【Perfect Life】

    47 – จิ้งจอกผู้ถูกผนึก

    47 – จิ้งจอกผู้ถูกผนึก

            การเดินทางล่าช้าลงเล็กน้อย เมื่อได้เพื่อนร่วมทางเพิ่มนั่นหมายความว่าเดฟไกส์ไม่คิดจะแปลงร่างอีกไม่ใช่ว่ารังเกียจอายาโกะ แต่ด้วยศักดิ์ศรีของไลแคนสีคราม เขาไม่ยอมให้คนอื่นขึ้นหลังนอกจากคนที่ไว้ใจหรือยอมรับเท่านั้น

            แม้อายาโกะมีพลังวิญญาณกล้าแกร่งแค่ไหนด้วยความพึ่งรู้จักกันเพียงผิวเผิน จึงไม่ยอมให้ขึ้นหลัง

            เลยต้องเดินด้วยเท้าจนไปถึงด่านตรวจเพื่อออกนอกอาณาจักร

            ยื่นบัตรผ่านจากเมืองแห่งเหมืองแร่ให้ทหารเฝ้าทางตรวจทหารหยิบที่ปั๊มตราเวทมนตร์ยืนยันเป็นอันเรียบร้อย

            ถึงเวลาเดินทางผ่านออกจากอาณาจักรแรกเสียที...

            “งั้นเราต้องซื้อรถม้าจริงๆสินะคะ”

            “ก็มีทางเดียวไม่ใช่รึไง” เดฟตอบขณะเดินดูพวกรถม้า

            “ถ้าจะซื้อจริงๆ ฉันขับเป็นค่ะ ไม่ต้องห่วง”อายาโกะตอบ

            “จริงเหรอคะ ....ค่อยยังชั่ว”

            ปัญหาเรื่องสารถีเคลียร์เป็นที่เรียบร้อย

            เพราะเป็นด่านตรวจออกนอกอาณาจักรบางคนอาจจะต้องการรถม้าเพิ่มหรือพักม้าที่ใช้เดินทาง พวกพ่อค้าและช่างซ่อมรถม้าส่วนใหญ่จึงมาเปิดร้านบริเวณนี้

            ขายเพียงรถม้าอย่างเดียวหรือขายม้าลากเลื่อนด้วยก็มี

            “เดฟ ให้ฉันช่วยจ่ายมั้ย?”

            “ไม่เป็นไร ข้ายังมีเงินที่ได้จากภารกิจอยู่เจ้าน่ะเก็บไปเลย”

            “ตายจริง... สุภาพบุรุษมากเลยค่ะท่านไลแคน ฮิๆ”อายาโกะยกมือป้องปากหัวเราะเล็กๆ

            “เงียบน่า!!! ชมแบบนี้ระวังเจ้าจิ้งจอกในดาบนั่นโวยวายเหอะ!!”

            “จิ้งจอก?”

            อายาโกะมองพริสทีนเล็กน้อยจนเจ้าหล่อนสะดุ้งมิโกะสาวคลี่ยิ้มบ้าง ลูบดาบไปมาจนเธอขนลุกชัน ไม่ได้ขนลุกกับท่าทางของอายาโกะแต่เธอกำลังขนลุกกับการตรวจจับพลังงานลึกลับจากดาบ และรอบกาย(?)จนะไม่กล้าถามอะไรอีก

            “ด เดฟ เดี๋ยวฉันไปช่วยนะ!!” เลือกทางออกสุดท้ายวิ่งไปเกาะไลแคนหนุ่มอีกรอบจนอายาโกะขำ

            ดูเหมือนเธอจะได้ของเล่นแก้เบื่อมาเสียแล้ว

            ไลแคนหนุ่มซื้อเพียงรถม้าไร้ม้าลากเพื่อมาปรับแต่งอีกทีด้วยความสามารถในการ [คราฟ] ของพริสทีนจึงสร้างของได้ในเวลาไม่นาน

            นำไม้ดาบีลที่พกมาด้วยเพื่อทดลองสร้างของต่างๆเปลี่ยนรถม้าให้ดูทันสมัยขึ้น คล้ายบ้านหลังเล็ก

            อายาโกะก็ช่วยไปซื้อวัตถุดิบหรือของตกแต่งมาเพิ่มมีที่นั่งติดเบาะ พรมปูพื้น โคมไฟระย้าและหมอนนุ่มๆ

            สุดท้ายคือใช้หินเวทย์ที่พกมาจากอาณาเขตต้องห้ามเสริมความแข็งแรงของล้อที่ลาก

            “นี่เดฟ”

            “หืม? มีอะไร?”

