ระบบหลอมรวมที่บ้าคลั่ง — 疯狂炼妖系统

    เล่มที่ 2 บทที่ 42 จะหาเหตุผลอะไรมาอ้างดี

            “ฮ่าๆ เหม็นรึ?”

            เซี่ยฝูคุนพูดพลางใช้ตะเกียบคีบเต้าหู้เหม็นชิ้นหนึ่งขึ้นมาจากจานในมือของฉางอวี่เซวียน ด้วยการพร่ำสอนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยของเซี่ยฝูคุนในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ตอนนี้ฉางอวี่เซวียนไม่เพียงแต่อัญเชิญเต้าหู้เหม็นออกมาได้เท่านั้น แต่ยังสามารถอัญเชิญซอสพริกแถมมาได้อีกเล็กน้อยด้วย เซี่ยฝูคุนป้ายเต้าหู้เหม็นในมือลงบนซอสพริก ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก

            “หอมชื่นใจยิ่งนัก!”

            เยี่ยชิงหว่าน: “???”

            ชิงมู่เสวียน: “???”

            พี่ชาย ท่านเอาจริงดิ? ไอ้ของพรรค์นี้มันหอมตรงไหนกัน?

            ถึงแม้พวกนางทั้งสองจะยืนอยู่ห่างจากเซี่ยฝูคุนและฉางอวี่เซวียนอยู่ไม่น้อย แต่ตอนที่เห็นเซี่ยฝูคุนส่งเต้าหู้เหม็นเข้าปากแล้วทำสีหน้ามีความสุขถึงเพียงนั้น พวกนางก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคอดัง “อึก”

            “ของสิ่งนี้มันอร่อยถึงเพียงนั้นเชียวรึ?”

            เต้าหู้เหม็นที่แท้จริงน่ะ กลิ่นที่มันลอยโชยออกมานั่นแหละคือหัวใจสำคัญของมัน เต้าหู้เหม็นระดับยอดเยี่ยมมักปรุงขึ้นจากวัตถุดิบที่เรียบง่าย แต่กลิ่นที่โชยออกมานั้นจะเหม็นรุนแรงถึงขีดสุด ประดุจดังสิ่งปฏิกูลของมนุษย์ก็ไม่ปาน

            เด็กน้อยอย่างชิงมู่เสวียนมักจะแพ้ทางให้กับของอร่อยเสมอ เรียกได้ว่าเห็นแก่กินจนห้ามใจไม่ไหว เมื่อเห็นเซี่ยฝูคุนกินอย่างเอร็ดอร่อย นางก็อดไม่ได้ที่จะขยับเข้าไปใกล้ ก่อนจะหยิบเต้าหู้เหม็นจากมือฉางอวี่เซวียนมาหนึ่งชิ้น แล้วเลียนแบบท่าทางเซี่ยฝูคุนด้วยการจิ้มซอสพริกแล้วส่งเข้าปากไป

            ทันทีที่เข้าปาก เมื่อกัดลงไป น้ำซุปอันเข้มข้นของเต้าหู้เหม็นก็หลั่งไหลไปทั่วทั้งโพรงปากของชิงมู่เสวียน กระตุ้นต่อมรับรสของนางอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย

            “อร่อยยิ่งนัก!”

            ชิงมู่เสวียนอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาพลางเอ่ยชมจากใจจริง

            “???”

            เยี่ยชิงหว่านมองดูสีหน้ามีความสุขของชิงมู่เสวียน

            “มันอร่อยขนาดนั้นจริงๆ รึ?”

            นางก้าวไปข้างหน้า เลียนแบบท่าทางของทั้งสองคนด้วยการส่งเต้าหู้เหม็นเข้าปาก ทันใดนั้น ในสมองของนางก็ราวกับมีเสียง “ตึง!” แล้วคำว่าเลิศรสก็ผุดขึ้นมาทันที!

            (ไอ้คนที่บอกว่าอาบังเลียนแบบยอดกุ๊กแดนมังกรน่ะ เลิกเรียนแล้วอย่าเพิ่งกลับนะเว้ย!)

            “ในโลกมนุษย์มีอาหารเลิศรสเช่นนี้อยู่ด้วยหรือ?”

