“พวกเจ้ากลับไปเถิดข้าอบรมลูกศิษย์ไม่ดีเอง แต่ข้าไล่พวกเขาออกจากโรงเรียนไปแล้วช่วยเจ้าเอาเงินชดเชยแล้วเช่นกัน ระหว่างพวกเราไม่มีสิ่งใดติดค้างกันอีก”
เรื่องที่หลินหวั่นชิวยั่วยวนพี่เขยถูกพวกหลินซย่าจื้อเล่าให้ภรรยาของซิ่วไฉฟังทั้งยังใส่สีตีไข่ว่าหลี่ซิ่วไฉยอมช่วยหลินหวั่นชิวเพราะเห็นว่านางยังสาวยังสวยและหว่านเสน่ห์เก่ง
ภรรยาซิ่วไฉโมโหมากคืนนั้นบิดหูด่าทอเขาชุดใหญ่
ตอนนี้หลี่ซิ่วไฉเพียงเห็นหลินหวั่นชิวกับเจียงหงหนิงก็ไม่สบอารมณ์เสียแล้ว
เดิมทีวันนั้นซิ่วไฉเฒ่าช่วยจัดการได้เรียบร้อยดีหลินหวั่นชิวรู้สึกขอบคุณเขาด้วยซ้ำแต่ภาพที่ซิ่วไฉเฒ่ากับเด็กรับใช้ชักสีหน้าตอนนี้รวมถึงความดูถูกและเหยียดหยามที่รุนแรงจนปิดบังไม่อยู่บนใบหน้าพวกเขาหลินหวั่นชิวย่อมไม่เอาหน้าร้อนๆ ไปนาบกับก้นเย็นๆ
เจียงหงหนิงเช่นกันถึงเขาจะอยากเรียนหนังสือเพียงใดแต่ไม่อยากให้หลินหวั่นชิวถูกกดขี่อีก
“พี่สะใภ้ พวกเรากลับกันเถิดข้าไม่อยากเรียนแล้ว” เขาออกแรงดึงหลินหวั่นชิวกลับบ้าน
เจียงหงหนิงขอสาบานว่าเขาจะตั้งใจเรียนพยายามให้พี่สะใภ้มีชีวิตที่ดี พยายามจนไม่มีผู้ใดกล้าดูถูกพี่สะใภ้
เพียงแต่…
หากไม่เรียนหนังสือเขาจะทำความปรารถนานี้ให้เป็นจริงได้อย่างไร?
เรียนวิชาต่อสู้กับต้าเกอแล้วไปเป็นทหารหรือ?
ระหว่างทางกลับบ้านเจียงหงหนิงเงียบมาก
หลินหวั่นชิวทนเห็นเขาเป็นเช่นนี้ไม่ได้พูดกับเจียงหงหนิงว่า “กลับไปตั้งใจเรียนกับเอ้อร์เกอเจ้าให้ดีที่ข้าพาเจ้าออกมาเพราะอาจารย์ที่โรงเรียนนี้เป็นคนเลอะเลือนกลัวจะสอนเจ้าได้ไม่ดี ถ้าในหมู่บ้านหาโรงเรียนยาก เช่นนั้นไปเรียนในเมืองข้าไม่เชื่อหรอกว่ามีเงินแล้วจะไม่มีที่เรียน!”
เจียงหงหนิงตกใจ “พี่สะใภ้ ข้าไม่ไปอำเภอ” ลำพังแค่ค่าเรียนของสถานศึกษาในอำเภอก็ปีละสิบตำลึงแล้วรวมกับค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าหมึกพู่กันต้องมีอย่างน้อยต้องมียี่สิบตำลึง
ข้อมูลนี้มาจากหลินจินเป่าตอนนั้นหลินซย่าจื้อฝากคนไปถามเพราะจะส่งหลินจินเป่าไปเรียนในอำเภอ
ตอนนี้หลินหวั่นชิวเข้าใจเจียงหงหนิงดีแค่พูดถึงเรื่องเรียน เด็กคนนี้ก็ตาเป็นประกายที่ตอนนี้บอกว่าจะไม่เรียนคงเพราะเสียดายเงิน
ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าค่าเรียนของสถานศึกษาในอำเภอสูงกว่าโรงเรียนเปิดเองในหมู่บ้าน
“ไม่เรียนหนังสือ? ไม่เรียนหนังสือแล้วจะทำกระไร? เป็นชาวนาไปตลอดชีวิตหรือ? เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องเงินตั้งใจเรียนอย่างเดียวเป็นพอ เรียนจบแล้วถึงจะไม่สอบเป็นข้าราชการเป็นเพียงเจ้าหน้าที่บัญชีในเมืองล้วนดีกว่าทำไร่ทำนาไม่ใช่หรือ? อยากได้สิ่งใดต้องรู้จักลงทุนเสียก่อนเจ้าอยากมีชีวิตที่ดีโดยไม่ลงทุนกระไรเลยไม่ได้ สวรรค์ไม่ใช่พ่อแท้ๆของเจ้าเสียหน่อย มีสิทธิ์ใดกัน?”
