บทที่ 23 เข้าทางมารดา
ไป๋ลี่เฟยยกยิ้มอย่างผู้ชนะ นางเกือบหลงลืมไปเสียสนิทว่า เหตุที่ทำให้คุณหนูไป๋ต้องหมั้นหมายกับองค์ชายสาม เป็เพราะมารดาของนางและมานดาของจ้าวหลินไฉ่เป็สหายรักกับมาแต่เล็ก
หากนางร้องขอไปอย่างดีแล้ว ก็ยังไม่คิดจะตอบรับคำขอ ในขณะที่ตนเองมารบกวนเวลาของผู้อื่นถึงจวนอยู่อย่างสม่ำเสมอ แม้จะรู้ดีว่ามาใช้ตัวนางเป็ทางผ่านไปหาซินหยาน แต่เมื่อเป็เช่นนี้ลี่เฟยก็สุดที่จะอดทน ขอกระทำการข้ามหัวให้รู้แล้วรู้รอด
หลังจดหมายส่งไปหามู่กุ้ยเฟยได้เพียงสองวัน เทียบเชิญให้คุณหนูใหญ่ และคุณหนูรองจากสกุลไป๋ ไปเยือนวังเมฆาแสงจันทร์ก็มาถึง
“หึ…อย่างไรข้าก็หวังจะนำน้องรองไปดึงความสนใจอยู่แล้ว” ไป๋ลี่เฟยพึมพำยามกวาดตามองเทียบเชิญ
“คุณหนูว่าอย่างไรนะเ้าคะ” จูจูที่ได้ยินไม่ชัดเอ่ยถามอีกครั้ง เกรงว่าคุณหนูของตนอาจสั่งงานออกมา แล้วตัวนางฟังพลาดไป
“ไม่มีอันใด จริงสิ สิ่งที่ให้บ่าวเรือนนู้นนำไปใส่ไว้จัดการได้เรียบร้อยหรือไม่”
“เรียบร้อยดีเ้าค่ะ กำชับแล้วว่าควรใส่ยารอบใหม่ทุกเจ็ดวัน”
“ส่วนของชายผู้นั้น ข้าอาจต้องรบกวนเ้าให้มากหน่อย”
“คุณหนูแน่ใจหรือเ้าคะ ว่าวิธีนี้จะได้ผล”
“ต้องได้ผลสิ ข้าคือคุณหนูใหญ่สกุลไป๋เชียวนะจูจู”
.
.
.
วันรุ่งขึ้นไป๋ลี่เฟยแสดงฤทธิ์เดชไม่ยอมขึ้นรถม้าคันเดียวกันกับไป๋ซินหยานโดยเด็ดขาด นางตั้งใจสร้างภาพลักษณ์น่าสงสารให้ซินหยาน เพราะเห็นว่าจากความบังเอิญเื่อาภรณ์นั้นออกมาได้ผลดีกว่าที่คาดไว้ และหากกลั่นแกล้งเพียงเล็กน้อยตามกรอบของสถานะ นางย่อมทำได้โดยไม่กลายเป็คนไร้หัวคิดอย่างเสิ่นหรงฮวาแน่นอน
“เตรียมรถม้าอีกคัน” ไป๋ลี่เฟยแย้มยิ้ม
“รถม้าสำหรับเ้านายในจวนเหลือเพียงคันเดียวขอรับคุณหนูไป๋ คันอื่นถูกนำไปใช้ครบทั้งสิ้น คุณชายไป๋ช่างชางก็นำออกไปพบคุณชายโอ มารดาของคุณหนูก็ไปพบสหาย คุณหนูสามและมารดาก็นำออกไปอารามนอกเมืองแล้วอีกคันหนึ่ง” บ่าวที่รับผิดชอบการดูแลรถม้าเอ่ย
รอยยิ้มซุกซนหายลับไปจากใบหน้า “เช่นนั้นก็ให้นางเดิน หรือจะนั่งรถม้าแบบสามัญก็ได้ไม่ใช่หรือ”
