ซีเผิง ที่เห็นอี้เฉินบาดเจ็บไม่น้อย ย่อตัวลงนั่งขัดสมาธิ ภายในลานหินหยั่งรู้ ริมฝีปากกระอักเลือดไม่หยุด เขาปรี่เข้าไปยืนคุ้มกันอี้เฉินในทันใด ครั้นเห็นสายตาของหลายๆ คน ส่งอายสังหารเล็ดลอด ออกมาอย่างไม่มีปิดบัง ก่อนเอ่ยคำพูดบอกกล่าวอี้เฉิน "เจ้านั่งรักษาตัวก่อนเถอะอี้เฉิน ข้าจะคุ้มกันเจ้าให้เอง"
อี้เฉินพยักหน้ารับคำซีเผิงในทันที "ขอบคุณพี่ซีเผิง ข้าขอเวลาซัก2ชั่วยาม อาการบาดเจ็บของข้าก็น่าจะทุเลาลง" ก่อนอี้เฉินจะนำสมุนไพร ระดับเทพ ที่ได้มาจากเจ้าสมิงน้อยออกมา มันมีอยู่ด้วยกัน4ต้น อ้าปากกลืนกินลงท้องไป ด้วยความเสียดาย หมายมั่นใช้สรรพคุณของมันฟื้นฟูร่างกายที่บาดเจ็บของเขา ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองเป็นอย่างมาก ในการใช้เช่นนี้ แต่เขาก็ไร้ทางเลือก หากเขาอ่อนแอเฉกเช่นนี้ เขาได้เป็นเป้าสายตา ของหมู่ชนโดยรอบเป็นแน่
กลุ่มคนรอบลานหินหยั่งรู้ที่4 มีพวกใจกล้าห่อฟ้าในยามนี้อยู่ไม่มาก ที่คิดจะแย่งชิงของล้ำค่าจากอี้เฉิน ครั้นเห็น ซีเผิง เป็นคนคุ้มกันให้ชายหนุ่มอัปลักษณ์ พวกเขาจึงเก็บอายสังหารกลับไป ก่อนจะกลับไปนั่งหยั่งรู้ จดจ่อไปในทิศทางด้านบน วิหารจักรพรรดิโลหิต
แถมในช่วงเวลานี้ ลานหินที่พวกเขาอยู่ ยังขึ้นสูงเป็นอันดับหนึ่ง หลายๆ คนจึงกลับมาตั้งใจหยั่งรู้ กันอย่างขะมักเขม้น หมายมั่นขึ้นไปเป็นกลุ่มแรก "พวกเจ้าอย่ามัวแต่กัดกัน ตอนนี้ไม่ใช่เวลา หากพวกเราขึ้นไปด้านบน วิหารจักรพรรดิโลหิต ได้ก่อนกลุ่มคนอื่นๆ พวกเราก็จะสามารถเข้าไปแสวงโชคภายในห้องต่างๆ ได้ถึง1เดือน มันเป็นอะไรที่คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม" ครั้นหลายๆ คนได้ยินพวกเขาต่างก็พยักหน้ารับ
หญิงสาวอีกคนก็กล่าวเสริมขึ้นมาเช่นกัน "การเปิด มิติ หุบเหวสวรรค์ ครานี้ถือเป็นโชควาสนาของพวกเรา ที่มันเปิดก่อนกำหนด ว่ากันว่า คนรุ่นก่อนกว่าพวกเขา จะเข้าไปแย่งชิง วิชาล้ำค่าได้ เวลาของพวกเขาก็แทบหมดแล้ว ไม่มีแม้แต่เวลาให้ไปสำรวจ ห้องต่างๆ เสียด้วยซ้ำ แต่ครานี้มันไม่ใช่ พวกเรามีเวลาเหลือเฟือถึง เดือนครึ่ง ที่จะเข้าไปสำรวจห้องต่างๆ ภายในวิหารจักรพรรดิโลหิต"