            “ไม่ซื้อม้าแบบนี้จะใช้ใครลากเหรอ?”พริสทีนถามขณะบดหินเวทย์มาโปรยใส่เหล็กเพิ่ม

            “นั่นสิคะ งั้นให้ฉันช่—”

            “ข้ามีตัวช่วยละกัน อย่างน้อยก็ไม่ยอมเอาเจ้าม้าโครงกระดูกจนยัยพริสทีนกรีดร้องตลอดทั้งวันแน่เจ้าจิ้งจอกนั่นก็เหมือนกัน!!”

            “แหม... น่าเสียดายจัง...”

            “จิ้งจอก?

            “เอาเป็นว่าเทียร่ากำลังพามาให้ รอหน่อยละกัน”ปีนเข้ารถม้าไป “ข้างในดูดีนี่”

            “อื้อ!! ออกแบบจากแอนิเมชันที่เคยดูในอดีตน่ะจ้ะ”

            “เรื่องนั้นฉันก็เคยดูค่ะ ใช่เรื่อง [นักรบแห่งบาฮามุท]รึเปล่าคะพริสทีน?”

            “คุณอายาโกะเองก็ดูด้วยเหรอคะ?”

            “ค่ะ พวกผู้หญิงในห้องชอบพูดบ่อยๆเลยล่ะค่ะสนุกใช้ได้ รถม้าในเรื่องก็คล้ายแบบนี้เลย ว่าแล้วเชียว~”

            “จริงเหรอคะ!? ไชโย นึกว่าเรื่องนี้จะไม่มีคนดูซะแล้ว~”

            สาวๆกรี๊ดกร๊าดกับการได้เจอพวกเดียวกันซะจนลืมความกลัวในขณะที่ไลแคนหนุ่มนั่งงง

            “อะไรคือแอนิเมชัน?”

            “แอนิเมชันคือการสร้างภาพเคลื่อนไหวโดยการฉายภาพนิ่งๆหลายๆภาพติดต่อกันด้วยความเร็วสูงจนบางทีสามารถเรียบเรียงเป็นนิทานได้เรื่องหนึ่งเลยล่ะ”

            “โฮ่... แบบนั้นมันสุดยอดโคตรๆเลยไม่ใช่รึไง!!”

            “น่าเสียดายที่ยุคนี้ไม่มีนะคะอยากวาดทำเองก็ไม่มีทักษะวาดรูปด้วยสิ” มิโกะสาวถอนหายใจ

            “ฉันเองก็พอกันค่ะ ถึงวาดได้ก็ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่นัก”

            “แล้วมันต้องใช้อะไรในการทำบ้างล่ะ?”

            “มีแค่กระดาษกับอุปกรณ์สำหรับเขียนก็พอแล้วล่ะจ้ะ”

            “หืม...”

            ไลแคนหนุ่มครุ่นคิดเล็กน้อย แอบวางแผนบางอย่างไว้

            วิ้ว—สายลมก่อตัวปรากฏร่างของดรายแอดสาวคนสนิทของเดฟไกส์ที่ร่ายเวทย์อำพรางตัวไว้เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาทว่าครั้งนี้เธอพาบางสิ่งมาด้วย ม้าสีดำเงาวาว เท้าสีขาวกีบดำหางฟูสีดำมีขนนกยูงแซม

            “คุณเทียร่า!!”

            “ว่าไงจ๊ะทุกคน~” เทียร่าโบกมือไปมา“พาของที่สั่งมาส่งให้ถึงที่แล้วจ้ะ”

            “ของที่สั่ง?”

            > ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: พีฮอร์สระดับ B

            ลักษณะ: พีฮอร์ส เป็นสายพันธุ์ม้าผสมกับนกยูงเพศผู้จะมีสีดำวาว มีประกายบางจุด เท้าสีขาวเหมือนสวมถุงเท้า กีบเท้าดำหางฟูๆมีขนนกยูงแซม เพศเมียจะมีสีคล้ายนกยูงเพศผู้เมื่อถึงเวลาผสมพันธุ์พีฮอร์สเพศเมียจะรำแพนหาง ก่อนเข้าไปหาเพศผู้ที่ตนสนใจมันจะรักเดียวใจเดียวอยู่ด้วยกันจนมันตาย หากเพศเมียตาย เพศผู้ก็จะตายตาม

            สถานที่: ป่าลึกทั่วไป ในอาณาเขตปกติธรรมดา

            ข้อมูลแนะนำ: มีความแข็งแรง อดทนกว่าม้าทั่วไปเหมาะแก่การลากรถม้า หลายคนต้องการจับมันแต่มันวิ่งเร็วจนน้อยคนสามารถจับมันได้

            “อย่าบอกนะคะว่าจะใช้ม้าสองตัวนี้ในการลาก?”

            “แล้วคิดว่าที่ให้เอามาคือจะเอามาทำอะไรล่ะยัยมิโกะโง่”

            “เดฟ...” กุมขมับในขณะที่อายาโกะขำ

            “ขออภัยด้วยค่ะที่ถามอะไรแบบนั้นออกไป”

            “เหอะ!”

            “ขอโทษแทนเดฟด้วยนะคะคุณอายาโกะ”

            “ไม่เป็นไรค่ะฉันเองก็ผิดที่ถามไปทั้งๆที่รู้เหมือนกัน”

            เจ้าม้าฝาแฝดทั้งสองเดฟไกส์ตั้งชื่อให้ว่าคีย์กับไคน์จับใส่ปลอกคอยืนยันว่าเป็นม้าของตน ตามด้วยติดตั้งอุปกรณ์ลากรถวันแรกเดฟไกส์อาสาเป็นสารถีให้ก่อน เพื่อปรับสภาพเจ้าพีฮอร์สให้คุ้นชิน

            พริสทีนร่ายเวทย์ [เสริมแกร่ง] [ป้องกัน]

            อายาโกะก็ช่วยร่าย [อาณาเขตศักดิ์สิทธิ์] เสริมอีกหนึ่ง

            สาวผมเงินจะได้อุ่นใจขึ้นเล็กน้อยจากการไม่มีวิญญาณตัวไหนตามมมา

            และเมื่อเตรียมพร้อมเรียบร้อยจึงออกเดินทางผ่านอุโมงค์มุ่งไปยังอาณาจักรอื่นตลอดเส้นทางทั้งสองสาวก็มีพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ทั้งเรื่องในอดีตกับปัจจุบัน

            ทว่ายังมีสิ่งที่ทำให้พริสทีนสนใจ

            ไม่พ้นเจ้าดาบที่อายาโกะเอาแต่ถือและไม่ยอมวาง จนนึกขึ้นได้ว่ามิโกะสาวเคยว่าไว้ว่าดาบเล่มนั้นเป็นคนรักของเธอ

            แถมเรื่องจิ้งจอกนั่น...

            “มีอะไรรึเปล่าคะพริสทีน?”

            “คือ...ฉันสงสัยน่ะค่ะว่าจิ้งจอกที่ทั้งคู่พูดถึงคืออะไร”

            อายาโกะเงียบไปสักพักใหญ่ “อยากรู้จริงเหรอคะ...”

            “อึก..”

            ช่วงที่เงียบไปนั่นทำเอาพริสทีนแอบใจเสียไปเล็กๆ

            ลางสังหรณ์เตือนว่ามันไม่น่าจะใช่เรื่องดีบางทีอาจจะเป็นเรื่องผีที่เธอกลัวนักกลัวหนา

            จะถอนตัวก็ไม่ได้เสียแล้ว...

            “ค่ะ”

            มิโกะสาวชักดาบออกจากฝักดาบใหญ่คมกริบจนเห็นเงาสะท้อนของทั้งคู่บนตัวดาบ เป็นดาบที่งดงามดาบหนึ่งทีเดียวถ้าไม่ติดตรงดวงตาของพริสทีนเรืองแสงเล็กน้อยจากการ [ตรวจสอบ] ถึงได้ทราบ

            ว่าดาบเล่มนี้...มีวิญญาณของจิ้งจอกสิงสถิต

            และไม่ใช่จิ้งจอกธรรมดาทั่วไป

            เป็นจิ้งจอกเก้าหาง!!!

