ... พอดีหนูเผลอนอนกลางวันแล้วฝันแปลก ๆอ่าใช่! หนูน่าจะฝันแปลก ๆ พอได้ยินเสียงพ่อก็เลยยังแยกความจริงกับความฝันไม่ออกแล้วรีบวิ่งลงมาตอนที่ยังไม่ตื่นดีพอมาลองนึกดูดี ๆ แล้ว หนูเองก็มองไม่เห็นอะไรเลยเหมือนกัน” มองซ้ายมองขวาด้วยความรวดเร็วคล้ายหาจุดที่โฟกัสสายตาไม่ได้
“แน่นะ” เมธัสย่นคิ้วปกติตนต้องทำงานตลอดทั้งวัน บางครั้งแม้แต่เสาร์อาทิตย์ก็ยังต้องไปทำโอทีทำให้เวลาที่มีให้ลูกลดน้อยลงตามไปด้วยเมื่อไม่ได้อยู่คลุกคลีกันเป็ประจำย่อมมองไม่ออกว่าลูกกำลังพูดความจริงหรือว่าโกหกอยู่กันแน่
“ค่ะพ่อ หนู… ขอขึ้นไปบนห้องก่อนนะคะจะไปล้างหน้าล้างตาสักหน่อย เดี๋ยวจะลงมาทำมื้อเย็นให้พ่อกินค่ะ”
เมื่อไรที่กลับมาจากรายการแข่งขันมอนเน่มักจะอาสาทำอาหารให้พ่อกินเป็ประจำเพื่อเอาใจคุณพ่อคนเก่งที่ตั้งใจทำงานหาเงินมาซัปพอร์ตความฝันของเธอ
เรียกง่าย ๆ ว่าประจบเอาใจก็ไม่ผิดนักแต่ทุกครั้งที่เธอทำแบบนี้ อาหารเย็นมื้อนั้นจะมีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะเสมอก็ได้แต่หวังว่าครั้งนี้ก็จะเป็แบบนั้นเหมือนกัน หวังว่าพ่อจะลืมเื่ที่เกิดขึ้นไปชั่วคราวนะ...
“...”
ถึงจะบอกพ่อไปแบบนั้นแต่พอเอาเข้าจริงมอนเน่ก็ยังไม่กล้าเข้าห้องตัวเองอยู่ดี ได้แต่ยืนจับลูกบิดประตูอยู่อย่างนั้นเนิ่นนาน
มันจะใช่อย่างที่เธอคิดจริง ๆ เหรอ?
เ้านั่นจะใช่ระบบที่เธอเคยอ่านเจอในนิยายจริงดิ?
แต่ส่วนใหญ่แล้วระบบพวกนี้มักโผล่ออกมาตอนที่ตัวเอกของเื่ตุยเย่ไม่ใช่เหรอเธอยังไม่ตายสักหน่อย แล้วระบบนี่โผล่มาได้ไง
[ก็โผล่มาก่อนที่เธอจะตายยังไงล่ะจะได้ไม่ต้องย้อนเวลาไปมาให้วุ่นวาย]
“เหี้ย!!”
[โอ้โฮ อุทานได้หยาบคายมาก]ระบบหน้าตาน่ารักอย่างเขารับไม่ไหว ถ้าเป็ลูกเป็หลานนี่ตีปากไปแล้วติดที่ว่าไม่ใช่เลยได้แต่มองด้วยสายตาตำหนิ
“ก็โผล่มาแบบนี้จะไม่ใได้ไงเล่า อุ๊บ!”มอนเน่ร้องเสียงดัง ก่อนจะรีบตะครุบปากแล้วหลุบตามองลงไปยังชั้นล่าง
[พ่อของเธอกำลังอาบน้ำอยู่ไม่ได้ยินเสียงเมื่อกี้หรอก] ระบบลอยมาอยู่ตรงหน้าพร้อมกับฉายภาพเมธัสขณะเดินเข้าไปในห้องอาบน้ำชั้นล่าง
บ้านที่เธอและพ่ออยู่อาศัยมีสองชั้น้ามีหนึ่งห้องนอนพร้อมกับพื้นที่สำหรับใช้สอยจำนวนหนึ่งส่วนชั้นล่างมีห้องนอนอีกหนึ่งห้อง ห้องน้ำ ห้องครัว และห้องรับแขกดังนั้นทุกครั้งที่พ่อกลับมาจากที่ทำงานพ่อจะเลือกอาบน้ำก่อนเป็อย่างแรกเพื่อให้เธอที่ชอบนอนดึกมาใช้ห้องน้ำในตอนกลางคืนได้อย่างสบายใจไม่ต้องกลัวว่าพ่อจะออกมาเห็นในสภาพไม่เหมาะสม
[แล้วนี่? ไม่กลัวกันแล้ว??]ใบโคลเวอร์ในรูปแบบสามมิติเลิกคิ้วมองเธออย่างพิจารณานิ้วเล็กสลับชี้ไปมาระหว่างตัวเธอกับเขา
“ก็… ยังกลัวอยู่ แค่ไม่มากเท่ากับเมื่อกี้”อยู่ ๆ ก็เจออะไรแบบนี้ เป็ใครก็ใทั้งนั้นแหละ เธอไม่ได้จิตแข็งสักหน่อยเห็นอะไรลอยไปลอยมาก็ต้องคิดว่าเป็ผีไว้ก่อนอยู่แล้ว
[ก็บอกว่าไม่ใช่ผีไง]
“อะ อ่านใจได้ด้วยเหรอ!”