เมื่อหญิงสาวเอ่ยคำพูด ออกมาหมดประโยค บรรยากาศที่น่าอึดอัดก็ค่อยๆ คลายลงไปช้าๆ ทุกลานหินหยั่งรู้ เองก็คิดเช่นกันกลับไปตั้งใจจดจ่อ กับการหยั่งรู้ หมายมั่นจะขึ้นไปด้านบนวิหารจักรพรรดิโลหิตเป็นกลุ่มแรก
...เมื่อเวลาไหลผ่านไป ชั่วยามกว่าๆ ซีเผิง ที่เฝ้าระวังให้อี้เฉิน เขาตกตะลึงเป็นอย่างมาก ไม่คิดเพียงเวลา ไม่กี่ชั่วยามบาดแผล อี้เฉินจะสมานได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ แต่ก็ยังถือว่าบาดเจ็บอยู่ไม่น้อย "เจ้าคิดว่าเช่นไรอี้เฉิน เหตุใดลานหินแห่งการหยั่งรู้ ที่เราอยู่เหตุใดถึงมาอยู่อันดับหนึ่งได้" ซีเผิงไต่ถามอี้เฉินที่หลับตา ด้วยความสงสัยใคร่รู้ในทันที เขารู้ดีชายหนุ่มไม่ได้หลับใหลแต่อย่างใด
อี้เฉินที่หลับตาพริ้ม เขามีท่าทีครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนเปิดปาก เอ่ยคำพูดออกไป "ยามแรก ข้าก็คิดเหมือนคนอื่นๆ การต่อสู้เป็นตายน่าจะขับเคลื่อน ลานหินหยั่งรู้ขึ้นมา ทว่าเมื่อข้านำกระถางทองแดงที่เต็มไปด้วยโลหิต ออกมาสาดเท ข้ากลับคิดใหม่ในทันที มันน่าจะชื่นชอบเลือด"
ซีเผิง ครั้นครุ่นคิดได้ เขาก็พยักหน้ารับอี้เฉิน เขาเองก็เห็นโลหิต ที่เต็มไปด้วยคำสาป ภายในกระถางที่สาดเท ลงมาเต็มสองตา เมื่อมันโดนลานหินหยั่งรู้ มันก็พุ่งขึ้นสูง พรวดพราด "งั้นเดียวข้ามา ข้าจะไปพูดคุยกับกลุ่มคนพวกนั้นดู"
อี้เฉิน เพียงยกยิ้มให้ซีเผิงเท่านั้น ถึงพวกเขาจะรู้ว่าใช้เลือดสาดเทลงไป สามารถขับเคลื่อนลานหินหยั่งรู้ได้ แต่หากให้พวกเขาสองคนทำเกรงว่า เลือดพวกเขาได้หมดตัวก่อนแน่ อี้เฉินจึงเข้าใจสิ่งที่ ซีเผิงจะทำ
ครั้นกลุ่มคนภายในลานหินที่4 ได้ยินเสียงฝีเท้า หลายๆ คนเปิดเปลือกตา ขึ้นมามองในทันที ในยามนี้ หลายกลุ่มคน ไม่ไว้ใจกันและกันมากนัก พวกเขาจึงต้องเฝ้าระวังกันเป็นพิเศษ ครั้นเห็นชายหนุ่มสวมชุดคลุมดำปริศนา หลายๆ คนที่จดจำการต่อสู้ของเขาได้ ก็ต่างกลืนน้ำลายลงคอไปคำใหญ่ เอ่ยคำพูดออกมาด้วยความยากลำบาก แม้จะรู้ว่าคนผู้นี้ไม่ได้มาร้ายก็ตาม "เจ้าหยุดอยู่ตรงนั้นแหละ มีธุระอะไร เอ่ยคำพูดออกมาเสีย"