            ถึงอย่างนั้นก็มีบางสิ่งดูแปลกไปเล็กน้อย...ภาพที่เห็น.. คือภาพของจิ้งจอกสีทองกำลังหลับอย่างสงบโดยมีโซ่ตรวนพันธนาการร่างไว้กับดาบในมืออายาโกะ

            “ขอแนะนำนะคะ นี่ทามาโมะค่ะ... หรือชื่อเต็มก็คือ...ทามาโมะ โนะ มาเอะ ค่ะ”

            ดวงตาสีแดงเบิกกว้างกับชื่อที่ได้ยินจากปาก ไม่ใช่จิ้งจอกเก้าหางทั่วไปแต่เป็นจิ้งจอกเก้าหางผู้เคยโด่งดังในอดีตกาลทั้งจากในเกม ภาพยนตร์ต่างๆ ตำนานของจิ้งจอก....ผู้สร้างความวุ่นวายให้แก่สามประเทศจนเกือบดับสูญ

            “เขา... โดนผนึกเหรอคะ....”

            “ค่ะ...” เก็บดาบใส่ฝักห่อผ้าและกอดด้วยความหวงแหน

            “.......คุณอายาโกะไม่กลัวโดนทำร้ายเหรอคะ?ก็จิ้งจอกตนนั้นเป็นถึง....”

            “ถ้าเป็นอดีต ฉันกลัวค่ะ...ยังไงก็เป็นจิ้งจอกที่ก่อความวุ่นวายและปัญหาไปทั่วนี่เนอะ” หัวเราะเล็กน้อย“แต่ในยุคนี้ ในโลกใบใหม่นี้ เขาคือคนดูแลฉันมาค่ะ...”

            “ดูแลเหรอคะ?”

            “ค่ะ ยังไงเขาก็เป็นตัวตนที่อยู่บนโลกนี้มาตั้งแต่โลกเก่าเขาเลยเข้าใจ ว่าการเปลี่ยนแปลงมันรวดเร็วเกินไป...สำหรับฉันที่ไม่มีใครสามารถคุยเรื่องเดียวกันได้ โดนรังเกียจโดนทอดทิ้งจากครอบครัว เขาจึงเป็นเหมือนทั้งเพื่อน และพ่อแม่ฉันค่ะ...”

            “สุดท้ายก็กลายเป็นคนรักสินะคะ”

            อายาโกะยิ้มบางให้ “ค่ะก็เขาเล่นหน้าตากับการแต่งตัวคล้ายสามีเก่าของฉันด้วย...พอพูดเรื่องนี้ก็ชอบโมโหตลอดเลยล่ะค่ะ”

            “แล้ว...ทำไมเขาโดนผนึกได้ล่ะคะ”

            มิโกะสาวกลับมาเงียบอีกครั้ง ก้มหน้ามองพื้นกอดห่อผ้าเสียแน่น “...เพราะฉัน...”

            “คะ?”

            “......เพราะเขา.. ปกป้องฉันค่ะ...”

            อายาโกะเริ่มเล่าเรื่องราวในอดีตให้ฟังคงเพราะเห็นว่ารุ่นราวคราวเดียวกัน เป็นเพื่อนจากโลกเก่าเหมือนกันจึงยอมเปิดใจเล่า

            เรื่องเกิดขึ้นระหว่างทั้งคู่ออกเดินทางจากประเทศของพวกภูติไปยังที่ต่างๆไปเจอกับนักบวชของประเทศหนึ่งซึ่งมีจิตแกร่งกล้ามากพอจะเห็นร่างจริงของทามาโมะ โนะมาเอะ จึงคิดว่าเธอโดนปีศาจลักพาตัวมา

            พวกนักบวชหวังจะช่วยเธอ จับเธอมาเป็นตัวประกันว่าจ้างพวกนักผจญภัยมาปราบปีศาจ...โดยไม่รู้ว่ากำลังหาเรื่องกับจิ้งจอกเก้าหางที่บำเพ็ญเพียรมาตลอดนับตั้งแต่อดีตของโลกเก่ายาวนานมาถึงปัจจุบันเหมือนเล่นกับไฟ...

            ด้วยพลังที่ต่างกันเกินไป...

