ขณะที่ทุกสิ่งกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด ก็เหมือนมีเสียงสวรรค์แทรกเข้ามา อันหยุดยั้งให้สภาวะนี้ปิดตัวลง กระแสนั้นก็คือ……
“ โยชิโร่ได้เวลานอนแล้ว พรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียน ”
เจ้าของกระแสนี้เป็นสตรีที่มีนามว่า…..มิโฮ และมันก็มีอิทธิพลมากพอให้เด็กแสบแบบโยชิโร่ต้องปฏิบัติตาม
“ คร้าบ…จะไปแล้วคร้าบ ส่วนพี่เซย่า คิดจะทำอะไร ก็รีบทำ เราเป็นลูกผู้ชาย อย่ามัวแต่กลัว กล้าๆหน่อย เข้าใจมั้ย ” พอสำทับเสร็จ เจ้าเด็กจอมป่วนก็หายไปในบัดดล ทิ้งให้กล้านั่งเดียวดายอยู่ตามลำพัง ดวงตาจ้องมองไปยังเบื้องหน้าอย่างปราศจากความหมาย
“ จะทำอะไร ก็รีบทำงั้นเหรอ….”
เวลาล่วงเข้าสู่เที่ยงคืนแล้ว แต่กล้าก็ยังคงนั่งนิ่ง ดวงตาเพ่งมองไปข้างหน้า ดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มจะไม่เปลี่ยนท่าไปจากเดิมเลย ทั้งที่ผ่านมาหลายชั่วโมง สมองพยายามขบคิดถึงสิ่งที่โยชิโร่พูด ไม่นาน รอยยิ้มที่ดูผสานระหว่างมั่นใจกับยินดีก็ปรากฎบนใบหน้า คล้ายกับว่าเขาคลี่คลายปมในจิตใจได้
“ อืม…เข้าใจแล้ว ”
……………………….
“ เอ๊กกี้เอ๊กเอ๊ก……” เสียงไก่ขันดังต่อเนื่อง บ่งบอกว่ายามนี้น่าจะล่วงเข้าสู่เวลาหกโมงเช้า และนั่นก็เป็นเสียงสัญญาณให้มิโฮตื่นนอน
“ อืม…เช้าแล้ว ” เด็กสาวบิดขี้เกียจนิดนึง ก่อนลุกขึ้นมาจากเตียงอย่างกระฉับกระเฉง สองเท้าก้าวไปที่หน้าต่าง เพื่อเปิดมันออก ทำให้ลมเย็นและอากาศสดชื่นปลิวเข้ามา พัดพาเส้นผมหยักศกสีดำที่ยาวสลวยพลิ้วไสว
“ อ้า….สบายจังเลย ” มิโฮเท้าขอบหน้าต่าง พร้อมแหงนหน้าขึ้น ดวงตาหวานซึ้งปิดพริ้ม พร้อมปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับธรรมชาติ แต่ดื่มด่ำได้ไม่นาน โสตประสาทก็แว่วเสียงประหลาด
“ ฟื้บ ฟี้บ เฟี้ยว….”
กระแสนั้นฟังดูเหมือนเสียงสายลมพัด และท่าทางจะมีความคมประดุจใบมีดที่เสมือนจะตัดอากาศว่างเปล่าได้ง่ายๆ
“ เอ๊ะ! นี่มันอะไรกัน หรือจะเป็น…..คาไมทาจิ (ภูติลมของญี่ปุ่น ถ้าจำไม่ผิดนะ) ” เด็กสาวเริ่มหวาดกลัว และอยากซุกตัวเข้าไปซ่อนใต้ผ้าห่ม เพราะเจ้าหล่อนแพ้ทางเรื่องเหนือธรรมชาติทั้งปวง แต่สุดท้าย เธอก็เปลี่ยนใจ
“ ไม่ได้สิ จะขี้ขลาดไม่ได้ ทุกคนหวังพึ่งเราอยู่ ดังนั้นจำเป็นต้องกำจัด เพราะถ้าปล่อยไป เด็กๆอาจเป็นอันตราย ” เมื่อคิดได้ดังนี้ มิโฮก็ตรงไปที่ครัว หวังจะหาอะไรที่พอเป็นอาวุธ ทว่ามองไปทางใด ก็ไม่พบ เพราะบ้านหลังนี้ไม่ใช่คลังแสง จึงฉวยมาได้แต่ไม้กวาดเน่าๆเพียงด้ามเดียว
“ อืม….ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรในมือ ” เด็กสาวพึมพำเบาๆ ในใจไม่เคยเชื่อมั่นเลย ด้วยสิ่งที่เธอกำลังจะไปสู้ เป็นภูติที่มีพลังไม่ต่างจากเทพ
พอทุกสิ่งพร้อมมูล เด็กสาวก็เตรียมลุย (หรือเตรียมไปโดนยำ) และทันทีที่เปิดประตูบ้าน หูก็ได้ยินเสียงลมหมุนอย่างชัดเจน ด้วยเธอใกล้จุดเกิดเหตุมากกว่าเก่า
“ เฟี้ยว ฟ้าว พรึ้บ…..”