            เยี่ยชิงหว่านเลียริมฝีปากตนเอง ดวงตาเป็นประกาย

            มีคนกล่าวว่า ยามที่สตรีเม้มริมฝีปากนั้นจะดูเซ็กซี่และเปี่ยมเสน่ห์ยิ่งนัก เซี่ยฝูคุนไม่คัดค้านข้อนี้เลยแม้แต่น้อย ดังนั้นตอนที่เขาเห็นเยี่ยชิงหว่านเลียริมฝีปาก เขาจึงกลืนน้ำลายลงคอไปโดยไม่รู้ตัว

            “ทว่า เจ้าบอกว่าเขาเป็นผู้อัญเชิญ ไฉนข้าถึงไม่เห็นเขาอัญเชิญสัตว์อัญเชิญออกมาเลยเล่า?”

            เยี่ยชิงหว่านถามเซี่ยฝูคุน

            “ฮ่าๆ หากจะพูดถึงเรื่องนี้แล้ว มันค่อนข้างจะน่ากระอักกระอ่วนอยู่สักหน่อยน่ะสิ”

            เซี่ยฝูคุนกระแอมไอ

            “แม้อวี่เซวียนจะเป็นผู้อัญเชิญ ทว่าเขาต่างจากผู้อัญเชิญทั่วไป เขาไม่มีวิธีอัญเชิญสัตว์อสูร ทำได้เพียงอัญเชิญอาหารเลิศรสเหล่านี้ออกมาเท่านั้น”

            เยี่ยชิงหว่าน: “...”

            ชิงมู่เสวียน: “...”

            แบบนี้ก็ได้หรือ?

            “ผู้อัญเชิญสายอาหาร ข้าไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อนเลยจริงๆ...”

            เยี่ยชิงหว่านมาจากตระกูลเยี่ย ทั้งยังเข้าสู่สำนักศึกษาอ้าวติง ก็นับว่ามีประสบการณ์พบเห็นมาไม่น้อย ทว่ากลับไม่เคยได้ยินว่ามีผู้อัญเชิญที่อัญเชิญอาหารเลิศรสออกมาได้ แม้จะดูแปลกใหม่ดี เพียงแค่ความสามารถนี้หากคิดจะเข้าสู่สำนักศึกษาอ้าวติง กล่าวตามสัตย์จริง... เกรงว่าคงจะยากอยู่สักหน่อย...

            “เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถิด ทางด้านความสัมพันธ์ของสำนักศึกษาอ้าวติง ทางบ้านของฉางอวี่เซวียนได้จัดแจงเส้นสายไว้เรียบร้อยแล้ว พวกเราจะออกเดินทางกันเมื่อใด?”

            เซี่ยฝูคุนเกรงว่าหากยังคุยกันต่อไป เยี่ยชิงหว่านและชิงมู่เสวียนคงจะเริ่มใช้หัวสมองอันชาญฉลาด สั่งให้ฉางอวี่เซวียนอัญเชิญโต๊ะจีนแมนจูฮั่นออกมาให้พวกนางกินเป็นแน่ จึงรีบตัดบททันที

            “การเดินทางจากอาณาจักรหย่าสือหลานไปยังสำนักศึกษาอ้าวติง ต้องใช้เวลาประมาณสิบวัน ดังนั้นเราต้องออกเดินทางล่วงหน้า เดิมทีข้าและเสวียนเอ๋อร์ก็รอเจ้าอยู่ ในเมื่อตอนนี้เจ้ากลับมาแล้ว พวกเราก็ออกเดินทางกันเถิด”

            ได้ยินคำพูดของเยี่ยชิงหว่าน เซี่ยฝูคุนก็พยักหน้า

            ก่อนที่ชิงมู่ตวนจะปิดด่านฝึกวิชา เขาได้ล่อลวงเอาแหวนมิติมาจากชิงมู่ตวนวงหนึ่ง แหวนมิติที่ชิงมู่ตวนให้นั้นมีพื้นที่ว่างกว้างขวางเกือบหนึ่งร้อยตารางเมตร เซี่ยฝูคุนจึงเก็บข้าวของต่างๆ ไว้ข้างใน ทำให้ไม่ได้ดูแออัดเหมือนกับแหวนมิติวงก่อนที่ยึดมาจากทหารรับจ้างหน้าบาก

            ส่วนทางด้านเซี่ยฝูคุนนั้นไม่มีปัญหา และฉางอวี่เซวียนก็ยิ่งไม่มีปัญหาเข้าไปใหญ่

            ดังเช่นที่เขาเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ เขาปรารถนาสิ่งใดก็เพียงแค่อัญเชิญออกมาได้โดยตรง ไม่จำเป็นต้องพกสิ่งใดติดตัวไปให้วุ่นวาย

            กลุ่มคนตัดสินใจออกเดินทาง หลังจากกล่าวลาเงาเรียบร้อยแล้วก็มุ่งหน้าออกจากเมืองหลวงทันที

