ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    เล่มที่ 5 บทที่ 147 ฝูงมังกรหวนคืนสมุทร

            ปี ค.ศ. 2021 ณ เมืองผานซาน มณฑลหมิงสุ่ย ประเทศหวาซย่า

            อาชีพเก่าแก่อย่างโรงประมูลสินค้าเริ่มลดน้อยลงท่ามกลางยุคโลกาภิวัตน์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ทุกวันแต่ที่มณฑลหมิงสุ่ยยังคงมีโรงประมูลสินค้าเก่าแก่อยู่หลังหนึ่งตัวอาคารสร้างขึ้นจากไม้ทั้งหลัง ด้านในมีห้องห้องหนึ่งที่ติดป้ายไม้แลดูมีมนตร์ขลังว่า“โรงประมูลจินโต้ว” ที่แห่งนี้เป็นสถานที่ใจกลางของเมืองที่อยู่มาเป็นร้อยปี

            ค่ำคืนหนึ่ง ณ เวลาเที่ยงคืนตรง แต่ที่แห่งนี้ยังคงเปิดไฟสว่างไสวผู้คนมากมายต่างพากันเดินเข้าไปข้างในมีผู้เฒ่าคนหนึ่งสวมใส่ชุดคลุมปักลายมังกรและพญาหงส์ของสมัยราชวงศ์ถังนั่งดีดลูกคิดอยู่

            ลูกคิดจีนถูกดีดขึ้นไปดัง “แปะ” ผู้เฒ่าเงยหน้าขึ้นมาขยับแว่นทรงกลมเขาพยายามสะกดความตื่นเต้นลง สายตากวาดมองพนักหน้าเบื้องหน้าสักพักจากนั้นเสียงพร่าแหบก็เปล่งขึ้น “ตรวจดูความเรียบร้อยให้ละเอียด! อีกสิบนาที!พวกนายจะได้พบกับคนที่ทั้งชีวิตอาจไม่ได้พบเห็น!ถ้าใครทำหน้าผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว ก็จงไสหัวไปอย่าได้เหลียวกลับ!”

            ทุกคนนิ่งเงียบ หากมองใบหน้าทุกคนดีๆ จะพบว่าสีหน้าพวกเขาแดงเรื่ออย่างผิดปกติแม้แต่พนักงานที่ทำความสะอาดพื้น สายตาของเขาก็ไม่ละห่างออกจากประตูเลย!

            “พรึบ...” ตอนนี้ละอองแสงอณูปราณขาวเรืองรองสว่างระยิบระยับขึ้นบนท้องฟ้าเหนือโรงมูลสินค้าจินโต้วขึ้นไปคล้ายหมอก ดุจม่านบาง ครอบคลุมพื้นที่ในรัศมีของโรงประมูลตั้งแต่ผืนฟ้าจรดพื้นดินขีดกั้นตัวเองออกจากโลกผ่านนอกอย่างสมบูรณ์ หากเกิดอะไรขึ้นด้านในคนนอกไม่มีทางรับรู้แน่นอน

            คนภายนอกมองเข้ามา จะเป็นเพียงภาพมายา ดอกไม้กลางดงหมอกหรือเงาจันทร์บนผิวน้ำ

            “กุบกับ...” ในเวลาเดียวกัน เสียงราชรถม้าก็ดังขึ้นบริเวณประตูทางเข้าคล้ายผู้เฒ่าในชุดคลุมรอมาเนิ่นนาน วินาทีต่อมาชายคนหนึ่งก็ปรากฏ​ตรงหน้าประตูทันทีพนักงานทุกคนโค้งตัวคำนับและพูดขึ้นเสียงดังฟังชัดพร้อมกัน“ยินดีต้อนรับท่านรองผู้นำจินเจิ้นซานสู่โรงประมูลสินค้าจินโต้วครับ/ค่ะ!”

            พลังกดดันวิญญาณขั้นจู้จีถูกเขาสะกดเอาไว้อย่างอยู่หมัดเพราะคืนวันนี้เป็นคืนอันยิ่งใหญ่ที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึกและเป็นค่ำคืนสำคัญที่โรงประมูลสินค้าจินโต้วมีบทบาทดังนั้นจึงมิควรทำตัวบ้าอำนาจบาตรใหญ่เขาไม่ต้องการให้พลังกดดันวิญญาณของตนทำแขกจากกองกำลังและตระกูลใหญ่แตกตื่นหรือเกิดความรู้สึกอึดอัด

            เขารู้ดี แขกที่มาร่วมงานวันนี้ต่างเป็นตระกูล องค์กร หน่วยงาน และกองกำลังระดับสูงระดับแนวหน้าของประเทศ!

