47 – จิ้งจอกผู้ถูกผนึก
การเดินทางล่าช้าลงเล็กน้อย เมื่อได้เพื่อนร่วมทางเพิ่มนั่นหมายความว่าเดฟไกส์ไม่คิดจะแปลงร่างอีกไม่ใช่ว่ารังเกียจอายาโกะ แต่ด้วยศักดิ์ศรีของไลแคนสีคราม เขาไม่ยอมให้คนอื่นขึ้นหลังนอกจากคนที่ไว้ใจหรือยอมรับเท่านั้น
แม้อายาโกะมีพลังวิญญาณกล้าแกร่งแค่ไหนด้วยความพึ่งรู้จักกันเพียงผิวเผิน จึงไม่ยอมให้ขึ้นหลัง
เลยต้องเดินด้วยเท้าจนไปถึงด่านตรวจเพื่อออกนอกอาณาจักร
ยื่นบัตรผ่านจากเมืองแห่งเหมืองแร่ให้ทหารเฝ้าทางตรวจทหารหยิบที่ปั๊มตราเวทมนตร์ยืนยันเป็นอันเรียบร้อย
ถึงเวลาเดินทางผ่านออกจากอาณาจักรแรกเสียที...
“งั้นเราต้องซื้อรถม้าจริงๆสินะคะ”
“ก็มีทางเดียวไม่ใช่รึไง” เดฟตอบขณะเดินดูพวกรถม้า
“ถ้าจะซื้อจริงๆ ฉันขับเป็นค่ะ ไม่ต้องห่วง”อายาโกะตอบ
“จริงเหรอคะ ....ค่อยยังชั่ว”
ปัญหาเรื่องสารถีเคลียร์เป็นที่เรียบร้อย
เพราะเป็นด่านตรวจออกนอกอาณาจักรบางคนอาจจะต้องการรถม้าเพิ่มหรือพักม้าที่ใช้เดินทาง พวกพ่อค้าและช่างซ่อมรถม้าส่วนใหญ่จึงมาเปิดร้านบริเวณนี้
ขายเพียงรถม้าอย่างเดียวหรือขายม้าลากเลื่อนด้วยก็มี
“เดฟ ให้ฉันช่วยจ่ายมั้ย?”
“ไม่เป็นไร ข้ายังมีเงินที่ได้จากภารกิจอยู่เจ้าน่ะเก็บไปเลย”
“ตายจริง... สุภาพบุรุษมากเลยค่ะท่านไลแคน ฮิๆ”อายาโกะยกมือป้องปากหัวเราะเล็กๆ
“เงียบน่า!!! ชมแบบนี้ระวังเจ้าจิ้งจอกในดาบนั่นโวยวายเหอะ!!”
“จิ้งจอก?”
อายาโกะมองพริสทีนเล็กน้อยจนเจ้าหล่อนสะดุ้งมิโกะสาวคลี่ยิ้มบ้าง ลูบดาบไปมาจนเธอขนลุกชัน ไม่ได้ขนลุกกับท่าทางของอายาโกะแต่เธอกำลังขนลุกกับการตรวจจับพลังงานลึกลับจากดาบ และรอบกาย(?)จนะไม่กล้าถามอะไรอีก
“ด เดฟ เดี๋ยวฉันไปช่วยนะ!!” เลือกทางออกสุดท้ายวิ่งไปเกาะไลแคนหนุ่มอีกรอบจนอายาโกะขำ
ดูเหมือนเธอจะได้ของเล่นแก้เบื่อมาเสียแล้ว
ไลแคนหนุ่มซื้อเพียงรถม้าไร้ม้าลากเพื่อมาปรับแต่งอีกทีด้วยความสามารถในการ [คราฟ] ของพริสทีนจึงสร้างของได้ในเวลาไม่นาน
นำไม้ดาบีลที่พกมาด้วยเพื่อทดลองสร้างของต่างๆเปลี่ยนรถม้าให้ดูทันสมัยขึ้น คล้ายบ้านหลังเล็ก
อายาโกะก็ช่วยไปซื้อวัตถุดิบหรือของตกแต่งมาเพิ่มมีที่นั่งติดเบาะ พรมปูพื้น โคมไฟระย้าและหมอนนุ่มๆ
สุดท้ายคือใช้หินเวทย์ที่พกมาจากอาณาเขตต้องห้ามเสริมความแข็งแรงของล้อที่ลาก
“นี่เดฟ”
“หืม? มีอะไร?”
