ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    เล่มที่ 4 บทที่ 95 ท่านปีศาจอาวุโสปี้ปัว (6)

            ณ ทะเลสาบใจกลางปล่องภูเขาไฟเหล่าเฮยซาน ในที่สุดปีศาจดึกดำบรรพ์ขนาดใหญ่ท่านปีศาจอาวุโสปี้ปัวก็ได้ปรากฏตัวขึ้นมาแล้ว

            ไม่ทราบขนาด ไม่เห็นร่าง ไม่เห็นใบหน้าและยิ่งไม่รู้ว่าอีกฝ่ายอยู่ในตบะใด หรือมีพลังเวทแบบไหน

            อีกฝ่ายจงใจปรากฏตัวท่ามกลางหมอกหนาเพื่อปิดบังโฉมหน้าที่แท้จริงเอาไว้

            แม้เสียงพูดไม่ดังก้องกังวานสั่นสะเทือนเทือกเขาเหล่ากอแต่ก็ทำเอาหัวใจของทุกคนในบริเวณนั้นสั่นสะท้านขึ้นรำไร

            “กระผมคือหนึ่งในทายาทตระกูลหมิงในปัจจุบัน นามว่าหมิงเสิน ยินดีที่ได้พบท่านปี้ปัวขอรับ”หมิงเสินสะกดจิตสังหารที่มีต่อสวีหยางอี้ลง ก่อนโค้งตัวคำนับเขาเสกกล่องสีทองใบหนึ่งขึ้นมา กล่องสีทองลอยขึ้นกลางอากาศอย่างไร้น้ำหนักจากนั้นก็หายเข้าไปกลางดงหมอก “นี่เป็นของฝากเล็กๆ น้อยๆ ขอรับหวังว่าท่านอาวุโสจะรับเอาไว้”

            หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เสียงอีกฝ่ายก็ดังขึ้นอีกครั้ง

            “ผลจูกั่วสามร้อยปี สหายช่างใส่ใจ”

            สวีหยางอี้ประสานมือน้อมตัวคาราวะอย่างเงียบๆ

            เขาไม่มีสิ่งใดติดไม้ติดมือมา ก่อนหน้านี้เขาได้ยินที่หลี่จงหยวนเล่าเรื่องของตระกูลหมิงให้ฟังคร่าวๆ แล้ว เมื่อเทียบกับตระกูลใหญ่ที่ฝึกวิชาปีศาจเช่นนี้ตัวเขาในตอนนี้จัดได้ว่ายากจนอนาถา

            “ขอสหายทุกท่านอย่าได้ตื่นตระหนก ทุกท่านย่อมรู้กฎของฉันดีฉันคนนี้ไม่ได้คลุกคลีกับโลกมนุษย์ดังนั้นฉันไม่มีเหตุผลใดที่ต้องเอาเปรียบเพื่อผลประโยชน์ และยิ่งไม่มีเหตุผลต้องทำเช่นนี้เพื่อลดคุณค่าของตัวเอง”ท่านอาวุโสพูดขึ้นอย่างไม่ช้าไม่เร็ว “ฉันรับเรื่องของสหายทั้งสองเอาไว้แล้วสหายทั้งสองไม่ผิดหวังแน่นอน ทายาทแห่งตระกูลหมิง ในฐานะที่เจ้าเป็นหนึ่งในทายาทยุคปัจจุบันอีกทั้งตระกูลของเจ้ายังมีความสัมพันธ์อันดีกับฉันมาตลอด ดังนั้นเริ่มที่เจ้าก่อนแล้วกัน”

            “ฉันมีระยะเวลาให้คำปรึกษาคนละครึ่งชั่วยามเท่านั้น หมดเวลาคือหมดเวลาหวังว่าสหายทุกท่านจะใช้เวลาอย่างคุ้มค่าที่สุด”

            “รับทราบครับ” หมิงเสินตอบกลับอย่างเคารพนับถือแม้ตระกูลหมิงจะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นตระกูลอันดับหนึ่งผู้เป็นรองขั้นหยวนอิงแต่ทายาททุกคนในตระกูลก็ยังไม่กล้ามีเรื่องขัดใจกับปีศาจอาวุโสพันปีท่านนี้

            เขาหยิบแหวนออกมาหนึ่งวง ลูบคลึงเล็กน้อย สีทองส่องสว่างออกมาอย่างฉับพลันจากนั้น ม้วนหนังแกะอันเก่าแก่คร่ำครึก็ลอยขึ้นกลางอากาศ

            แหวนมิติเก็บของ!