            ทั้งตระกูลหนานกงและตระกูลเซวียนหยวนที่เป็นตระกูลผู้ฝึกตนเผ่าปีศาจว่ากันว่าผู้เฒ่าประจำตระกูลที่ตบะกึ่งขั้นจินตันเริ่มเคลื่อนไหวเมื่อสามวันก่อน...รองผู้อำนวยการ CSIB หยางชิงซานและรองผู้บังคับบัญชาแห่งอวี้หลินเว่ยโหมวจื่อซ่านที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสัตว์ประหลาดที่เก็บตัวไม่รู้กี่ปีได้ออกจากฌานและปรากฏตัวอยู่ที่โรงแรมในเมืองผานซานเมื่อคืนวันก่อน

            ผู้ฝึกตนเก็บตัวฝึกตนมาหลายปีที่คล้ายเหล่ามังกรกระจายอยู่ทั่วสารทิศหรือผู้ฝึกตนบางคนที่อาจจะบรรลุเป็นจินตันจินเหรินอย่างเงียบๆต่างปรากฏตัวโผล่หน้าออกสังคมอีกครั้งเพียงเพราะข่าวเรื่องโอสถวิเศษปรากฏขึ้นบนโลก!

            ความคิดมากมายเอ่อล้นขึ้นมาในห้วงสมองเขามองเข้าไปในราชรถม้าโบราณสีดำสนิทด้านหน้า บริเวณที่นั่งมีผ้าม่านบางๆคล้ายมองทะลุเข้าไปได้ปรากฏเงาร่างสามร่าง ทว่ามองเห็นไม่ชัดเจน

            เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หนึ่งเฮือก ในหัวปราศจากความคิดเพ่งจิตสำรวจเพราะเขามองออกว่า... ผ้าม่านบางๆ ผืนนั้นลงอาคมสกัดกั้นไว้หลายบท!

            นี่เป็น... วัตถุเวทมนตร์ล้ำค่า!

            ไม่ใช่วัตถุเวทมนตร์ธรรมดา! แต่เป็นวัตถุเวทมนตร์ล้ำค่า!

            มีแต่ผู้ฝึกตนขั้นจู้จีระดับกลางขึ้นไปถึงจะมีพลังปราณเข็มข้นพอจะใช้มันได้ลำพังวัตถุเวทมนตร์ทั่วไปก็มีน้อยแล้ว แต่วัตถุเวทมนตร์ล้ำค่ามีน้อยยิ่งกว่า!ผ้าม่านผืนนี้ นอกจากอาคมสกัดกั้นแล้วเขายังรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ทิ่มแทงยามเพ่งจิตมองเข้าไป!

            “พึบ...” ใบหม่อนหนึ่งใบลอยออกมาจากผ้าม่าน น้ำเสียงพร่าแหบหย่อนยานจากความแก่ชราคล้ายนอนปิดฝาโลงดังขึ้นยืดยานทว่ากลับชวนให้รู้สึกเสียวสันหลังวูบวาบขึ้นมา“ฉัน...​แค่กๆ ... คงไม่ได้มาสายไปนะ...”

            วินาทีต่อมาจินเจิ้นซานเหลือบเห็นแค่แวบเดียวจึงรีบโค้งคำนับและรุดตัวเข้าไปรับทันที“ท่านผู้นำซางเย้แห่งตระกูลหมิงตระกูลผู้ฝึกตนปีศาจที่สูงส่งมาเยือนที่นี่ด้วยตัวเอง นับว่าเป็นเกียรติของโรงประมูลจินโต้วอย่างยิ่งครับ!”