ซีเผิง เอ่ยคำพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง หนักแน่น "พวกเจ้าอยากจะขึ้นไปด้านบนวิหารจักรพรรดิโลหิต เป็นกลุ่มแรกหรือไม่ ..ข้ามีวิธีแต่ข้าต้องให้พวกเจ้าร่วมด้วยช่วยกัน"
"เจ้าว่ามาหากมันไม่เหนือบากกว่าแรงพวกข้า"หมู่ชนร่วมๆ 40ชีวิตที่อยู่ด้านบนต่างพยักหน้ารับซีเผิง เห็นพร้อมต้องกัน พวกเขาทุกๆ คนล้วนได้ประโยชน์ หากได้ขึ้นไปด้านบนเป็นกลุ่มแรก
ซีเผิง กล่าวออกไปอย่างไม่ปิดบัง "ข้าต้องการให้พวกเจ้าเอาเลือด ชะล้างลานหินหยั่งรู้"
ครั้นหลายคนได้ยินต่างมีสีหน้าบูดบึ้ง ฉับพลันอายสังหารก็โหมซัดอย่างบ้าคลั่ง "เจ้า เจ้า คิดจะจัดการพวกเรางั้นหรือ เจ้าเพียงแค่ตัวคนเดียวอย่าทำได้ใจไป"
ซีเผิง ส่ายหัวทว่าเขาก็ไม่มีท่าที ที่จะตั้งท่าโจมตี "พวกเจ้า ใจเย็นๆ ก่อน" ก่อนซีเผิงจะกรีดข้อมือของเขา ปล่อยเลือดหลั่งไหล ออกมาเป็นสายหมายมั่นจะย้อมลานหินหยั่งรู้ ให้กลายเป็นทะเลเลือด
กลุ่มคนไม่น้อย ครั้นเห็น การกระทำของซีเผิง พวกเขาต่างกลืนน้ำลายลงไปคำใหญ่ จ้องมองการกระทำของซีเผิงด้วยความแปลกใจ ทว่าก็มีบางคนที่หัวไว เมื่อครุ่นคิดถึงเรื่องต่างๆ ได้ สร้างมีดขึ้นมา กรีดข้อมือตนเองเช่นกัน จากสองคน สามคน ค่อยๆ มากขึ้นเรื่อยๆ จนลานหินหยั่งรู้ค่อยๆ แต่งแต้มเป็นสีเลือดจนแดงฉาน ส่งกลิ่นอายคาวเลือดลอยคละคลุ้ง
...ทว่าเมื่อผ่านไปหลายชั่วอึดใจ พวกเขาก็ต่างมีสีหน้ามืดทะมึน ใบหน้าที่ซีดเผือดเริ่มขาดเลือดฝาด อิดโรยกันไม่น้อย แต่พวกเขากลับไม่รู้สึกสิ่งที่เปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้น "เจ้า! เจ้า!หลอกพวกเราหรือเปล่า"หลายๆ คนเริ่มไม่ค่อยเชื่อมั่นในคำพูดของ ซีเผิงเสียแล้ว แต่เมื่อเห็นเขาเองก็ไม่ได้หยุดเลือดของเขาลง จนริมฝีปากของเขาซีดขาว ราวกับคนขาดเลือด หลายๆ คนจึงเชื่อมั่นในตัวชายหนุ่มสวมชุดคลุมดำปริศนา ขึ้นมาอีกครา กัดฟันอดทนอยู่เช่นนั้นจนเลือดภายในกายเหือดแห้งไปไม่น้อย
จู่ๆ ลานหินที่พวกเขาอยู่ มันก็สั่นไหวอย่างรุนแรง พุ่งทะยานขึ้นไป พรวดพราดอีกครา จวนจะเกือบถึงวิหารจักรพรรดิโลหิต อีกเพียงไม่ถึง20จั้ง พวกเขาต่างโหร้องด้วยความยินดี "มันได้ผล มันได้ผลจริงด้วย อีกเพียงนิดเดียวเท่านั้น"
ชายหนุ่มอีกคนกล่าวเสริมในทันที "เร็วเข้ารีบสละเลือด ต่อเร็วเข้า อีกเพียงก้าวเดียวพวกเราก็จะได้ขึ้นไปเป็นกลุ่มแรก"
