นาฟเอ่ยถามจ้องมองไปที่จิตวิญญาณสาวที่ยืนอยู่ข้างหน้าเขา
จิตวิญญาณสาวจาชาเผยรอยยิ้มอ่อนโยนใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความมั่นใจและสงบเยือกเย็น นางเดินเข้ามาใกล้ก่อนจะนั่งลงข้างนาฟอย่างเงียบงัน สายตาของนางจับจ้องไปที่บันทึกบนโต๊ะพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น
"ระดับสาม... เจ้ารู้ไหมว่ามันเป็นขั้นที่สำคัญมาก?"
นางเอ่ยขึ้น
"ผู้ใช้พลังระดับสามจะเริ่มควบรวมพลังภายในตนเป็นมวลที่อัดแน่นจนกระทั่งพลังเหล่านั้นแปรเปลี่ยนเป็นพลังที่จับต้องได้ ส่องประกายแสงสีเขียวออกมามันเป็นขั้นที่แสดงถึงการควบคุมพลังอย่างแท้จริง
แต่การจะก้าวไปสู่ระดับสี่นั้นเจ้าไม่เพียงแค่ควบคุมพลังเป็นมวลอัดแน่นเท่านั้นแต่เจ้าจะต้องแปรเปลี่ยนมวลเหล่านั้นให้กลายเป็นของเหลวที่เปล่งประกายสีฟ้านั่นแหละคือระดับสี่ที่แท้จริง"
นาฟฟังด้วยความตั้งใจ พลางพยักหน้าเบาๆเข้าใจถึงความซับซ้อนของระดับพลังที่เขามีอยู่ แต่ความกังวลยังคงไม่จางหาย
"แต่ว่า... ข้ายังอยู่แค่ระดับสามข้าอาจจะไม่สามารถฝึกทักษะที่สูงส่งแบบนี้ได้ข้ากลัวว่ามันจะเกินความสามารถของข้า"
จิตวิญญาณสาวหัวเราะเบาๆน้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตัวเขา
"เจ้ากำลังมองตนเองต่ำไป...ระดับสามของเจ้านั้นแข็งแกร่งที่สุดในหมู่ผู้ใช้พลังระดับเดียวกันเจ้าสามารถควบรวมพลังได้อย่างสมบูรณ์แบบอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนทำไมเจ้าจะฝึกไม่ได้ล่ะ?"
นางยื่นมือออกมาแตะที่ไหล่ของนาฟอย่างอ่อนโยนสายตาของนางเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
"พลังของเจ้านั้นแตกต่างจากผู้อื่นเจ้ารู้ดีใช่ไหมว่าเจ้าไม่ใช่ผู้ใช้พลังธรรมดา ทุกสิ่งที่เจ้าทำทุกความพยายามของเจ้า จะพาเจ้าก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเองได้เสมออย่าให้ระดับพลังมาหยุดยั้งความตั้งใจของเจ้าจงใช้ทักษะเหล่านี้เป็นเครื่องมือในการผลักดันตัวเองไปข้างหน้า!"
นาฟหมองจิตวิญญาณสาวด้วยความรู้สึกอบอุ่นและเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้นเขาพยักหน้าอย่างเงียบๆ ก่อนจะหันกลับไปมองบันทึกโบราณสองเล่มบนโต๊ะคราวนี้เขาไม่มีความลังเลอีกต่อไปแล้ว
ดวงตาเต็มไปด้วยความคิดคำนึงและความปรารถนาที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเองเสียงหายใจของเขาเบาลงขณะหนึ่ง ก่อนที่จิตใจจะพาเขากลับไปยังความทรงจำของการต่อสู้ที่เพิ่งผ่านมา
ภาพขององค์ชายสามที่ต่อสู้กับมฤตยูดำก็ปรากฏขึ้นในจิตใจของเขาองค์ชายผู้ใช้พลังควบคู่กับทักษะอย่างชำนาญ ทุกการเคลื่อนไหวเปี่ยมด้วยพลังความแข็งแกร่งที่เปล่งประกายจากการควบคุมพลังได้อย่างสมบูรณ์แบบการต่อสู้ที่ไม่มีช่องว่างให้ศัตรูได้ตอบโต้ความสามารถในการรวมทักษะและพลังเข้าด้วยกันอย่างไร้ที่ติ