“ไม่ซื้อม้าแบบนี้จะใช้ใครลากเหรอ?”พริสทีนถามขณะบดหินเวทย์มาโปรยใส่เหล็กเพิ่ม
“นั่นสิคะ งั้นให้ฉันช่—”
“ข้ามีตัวช่วยละกัน อย่างน้อยก็ไม่ยอมเอาเจ้าม้าโครงกระดูกจนยัยพริสทีนกรีดร้องตลอดทั้งวันแน่เจ้าจิ้งจอกนั่นก็เหมือนกัน!!”
“แหม... น่าเสียดายจัง...”
“จิ้งจอก?
“เอาเป็นว่าเทียร่ากำลังพามาให้ รอหน่อยละกัน”ปีนเข้ารถม้าไป “ข้างในดูดีนี่”
“อื้อ!! ออกแบบจากแอนิเมชันที่เคยดูในอดีตน่ะจ้ะ”
“เรื่องนั้นฉันก็เคยดูค่ะ ใช่เรื่อง [นักรบแห่งบาฮามุท]รึเปล่าคะพริสทีน?”
“คุณอายาโกะเองก็ดูด้วยเหรอคะ?”
“ค่ะ พวกผู้หญิงในห้องชอบพูดบ่อยๆเลยล่ะค่ะสนุกใช้ได้ รถม้าในเรื่องก็คล้ายแบบนี้เลย ว่าแล้วเชียว~”
“จริงเหรอคะ!? ไชโย นึกว่าเรื่องนี้จะไม่มีคนดูซะแล้ว~”
สาวๆกรี๊ดกร๊าดกับการได้เจอพวกเดียวกันซะจนลืมความกลัวในขณะที่ไลแคนหนุ่มนั่งงง
“อะไรคือแอนิเมชัน?”
“แอนิเมชันคือการสร้างภาพเคลื่อนไหวโดยการฉายภาพนิ่งๆหลายๆภาพติดต่อกันด้วยความเร็วสูงจนบางทีสามารถเรียบเรียงเป็นนิทานได้เรื่องหนึ่งเลยล่ะ”
“โฮ่... แบบนั้นมันสุดยอดโคตรๆเลยไม่ใช่รึไง!!”
“น่าเสียดายที่ยุคนี้ไม่มีนะคะอยากวาดทำเองก็ไม่มีทักษะวาดรูปด้วยสิ” มิโกะสาวถอนหายใจ
“ฉันเองก็พอกันค่ะ ถึงวาดได้ก็ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่นัก”
“แล้วมันต้องใช้อะไรในการทำบ้างล่ะ?”
“มีแค่กระดาษกับอุปกรณ์สำหรับเขียนก็พอแล้วล่ะจ้ะ”
“หืม...”
ไลแคนหนุ่มครุ่นคิดเล็กน้อย แอบวางแผนบางอย่างไว้
วิ้ว—สายลมก่อตัวปรากฏร่างของดรายแอดสาวคนสนิทของเดฟไกส์ที่ร่ายเวทย์อำพรางตัวไว้เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาทว่าครั้งนี้เธอพาบางสิ่งมาด้วย ม้าสีดำเงาวาว เท้าสีขาวกีบดำหางฟูสีดำมีขนนกยูงแซม
“คุณเทียร่า!!”
“ว่าไงจ๊ะทุกคน~” เทียร่าโบกมือไปมา“พาของที่สั่งมาส่งให้ถึงที่แล้วจ้ะ”
“ของที่สั่ง?”
> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: พีฮอร์สระดับ B
ลักษณะ: พีฮอร์ส เป็นสายพันธุ์ม้าผสมกับนกยูงเพศผู้จะมีสีดำวาว มีประกายบางจุด เท้าสีขาวเหมือนสวมถุงเท้า กีบเท้าดำหางฟูๆมีขนนกยูงแซม เพศเมียจะมีสีคล้ายนกยูงเพศผู้เมื่อถึงเวลาผสมพันธุ์พีฮอร์สเพศเมียจะรำแพนหาง ก่อนเข้าไปหาเพศผู้ที่ตนสนใจมันจะรักเดียวใจเดียวอยู่ด้วยกันจนมันตาย หากเพศเมียตาย เพศผู้ก็จะตายตาม
สถานที่: ป่าลึกทั่วไป ในอาณาเขตปกติธรรมดา
ข้อมูลแนะนำ: มีความแข็งแรง อดทนกว่าม้าทั่วไปเหมาะแก่การลากรถม้า หลายคนต้องการจับมันแต่มันวิ่งเร็วจนน้อยคนสามารถจับมันได้
“อย่าบอกนะคะว่าจะใช้ม้าสองตัวนี้ในการลาก?”
“แล้วคิดว่าที่ให้เอามาคือจะเอามาทำอะไรล่ะยัยมิโกะโง่”
“เดฟ...” กุมขมับในขณะที่อายาโกะขำ
“ขออภัยด้วยค่ะที่ถามอะไรแบบนั้นออกไป”
“เหอะ!”
“ขอโทษแทนเดฟด้วยนะคะคุณอายาโกะ”
“ไม่เป็นไรค่ะฉันเองก็ผิดที่ถามไปทั้งๆที่รู้เหมือนกัน”
เจ้าม้าฝาแฝดทั้งสองเดฟไกส์ตั้งชื่อให้ว่าคีย์กับไคน์จับใส่ปลอกคอยืนยันว่าเป็นม้าของตน ตามด้วยติดตั้งอุปกรณ์ลากรถวันแรกเดฟไกส์อาสาเป็นสารถีให้ก่อน เพื่อปรับสภาพเจ้าพีฮอร์สให้คุ้นชิน
พริสทีนร่ายเวทย์ [เสริมแกร่ง] [ป้องกัน]
อายาโกะก็ช่วยร่าย [อาณาเขตศักดิ์สิทธิ์] เสริมอีกหนึ่ง
สาวผมเงินจะได้อุ่นใจขึ้นเล็กน้อยจากการไม่มีวิญญาณตัวไหนตามมมา
และเมื่อเตรียมพร้อมเรียบร้อยจึงออกเดินทางผ่านอุโมงค์มุ่งไปยังอาณาจักรอื่นตลอดเส้นทางทั้งสองสาวก็มีพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ทั้งเรื่องในอดีตกับปัจจุบัน
ทว่ายังมีสิ่งที่ทำให้พริสทีนสนใจ
ไม่พ้นเจ้าดาบที่อายาโกะเอาแต่ถือและไม่ยอมวาง จนนึกขึ้นได้ว่ามิโกะสาวเคยว่าไว้ว่าดาบเล่มนั้นเป็นคนรักของเธอ
แถมเรื่องจิ้งจอกนั่น...
“มีอะไรรึเปล่าคะพริสทีน?”
“คือ...ฉันสงสัยน่ะค่ะว่าจิ้งจอกที่ทั้งคู่พูดถึงคืออะไร”
อายาโกะเงียบไปสักพักใหญ่ “อยากรู้จริงเหรอคะ...”
“อึก..”
ช่วงที่เงียบไปนั่นทำเอาพริสทีนแอบใจเสียไปเล็กๆ
ลางสังหรณ์เตือนว่ามันไม่น่าจะใช่เรื่องดีบางทีอาจจะเป็นเรื่องผีที่เธอกลัวนักกลัวหนา
จะถอนตัวก็ไม่ได้เสียแล้ว...
“ค่ะ”
มิโกะสาวชักดาบออกจากฝักดาบใหญ่คมกริบจนเห็นเงาสะท้อนของทั้งคู่บนตัวดาบ เป็นดาบที่งดงามดาบหนึ่งทีเดียวถ้าไม่ติดตรงดวงตาของพริสทีนเรืองแสงเล็กน้อยจากการ [ตรวจสอบ] ถึงได้ทราบ
ว่าดาบเล่มนี้...มีวิญญาณของจิ้งจอกสิงสถิต
และไม่ใช่จิ้งจอกธรรมดาทั่วไป
เป็นจิ้งจอกเก้าหาง!!!