            พวกนักบวชและนักผจญภัยแพ้อย่างง่ายดาย...

            ไม่ว่าจะดูยังไงพวกเขาไม่มีวันจัดการเจ้าจิ้งจอกเก้าหางได้...

            ทว่าความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของการเป็นนักบวชที่อุทิศตนเพื่อปราบปรามเหล่าปีศาจร้ายทุกตัวโดยไม่สนใจอะไรของศาสนจักรของประเทศนี้...

            1 ในนักบวชที่รอดชีวิตคว้าเธอที่กำลังวิ่งกลับไปหาทามาโมะมาเป็นตัวประกันอาศัยตอนจังหวะที่เขาตกใจ ใช้เลือดของเทพแห่งแสงสว่างกับเลือดของราชันย์มังกรสะกดเขาลงดาบใหญ่ของนักผจญภัยที่สิ้นชีพ

            “ทุกคนในเหตุการณ์นั้นตายหมด... ฉันจึงใช้แรงทั้งหมดที่มีแบกดาบออกมาค่ะ...”กอดห่อผ้าพันดาบแสนรักนั้นไว้ “ไม่ว่าจะพยายามวิธีไหน ก็ช่วยเขาไม่ได้...เลยคิดว่า... ถ้าเป็นอาณาเขตต้องห้าม อาจจะมีวิธีช่วยเขาได้...”

            “เสียใจด้วยนะคะกับเรื่องที่เกิดขึ้น...งั้นเรามาพยายามช่วยเขากันดีกว่านะคะ”

            “ขอบคุณค่ะพริสทีน”

            “งั้นเจ้าก็ควรรู้ไว้นะ...”เดฟที่นั่งฟังเงียบๆเพราะสนใจแต่การควบคุมพีฮอร์สพูดขึ้นจนสองสาวหันมามอง “พันธนาการเลือดเทพก็ต้องใช้เลือดของเทพในการแก้”

            “พันธนาการเลือดเทพ...” พริสทีนทวนซ้ำ

            “ก็ต้องใช้เลือดเทพแก้...” ตามด้วยอายาโกะ...

            “หมายความว่าเราต้องใช้สิ่งที่ผนึกเขาในการแก้ผนึกสินะ”

            “ก็ต้องเป็นแบบนั้นนั่นแหล่ะ”ตอบกลับโดยไม่หันมามอง

            “อะไรกัน...”

            มิโกะสาวสิ้นหวังเล็กน้อยขนาดเทพแห่งแสงสว่างตนยังไม่เคยเจอจะไปกล้านำเลือดของเทพมาได้อย่างไร ยิ่งราชันย์มังกรแล้วใหญ่ตามจับตัวยากไม่พอ ใครจะกล้าเผชิญหน้ากับราชันย์มังกรแห่งการทำลายล้างกันล่ะ!!!

            “หมดหวังแล้วสินะคะ...ราชันย์มังกรแต่ละตัวก็ตามหาตัวยาก ยิ่งท่านมังกรแห่งการทำลายล้างด้วยแล้ว...ยิ่งหมดหวังเลยค่ะ”

            “ไม่หรอกค่ะคุณอายาโกะ ไม่หมดหวังหรอกนะคะ”

            “มียัยพริสทีนอยู่เรื่องพวกราชันย์มังกรเจ้าไม่ต้องเครียดไปเครียดเรื่องเทพแห่งแสงสว่างจะดีกว่ามั้ง!!”

            “?? หมายความว่ายังไงคะ?”

            พริสทีนยิ้มเล็กๆ หยิบบางสิ่งออกมาจากกระเป๋าเดินทางมันคือเกล็ดสีดำเงาวาวอันใหญ่

            “เคออส ถ้าได้ยินเสียงพี่ ช่วยมาหาหน่อยสิ...”

            สิ้นคำเงาดำของพริสทีนบนพื้นพุ่งออกมารวมตัวกันกลายเป็นร่างของชายหนุ่มสร้างความตกใจให้แก่อายาโกะไม่น้อย

            พร้อมกับความสงสัย ว่าเรียกเขามาทำไม?

            “เรียกข้ารึครับ....”

            “ขอโทษที่รบกวนนะ ยุ่งอยู่รึเปล่า?”

