ก๊อกๆๆ เสียงเคาะประตูทำให้แอนโทนี่งัวเงียตื่นขึ้นมาก่อนจะเดินสะลึมสะลือไปเปิดประตู
“ศาสตราจารย์เฟริซิตี้”
“ขอเข้าไปคุยข้างในได้ไหมคุณแอนเดอร์สัน”
“ฮะ ได้ฮะ” แอนโทนี่เบี่ยงตัวหลบให้ศาสตราจารย์เฟริซิตี้เดินเข้าไปแต่พอเมื่อมองตามไปกลับทำให้เขาลุ้นตัวเกร็งเพราะศาสตราจารย์คนดีกำลังเดินเข้าไปใกล้จะเหยียบหัวของบาบิโลนที่นอนมองอยู่ทันใดนั้นจู่ๆเท้าของศาสตราจารย์เดินผ่านตัวของบาบิโลนไปคล้ายอากาศธาตุแอนโทนี่พ่นลมหายใจออกมาในที่สุดพร้อมกับส่งสายตาเป็คำถามไปให้เ้าม้าเพลิงแต่สิ่งที่ได้รับมาคือการหลับตาลงคล้ายไม่สนใจอะไรใดๆของมัน
“นี่คือเสื้อผ้าและอาหารของคุณคุณแอนเดอร์สัน”
“ขอบคุณฮะ” ศาสตราจารย์เฟริซิตี้ว่างเสื้อผ้าและถาดอาหารลงบนโต๊ะข้างเตียงก่อนจะเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง
“เอาหล่ะเข้าเื่เลยแล้วกันทางเราตรวจสอบพบว่าเมื่อสองปีที่แล้วมีบุคคลคาดว่าคงเป็ผู้ปกครองของคุณได้มาทำการสมัครเข้าเรียนให้คุณล่วงหน้าและฝากเงินในธนาคารพีคุเนียเป็ชื่อของคุณจำนวนมากดังนั้นทางเราจึงไม่ได้ให้ทุนการศึกษาแก่คุณเพิ่ม ศาสตราจารย์เซบาสเตียนได้หาครอบครัวอุปถัมภ์ให้คุณได้แล้วเป็ครอบครัวไพน์ ที่นั่นมีลูกชายอายุเท่ากับคุณ คุณสามารถไว้ใจพวกเขาได้พรุ่งนี้ฉันจะไปส่งคุณที่นั่นเองในตอนเช้าและอีกหนึ่งอาทิตย์คุณจะได้รับการเข้าศึกษาในเบอร์ดัมบัสชั้นปีที่หนึ่งและทางกระทรวงเวทย์มนต์ได้ขอร้องให้คุณอย่าเอ่ยถึงเหล่าผู้ขายิญญาอีกเพราะมันจะกระทบถึงความมั่นคงในโลกเวทย์มนต์หวังว่าคุณจะเข้าใจนะคุณแอนเดอร์สัน”
“ฮะ” แอนโทนี่ก้มหน้ารับคำอย่างเป็กังวล แต่แล้วก็มีความอบอุ่นเข้ามาโอบล้อม
“เด็กน้อย..อย่ากังวลไปเธอยังมีฉันศาสตราจารย์ไดนาดินศาสตราจารย์แม็กซิมัสและศาสตราจารย์เซบาสเตียนเราทุกคนจะปกป้องเธอเองแอนโทนี่” ศาสตราจารย์เฟริซิตี้เข้าโอบกอดเด็กชายตัวน้อยพร้อมลูบผมเงินวาวอย่างปลอบประโลมพรางเอ่ยด้วยเสียงกระซิบ
“ขอบคุณนะฮะ” แอนโทนี่ยกแขนทั้งสองขึ้นกอดแล้วซบหน้าลงกับอกอุ่นที่ให้ความรู้สึกถึงมารดาผู้จากไป
“เอาหล่ะทานอาหารอาบน้ำแล้วเข้านอนเถอะ พรุ่งนี้เช้าฉันจะมาเรียกอีกทีราตรีสวัสดิ์คุณแอนเดอร์สัน” ศาสตราจารย์เฟริซิตี้ยืดตัวขึ้นก่อนจะเปิดประตูออกไป แอนโทนี่หันไปมองยังบาบิโลนที่นอนอยู่ไม่ไกลพร้อมเอ่ยขึ้น
“บาบิโลน นายมาตอนไหน”
‘ข้ามานานแล้ว’ บาบิโลนเอ่นอย่างไม่ใส่ใจ
“แล้วเมื่อสักครู่มันคืออะไรหรอทำไมศาสตราจารย์ถึงเหยียบไม่โดนตัวนาย แล้วนายเข้ามาในนี้ได้ยังไง”
‘อีกหนึ่งความสามารถของข้าคือการล่องหนไร้ร่องรอยจะมีเพียงแค่ผู้ที่ทำพันธะสัญญาเท่านั้นที่จะเห็นแล้วที่ข้าตามเ้ามาถูกก็เพราะความพิเศษของพันธะสัญญามันเปรียบเสมือนเชือกที่ผูกติดผู้ทำสัญญาไว้ด้วยกันหากเ้าเพ่งสมาธิหรือเสกคาถาบทมิลิเลอร์ก็จะสามารถดูความเคลื่อนไหวของข้าได้ตลอดเช่นกัน’
“แล้วนายจะกินอะไรล่ะนายกินผลไม้อันนี้ก็ได้…อ่ะนี่” แอนโทนี่หยิบแอปเปิ้ลในถาดอาหารมายื่นตรงหน้าบาบิโลน
‘หึหึ ขอบใจ แอนโทนี่เ้ากินเถอะสัตว์วิเศษชั้นสูงอย่างข้าไม่จำเป็ต้องกินอะไรก็ได้เมื่ออยู่ในสภาวะล่องหน’
“อย่างนั้นหรอกหรอ”แอนโทนี่เมื่อได้ยินดังนั้นก็เอามางับเข้าปากตนเองทันที
‘กินเถอะ พักสักครู่ข้าจะพาเ้าไปยังที่แห่งหนึ่ง’
“หืม ที่ไหนหรอ”
‘เดี๋ยวก็รู้เอง’