บทที่ 27 ล้อเล่นหรือเปล่าเนี่ย?
ไป๋หลีทรุดลงกับพื้นพร้อมเสียงแฉะด้วยความหวาดกลัวเกินกว่าจะเอ่ยคำพูดอะไรออกมาได้
เธอข่มกลั้นความกลัวเอาไว้ไม่อยู่ รู้สึกราวกับกำลังจมน้ำ รอบกายมีแต่น้ำเย็นเยือกที่ทำให้หายใจอย่างยากลำบาก
“ฉัน...”
ไป๋หลีกัดฟันเอ่ยปากออกมา แต่ก็ยังไม่กล้าพูดไปตามตรง อยู่ในอาการลังเลพักหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ไม่ยอมพูด
จู่ ๆ พลังงานสีดำทมิฬรอบ ๆ วิญญาณถงโจวโจวพลุ่งพล่านแผ่ขยายออกไป และเมื่อเธอปรากฏตัวอีกครั้งก็เข้ามาบีบคอไป๋หลียกให้ลอยสูงขึ้นทีละน้อย
“ไป๋หลี ฉันยังไม่ฆ่าแกหรอก ความตายมันง่ายเกินไป ฉันจะคอยทรมานแกอยู่อย่างนี้ทุกวันเอาให้กลัวจนต้องอับอายต่อหน้าคนอื่น และจะคิดบัญชีกับแกให้สาสม”
หลังจากพูดจบก็ส่งเสียงหัวเราะแล้วหักข้อนิ้วสองนิ้วของอดีตเพื่อนจนเกิดเสียงกร๊อบแกร๊บ
ความเจ็บปวดเล่นงานที่มืออย่างรุนแรง ไป๋หลีกรีดร้องเสียงสูง เหงื่อบนหน้าผากร่วงกราวเหมือนฝนตก
ใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดทำให้ถงโจวโจวหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ไป๋หลี ฉันจะรอเจอแกในไลฟ์ที่หู่เยว่พรุ่งนี้แปดโมงเช้า ถ้าแกไม่โผล่หัวมา ฉันจะหักนิ้วที่เหลือของแกให้หมด และกระดูกทั้งตัวของแกจะโดนป่นไม่เหลือชิ้นดีแน่นอน”
ระหว่างที่พูด เสียงขู่นั้นก็ดังก้องขึ้นเรื่อย ๆ และค่อย ๆ เงียบหายไปในที่สุด
ไป๋หลีตื่นจากความฝันด้วยความเจ็บปวดและกรีดร้องเสียงดังไม่ต่างจากหมูถูกเชือด เธอลุกขึ้นนั่งแล้วดวงตาเบิกกว้างอย่างหวาดกลัวรีบเอานิ้วที่ถูกหักขึ้นมาดูแต่พบว่ามันยังไม่เสียหาย
แต่ความเจ็บหนึบไปทั้งใจไม่ได้จางหายไป มันกลับยิ่งชัดเจนขึ้นอีกครั้ง
เธอร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวด ไม่แน่ใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่จะเป็นความฝันหรือไม่ เธอรีบเอามือถือขึ้นมาโทรหาไป๋ซวี่แล้วเอ่ยด้วยเสียงสั่นเทา
“พี่คะ”
…
คนต่อไป
เซียวเข่อ
ถงโจวโจวรู้ว่าความจริงแล้วเซียวเข่อเป็นแค่ดอกหญ้าที่ปลิวไปตามลมเท่านั้น
พ่อเธอเป็นพนักงานบริษัทของไป๋หลี และเพื่อให้พ่อตัวเองได้เลื่อนตำแหน่ง เซียวเข่อจึงไม่ต่างอะไรจากลูกไล่ของไป๋หลีที่คอยช่วยเหลือในทุก ๆ เรื่อง
ตอนที่มีชีวิตอยู่และเป็นร่วมคลาสกัน คนที่รังแกเธอมากที่สุดคือเซียวเข่อ