            สวีหยางอี้รู้สึกอิจฉาขึ้นมารำไร แบบนี้สิถึงเรียกว่าความร่ำรวยที่แท้จริง เพราะแหวนมิติเก็บของหนึ่งวงมีราคารสูงถึงพันล้านเหรียญเลยทีเดียว!สำหรับเขาแล้ว ตัวเลขขนาดนี้เป็นสิ่งที่ไกลเกินเอื้อมเขานัก!

            มีเพียงผู้ฝึกตนที่ร่ำรวยระดับเดียวกับหมิงเสินเท่านั้นถึงจะกล้าซื้อของพรรค์นี้

            ยิ่งไปกว่านี้... บนมือขวาของอีกฝ่ายยังใส่แหวนแบบเดียวกันที่นิ้วชี้นิ้วกลาง นิ้วนางอีกสามวง!

            “ปลดผนึกออก” ท่านอาวุโสปี้ปัวเอ่ยเสียงเรียบ

            “ท่านอาวุโสครับ... คือว่า...”ผู้เฒ่าคนหนึ่งที่อยู่ด้านหลังหมิงเสินค้อมตัวเอ่ย“ไม่ใช่ว่าตระกูลหมิงจงใจไม่ปลดผนึก แต่ว่า...”

            “หุบปากซะ!” หมิงเสินพูดใส่ผู้เฒ่านั่นโดยไม่หันกลับไปมองจากนั้นก็ประสานมือพูดขึ้น “ตามบัญชาครับ”

            เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หนึ่งเฮือกก่อนลูบแหวนอีกครั้งครั้งนี้ปรากฏแสงสีแดงฉานส่องสว่างขึ้นมาทั่วพื้นที่แห่งนี้ราวกับแสงอาทิตย์เบิกอรุณขับไล่ความมืดมิดยามราตรีมาพร้อมกับเสียงมังกรคำรามดังชัดที่พุ่งออกมาจากข้างในแหวน!

            แต่แม้แสงสว่างสีแดงจะส่องสว่างเพียงใด แต่ก็ไม่อาจส่องทะลวงหมอกหนาพวกนี้ได้

            “ยันต์อาทิตย์อัสดงกลืนมังกร!” ดูเหมือนท่านอาวุโสจะตกใจขึ้นเล็กน้อย“ใช้วิชาผนึกต้องห้ามผนึกสิ่งนี้เอาไว้ ช่างน่าสนใจจริงๆ ...”

            ท่ามกลางแสงสีแดงฉาน มีมังกรเคลื่อนตัวขดรัดอยู่รอบๆ ม้วนหนังแกะ ครั้นหมิงเสินโค้งตัวคำนับอีกคครั้งอยู่ๆ ก็เกิดแรงสั่นสะเทือนขึ้นมาทันที!

            รุนแรงแต่เบาบางคล้ายกับแมลงปอกระพือปีก

            สวีหยางอี้สูดลมหายใจเข้าลึกๆ หนึ่งเฮือกเขาจะไม่ปล่อยโอกาสเปิดหูเปิดตาแบบนี้ให้หลุดไปอย่างเด็ดขาดในโลกผู้ฝึกตนมีสิ่งลึกลับพิศวงอยู่มากมาย

            ในตอนนี้ แม้แต่เขาเองยังดูออกว่านี่คือวัตถุเวทมนตร์ระดับสูง!

            “หวูด!!!” เสียงลมชะลูดตัวเหมือนการวาร์ปข้ามมิติ เหมือนเป็นเสียงฉีกกระชากของกาลเวลามิติ และชาติภพ จนมาหยุดอยู่ตรงนี้ ในห้วงมิตินี้ มีจิตสังหารเจือจางอยู่รำไรแต่ถึงกระนั้นก็ทำให้เสียขวัญได้เลยทีเดียว!

            ครั้นเสียง “ปั้ง” ดังขึ้น เสียง “หวูด” เมื่อครู่ก็หยุดลงจากนั้นเงาร่างกลางหมอกหนาก็เริ่มเคลื่อนไหวอย่างไร้รูปทรง

            สวีหยางอี้เม้มปากแน่น พลังเวทที่แสดงออกมา...แม้ยังไม่แน่ใจระดับตบะของอีกฝ่าย แต่สิ่งเดียวที่แน่ใจก็คือ...

            แข็งแกร่ง... ช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก!

            แข็งแกร่งจนน่ากลัว!

            อาจจะ... แข็งแกร่งกว่าจูหงเสวี่ยเลยก็ว่าได้!