            “ไม่ครับ ผมว่างเสมอหากท่านพี่เรียก...”

            “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะราชันย์มังกรแห่งความมืด”

            เคออสหันไปมองเดฟไกส์ที่บังคับเหียนอยู่ “เช่นกันไลแคนสีคราม... ไม่ได้เจอกันพักเดียว กลายเป็นสารถีไปแล้วรึ”

            “เรื่องของข้า!!!!”

            “อ เอ๊ะ? ราชันย์มังกรแห่งความมืด???หมายความว่ายังไงคะเนี่ยพริสทีน?”

            สาวผมเงินคลี่ยิ้มผายมือไปทางน้องชายตน “ถ้ายังไงขอแนะนำให้รู้จักนะคะนี่เคออส น้องชายค่ะ หรือที่ทุกคนรู้จักกันดี ราชันย์มังกรแห่งความมืดหรือมังกรแห่งการทำลายล้างค่ะ”

            ทั่วทั้งรถม้าเงียบจนได้ยินแค่เสียงฝีเท้าของซีฮอร์สเดฟไกส์เองก็เตรียมอุดหูก่อนจะหูแตกด้วยความหูไวเกินไป...

            “เอ๋—!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!?”มิโกะสาวตะโกนเสียงดังลั่นรถม้า “นะ น้องชาย!!?พริสทีนมีน้องชายเป็นราชันย์มังกรเหรอคะ!?”

            “ค่ะ อย่างที่ว่า ฉันถูกสร้างก่อนหลังจากนั้นพวกเคออสก็ค่อยถูกสร้างขึ้น เลยนับว่าเป็นพี่น้องกันค่ะ”

            “แล้ว...มีปัญหาอะไรงั้นเหรอครับ...”

            “พี่อยากได้เลือดน้องในการแก้พันธนาการของคุณทามาโมะน่ะเห็นว่ามีเลือดของน้องผสมในการผนึกด้วย จริงรึเปล่า?” ชี้ดาบในมือของอายาโกะ

            เคออสขยับไปสัมผัสดาบใหญ่นั่น “มีเลือดข้าเป็นส่วนผนึกจริงครับ...”แต่ได้มายังไงกันนะ....

            “ยังไงก็ช่วยหน่อยนะเคออส...”

            เคออสกรีดนิ้วจนเลือดซึมป้ายเลือดตนเองลงบนตัวดาบเป็นทางยาวจนสุด เลือดสีแดงฉานค่อยๆซึมหายเข้าไปในตัวดาบก่อนเก็บเข้าฝักดาบเช่นเดิม

            1 ในโซ่ตรวนพันธนาการแตกสลาย...

            เจ้าจิ้งจอกเก้าหางเริ่มได้สติปรือตาขึ้น...

            “เหมือนจะตื่นแล้วล่ะ”

            มิโกะสาวเม้มปากแน่น คอแห้งผากจนต้องกลืนน้ำลาย

            “ทามาโมะ ได้ยินมั้ย...”

            ‘.............’

            “ทามาโมะ....”

            ‘........อายาโกะ... รึ...’

            “!!! ทามาโมะ!!” กอดดาบแน่น

            ทั้งที่อยู่ใกล้กัน อยู่ด้วยกันแต่ไม่สามารถพูดคุยหรือสัมผัสได้เช่นอดีตในที่สุดก็สามารถพูดคุยกับเขาได้อีกครั้งหลังจากเฝ้ารอมานานหลายปีความหวังเริ่มกลับมา

            วันที่จะได้อยู่ด้วยกันคงมาถึงเข้าสักวันหนึ่ง...

            ขณะที่สองสาวกำลังยินดีเคออสกลับครุ่นคิดอะไรบางอย่าง... ตั้งแต่ไหนแต่ไรไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับพวกมนุษย์ไม่เคยบาดเจ็บเลยสักครั้ง ไม่มีทางที่จะได้เลือดของตนไปเป็นแน่

            คนที่กล้ามาขอเลือดจากเขาส่วนใหญ่เป็นพวกเทพหรือไม่ก็พี่น้องตนเอง...

            น่าแปลก...

            เรื่องนี้เขาคงต้องสืบดูเสียแล้ว...

    คล้ายกับเรื่อง【Perfect Life】 ที่คุณอ่าน