“คุณหนูไป๋ รถม้าสามัญไม่ใคร่เหมาะสม หากให้เดินก็ยิ่งไม่เหมาะสมนะขอรับ”
“แต่นั่งด้วยกันคือเหมาะสม…งั้นหรือ” ลี่เฟยหันไปมองไป๋ซินหยานที่ยิ้มเงียบไม่กล่าววาจาอันใดออกมา
“ไม่เหมาะสมขอรับ” บ่าวชายผู้รับเคราะห์ครั้งนี้สับสนเล็กน้อย ปกติแล้วในจวนก็ใช้รถม้าร่วมกันได้ไม่เคยพบปัญหา คนฝ่ายฮูหยินเอกก็ดูจะไม่กีดกัดอันใดกับฮูหยินรองและบุตรด้วยซ้ำ เมื่อวันนี้คุณหนูใหญ่ไป๋ทวงถามให้จัดการตามฐานะก็มีแต่ต้องก้มหน้าทำตาม
ไป๋ลี่เฟยขึ้นรถม้าไปก่อนสั่งให้ออกตัวทันที ไม่ได้เสียเวลารอว่าการแก้ปัญหาจะเป็อย่างไร คุณหนูไป๋คนโตสนใจเพียงการสร้างภาพลักษณ์เลวร้ายให้ตนเองต่อหน้าชายผู้นี้เท่านั้น
แต่เห็นทีว่าไป๋ซินหยานก็มิใช่สตรีโง่เง่ายอมเดินแทนการนั่งรถม้าที่ไม่สมฐานะ เมื่อลี่เฟยก้าวลงจากรถม้าของตนเองก็สังเกตเห็นรถม้าที่มีตราสกุลมี่ที่อยู่ติดกับจวนไป๋ตามเข้ามา หลังจากนั้นไป๋ซินหยานก็ก้าวลงมาจากรถม้าสกุลมี่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทำให้ลี่เฟยลอบพยักหน้าพอใจ
เช่นนี้ค่อยไม่น่าอับอายที่ได้ชื่อว่าเป็พี่น้องกัน
“คุณหนูไป๋ทั้งสอง” บ่าวท่าทางคล่องแคล่วมานำทางไป๋ลี่เฟย และไป๋ซินหยาน
ภายในวังเมฆาแสงจันทร์ถูกจัดแต่งไว้อย่างหรูหราสมฐานะ ต้นไม้ดอกไม้แตกกิ่งก้านอย่างสมบูรณ์ บนพื้นเป็เปลือกนอกของหินธาตุที่ขัดจนมนมีขนาดไม่ใหญ่เรียงรายปิดหน้าดินไว้ มีบางจุดที่แตกต่างไปจากที่ลี่เฟยจำได้ แต่นั่นอาจเป็เพราะชาตินี้นางได้เหยียบเข้าวังเมฆาแสงจันทร์เร็วกว่ากำหนดถึงสามปี
ใช้เวลาเดินมาเกือบเค่อไป๋ลี่เฟยก็มาหยุดอยู่ในบริเวณสวนบึงดอกบัวที่มีท่าน้ำยื่นออกไปจนถึงกลางบ่อ ตั้งศาลาหลังไม่เล็กไม่ใหญ่ไว้ให้พักผ่อนท่านกลางธรรมชาติ
เมื่อเดินมาจนถึงโต๊ะกลางศาลาก็พบองค์ชายสาม ลี่เฟยย่อกายทำความเคารพ ระหว่างนั้นบ่าวที่เป็ผู้นำทางก็ก้มหน้าลงกล่าววาจากับองค์ชายสาม ทันใดนั้นสายตาโกรธจัดก็ตวัดมาทางดวงหน้าของไป๋ลี่เฟย
ฟ้องว่าซินหยานนั่งรถม้าสกุลอื่นมาละสิ
“องค์ชายเพคะ หม่อมฉันเตรียมน้ำแกงมาถวาย จึงอยากขอประทานอนุญาตใช้ครัวเป็กรณีพิเศษได้หรือไม่เพคะ” ลี่เฟยออกปากพูดพร้อมรอยยิ้มประจบประแจง คล้ายว่าทั้งหมดนี้เป็การกระทำที่้าเอาอกเอาใจจ้าวหลินไฉ่จนออกนอกหน้า