            มิน่า อีกฝ่ายถึงกล้าตั้งมาตรฐานการเข้าพบไว้สูงขนาดนั้น มิน่าอีกฝ่ายถึงกล้ายึดบึงบงกชจตุทิศแห่งนี้เป็นสถานที่ฝึกบำเพ็ญ

            “ก่อนหน้านี้สี่ปี ท่านพ่อได้รับภาพม้วนนี้มาซึ่งพวกผมพยายามไขปริศนามันมาสี่ปีแล้ว ก็ไม่ได้คำตอบอะไรจึงขอรบกวนท่านอาวุโสปี้ปัวช่วยผมด้วยครับ” หมิงเสินพูดขึ้นอย่างสำรวม

            “ฮ่าๆ ...” เสียงหัวเราะดังขึ้นกลางอากาศพร้อมกับเสียงน้ำผุด “ตระกูลหมิงเป็นตระกูลยิ่งใหญ่มีชื่อเสียงที่สืบทอดวิชาปีศาจมาเป็นพันๆ ปีแต่มีปริศนาที่พวกเจ้าไขไม่ออก... ช่างน่าสนใจจริงๆ”

            หมอกหนาไหวกระเพื่อมเล็กน้อย จากนั้นม้วนหนังแกะก็ลอยเข้าไปทันที

            สวีหยางอี้พยายามคิดไตร่ตรองเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดรวมถึงวิธีการวางตัวหลี่จงหยวนที่รู้วิธีการวางตัวและติดต่อสื่อสารกับท่านผู้นี้ก็ดันมาเลื่อนขั้นตอนนี้เสียได้ดังนั้น เขาต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเองอย่างระมัดระวัง

            จากข่าวที่ได้ยินมาถึงแม้ท่านอาวุโสปี้ปัวจะต้อนรับผู้มาเยือนทุกคนอย่างจริงใจแต่ก็ต้องระวังตัวจากปีศาจอาวุโสพันปีตัวนี้ให้ดี

            จากนั้น อยู่ๆเขาก็รู้สึกตัวได้ว่าตัวเขาไม่ได้ยินบทสนทนาของสองคนนั้นเลย!

            เห็นแต่หมิงเสินยินพูดคุยอะไรบางอย่างกับเงาตะคุ่มสีดำท่ามกลางหมอกหนาราวกับถูกช่วงชิงการได้ยินไป!

            หลังจากนั้นสองสามวินาที เขาก็ถอดใจลงเพราะนี่เป็นการพูดคุยระหว่างท่านอาวุโสปี้ปัวกับหมิงเสิน การที่เขาไม่ได้ยินก็ถือเป็นเรื่องปกติ

            เขามองนาฬิกาข้อมูลอีกครั้ง

            ผ่านไปแล้วสิบนาที

            และก็เป็นเช่นนี้เรื่อยไปจนครบหนึ่งชั่วโมง หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยามการได้ยินของเขาก็กลับมาเป็นปกติ

            “เป็นแบบนี้นี่เอง นึกไม่ถึงเลยว่าจะเป็นสิ่งนี้...”ใบหน้าหน้าของหมิงเสินแดงเรื่อผิดปกติ เขาโค้งตัวคาราวะอย่างสุดซึ้ง “ขอบพระคุณท่านอาวุโสอย่างสูงครับ!”

            “เหอะๆ ...” เสียงหัวเราะแห้งๆ ดังขึ้นท่ามกลางหมอกหนา“เจ้าทายาทตระกูลหมิงเอ๋ย แม้สิ่งนี้จะล้ำค่ากว่าปกติแต่จากการที่ได้เห็นบรรพบุรุษของเจ้าตายจากไปไม่รู้กี่รุ่นต่อกี่รุ่นฉันจึงอยากขอเตือนเอาสองเรื่อง”

            “เรื่องแรก สวรรค์ย่อมตอบแทนผู้เพียรพยายาม มีได้ก็ย่อมมีเสียวาสนาอันยิ่งใหญ่ มาพร้อมความเสี่ยงอันใหญ่ยิ่งแม้สิ่งนี้เป็นวัตถุเวทมนตร์ระดับสูง แต่หากเจ้าต้องการใช้มันก็อาจจะต้องแลกด้วยชีวิต”

            “เรื่องที่สอง ตอนนี้เจ้าเป็นทายาทของตระกูลหมิง เจ้าสามารถใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้ทำให้เจ้าบรรลุขั้นจินตันกลายเป็นจินตันเจินเหรินในรุ่นปัจจุบันในตระกูลของเจ้าได้”