            ในเวลาเดียวกัน อยู่ๆ อาคารด้านหลังของเขาก็เปล่งแสงสว่างสีทองออกมายันต์อาคมมากมายเรืองแสงขึ้นทันที จากนั้นมิติด้านหน้าจินเจิ้นซานก็เริ่มบิดเบี้ยวและค่อยๆ เกิดเป็นรอยแยกมิติขนาดหนึ่งเมตรขึ้นหนึ่งรอย

            “ตราเวทมังกรขดผ่ามิติงั้นเหรอ?” เสียงคนแก่ดังออกมาจากราชรถอีกครั้งและยังคงเป็นเสียงคล้ายศพเหมือนเดิม“ขึ้นชื่อว่าเป็นตราเวทสร้างพื้นที่มิติส่วนตัว... ครั้งนี้ดูเหมือนโรงประมูลจินโต้วจะทุ่มสุดตัวเหมือนกันนะ...”

            ผู้เฒ่าขึ้นอย่างไม่ต้องรอจินเจิ้นซานเอ่ยตอบ ต่อจากนั้นมนุษย์สำริดข้างหน้าก็ฟาดแส้ม้าสำริดสี่ตัวพลันร้องส่งเสียงและพุ่งเข้าไปในช่องมิติทันที

            เมื่อจินเจิ้นซานที่ยืนตัวสั่นอย่างควบคุมไม่อยู่เห็นราชรถม้าพุ่งเข้าไปในช่องมิติก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

            “ท่าน ท่านรองผู้นำ...” เพิ่งโล่งอกได้ไม่นานน้ำเสียงสั่นเครือก็ดังมาจากด้านหลัง “เมื่อครู่คือตระกูลหมิงเหรอครับ? ได้ยินว่าพวกเขาเป็นตระกูลผู้ฝึกตนปีศาจหนึ่งในห้าอันดับแรกของประเทศพลังกดดันวิญญาณเมื่อครู่... ช่างน่าสยองเหลือเกิน!”

            จินเจิ้นซานปาดเหงื่อที่หน้าผาก สำหรับเขาแล้วงานวันนี้ห้ามทำเสียหน้าเด็ดขาดพนักงานต้อนรับในวันนี้จึงเป็นผู้จัดการสาขาของแต่ละมณฑลที่มีตบะขั้นจู้จีขึ้นไป!

            ความเยือกเย็นคล้ายก้นนรกไร้แสงส่องถึงแบบนี้คล้ายกลิ่นอายหนาวเหน็บในสุสานยามค่ำคืน รู้สึกอึดอันยามเผชิญหน้า

            “ใช่แล้ว...” ครั้นจินเจิ้นซานกำลังยกแก้วชาขึ้นมาจิบ อยู่ๆสีหน้าทุกคนก็เคร่งขรึมลง

            จินเจิ้นซานเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า ตอนนี้หมู่เมฆบนท้องฟ้าเริ่มเคลื่อนไหว

            ไม่ใช่การเคลื่อนทางธรรมชาติ แต่มันเคลื่อนไหวเหมือนมีชีวิต! มันม้วนตัวกลายเป็นเกลียวคลื่น!บดบังแสงจันทร์จนเริ่มหม่นหมอง!

            “นี่มัน...” แข้งขาของจินเจิ้นซานไร้เรี่ยวแรง ริมฝีปากแห้งผากทันที

            เขาไม่คิดไม่ฝันว่าจะมาเร็วขนาดนี้!

            “นี่มันปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ!”พนักงานด้านหลังคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “นี่มันปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ!”

            “เมื่อเจินเหรินปรากฏตัว! ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติย่อมบังเกิด!”“จินตันเจินเหริน! นี่คือจินตันเจินเหริน! พระเจ้า!” “ไม่นึกว่าชีวิตนี้ฉันจะได้พบกับจินตันเจินเหรินตัวเป็นๆ !” 

            ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาเร็วขนาดนี้!

            ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมากะทันหันแบบนี้!

            แขกคนแรกคือตระกูลหมิง หนึ่งในห้าตระกูลผู้ฝึกตนเผ่าปีศาจที่ยิ่งใหญ่

            แขกคนที่สอง... คือจินตันเจินเหริน!

            “ขอต้อนรับท่านอาวุโส!” “ขอต้อนรับท่านอาวุโส!” “ขอต้อนรับท่านอาวุโส!”

            “พึบ พึบ พึบ!” ทุกคนนั่งคุกเข่าลงอย่างไม่ลังเล! 