ครั้นลานหินหยั่งรู้อื่นๆ เห็นลานหินที่4พุ่งสูงขึ้นไปอีกครา ชนิดพุ่งขึ้นไปพรวดพราด เกือบถึงวิหารจักรพรรดิโลหิต ใบหน้าของ องค์ชาย ชิงไป๋ยี่ องค์ชายซือจงเทียน พวกเขาที่คุมลานหินหยั่งรู้ของตนอยู่ ถึงกับหน้ามืดทะมึน เอ่ยคำพูดออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อ "มันเป็นไปได้อย่างไร มันต้องมีอะไรไม่ถูกต้องแล้วละ พวกมันต้องมีวิธีการแน่ๆ"
ก่อนชายหนุ่มผู้หนึ่งจะเอ่ยบอกกล่าวองค์ชาย ครั้นเห็น ลานหินของเยว่ชิงเซียน มีกลุ่มคนไม่น้อย เฉือนข้อมือตนเอง "องค์ชาย ดูนั้นสิ เหมือนว่าพวกเขาใช้เลือดในการขับเคลื่อนลานหินหยั่งรู้"
องค์ชายทั้งสองไม่รอช้าเอ่ยสั่งการในทันที "พวกเจ้า สละเลือดเร็วเข้ามัวรอ อะไรอยู่เล่าเราต้องขึ้นไปให้ได้เป็นกลุ่มแรก"
เพียงเวลาไม่นาน รอบด้านก็กลายเป็นศึกสละ เลือดจนใบหน้าของหลายๆ คน เริ่มซีดเผือดขึ้นมา ไม่เว้นแม้แต่เหล่า องค์ชาย องค์หญิง ที่อดนิ่งดูดายไม่ได้ ต้องสละเลือดของตนเอง หมายมั่นจะขึ้นไปด้านบน วิหารจักรพรรดิโลหิต เป็นกลุ่มแรก
ทว่าเมื่อพวกเขาได้ยินเสียงโหร้อง ของกลุ่มคนลานหินที่4 ใบหน้าของลานหินอื่นๆ ยิ่งหน้ามืดทะมึน แม้ว่าลานหินที่พวกเขาอยู่จะพุ่งขึ้นมาพรวดพราด กายาเต็มไปด้วยความอิดโรย แต่ก็ยังช้ากว่าลานหินที่4อยู่ก้าวหนึ่ง
เมื่อกลุ่มคนเห็น เหล่าจอมยุทธ์ ร่วมๆ 40คน ราวกับฝูงซอมบี้ เดินโซซัดโซเซ กายาขาดเลือดจนซีดเผือด เดินเข้าไปภายใน วิหารจักรพรรดิโลหิต หมู่ชนที่อยู่โดยรอบ ต่างกำฝ่ามือไว้จนแน่นไม่คิดพวกเขาจะช้ากว่ากลุ่มคนลานหินที่4 ที่พวกเขาดูถูกดูแคลนเสียอย่างนั้น
แล้วยิ่งหมู่ชนเห็นพวก อี้เฉินกับ ซีเผิง กำลังจะเดินย่างกายเข้าไป เป็นกลุ่มสุดท้าย หมู่ชนยิ่งเดือดดาลบ้าคลั่ง ริมฝีปากพ่นเลือดออกมากองใหญ่ ครั้นเห็นชายหนุ่มอัปลักษณ์ ส่งรอยยิ้มกว้างมาให้หมู่ชน โดยไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน ประหนึ่งเป็นการบอกพวกเขาว่า 'ข้าเข้าไปก่อนนะ' หนังตาของหลายๆ คนจึงกระตุกถี่ยิบ ริมฝีปากที่เปื้อนเลือด คำรามออกมาด้วยความเดือดดาล "เจ้า เจ้าไอ้เวรช่างใจกล้าห่อฟ้านัก"