หลิวอี้ยังคงติดตามขบวนของกลุ่มนักหลอมโอสถต่อไปเพราะว่าเขาไม่รู้เส้นทาง
การต่อสู้ของชายหนุ่มกับสัตว์อสูรระดับปรมาจารย์ได้สิ้นสุดลง เป็นชายหนุ่มที่มีสายเลือดมังกรสามารถสังหารสัตว์อสูรตนนั้นได้สำเร็จ จึงทำให้ขบวนที่หยุดชะงักสามารถเดินทางต่อได้ กลุ่มคนคุ้มกันขบวนของหลิวอี้เร่งรีบควบม้าติดตามกลุ่มของหลิวอี้ไป
กลุ่มนักหลอมโอสถได้หยุดแวะพักที่โรงเตี้ยมข้างทาง
หลิวอี้เห็นแบบนั้นก็ค่อนข้างที่จะแปลกใจ กลางป่ากลางเขาแบบนี้แถมยังเป็นเขตของสัตว์อสูรทำไมถึงมีคนกล้าที่จะมาเปิดโรงเตี้ยมอยู่แถวนี้ แถมยังเป็นโรงเตี้ยมที่ใหญ่มากอีกด้วย หลิวอี้ไม่ได้เข้าไปข้างในโรงเตี้ยม เขาหยุดรถม้าอยู่ที่ด้านหน้า จากนั้นเขาเข้าไปภายในรถม้า
“ทำไมท่านถึงไม่เข้าไปภายในโรงเตี้ยมละ”เย่เอ๋อพูดขึ้นมา
“เจ้าไม่รู้สึกว่ามันแปลกบ้างหรือไง กลางป่าเขาแบบนี้กลับมีโรงเตี้ยมเปิดอยู่”
“มันก็ไม่เห็นแปลกอะไร”
หลิวอี้เอานิ้วดีดไปที่หน้าฝากของเย่เอ๋อ นางร้องออกมาเบาๆ
“เจ้าช่างโง่ยิ่งนัก เดียวอีกไม่นานเจ้าจะได้รู้เอง”
เย่เอ๋อนางไม่เข้าใจในสิ่งที่หลิวอี้ต้องการจะสื่อ คงทำได้เพียงแค่รอดูต่อไป
ที่หลิวอี้ไม่ยอมเข้าไปเพราะว่าเขาเห็นม่านพลังที่ถูกกางปกคลุมโรงเตี้ยมเอาไว้ ต้องมีพลังระดับจักรพรรดิจึงจะสามารถสร้างม่านพลังที่เเข็งเเกร่งแบบนี้ขึ้นมาได้ ที่นี่ยังเป็นเขตเเดนของสัตว์อสูร ระดับจักรพรรดิที่เป็นมนุษย์จะมาอยู่ในที่แห่งนี้ทำไม หลิวอี้มีเพียงแค่ความคิดเดียว จักรพรรดิที่กางม่านพลังคงจะเป็นสัตว์อสูรแน่นอน
ภายในโรงเตี้ยมกลุ่มของนักหลอมโอสถกำลังกินอาหาร พนักงานภายในโรงเตี้ยมมีเพียงแค่คนเดียวเขาเป็นเพียงชายแก่คนหนึ่งเท่านั้น หลังจากที่กลุ่มของนักนักหลอมกินอาหารเพียงไม่นานพวกเขาทุกคนก็หลับไป
ชายแก่เจ้าของโรงเตี้ยมทำการขโมยแหวนมิติของกลุ่มนักหลอมโอสถทุกคน จากนั้นเขาเดินออกมาจากโรงเตี้ยม อยู่ๆโรงเตี้ยมขนาดใหญ่ก็หายไป เหมือนกับว่ามันไม่มีอยู่ตั้งแต่แรก ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเพียงภาพลวงตาที่ถูกชายแก่ที่เป็นสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิสร้างขึ้นมา
หลิวอี้กับเย่เอ๋อยืนมองเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้น เย่เอ๋อนางไม่เคยเห็นสิ่งที่ประหลาดเช่นนี้และที่สำคัญนางยังไม่เคยพบเจอสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่สามารถกลายร่างเป็นมนุษย์มาก่อน ตอนแรกหลิวอี้เล่าให้นางฟังนางก็ยังไม่เชื่อจนนางได้เห็นด้วยตาตัวเอง
แปะ แปะ แปะ เสียงปรบมือดังขึ้นมา
ชายแก่มองไปยังทิศทางที่หลิวอี้กับเย่เอ๋อยืนอยู่ เขาเห็นชายหนุ่มกำลังยืนปรบมือและยังยิ้มให้กับเขาอีกด้วย