            “กระผมจะพึงจำจดคำชี้แนะของท่านอาวุโสไว้ครับ” หมิงเสินประสานมือจากนั้นก็เก็บม้วนหนังแกะโบราณนั่นใส่กล่องสีทองและเก็บใส่แหวนมิติอีกที

            สวีหยางอี้หรี่ตามอง

            อีกฝ่ายเก็บไว้ในแหวนที่นิ้วกลาง

            เขาจำเอาไว้แล้ว

            “สหาย ถึงตาเจ้าแล้ว” ท่ามกลางหมอกหนา ท่านอาวุโสปี้ปัวหันหน้ามาหาสวีหยางอี้ “เข้ามานี่”

            สวีหยางอี้กำลังจะหยิบกล่องจิ๋วปริศนาออกมา อยู่ๆท่านอาวุโสปี้ปัวก็เอ่ยขึ้น “หยุดก่อน”

            สวีหยางอี้หยุดการกระทำทุกอย่างลง จากนั้นร่างกายพลันรู้สึกเบาหวิวขึ้นมาราวกับเหยียบบนปุยเมฆเขาลอยหายเข้าไปในหมอกหนานั่นทันที!

            “นี่มัน...” ดวงตาหมิงเสินคุวาวขึ้นทันที

            ตระกูลหมิงเป็นตระกูลที่สืบทอดมาเป็นพันๆ ปีความลับทางประวัติศาสตร์บางเรื่อง มีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่รู้ 

            ม้วนหนังแกะของตัวเองได้บันทึกเบาะแสบางอย่างที่สามารถสั่นคลอนโลกทั้งใบได้เลยแต่กลับไม่ถูกท่านอาวุโสปี้ปัวดึงเข้าไปข้างในหมอกหนา ซ้ำยังเผยให้คนอื่นมองเห็นอีก

            เดาได้ว่า เจ้านี่...

            มีสิ่งของล้ำค่ากว่าของตัวเองอีกงั้นเหรอ?

            ขอดูนิดๆ หน่อยๆ ไม่ได้เลยเหรอ?

            “ท่านเสินจุน” ผู้เฒ่าคนหนึ่งค้อมตัวเอ่ยถาม “พวกเรา... กลับกันเลยไหมครับ?”

            “ยัง...” ดวงตาหมิงเสินฉายแววเยือกเย็น เขาเลียริมฝีปากเล็กน้อย“นายรู้อะไรไหม...”

            “กฎของท่านอาวุโสปี้ปัว... แค่ห้ามการเข่นฆ่ากันในเขตทะเลสาบใจกลางปล่องภูเขาไฟเท่านั้น...ก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้ฆ่ากันหลังจากออกนอกเขตนี้!”

            “ฉันยังมีหนี้ค้างชำระกับไอ้นี่อยู่”

            สวีหยางอี้ลอยเข้ามาในดวงหมอกอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้หลังจากนั้นประมาณสิบวินาที เท้าของเขาก็แตะพื้น

            พื้นที่เท้าของเขาแตะลงไปนั้นเป็นพื้นที่ปูด้วยเกล็ดปลาเหลือบรุ้งหลายสิบเมตร!

            นี่คือ... ฝ่ามือของท่านอาวุโวปี้ปัว!

            “เจ้าโชคดีมาก...” สวีหยางอี้ก็ไม่ทันเอ่ยปากพูดท่านอาวุโสปี้ปัวก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงใจหาย “สิ่งนี้... ทำเอาฉันแทบอยากจะช่วงชิงมาเลยเจ้าช่างเป็นคนที่โชคดีจริงๆ ...ที่ได้พบเจอกับวาสนาอันใหญ่หลวงขนาดนี้”

            สวีหยางอี้ขยับเท้าถอยหลังเล็กน้อย ท่านอาวุโสปี้ปัวคลี่ยิ้มขึ้นทันที“ถ้าฉันคิดจะแย่งมาจริงๆ ตอนนี้เจ้าคงไม่ยืนอยู่แบบนี้หรอก ของสิ่งนี้แม้จัดเป็นสิ่งของระดับมหาโชคลาภ แต่ก็ดึงดูดเภทภัยเข้าหาอยู่เรื่อยไปฉันแก่เกินไปจะรับมือกับเรื่องพวกนี้แล้ว”

            “เอาล่ะ มาเริ่มกันเถอะ”

     

    คล้ายกับเรื่องยุทธเวทผลาญปีศาจ ที่คุณอ่าน

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.85M 1165
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011