            สายลมไร้ซุ่มเสียงพัดพาดวงแสงเรืองรองคล้ายฝูงหิ่งห้อย เพียงพริบตาก็กลายเป็นท้องทะเลหิ่งห้อยทันที

            ท่ามกลางทะเลแสงเรืองรองแพรวพราวนี้มีเพียงคนเดียวกำลังค่อยๆ ย่างกรายเข้ามา

            “ขอต้อนรับท่านอาวุโส!!!” จินเจิ้นซานตาแดงเรื่อตะโกนต้อนรับด้วยเสียงพร่าแหบอีกครั้งนับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ชีวิตนี้ได้พบจินตันเจินเหรินตัวเป็นๆ !

            แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมา เขาก็ยิ่งตะลึงเป็นไก่ตาแตก

            เพราะคนที่กำลังเดินเข้ามาเป็นผู้ชายใส่แว่นธรรมดาคนหนึ่ง สวมใส่ชุดสูทในมือถือกระเป๋าเอกสาร บริเวณหน้าอกปักตราโรงเรียนมัธยมเมืองโหมวตูกำลังระบายยิ้มอย่างเป็นกันเองและเดินเข้ามาอย่างสบายๆ

            “คุณ! คุณ! คุณไม่ใช่....” 

            คุณไม่ใช่หนึ่งในสิบจินตันเจินเหรินที่ทุกคนรู้จัก! !

            จินเจิ้นซานตกใจจนหัวใจแทบหลุดออกมาจากอก!

            เขาเตรียมใจมาแล้วว่าอาจจะต้องเจอกับจินตันเจินเหรินที่เก็บซ่อนตัวแต่นึกไม่ถึงว่า... จะมาแค่คนเดียว!

            แต่งตัวธรรมดา ท่าทางก็ดูธรรมดาแต่ว่าปรากฏการณ์ธรรมชาติเมื่อครู่เกิดจากพลังกดดันวิญญาณของจินตันเจินเหรินไม่ผิดแน่!

            คนที่ดูเหมือนคุณครูคนนี้ สามารถสังหารหมื่นชีวิตได้เพียงปลายนิ้ว!

            “มีอยู่จริงๆด้วย!ในประเทศหวาซย่าไม่ได้มีจินตันเจินเหรินอยู่แค่สิบท่าน!”เขาก้มหน้าหัวแตะพื้น ภายในใจตะโกนอย่างบ้าคลั่ง “งานประมูลครั้งนี้...มีจินตันเจินเหรินสิบเอ็ดท่านรวมตัวกัน... ไม่สิ! อาจจะมากกว่านั้นก็ได้อาจจะมีเจินเหรินคนอื่นๆ อยู่อีก!”

            “ฉันคือเจินเหริน ชื่อว่าเยว่ฉงเหรา” ผู้ชายกลางทะเลหิ่งห้อยเมื่อครู่เอ่ยปากพูด“ถ้าไม่มีบัตรเชิญ ฉันสามารถเข้าร่วมงานได้หรือไม่?”

            “ได้...ครับ! ขอเรียนเชิญ! หากไม่รังเกียจ ขอให้กระผมได้นำทาง!” จินเจิ้นซานที่ก้มแตะพื้นอยู่ตะโกนขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นถึงขีดสุด

            แต่เขายังพูดไม่จบ

            เพราะวินาทีต่อมาพลังกดดันวิญญาณอันน่าหวั่นสะพรึงอีกระลอกก็ถาโถมมาจากทั่วสารทิศ!

            นาทีนี้ ประหนึ่งแสงสว่างหยุดทอแสง

            นาทีนี้ ประหนึ่งเงาถูกตราตรึง

            นาทีนี้ เงียบสงัดไร้สรรพเสียง

            ประหนึ่งความสามารถในการพูดของทุกคนถูกช่วงชิงเยว่ฉงเหราได้แต่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พลันยื่นนิ้วมือออกไป อักขระซับซ้อนหนึ่งตัวก็สว่างขึ้นที่ปลายนิ้วเขาเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ “จงทลาย”

            ขอบเขตอาคมของเจินเหริน!

            เป็นพลังเวทที่ใช้ได้เฉพาะเจินเหรินสามารถหักล้างปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติหรือพลังกดดันของเจินเหรินอีกคนได้

            “เพล้ง!” เสียงดังคล้ายกระจกแตกดังขึ้นรอบทิศ วินาทีต่อมาจินเจิ้นซานตกใจเมื่อพบว่าตัวเองกลับมาพูดได้อีกครั้งแล้ว

            เขายังไม่ทันเอ่ยปาก พนักงานด้านหลังก็ตะโกนขึ้นเสียงสั่น“ขอต้อนรับท่านเงาเหนือแสง กู่ซงเจินเหรินสู่โรงประมูลจินโต้ว!นับเป็นเกียรติมิเสื่อมคลาย!”