แม้ไป๋หลีจะแสร้งทำเป็นห้ามปรามแต่ก็มักจะเอาเรื่องฐานะทางบ้านมาพูดข่มกันอยู่เสมอทั้งที่ตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ
ถงโจวโจวรู้ว่าไม่สามารถตอบโต้คนเหล่านี้ได้ จึงทำได้เพียงแค่ตั้งใจเรียนอย่างหนัก
แต่เพราะเรื่องผลการเรียน ไป๋หลีจึงยิ่งไม่พอใจในตัวเธอมากขึ้นเรื่อย ๆ
เช่นเดียวกับครั้งก่อนหน้า เธอตั้งใจจะเข้าไปในความฝันเพื่อที่หลอกให้อีกฝ่ายกลัวแล้วยอมเข้าร่วมการไลฟ์
ความจริงแล้วถงโจวโจวก็ยังเป็นเพียงเด็กอายุสิบสามที่ไร้เดียงสาคนหนึ่งเท่านั้น
แม้ว่าจะเป็นวิญญาณมาหลายปีแล้ว แต่ที่ยังสามารถวนเวียนอยู่ในโลกได้เป็นเวลานานเช่นนี้ไม่ใช่เพียงเพราะต้องการแก้แค้นเท่านั้น เธอยังต้องการให้คนทั้งหมดชดใช้ค่าเสียหายให้ครอบครัวด้วย
เธอตายไปแล้วก็จริง แต่พ่อกับแม่ยังอยู่ สิ่งที่พอจะทำได้ในตอนนี้คือหาเงินมาให้พ่อกับแม่ใช้ตอนแก่
สิ่งที่ไม่คาดคิดคือเซียวเข่อเป็นคนขี้ขลาดมาก ทันทีที่ออกจากห้องน้ำมาเห็นถงโจวโจวก็ตกใจจนช็อกตายไป
ล้อเล่นหรือเปล่าเนี่ย ?
ถงโจวโจวเกรี้ยวกราด สีหน้าโกรธแค้นจนแยกเขี้ยวออกมา
พร้อมกับตะโกนเสียงดัง “นี่! เซียวเข่อ อย่ามาล้อเล่นน่า ลุกขึ้นมา!”
“อย่ามาสำออยแกล้งตาย ฉันมาเพื่อเอาคืน ไม่ได้อยากดูแกเล่นละคร ได้ยินไหม!”
ถึงจะโกรธมากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ สักพักวิญญาณของเซียวเข่อก็ลอยออกมาจากร่าง
คนที่เสียชีวิตอย่างผิดธรรมชาติวิญญาณจะปรากฏขึ้นมาภายในไม่กี่วินาที และภายใน 2-3 วันหากไม่มีห่วงแล้ววิญญาณก็จะไปสู่สุคติ
หากเป็นการเสียชีวิตที่รุนแรงน่าเศร้า หรือตายอย่างไม่ยุติธรรม จมน้ำ หรือเหตุอื่น ๆ วิญญาณจะไม่ไปไหน และวนเวียนอยู่ในโลกมนุษย์เพื่อหาทางชำระความแค้น
แต่วิญญาณทั่วไปจะอยู่ได้เพียงเจ็ดวัน ระหว่างเจ็ดวันนี้ วิญญาณจะอ่อนแอลงเรื่อย ๆ และสุดท้ายจะเดินทางไปปรโลก
เหตุผลที่ถงโจวโจวยังอยู่และกลายเป็นวิญญาณอาฆาตที่มีพลังแข็งแกร่งได้ขนาดนี้ เพราะห้องที่เธอถูกสะกดไว้เป็นห้องที่ฮวงจุ้ยไม่ดีด้วย
ทุกปัจจัยส่งเสริมให้เธอกลายเป็นวิญญาณร้าย
ฉินเหยียนจินรู้เรื่องนี้ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในตึก จึงได้แผ่พลังวิญญาณออกไปเพื่อแก้ไขเรื่องฮวงจุ้ยที่ไม่ดี กำจัดความชั่วร้ายออกไป