            “ในระหว่างการเดินทางสู่สำนักศึกษาอ้าวติง พวกเราจะต้องผ่านเทือกเขาหมิงซาน ส่วนพื้นที่อื่นๆ นั้นนับว่าไม่มีปัญหาอะไร ทว่ามีเพียงเทือกเขาหมิงซานที่ค่อนข้างอันตราย เพราะที่นั่นมีสัตว์อสูรระดับแปดอยู่ตัวหนึ่ง ทว่าขอเพียงพวกเราระมัดระวังตัวให้ดี อย่าไปตอแยกับมันก็เป็นพอ”

            เยี่ยชิงหว่านเอ่ยเตือนอย่างไม่ใส่ใจ เพราะเส้นทางนี้นางเคยเดินทางผ่านอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยได้เจอสัตว์อสูรระดับแปดตัวนั้นเลย นางจึงคิดว่าครานี้คงไม่โชคร้ายถึงขั้นต้องมาเผชิญหน้ากับมัน

            ส่วนเซี่ยฝูคุนนั้นยิ่งไม่แยแส สัตว์อสูรระดับแปด? สัตว์อสูรระดับแปดในสายตาของเขาตอนนี้ เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตกระจอกงอกง่อยเท่านั้นไม่ใช่หรือ?

            ขอเพียงเจ้าไม่สามารถฆ่าข้าได้ในชั่วพริบตา เจ้าก็เตรียมตัวถูกข้าย่ำยีได้เลย!

            ในช่วงเดือนเศษที่ผ่านมา แต้มหลอมรวมในระบบหลอมปีศาจของเซี่ยฝูคุน หลังจากถูกใช้งานไปบ้างในบางครั้ง แทนที่จะลดน้อยลง กลับเพิ่มขึ้นมาอีกหลายสิบแต้ม ตอนนี้เขามีแต้มหลอมรวมสะสมอยู่ถึงหนึ่งร้อยห้าสิบแต้ม! กล่าวคือ เพียงแค่สัตว์อสูรระดับแปดขั้นสูงสุด เขาก็สามารถอัญเชิญออกมาได้รวดเดียวถึงสิบห้าตัว ลองจินตนาการดูเถิด สัตว์อสูรระดับแปดขั้นสูงสุดสิบห้าตัว มันย่อมเท่ากับมีผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตอานุภาพเทพขั้นสูงสุดถึงสิบคนมาคอยเป็นผู้คุ้มกันเชียวนะ นี่มันเป็นแนวคิดระดับไหนกัน?

            โก้เก๋สมฐานะปะล่ะ?

            ...

            สามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว

            เทือกเขาหมิงซาน ซึ่งอยู่ห่างจากสำนักศึกษาอ้าวติงไม่ถึงสามร้อยกิโลเมตร

            เงาร่างสี่ร่างค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้น

            “เร่งเดินทางมาตลอดทาง ในที่สุดก็มาถึงที่นี่เสียที”

            ชายหนุ่มที่เดินนำหน้ายืดไหล่เล็กน้อย ที่ข้างกายเขานั้น มีเงาร่างสีดำสายหนึ่งติดตามมาอย่างใกล้ชิด

            “เซี่ยฝูคุน เจ้าอธิบายมาสิ ไฉนสัตว์อัญเชิญของเจ้าตัวนี้ ถึงได้มีหน้าตาคล้ายคลึงกับข้าถึงเพียงนี้?”

            อสุราเงามายานั้น หลังจากเซี่ยฝูคุนหลอมเสร็จเขาก็มักจะไม่ค่อยได้เรียกใช้งาน ทว่าในระหว่างทางพวกเขาก็ประสบกับอุปสรรคเล็กๆ น้อยๆ อยู่บ้าง เพื่อตัดความรำคาญ เซี่ยฝูคุนจึงได้ปล่อยอสุราเงามายาออกมา แม้อสุราเงามายาจะสวมผ้าคลุมหน้าไว้ แต่ตอนที่ลงมือนั้นย่อมมีจังหวะที่พลาดพลั้ง จนทำให้เยี่ยชิงหว่านผู้ช่างสังเกตได้เห็นใบหน้าเข้าจนได้

            ดังนั้น ตอนนี้เยี่ยชิงหว่านจึงถามเขาเช่นนี้ เซี่ยฝูคุนเองก็มึนตึ้บไปหมด จะหาเหตุผลอันใดมาอ้างดีเนี่ย?

    คล้ายกับเรื่องระบบหลอมรวมที่บ้าคลั่ง — 疯狂炼妖系统 ที่คุณอ่าน

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.78M 1459
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.02M 3752
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.54M 3732
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179