[แน่นอนอยู่แล้ว]แขนเล็กยกขึ้นกอดอกอย่างผยองมันเล็กจนดูเหมือนเส้นถั่วงอกที่ไขว้กันไปมาในชามก๋วยเตี๋ยว
[ลองคิดดูสิ ถ้าไปออกรายการแข่งขันที่มีกล้องคอยจับตามองตลอด24 ชั่วโมงแล้วมีคนเห็นเธอพูดคนเดียวขึ้นมา ต้องมีสักคนที่คิดว่าเธอบ้าบ้างล่ะทางระบบคิดมาอย่างถี่ถ้วนแล้วถึงได้ใส่ฟังก์ชันพูดคุยภายในจิตใจขึ้นมาอย่างรอบคอบถึงจะเป็การเริ่มงานครั้งแรกก็ไม่พลาดหรอก อุ๊บ...]
“ครั้งแรก? หมายความว่ายังไง”ฟังดูทะแม่ง ๆ นะ
[เอ่อ คือ... นี่! จะยืนคุยหน้าห้องแบบนี้อีกนานไหมถ้าพ่อของเธอออกมาจากห้องน้ำ คราวนี้ท่านจะได้ยินเราสองคนคุยกันแล้วนะ] ตุ๊กตาใบโคลเวอร์ไม่เพียงทำเป็โมโหแต่ยังฉายภาพห้องน้ำชั้นล่างที่ไร้เสียงกิจกรรมด้านในแสดงให้เห็นว่าอีกไม่นานเมธัสคงออกมา
“...”คราวนี้เป็มอนเน่บ้างแล้วที่ต้องหรี่ตาพิจารณาสิ่งมีชีวิตแปลกปลอมนี้ให้ดี
เธอว่าหมอนี่ไม่ใช่ผีแล้วละแต่อาจจะเป็สิ่งมีชีวิตจากนอกโลกหรือระบบจากโลกอนาคตในอีกหลายพันปีข้างหน้าที่ส่งกลับมาเก็บข้อมูลของมนุษย์ในอดีตและอีกหลายทฤษฎีสมรู้ร่วมคิดที่เธอนึกออก
ที่แย่กว่าคือเธอเป็มนุษย์คนแรกที่ได้ทดลองใช้มัน!!
เด็กสาวเปิดประตูห้องตามที่ระบบแนะนำ จากนั้นก็เดินเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ตรงโต๊ะทำงานซึ่งอยู่ใกล้กับทางออกของห้องมากที่สุด
ฝ่ายระบบที่รู้ตัวว่าเผลอโพล่งความลับออกไปก็ได้แต่อึกอักพยายามคิดหาคำแก้ตัวมากมายเพราะถ้าโฮสต์รู้ว่าตัวเองเป็คนแรกของโลกที่ได้ทดลองระบบนี้จะต้องไม่เชื่อถือในความสามารถของมันแน่ๆ
แถมจบงานนี้เขาอาจถูกผู้บริหารระดับสูงเรียกไปตำหนิที่ทำความลับแตกด้วยตัวเองก็ได้…ฮือ
“เอาล่ะอธิบายฟังก์ชันการทำงานของนายให้ฟังหน่อยถ้านายเป็ระบบที่คอยช่วยโฮสต์เหมือนในนิยายจริง ๆ”
เด็กสาวเห็นตุ๊กตาใบโคลเวอร์อึกอักอย่างคนมีชนักติดหลังก็คิดว่าต้องเข้าเื่สักทีไม่อย่างนั้นวันนี้คงได้แต่จับผิดกันไม่จบไม่สิ้น
[ฮือ…ในที่สุดโฮสต์ก็สนใจฟังการทำงานสุดเทพของเราแล้วสินะ อะแฮ่ม เราคือ Good Luck System ระบบที่จะทำให้ความพยายามของโฮสต์เปล่งประกายถึงขีดสุด] หมุนตัวจุดพลุบนหัวให้ดูมีเอฟเฟกต์อลังการ
[โดยระบบจะแจกภารกิจให้โฮสต์ทำระดับความยากง่ายขึ้นอยู่กับแต้มคะแนนที่จะได้เมื่อทำภารกิจสำเร็จทำภารกิจง่ายก็ได้แต้มน้อย ทำภารกิจยากก็ได้แต้มมากซึ่งแต้มเหล่านี้จะแปลงเป็โชคดีเมื่อถึงเวลาที่โฮสต์้า หรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกกันว่า ‘เื่บังเอิญที่เกิดได้ยาก’เป็ไงครับ น่าสนใจสุด ๆ ไปเลยใช่ไหม~]