แต่สิ่งที่ทำให้นาฟทึ่งที่สุดกลับเป็นครูใหญ่ของเขาเองภาพการเคลื่อนไหวที่เหนือธรรมชาติของครูใหญ่ยังคงฝังลึกอยู่ในใจครูใหญ่ผู้สามารถพาเขาเคลื่อนย้ายไปมาในพริบตาโดยที่เขาแทบไม่รู้ตัวความรวดเร็วของครูใหญ่เป็นสิ่งที่พระเอกไม่เคยพบเห็นในผู้ใช้พลังคนใดมาก่อนไม่ว่าจะเป็นการโจมตี การป้องกัน หรือการเคลื่อนไหวทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นอย่างไร้ที่ติ ทักษะอันลึกลับที่เหนือธรรมดานี้ทำให้นาฟต้องยอมรับในความสามารถของครูใหญ่โดยไม่มีข้อสงสัยใดๆ
ทุกสิ่งที่เขาได้เห็นล้วนแล้วแต่เป็นผลมาจากการฝึกฝนทักษะเสริมอย่างชำนาญ
ตำราในมือของเขาเหล่านี้อาจเป็นกุญแจที่จะพาเขาก้าวสู่ระดับพลังที่ยิ่งใหญ่กว่านี้เขารู้ดีว่าหากต้องการยืนอยู่ในจุดเดียวกับผู้ที่เขาชื่นชม เขาจะต้องฝึกฝนวิชาและทักษะเสริมเหล่านี้อย่างไม่หยุดยั้ง
ภายในถ้ำส่วนตัว นาฟพยายามหาความเกี่ยวเนื่องของพลังที่ตนมีกับทักษะเสริมสองเล่มนี้เขาก็นึกถึงพลังพิเศษที่ตนเองมีอยู่ทั้งสี่ชนิด
“ทักษะสุญญากาศ...” เป็นพลังพิเศษสายพลังชนิดแรกที่เขามี เป็นพลังโจมตีที่ทรงพลังที่สุดของเขา โดยการควบแน่นการจู่โจมกลายเป็นสุญญากาศระเบิดทำลายได้แทบทุกสิ่งขึ้นอยู่กับปริมาณการควบรวมพลัง
“ย่างเวหา...”เป็นพลังพิเศษสายควบคุมที่บีบอัดมวลอากาศใต้ฝ่าเท้าและส่งแรงระเบิดในพริบตาหรือควบรวมมวลอากาศให้หนาแน่นใช้ในการหยัดยืนหรือก้าวย่าง
“กลืนสรรพสิ่ง...” เป็นพลังพิเศษสายมิติที่สามารถดูดวัตถุเข้ามาในวงมิติชั่วคราวและผลักวัตถุสิ่งนั้นออกได้จากทุกทิศทาง
“เวทย์ตึงจิต...” เป็นพลังพิเศษสายชีวิตที่สามารถตึงจิตวิญญาณของสิ่งมีชีวิตไม่ให้ขยับเขยื้อนได้ชั่วขณะหรือแม้กระทั้งบังคับร่างกายได้ชั่วครู่ใช้กับคู่ต่อสู้ที่เป็นสิ่งมีชีวิต
พลังพิเศษทั้งสี่ชนิดนี้ได้รับมาจากพลังการคัดลอก พลังของสัตว์แปลงเป็นความสามารถแปลกประหลาดที่ติดมากับตัวเขาซึ่งการใช้พลังในแต่ละครั้งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในแต่ละครั้ง
นาฟสูดลมหายใจช้าลงเป็นจังหวะ เขาค่อยๆเปิดตำราเล่มแรก “ทักษะดาบพลัง” เนื้อหาภายในตำราเต็มไปด้วยความซับซ้อนทุกตัวอักษรเผยให้เห็นถึงเคล็ดวิชาที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมพลังภายในและภายนอกให้ผสานเป็นหนึ่งเดียว
ทักษะดาบพลังถูกออกแบบมาให้เสริมพลังของผู้ใช้พลังพิเศษสายพลังโดยเฉพาะโดยการปลดปล่อยพลังจากภายในออกมาเสริมส่งทุกการโจมตีด้วยดาบให้ยิ่งใหญ่และทรงพลังมากขึ้น
พลังที่เกี่ยวข้องกับทักษะเสริมชนิดนี้ก็คงเป็น
"ทักษะสุญญากาศ..." การควบคุมการโจมตีแบบสุญญากาศเป็นพลังที่ทรงพลังอย่างมาก เมื่อควบคู่กับทักษะดาบพลัง เห็นได้ชัดว่าสามารถปลดปล่อยพลังในตัวออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพเสริมส่งให้ทุกการโจมตีด้วยดาบเป็นดั่งพายุสุญญากาศที่รุนแรงและแผ่ขยายออกไปอย่างไร้ขีดจำกัด