ถึงอย่างนั้นก็มีบางสิ่งดูแปลกไปเล็กน้อย...ภาพที่เห็น.. คือภาพของจิ้งจอกสีทองกำลังหลับอย่างสงบโดยมีโซ่ตรวนพันธนาการร่างไว้กับดาบในมืออายาโกะ
“ขอแนะนำนะคะ นี่ทามาโมะค่ะ... หรือชื่อเต็มก็คือ...ทามาโมะ โนะ มาเอะ ค่ะ”
ดวงตาสีแดงเบิกกว้างกับชื่อที่ได้ยินจากปาก ไม่ใช่จิ้งจอกเก้าหางทั่วไปแต่เป็นจิ้งจอกเก้าหางผู้เคยโด่งดังในอดีตกาลทั้งจากในเกม ภาพยนตร์ต่างๆ ตำนานของจิ้งจอก....ผู้สร้างความวุ่นวายให้แก่สามประเทศจนเกือบดับสูญ
“เขา... โดนผนึกเหรอคะ....”
“ค่ะ...” เก็บดาบใส่ฝักห่อผ้าและกอดด้วยความหวงแหน
“.......คุณอายาโกะไม่กลัวโดนทำร้ายเหรอคะ?ก็จิ้งจอกตนนั้นเป็นถึง....”
“ถ้าเป็นอดีต ฉันกลัวค่ะ...ยังไงก็เป็นจิ้งจอกที่ก่อความวุ่นวายและปัญหาไปทั่วนี่เนอะ” หัวเราะเล็กน้อย“แต่ในยุคนี้ ในโลกใบใหม่นี้ เขาคือคนดูแลฉันมาค่ะ...”
“ดูแลเหรอคะ?”
“ค่ะ ยังไงเขาก็เป็นตัวตนที่อยู่บนโลกนี้มาตั้งแต่โลกเก่าเขาเลยเข้าใจ ว่าการเปลี่ยนแปลงมันรวดเร็วเกินไป...สำหรับฉันที่ไม่มีใครสามารถคุยเรื่องเดียวกันได้ โดนรังเกียจโดนทอดทิ้งจากครอบครัว เขาจึงเป็นเหมือนทั้งเพื่อน และพ่อแม่ฉันค่ะ...”
“สุดท้ายก็กลายเป็นคนรักสินะคะ”
อายาโกะยิ้มบางให้ “ค่ะก็เขาเล่นหน้าตากับการแต่งตัวคล้ายสามีเก่าของฉันด้วย...พอพูดเรื่องนี้ก็ชอบโมโหตลอดเลยล่ะค่ะ”
“แล้ว...ทำไมเขาโดนผนึกได้ล่ะคะ”
มิโกะสาวกลับมาเงียบอีกครั้ง ก้มหน้ามองพื้นกอดห่อผ้าเสียแน่น “...เพราะฉัน...”
“คะ?”
“......เพราะเขา.. ปกป้องฉันค่ะ...”
อายาโกะเริ่มเล่าเรื่องราวในอดีตให้ฟังคงเพราะเห็นว่ารุ่นราวคราวเดียวกัน เป็นเพื่อนจากโลกเก่าเหมือนกันจึงยอมเปิดใจเล่า
เรื่องเกิดขึ้นระหว่างทั้งคู่ออกเดินทางจากประเทศของพวกภูติไปยังที่ต่างๆไปเจอกับนักบวชของประเทศหนึ่งซึ่งมีจิตแกร่งกล้ามากพอจะเห็นร่างจริงของทามาโมะ โนะมาเอะ จึงคิดว่าเธอโดนปีศาจลักพาตัวมา
พวกนักบวชหวังจะช่วยเธอ จับเธอมาเป็นตัวประกันว่าจ้างพวกนักผจญภัยมาปราบปีศาจ...โดยไม่รู้ว่ากำลังหาเรื่องกับจิ้งจอกเก้าหางที่บำเพ็ญเพียรมาตลอดนับตั้งแต่อดีตของโลกเก่ายาวนานมาถึงปัจจุบันเหมือนเล่นกับไฟ...