นี่เป็นสาเหตุที่ถงโจวโจวรู้สึกว่าฉินเหยียนจินดูน่าเกรงขาม แต่โชคดีที่นักพรตสาวไม่ได้มุ่งเป้าทำลายวิญญาณอาฆาตโดยตรง ไม่อย่างนั้นเรื่องราวคงไม่ได้ดำเนินมาถึงจุดนี้
ตอนนี้วิญญาณของเซียวเข่อลอยออกมาจากร่าง และยังไม่สามารถรับเรื่องที่เกิดขึ้นได้
เธอยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองตายแล้ว และพยายามจะกลับเข้าสู่ร่างตัวเองอย่างสิ้นหวัง แต่ไม่ว่าจะพยายามเท่าไร วิญญาณก็ลอยทะลุร่างไปอยู่ดี ทำได้เพียงร้องไห้ด้วยความกระวนกระวายใจ
ถงโจวโจวกอดอกมองอยู่ด้านหลัง
“พยายามไปก็ไร้ประโยชน์ แกตายแล้วทำใจซะเถอะ มีจิตสำนึกแบบคนตายซะบ้าง”
เซียวเข่อมองอย่างหวาดกลัวแล้วกรีดร้องออกมา “กรี๊ดดดดดดดดด ผีหลอก!!!”
ถงโจวโจวกลอกตา “โดนผีเรียกว่าผีแบบนี้แล้วมันน่าหงุดหงิดชะมัด”
คราวนี้เธอเอาชนะเซียวเข่อได้อย่างขาดลอย และความจริงนั้นก็ทำร้ายอีกฝ่ายอย่างหนักหน่วง
ตอนนี้ถงโจวโจวรู้สึกว่ามันสาสมแล้วและเต็มไปด้วยความสะใจ
คราวนี้เธอมาที่นี่เพื่อชำระความแค้น เธอบังคับให้เซียวเข่อออกไปด้วยกัน โดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะยินยอมหรือไม่
เมื่อถูกบังคับด้วยพลังวิญญาณที่แรงกล้า เซียวเข่อจึงทำได้เพียงตามไปอย่างจนปัญญา
“ทำไมถึงขี้ขลาดได้ขนาดนี้ ฉันแค่ออกมาแวบเดียวแกก็ตกใจจนช็อกตายซะแล้ว ยังไม่ทันได้ทำอะไรด้วยซ้ำ น่าสมเพชชะมัด เมื่อก่อนเป็นคนร้ายกาจกว่านี้นี่”
“ขี้แพ้อะไรขนาดนี้ ให้ตายเหอะ!”
“ไม่คิดเลยว่าคนที่ลงมือฆ่าฉันจะดูขี้ขลาดตาขาวขนาดนี้ บลา ๆ ๆ ๆ ๆ”
ระหว่างทางไปที่บ้านของเหยาอวี๋จิ่น ถงโจวโจวก็อดไม่ได้ที่จะก่นด่าและถากถางเซียวเข่อไปเรื่อย ๆ เป็นความเกลียดชังอาฆาตที่ทำให้เซียวเข่อหวาดกลัวเป็นอย่างมาก
แต่ก็ทำได้เพียงตัวสั่นด้วยความกลัว ปากปิดสนิทใบหน้าเต็มไปด้วยความคับข้องใจและหมองเศร้า
หากเรื่องนี้เกิดขึ้นในสมัยก่อน ตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมา เธอใช้อำนาจในฐานะของการเป็นเพื่อนกับไป๋หลีจัดการเรื่องต่าง ๆ เสมอและไม่มีทางที่คนอย่างถงโจวโจวจะต้านทานได้
แต่ในเวลานี้ เธอเหลือบมองไปยังรังสีของความชั่วร้ายจากด้านหลังของถงโจวโจวที่แทบจะบดบังท้องฟ้าได้ นั่นทำให้เธอทำได้แค่เพียงทำตัวเป็นคนขี้แพ้เท่านั้น โอ๊ย ให้ตาย เธอเป็นผีด้วยซ้ำ!