ถึงตรงนี้ เด็กสาวรู้ชัดแล้ว กระแสดังกล่าวก่อกำเนิดที่ไหน เพราะเสียงนั้นค่อนข้างดัง จึงรีบตรงไปยังจุดหมาย
“ ใช่แล้ว คาไมทาจิต้องอยู่ที่สวนหลังบ้านแน่ ”
และพอเด็กสาวอยู่ห่างจากที่หมายเพียงสิบก้าว กระแสลมแรงก็พุ่งปะทะร่างจนเกือบทำให้เธอล้มลง ดีที่ยังทรงกายไว้ได้ สองมือยกขึ้นปิดป้องใบหน้าเนียนใสไร้สิว
“ ว้าย…..ตายแล้ว นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมรุนแรงขนาดนี้ ”
เด็กสาวพยายามเพ่งมองฝ่าสายลมแรง ทำให้เห็นได้เลาว่าอะไรคืออะไร แต่แทนที่จะเป็นร่างเล็กๆของสามภูติพี่น้องอย่างคาไมทาจิ กลับเป็นร่างสันทัดที่แกร่งเกร็งของเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง และเขาคนนั้นกำลังต่อยซ้ายขวาสลับเตะ ถีบเป็นพัลวัน
“ เอ๊ะ! นั่นใครกัน ดูเหมือนว่าเขากำลังฝึกต่อสู้ ” มิโฮเริ่มเข้าใจ ทว่าความกลัวกลับเข้าครอบงำ เพราะสิ่งที่เผชิญตรงหน้า ดูน่าสะพรึงมากกว่า…คาไมทาจินับล้านเท่า
“ ตายแล้ว และถ้านายคนนี้เป็นคนร้ายล่ะ ไม้กวาดด้ามเดียวต้านเขาไม่อยู่แน่ ” มิโฮมองอาวุธที่น่าอนาถในมือขวา กระนั้นเด็กสาวก็จำต้องเสี่ยง ด้วยเห็นแก่ชีวิตของเด็กทุกคนที่อยู่ในการดูแลของเธอ
“ ใช่แล้ว เราต้องปกป้องพวกโยชิโร่….”