ด้วยพลังที่ต่างกันเกินไป...
พวกนักบวชและนักผจญภัยแพ้อย่างง่ายดาย...
ไม่ว่าจะดูยังไงพวกเขาไม่มีวันจัดการเจ้าจิ้งจอกเก้าหางได้...
ทว่าความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของการเป็นนักบวชที่อุทิศตนเพื่อปราบปรามเหล่าปีศาจร้ายทุกตัวโดยไม่สนใจอะไรของศาสนจักรของประเทศนี้...
1 ในนักบวชที่รอดชีวิตคว้าเธอที่กำลังวิ่งกลับไปหาทามาโมะมาเป็นตัวประกันอาศัยตอนจังหวะที่เขาตกใจ ใช้เลือดของเทพแห่งแสงสว่างกับเลือดของราชันย์มังกรสะกดเขาลงดาบใหญ่ของนักผจญภัยที่สิ้นชีพ
“ทุกคนในเหตุการณ์นั้นตายหมด... ฉันจึงใช้แรงทั้งหมดที่มีแบกดาบออกมาค่ะ...”กอดห่อผ้าพันดาบแสนรักนั้นไว้ “ไม่ว่าจะพยายามวิธีไหน ก็ช่วยเขาไม่ได้...เลยคิดว่า... ถ้าเป็นอาณาเขตต้องห้าม อาจจะมีวิธีช่วยเขาได้...”
“เสียใจด้วยนะคะกับเรื่องที่เกิดขึ้น...งั้นเรามาพยายามช่วยเขากันดีกว่านะคะ”
“ขอบคุณค่ะพริสทีน”
“งั้นเจ้าก็ควรรู้ไว้นะ...”เดฟที่นั่งฟังเงียบๆเพราะสนใจแต่การควบคุมพีฮอร์สพูดขึ้นจนสองสาวหันมามอง “พันธนาการเลือดเทพก็ต้องใช้เลือดของเทพในการแก้”
“พันธนาการเลือดเทพ...” พริสทีนทวนซ้ำ
“ก็ต้องใช้เลือดเทพแก้...” ตามด้วยอายาโกะ...
“หมายความว่าเราต้องใช้สิ่งที่ผนึกเขาในการแก้ผนึกสินะ”
“ก็ต้องเป็นแบบนั้นนั่นแหล่ะ”ตอบกลับโดยไม่หันมามอง
“อะไรกัน...”
มิโกะสาวสิ้นหวังเล็กน้อยขนาดเทพแห่งแสงสว่างตนยังไม่เคยเจอจะไปกล้านำเลือดของเทพมาได้อย่างไร ยิ่งราชันย์มังกรแล้วใหญ่ตามจับตัวยากไม่พอ ใครจะกล้าเผชิญหน้ากับราชันย์มังกรแห่งการทำลายล้างกันล่ะ!!!
“หมดหวังแล้วสินะคะ...ราชันย์มังกรแต่ละตัวก็ตามหาตัวยาก ยิ่งท่านมังกรแห่งการทำลายล้างด้วยแล้ว...ยิ่งหมดหวังเลยค่ะ”
“ไม่หรอกค่ะคุณอายาโกะ ไม่หมดหวังหรอกนะคะ”
“มียัยพริสทีนอยู่เรื่องพวกราชันย์มังกรเจ้าไม่ต้องเครียดไปเครียดเรื่องเทพแห่งแสงสว่างจะดีกว่ามั้ง!!”
“?? หมายความว่ายังไงคะ?”
พริสทีนยิ้มเล็กๆ หยิบบางสิ่งออกมาจากกระเป๋าเดินทางมันคือเกล็ดสีดำเงาวาวอันใหญ่
“เคออส ถ้าได้ยินเสียงพี่ ช่วยมาหาหน่อยสิ...”
สิ้นคำเงาดำของพริสทีนบนพื้นพุ่งออกมารวมตัวกันกลายเป็นร่างของชายหนุ่มสร้างความตกใจให้แก่อายาโกะไม่น้อย
พร้อมกับความสงสัย ว่าเรียกเขามาทำไม?
“เรียกข้ารึครับ....”