“หลิวอี้ พวกเรารีบไปจากที่นี่กันเถอะ ไม่งั้นพวกเราอาจจะถูกเขาสังหาร”เย่เอ๋อตอนนี้นางรู้สึกกลัวเป็นอย่างมากถึงแม้ว่านางจะรู้ว่าหลิวอี้ไม่ธรรมดาแต่ระดับพลังของเขาอยู่เพียงแค่ระดับเดียวกับนางคือระดับนักรบขั้นสูง ส่วนสัตว์อสูรที่อยู่ตรงหน้ามีระดับที่ห่างจากพวกเขาทั้งสองมากมายยิ่งนัก
“เจ้าไม่ต้องกลัว วันนี้เป็นวันที่เจ้าและข้าได้พบกับโชควาสนาครั้งใหญ่”
เย่เอ๋อตอนนี้นางอยากจะวิ่งไปจากที่ตรงนี้ไปให้ห่างจากหลิวอี้
ชายแก่ที่เป็นสัตว์อสูรเดินเข้าไปหาหลิวอี้
“การที่เจ้าปรบมือแบบนี้มันหมายความว่ายังไง”
“ข้าเพียงแค่ชอบใจในแผนการของเจ้าที่สามารถหลอกพวกกลุ่มนักหลอมโอสถพวกนั้นได้ แถมเจ้ายังปล้นพวกเขามาจนหมดตัว”
ชายแก่ตกใจ ทำไมชายหนุมคนนี้ถึงสามารถมองเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้ ทั้งๆที่เขากางม่านพลังเอาไว้แล้ว
“ในเมื่อเจ้าเห็นทุกอย่าง วันนี้คงเป็นวันสุดท้ายของเจ้า”
ฝ่ามือที่มีพลังระดับจักรพรรดิพุ่งเข้ามาหาหลิวอี้กับเย่เอ๋อด้วยความรวดเร็ว สัตว์อสูรไม่กล้าที่จะประมาทเข้าใช้พลังทั้งหมดของเขาในการสังหารพวกเขา
หลิวอี้วาดกระบี่ขึ้นจากพลังปราณและเข้าปะทะกับพลังฝ่ามือของชายแก่
กระบี่และฝ่ามือเข้าปะทะกัน เป็นชายแก่ที่กระเด็นถอยหลังกลับไปสิบกว่าก้าว เขาล้มลงกับพื้นพร้อมทั้งกระอักเลือดออกมา
หลิวอี้รีบเขาไปหาชายแก่จากนั้นก็ทำการปล้นชิงเเหวนมิติของชายแก่ทั้งหมดรวมทั้งแหวนมิติที่ชายแก่ขโมยมาจากกลุ่มนักหลอมโอสถ
“วันนี้ข้าอารมณ์ดี ข้าจะปล่อยเจ้าไป”
ชายแก่ได้ยินเช่นนั้นเขารีบกลับร่างเป็นงูยักษ์และรีบเลื่อยออกไปด้วยความรวดเร็ว
เย่เอ๋อได้แต่เอามือปิดปากตัวเอง นางไม่อยากจะเชื่อว่าหลิวอี้จะสามารถเอาชนะคนที่มีพลังระดับจักรพรรดิได้
“เย่เอ๋อพวกเราออกเดินทางต่อได้แล้ว”
เย่เอ๋อพึ่งจะได้สติจากการเรียกของหลิวอี้
“แล้วพวกเขาละ”เย่เอ๋อชี้ไปยังทิศทางของกลุ่มนักหลอมโอสถ
“พวกเขาจะไม่เป็นไร ขนาดสัตว์อสูรยังไม่กล้าที่จะสังหารพวกเขา”
หลิวอี้ขับรถม้าออกไปจากที่ตรงนี้ เขาเริ่มรู้สึกขี้เกียจขับรถม้าแล้ว เขาอยากจะเข้าไปภายในรถม้าและนอนกอดสาวงามในระหว่างเดินทาง แต่ก็ไม่สามารถทำได้เพราะไม่มีใครมาขับรถม้าแทนเขา
ขบวนของกลุ่มชายหนุ่มที่ต่อสู้กับสัตว์อสูรมาถึงบริเวณโรงเตี้ยม พวกเขาพบเห็นกลุ่มนักหลอมโอสถนอนไม่ได้สติจึงรีบเข้าไปดูและช่วยเหลือพวกเขา
“พวกท่านเป็นยังไงบ้าง เกิดอะไรขึ้นกับพวกท่าน”ชายหนุมคนนั้นถามกลุ่มของนักหลอมโอสถ
“พวกเราแวะกินอาหารที่โรงเตี้ยม นอกนั้นพวกเราจำอะไรไม่ได้”ชายวัยกลางคนพูดขึ้นมา บนเสื้อของเขามีดาวติดอยู่เจ็ดดาว บ่งบอกว่าเขาเป็นนักหลอมโอสถระดับ เวหาขั้นต่ำ
ทุกคนเริ่มสำรวจแหวนมิติ พวกเขาจึงได้รู้ว่าแหวนมิติของพวกเขาถูกขโมยไปจนหมด
“เเย่แล้ว พวกเราทุกคนถูกขโมยเเหวนมิติ”เสียงของชายหนุ่มวัยกลางคนพูดขึ้นมา