“พี่สะใภ้ ข้าจะทำตามท่านว่าข้าจะเรียนหนังสือ!” เจียงหงหนิงถูกหลินหวั่นชิวพูดโน้มน้าวสำเร็จ
พี่สะใภ้พูดถูกมีแต่การเรียนหนังสือเท่านั้นที่จะมีโอกาสเป็นข้าราชการ
ต้องเป็นข้าราชการเท่านั้นถึงจะหนุนหลังพี่สะใภ้ได้เขาจะทูลขอราชโองการแต่งตั้งให้พี่สะใภ้คนพวกนี้กับหลี่ซิ่วไฉเมื่อเจอนางจะต้องคำนับศีรษะทำความเคารพให้!
ดูซิว่าจะมีผู้ใดในหมู่บ้านกล้าดูถูกและพูดจาไม่ดีกับพี่สะใภ้อีก!
“ต้องเช่นนี้สิถึงจะเป็นเด็กดี!” หลินหวั่นชิวชมเจียงหงหนิงในใจเริ่มคิดว่าถ้าเจียงหงหย่วนเอาน้ำมันกระดูกเสือไปขายในอำเภอ นางจะตามเขาไปด้วยถือโอกาสถามข้อมูลเรื่องที่เรียนไปด้วยเลย
บ้านตระกูลเจียงเจียงหงหย่วนหลับไปสักพักก็ตื่น
เขาเห็นเจียงหงป๋อเกาะกำแพงค่อยๆเดินออกจากห้อง เกิดความปลื้มปิติขึ้นในใจ
ดูเหมือนภรรยาตัวน้อยจะดูแลเหล่าเอ้อร์ได้ดีมากเขาไม่อยู่บ้านแค่สิบวัน เหล่าเอ้อร์ไม่เพียงแต่ตากลมได้ แต่ยังรู้จักลุกขึ้นเดินเองเสียด้วย
เขาเลือกแต่งภรรยาถูกคนแล้วจริงๆ
“ต้าเกอ!” เจียงหงป๋อยิ้มทักทายเจียงหงหย่วน
เจียงหงหย่วนประคองเขาไปนั่งที่เก้าอี้ “เจ้าไม่ต้องรีบร้อนไม่ว่าเรื่องใดต้องค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป หากรีบเกินจนป่วยขึ้นมาอีกความลำบากของพี่สะใภ้เจ้าคงเสียเปล่า”
เจียงหงป๋อพยักหน้า “ข้าเข้าใจแล้วต้าเกอ ต้าเกอ…พี่สะใภ้ดีมากจริงๆนางทำของอร่อยให้พวกเรากิน ซื้อหมึกพู่กันกับตำรามาให้พวกเราด้วย”
“พี่สะใภ้ซื้อของพวกนี้ให้พวกเจ้า? นางเอาเงินมาจากที่ใด?” เจียงหงหย่วนจำได้ชัดเจนว่าตอนเขาออกไปในกล่องไม้มีเงินอยู่เพียงยี่สิบเหรียญทองแดง
ตอนนั้นเขารู้สึกว่าที่บ้านยังพอมีเสบียงและมีของป่าต่อให้กินหมดก่อนเขากลับมา เงินยี่สิบเหรียญทองแดงนี้น่าจะพอให้อยู่ได้อีกเพียงสองสามวัน
แต่หากซื้อหมึกพู่กันไม่ว่าชิ้นใดย่อมซื้อด้วยเงินจำนวนนี้ไม่ได้
“เป็นเงินเก็บส่วนตัวของพี่สะใภ้นางแอบไว้ข้างนอก ออกมาแล้วเพิ่งขุดออกมา พี่สะใภ้บอกพวกเราไม่ต้องกังวลสิ่งใดนางมีวิธีหาเงิน แต่เพราะเมื่อก่อนบ้านเหล่าหลินปฏิบัติกับนางไม่ดีนางจึงไม่อยากหาเงินให้หมาป่าฝูงนั้นใช้ เพิ่งแสดงความสามารถตอนนี้”
เจียงหงหย่วน “…”
เขาไม่รู้จะพูดสิ่งใดดี
เมื่อก่อนภรรยาตัวน้อยถูกบ้านเหล่าหลินกดขี่รังแกหากเขาเป็นนาง เขาคงไม่อยากใช้ความสามารถหาเงินเลี้ยงคนพวกนั้นเช่นกัน
ปวดใจ
ปวดใจมาก