พอตัดสินใจเด็ดขาด มิโฮก็กำชับไม้กวาดแน่นด้วยสองมือ ดวงตามองเป้าหมายแน่วนิ่ง พร้อมย่องไปข้างหน้า โดยไม่สนสายลมที่พัดแรงขึ้นเรื่อยๆ และในทันทีที่ห่างเพียงเอื้อมมือ เธอก็เงื้ออาวุธจำเป็นขึ้นมา
“ ขอโทษนะ ชั้นจำเป็นต้องทำ จงสลบไปซะเถอะ ” มิโฮร้องขอโทษเสียงดัง ก่อนจะฟาดอาวุธร้ายลงมา เป้าหมายคือกระบาลของเด็กหนุ่มปริศนา แต่ก่อนเด็กสาวจะสมใจหมาย หมอนั่นก็หันกลับมาจับด้ามไม้กวาดได้ทัน และเขาคนนั้นก็คือ…นายกล้า
ด้วยความที่กล้ากำลังอยู่โหมดฝึกวิชา ออร่าของคอสโม่จึงแผ่ออกมาอย่างรุนแรง และกระแสของมันก็ผลักดันให้เด็กสาวร่างบางถึงกับล้มลงโดยปริยาย
“ ว้าย……”
ทว่าด้วยความรวดเร็ว และสัมผัสขั้นเทพของร่างที่อุดมไปด้วยคอสโม เลยทำให้กล้าถลาไปโอบอุ้มเด็กสาวได้ทันท่วงที ก่อนจะสลายพลัง พร้อมร้องถามด้วยความเป็นห่วง
“ คุณมิโฮเป็นอะไรรึเปล่าครับ ”
มิโฮไม่ตอบกลับ กายบางยังคงแน่นิ่ง พอๆกับดวงตางามที่ปิดสนิท และพอเวลาผ่านไปพักหนึ่ง ความตกใจก็คลายตัว เด็กสาวจึงค่อยๆลืมตาขึ้นมา
แน่นอนว่าสิ่งแรกที่เด็กสาวได้เห็นก็คือ….ใบหน้าคมสันที่ยังซ่อนเค้าของเด็กชายอยู่นิดๆ เธอเลยจดจำได้ทันที
“ อะ..เอ่อ…มะ…ไม่ใช่คาไมทาจินี่นา ปะ..เป็นเซย่าเองเหรอ ”
กล้านึกทบทวนคำพูดของเด็กสาวอยู่หลายตลบเลยทีเดียว แต่พอย้อนระลึกได้ซักสิบเที่ยว เขาก็เข้าใจในสิ่งที่เพิ่งรับฟัง
“ อ้อ…ผมจำได้แล้วว่าคาไมทาจิคือตัวอะไร มันเป็นภูติที่มาช่วยพระเอกในการ์ตูนเรื่องล่าอสูรกายนี่เอง ”
“ เอ๊ะ! การ์ตูนเรื่องล่าอสูรกายนี่คือ….อะไร มันมีเรื่องนี้ด้วยเหรอ ” สีหน้าของมิโฮดูเหวอๆ เพราะที่ผ่านมา เธอไม่ใช่สาวกมังงะอย่างแน่นอน และที่สำคัญในโลกนี้มีการ์ตูนเรื่องล่าอสูรกายให้อ่านด้วยหรือ…..
“ ฮ้า….ชั้นพลาดไปแล้ว ” กล้าก่นด่าตัวเองอยู่ในใจ เพราะเกือบทำให้เด็กสาวนางนี้ปวดหัวไปซะเเล้ว แต่พอตั้งหลักได้ เขาก็เตรียมเถ ทว่าก่อนจะเปิดปาก ก็ดันนึกถึงเรื่องบางอย่างออก
“ อะ…ตะ…แต่จะว่าไป ตอนนี้ เรากำลังอุ้มคุณมิโฮอยู่นี่นา……ช่างน่าอายชะมัด ” พอคิดถึงตรงนี้ สองแก้มของกล้าก็เริ่มแดงก่ำตามประสาหนุ่มเนิร์ดขี้อาย แต่ไม่ใช่แค่เขาที่เป็น มิโฮเองก็ออกอาการขวยเขินเหมือนกัน สังเกตได้จากดวงตาที่พยายามเสไปทางอื่น กระนั้นเจ้าหล่อนก็ยอมให้อีกฝ่ายโอบกอดโดยดุษดี
ช่วงเวลาที่หนุ่มสาวเขินอายนั้นกินเวลาเพียงไม่กี่วินาที แต่ในความรู้สึกของกล้า เสมือนว่ามันจะยาวนานถึงแสนกัลป์ ในที่สุด มิโฮก็เป็นฝ่ายถอยหนี