เื่นี้นางเรียนรู้มาด้วยตัวเองอย่างโหดร้าย การแสดงออกว่า้าชายผู้นี้มีแต่จะได้รับสายตารำคาญ และการดีดออกไปให้ไกล
“ไปเถอะ หากหาเจอก็ใช้ได้ตามสะดวก” จ้าวหลินไฉ่ออกปาก จากนั้นก็แสยะยิ้มออกมา องค์ชายสามคิดจะกลั่นแกล้งเอาคืนคุณหนูไป๋คนพี่ เพื่อเอาใจแม่นางที่ต้องตา โดยไม่รู้เลยว่าสตรีที่ตน้าหลอกให้เดินหลงนั้นรู้เส้นทางเป็อย่างดี เพราะหลังหมั้นหมายมู่กุ้ยเฟยสั่งให้คุณหนูไป๋เข้ามาปรับปรุงวังเมฆาแสงจันทร์ร่วมกับจ้าวหลินไฉ่
“พี่หญิง ข้า…” เสียงเรียกดังขึ้นระหว่างที่ลี่เฟยกำลังหมุนตัวออกจากศาลากลางน้ำ
คุณหนูใหญ่ไป๋หันไปมองน้องสาวต่างมารดาของตนครู่หนึ่งก่อนเห็นว่านางมีแววตาหวาดกลัวแกมขอร้องส่งออกมา แม้จะทำให้สงสัยเล็กน้อย แต่เมื่อรออยู่นานไป๋ซินหยานก็ไม่กล่าวอันใด ลี่เฟยจึงเดินออกมาพร้อมกับจูจูที่ถือน้ำแกงตามตัว
“คุณหนูรู้ทางหรือเ้าคะ ให้บ่าวไปถามคนแถวนี้ไหมเ้าคะ” จูจูเอ่ยถามเพื่อเดินพ้นระยะศาลามาแล้ว
“ยังไม่ต้อง จวนไหนก็จัดแบ่งคล้ายคลึงกันทั้งสิ้น ต่อให้เป็วังก็คนมิได้พิศดารจนหาทางไม่เจอ” ลี่เฟยเดินในตามเส้นทาง แกล้งทำทีเป็เลี้ยวผิดสองครา เพื่อตบตาใครก็ตามที่หลินไฉ่ส่งมาติดตาม หากคนผู้นั้นนำกลับไปรายงานแล้วย่อมไม่น่าสงสัย แม้จะจับพลังปราณไม่ได้ว่ามีผู้ตามมาหรือไม่ ลี่เฟยก็้าป้องกันไว้ก่อน
ในที่สุดก็มาถึงโรงครัวใหญ่ประจำวีงขององค์ชายสาม ไป๋ลี่เฟยเข้าไปพูดคุยกับบ่าวโรงครัวด้วยท่าทีนอบน้อม ใช้ความเยาว์วัยเป็เครื่องมือเรียกความเอ็นดู ท่าทางเงอะงะถูกงัดขึ้นมาแสดง จนในที่สุดไป๋ลี่เฟยก็ได้รับความช่วยเหลือพิเศษจากพ่อครัวหู
นางนำกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา “นี่เป็ขั้นตอนการอุ่นที่พ่อครัวในจวนไป๋ให้ไว้ ท่านพ่อครัวใหญ่หูช่วยตรวจความถูกต้องเถิดเ้าค่ะ น้ำแกงนี้จะทำถวายองค์ชายตามคำสั่งเสด็จป้ามู่กุ้ยเฟยเ้าค่ะ”
ทุกสิ่งที่ข้าทำมาเกือบรอบพระจันทร์ขึ้นอยู่กับท่าทีของพ่อครัวหูที่มีต่อกระดาษใบนี้แล้ว