เจียงหงหย่วนรู้สึกว่าหากตัวเองเกิดใหม่เร็วกว่านี้จะได้ช่วยนางออกมาจากบ้านเหล่าหลินได้เร็วขึ้น
แต่ในเมื่อเรื่องราวเป็นเช่นนี้ไปแล้วเช่นนั้นต่อไปนี้เขาจะดีกับนางให้มากขึ้นอีก
ภรรยาตัวน้อยเพิ่งแต่งเข้าบ้านตระกูลเจียงก็เอาเงินส่วนตัวออกมาจุนเจือครอบครัวเช่นนี้อีกทั้งยังเปิดเผยเรื่องที่ตัวเองหาเงินได้ให้ฟังเห็นชัดว่านางต้องการจะใช้ชีวิตร่วมกันกับเขาจริงๆ
เจียงหงหย่วนปวดใจแต่กลับรู้สึกหวานชื่น
ในใจกดดันเล็กน้อยภรรยาหาเงินเป็นเช่นนี้ เช่นนั้นเขาห้ามน้อยหน้าภรรยา ต้องพยายามให้มากขึ้นอีก
“พี่สะใภ้บอกข้าว่าเจ้าอยากเรียนหมอเจ้าคิดสิ่งใดอยู่ หากเพราะเรื่องเงินไม่ต้องเป็นห่วงต้าเกอดูแล้วเจ้าแข็งแรงกว่าเมื่อก่อนมาก หากดีขึ้นเรื่อยๆ เช่นนี้ต่อไปอีกไม่นานเจ้าย่อมไม่ต้องกินยาแล้วต้าเกอส่งเหล่าซานเรียนได้ต้องส่งเจ้าได้เช่นกัน เมื่อก่อนเจ้าชอบเรียนหนังสือหากไม่ใช่เพราะล้มป่วย ไม่แน่ว่าเจ้าอาจสอบซิ่วไฉผ่านแล้วเสียด้วยซ้ำ”
เจียงหงป๋อยิ้ม “ต้าเกอ ข้าอยากเรียนหมอจริงๆโดยเฉพาะหลังจากป่วยยิ่งอยากเรียน หากข้าร่ำเรียนสำเร็จจะได้ช่วยให้คนที่เป็นแบบข้าให้กลับมาแข็งแรง…”
อันที่จริงสาเหตุสำคัญคือหาเงินได้เขาจำได้ว่าต้าเกอเคยเชิญหมอที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งมาตรวจ ลำพังแค่ค่าตรวจอย่างเดียวก็ยี่สิบตำลึงเงินแล้วยังไม่รวมค่ายา
แต่ผลลัพธ์ล่ะ…
สุดท้ายก็เสียเปล่า
หมอกับหมอจีนพวกนี้มีแต่ห้ามไม่ให้เขาตากลมตรงกันข้ามกับพี่สะใภ้ที่ยืนยันให้เขาออกมาสูดอากาศทุกวันเปิดหน้าต่างในห้องให้อากาศถ่ายเท
ในที่สุดอาการป่วยของเขาถึงได้ค่อยๆดีขึ้น
ดังนั้นเจียงหงป๋อจึงรู้สึกว่าเป็นหมอแล้วได้เงินเยอะเขาอยากหาเงินมาดูแลครอบครัวให้สุขสบาย
ให้ต้าเกอไม่ต้องลำบากขนาดนั้น
ให้พี่สะใภ้มีบ่าวใช้ดูแลราวกับนายหญิงของครอบครัวที่ร่ำรวย
เจียงหงหย่วนเห็นเขาพูดด้วยความจริงใจก็ตอบว่า “ได้ หากเจ้าคิดดีแล้วก็ตกลงครั้งหน้าเข้าเมืองค่อยหาตำราแพทย์สักเล่มสองเล่มมาให้อ่านแบบที่พี่สะใภ้เจ้าว่ารอให้เจ้าหายสนิทก่อนค่อยหาที่เรียน”
อย่างไรก็เป็นช่องทางทำมาหากินเหล่าเอ้อร์คิดได้เช่นนี้เขาต้องสนับสนุนอยู่แล้ว
ที่สำคัญคือท่าทีที่เหล่าเอ้อร์กับเหล่าซานมีต่อภรรยาตัวน้อยต่างจากตอนที่เขาออกไปโดยสิ้นเชิงเรื่องนี้ทำให้เจียงหงหย่วนปลื้มใจ
ทั้งครอบครัวรักใคร่กลมเกลียวร่วมแรงร่วมใจทำงานหนักเพื่ออนาคต เช่นนี้ชีวิตมีแต่ดีขึ้นเรื่อยๆ เป็นแน่