“ อ่า…เอ่อ…..” กล้าพูดไม่ออก เขาทำได้แค่ยืนเกากระบาลอยู่อย่างนั้น แต่ก่อนที่ความเงียบจะกลืนกินสถานการณ์มากกว่านี้ เด็กสาวก็เป็นฝ่ายเปิดวาจา
“ เซย่า เธอกำลังฝึกวิชาเหรอ ”
“ ครับ เอ๊ะ! ใช่แล้ว ” กล้าเผลอรับคำแบบสุภาพอีกครั้ง แต่พอนึกขึ้นได้ว่าคาแรคเตอร์ของเซย่า ผู้เป็นเจ้าร่างจะออกห้าวๆ เขาก็เปลี่ยนคำพูด กระนั้นมิโฮก็ดูไม่ติดใจในประเด็นนี้เท่าไหร่นัก เพราะมีบางสิ่งที่เจ้าหล่อนห่วงมากกว่า
“ เซย่าฝึกซ้อมแบบนี้ ก็หมายความ…เธอต้องออกไปต่อสู้อีกแล้ว…ใช่มั้ย ”
“ ฮะ ฮะ ฮะ ก็ประมาณนั้นแหละครับ ” กล้าหัวเราะแก้เขิน แต่ไม่ทันได้กล่าวอะไรต่อ มิโฮก็โผเข้ามาเอาใบหน้าแนบอกสามศอกของเด็กหนุ่ม
“ อะ…เฮ้ย….คุณ….ไม่ใช่สิ มิโฮ เธอจะทำอะไร ” กล้าอยากตบปากตัวเองที่สุภาพเกินไป เลยเผลอมีหางเสียงทุกที แต่นั่นไม่ใช่เรื่องหลัก เพราะมีสิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่า นั่นก็คือ……ทำไม มิโฮถึงทำแบบนี้
กล้ายอมรับว่า…เสี้ยวหนึ่งในใจ ก็แอบคิดถึงเรื่องใต้สะดืออยู่เหมือนกัน เพราะถึงอย่างไร เด็กหนุ่มนี้ก็เป็นผู้ชายทั้งแท่ง แต่พอเวลาผ่านไปสองสามลมหายใจเข้าออก ก็สำนึกว่าคิดผิด ด้วยเพื่อนสาวสมัยเด็กได้เอ่ยปาก
“ ไม่ต่อสู้ได้มั้ย ชั้นไม่อยากเห็นเซย่าบาดเจ็บอีกแล้ว เพราะชั้น……” มิโฮพูดค้างไว้แค่นี้ ก็เงียบงัน จากนั้นก็เผ่นหนีไป ทิ้งให้กล้ายืนเหม่อท่ามกลางหมู่ไม้ใหญ่ยามเช้า
“ ฮ้า…..” กล้ายังคงนิ่งเงียบ มีเสียงครางเบาๆลอดลำคอออกมา ซึ่งนั่นก็เพียงพอจะทำให้รู้ว่า…เด็กหนุ่มเองก็แอบวิตก
“ จะว่าไป ผมเองก็ไม่อยากสู้ ไม่อยากเจ็บตัวเหมือนกันะ ตะ…แต่ว่า…..” เด็กหนุ่มพูดจบ เขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู ในนั้นมีข้อความสั้นๆส่งถึงเขา อ่านจับใจความได้ว่า…..
“ อีก 7 วัน จะถึงเวลาประลองศึกกาแล็คเซี่ยนวอร์ ขอให้เตรียมพร้อม ทางเราจะส่งรถไปรับในวันแข่ง ”
แน่นอนว่าข้อความดังกล่าวย่อมต้องมาจาก…คาโอริ คุณหนูหมื่นล้านที่หยิ่งยโสครบ 360 องศา แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่ผลักดันให้กล้าต้องมาทำอะไรที่ตนไม่ชอบใจ
“ เราจำเป็นต้องฝึก เพราะไม่งั้นคงสู้กับเซนต์ด้วยกันไม่ไหว และถ้าแพ้หรือล้มตรงนี้ขึ้นมา ก็คงหมดหนทางกลับบ้านตลอดกาล ” พอนึกถึงตรงนี้ ภาพของนางในฝันของกล้าก็ปรากฏในสมอง ซึ่งก็คือเด็กสาวคนหนึ่งที่แอบหลงรักมายาวนาน เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เด็กหนุ่มก็กลับไปฝึกวิชาต่อ ทำให้บังเกิดพายุสลาตันย่อมๆทั่วลานกว้าง
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