ถงโจวโจวไปหาเหยาอวี๋จิ่นด้วยความตื่นเต้น และฉินเหยียนจินเองก็ไม่ได้อยู่เฉยอย่างเกียจคร้านเช่นกัน
เมื่อรู้ว่านกฮูกจะมาอยู่ในสำนัก เธอก็ทำเพียงยอมรับชะตากรรมและเตรียมหากระดานไม้มาสร้างเป็นที่พักชั่วคราวให้พวกมัน
ไม่อย่างนั้นแม่นกฮูกที่ดูไม่น่าไว้ใจตัวนี้อาจจะทำอะไรแผลง ๆ อย่างการเจาะโพรงที่ต้นไม้ หรือขุดหลุมตามที่ต่าง ๆ ไปแทน
เธอหาจุดที่มั่นคงแข็งแรงและมีพื้นที่กว้างขวางในร่มเงาเพื่อเอากระดานไม้ที่เตรียมไว้ออกมาตอกให้เข้าที่เสียงดัง
ที่ใต้ต้นโพธิ์มีแม่นกและลูกนกสองตัวเอียงหน้ามองฉินเหยียนจินด้วยดวงตากลมโดยไม่กะพริบ
ภาพนี้ชวนให้รู้สึกเดจาวูยังไงพิกล
หลังจากง่วนกับงานอยู่ครึ่งชั่วโมง ก็เริ่มอยากที่จะพักเหนื่อย ในตอนนั้นปราณวิญญาณจำนวนมหาศาลก็เริ่มไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายและพลุ่งพล่านอย่างต่อเนื่องราวกับสายน้ำที่ไหลเชี่ยว
ฉินเหยียนจินตกใจเล็กน้อย หลังจากที่คิดคำนวณครู่หนึ่ง มุมปากของเธอก็ยกยิ้มขึ้นมา
นั่นเป็นพลังที่ได้จากจางซางซางและเจียงเฉวียนฝู
ไม่เพียงแค่เธอจะรอดจากการถูกฆาตกรรม แต่เมื่อกลับไปที่บ้านเธอก็เลือกที่จะไปอยู่กับแม่ การตัดสินใจครั้งนี้เปลี่ยนแปลงชะตากรรมของทั้งเธอ แม่และพ่อที่ต้องการจะแต่งงานครั้งใหม่โดยตรง
สำหรับเจียงฝูเฉวียน แม้ว่าความทรงจำของเขาจะไม่ค่อยปะติดปะต่อ แต่ก็ทำให้ชีวิตไม่ต้องเจอกับหายนะร้ายแรง ไม่ต้องถูกตำรวจจับไปโรงพยาบาลจิตเวช
และไม่ต้องตายจากการเสพสารเสพติด
พวกเขาล้วนถูกเขียนชะตาชีวิตขึ้นมาใหม่ และปราณวิญญาณก็มากขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย
ระหว่างที่กำลังซึมซับปราณวิญญาณอย่างเงียบ ๆ ปลาคาร์ปในบ่อก็เหมือนสัมผัสถึงพลังได้จึงกระโดดขึ้นจากน้ำ
ท่าทางของมันมีความสุขมาก
ฉินเหยียนจินมองปฏิกิริยาเช่นนั้นด้วยหางตาของเธอ
เงาสีขาวบินไปอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า เพียงชั่วเสี้ยววินาทีก็โฉบมาจับปลาคาร์ปตัวใหญ่สีสดได้
และถูกโยนไปยังเจ้าโมจิทั้งสองที่อยู่ด้านข้าง
ปลาคาร์ปลายสวยงามตัวสั่น ดิ้นไปมาเมื่อถูกโยนลงอย่างแรงที่พื้นแต่แม่นกฮูกก็จับมันเอาไว้
ดวงตาฉินเหยียนจินเบิกกว้าง นี่ถึงขั้นขโมยปลาเลยอย่างนั้นเหรอ?