            “ตู้ม!” เหนือท้องฟ้าขึ้นไปเกลียวคลื่นเมฆาของเยว่ฉงเหราเจินเหรินที่ปรากฏตัวเมื่อครู่สลายไปอย่างฉับพลันจากนั้นเงามืดขนาดใหญ่ก็ฉายทาบลงบนพื้น!”

            “นี่มัน...” หัวใจของจินเจิ้นซานแทบร่วงไปที่ตาตุ่มดวงตาจ้องมองบนท้องฟ้าอย่างตะลึงอึ้งค้าง “นี่มัน...นี่มัน...​ตำหนักเคลื่อนที่แห่งจินตัน...”

            ภายใต้แสงจันทร์สาดส่อง ปรากฏเงาร่างสัตว์ประหลาดยักษ์ปกคลุมผืนฟ้าบดบังแสงจันทร์!

            เป็นรูปร่างเต่าตัวหนึ่ง

            หมู่เมฆจำนวนมากรายล้อมอยู่บริเวณเท้าทั้งสี่บนหลังของมันมีตำหนักวิจิตรงดงามหลังหนึ่งคล้ายพระราชวังกว่างหาน[1]ท่ามกลางผืนฟ้าชั้นเมฆยามราตรี!

            สะท้อนแสงทองเรืองอร่าม ยามต้องแสงจันทร์ ตำหนักทั้งหลังหักเหแสงสะท้อนแพรวพราวหลากสี

            เบื้องล่าง นอกจากเยว่ฉงเหรา คนอื่นๆ ตะลึงลานอึ้งค้างกันถ้วนหน้า

            “ตำหนักเทียมฟ้าของกู่ซงเจินเหริน...” ผู้ฝึกตนคนหนึ่งคอแห้งผากพูดขึ้น“ในชีวิตนี้ ถ้าฉันได้ขึ้นไปบนนั้นสักวัน... แบบนี้สิ ถึงเรียกว่าไม่เสียชาติเกิด...”

            “มันไม่ใช่สิ่งมีชีวิต...เป็นสัตว์อาคมขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นจากแร่ธาตุสมบัติล้ำค่า...กลายเป็นตำหนักเวทมนตร์ที่ป้องกันการโจมตีได้...เป็นวัตถุเวทมนตร์ล้ำค่าที่ถูกจัดอยู่อันดับสาม...”

            “ก่อนหน้านี้สองร้อยปี ฉันเคยเจอสหายที่พื้นที่ต้องห้ามหลุมยุบฟ้าครามใช่หรือไม่?”ขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงน้ำเสียงคลายเทพสวรรค์ก็แล่นเข้ามากระทบหูทุกคน

            ไม่มีใครกล้าตอบ เพราะทุกคนรู้ดีว่าเสียงนี้ถามใคร

            “ไม่ใช่ครับ” เยว่ฉงเหราคลี่ยิ้ม จากนั้นก็สลายร่างเป็นสายลมเขียวพุ่งเข้าช่องว่างมิติทันที

            บรรยากาศเงียบสงัดลงอีกครั้ง

            เหนือท้องฟ้าขึ้นไปหลายพันเมตร ท่ามกลางตำหนักเสียดฟ้าหลังใหญ่ปรากฏผู้เฒ่าเซียนหนวดเคราขาวโพลนในชุดคลุมปักลายแผนผังแปดทิศกำลังลอยตัวลูบเคราตัวเองอยู่“ค่ำคืนนี้... คู่ควรแก่การออกมาสูดอากาศยิ่ง บางคนที่ไม่เคยออกมา...ก็ออกมากันแล้ว...”


    --------------------------------------------------------------------------------

    [1] พระราชวังกว่างหานเป็นพระราชวังบนดวงจันทร์ของเจ้าแม่จันทราตามตำนานต้นกำเนิดวันไหว้พระจันทร์

     

    คล้ายกับเรื่องยุทธเวทผลาญปีศาจ ที่คุณอ่าน