“ขอโทษที่รบกวนนะ ยุ่งอยู่รึเปล่า?”
“ไม่ครับ ผมว่างเสมอหากท่านพี่เรียก...”
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะราชันย์มังกรแห่งความมืด”
เคออสหันไปมองเดฟไกส์ที่บังคับเหียนอยู่ “เช่นกันไลแคนสีคราม... ไม่ได้เจอกันพักเดียว กลายเป็นสารถีไปแล้วรึ”
“เรื่องของข้า!!!!”
“อ เอ๊ะ? ราชันย์มังกรแห่งความมืด???หมายความว่ายังไงคะเนี่ยพริสทีน?”
สาวผมเงินคลี่ยิ้มผายมือไปทางน้องชายตน “ถ้ายังไงขอแนะนำให้รู้จักนะคะนี่เคออส น้องชายค่ะ หรือที่ทุกคนรู้จักกันดี ราชันย์มังกรแห่งความมืดหรือมังกรแห่งการทำลายล้างค่ะ”
ทั่วทั้งรถม้าเงียบจนได้ยินแค่เสียงฝีเท้าของซีฮอร์สเดฟไกส์เองก็เตรียมอุดหูก่อนจะหูแตกด้วยความหูไวเกินไป...
“เอ๋—!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!?”มิโกะสาวตะโกนเสียงดังลั่นรถม้า “นะ น้องชาย!!?พริสทีนมีน้องชายเป็นราชันย์มังกรเหรอคะ!?”
“ค่ะ อย่างที่ว่า ฉันถูกสร้างก่อนหลังจากนั้นพวกเคออสก็ค่อยถูกสร้างขึ้น เลยนับว่าเป็นพี่น้องกันค่ะ”
“แล้ว...มีปัญหาอะไรงั้นเหรอครับ...”
“พี่อยากได้เลือดน้องในการแก้พันธนาการของคุณทามาโมะน่ะเห็นว่ามีเลือดของน้องผสมในการผนึกด้วย จริงรึเปล่า?” ชี้ดาบในมือของอายาโกะ
เคออสขยับไปสัมผัสดาบใหญ่นั่น “มีเลือดข้าเป็นส่วนผนึกจริงครับ...”แต่ได้มายังไงกันนะ....
“ยังไงก็ช่วยหน่อยนะเคออส...”
เคออสกรีดนิ้วจนเลือดซึมป้ายเลือดตนเองลงบนตัวดาบเป็นทางยาวจนสุด เลือดสีแดงฉานค่อยๆซึมหายเข้าไปในตัวดาบก่อนเก็บเข้าฝักดาบเช่นเดิม
1 ในโซ่ตรวนพันธนาการแตกสลาย...
เจ้าจิ้งจอกเก้าหางเริ่มได้สติปรือตาขึ้น...
“เหมือนจะตื่นแล้วล่ะ”
มิโกะสาวเม้มปากแน่น คอแห้งผากจนต้องกลืนน้ำลาย
“ทามาโมะ ได้ยินมั้ย...”
‘.............’
“ทามาโมะ....”
‘........อายาโกะ... รึ...’
“!!! ทามาโมะ!!” กอดดาบแน่น
ทั้งที่อยู่ใกล้กัน อยู่ด้วยกันแต่ไม่สามารถพูดคุยหรือสัมผัสได้เช่นอดีตในที่สุดก็สามารถพูดคุยกับเขาได้อีกครั้งหลังจากเฝ้ารอมานานหลายปีความหวังเริ่มกลับมา
วันที่จะได้อยู่ด้วยกันคงมาถึงเข้าสักวันหนึ่ง...
ขณะที่สองสาวกำลังยินดีเคออสกลับครุ่นคิดอะไรบางอย่าง... ตั้งแต่ไหนแต่ไรไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับพวกมนุษย์ไม่เคยบาดเจ็บเลยสักครั้ง ไม่มีทางที่จะได้เลือดของตนไปเป็นแน่
คนที่กล้ามาขอเลือดจากเขาส่วนใหญ่เป็นพวกเทพหรือไม่ก็พี่น้องตนเอง...
น่าแปลก...
เรื่องนี้เขาคงต้องสืบดูเสียแล้ว...