บทที่ 61 ความโกรธของฉู่อวิ๋น
หลังจากที่หนีออกมาจากจวนเจ้าเมืองได้ฉู่อวิ๋นและมู่หรงซินก็วิ่งไปทางลานตะวันออกของตระกูลฉู่
ระหว่างทางมู่หรงซินยกยิ้มเต็มที่และพูดกับฉู่อวิ๋น “นี่ เจ้าฉู่อวิ๋นไม่คิดเลยว่าเจ้าจะเป็นคนมีไหวพริบ!ข้าคิดว่าเจ้าจะเป็นคนโง่ตัวใหญ่ที่ทำได้แค่ใช้กระบี่แก้ปัญหาเสียอีก!”
“ทำได้แค่ใช้กระบี่แก้ปัญหาหมายความว่าอย่างไร?... ถ้าแก้ปัญหาได้โดยไม่ต้องลงมือก็ย่อมเป็นทางออกที่ดีที่สุดข้าดูเหมือนคนที่จะเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์โดยไม่เลือกหน้าหรืออย่างไร?” ฉู่อวิ๋นเช็ดเหงื่อและรู้สึกพูดไม่ออกมู่หรงซินเห็นเขาเป็นฆาตกรไปแล้ว
ลงมือทันทีที่เจอปัญหากระบี่สามฉื่อเปื้อนเลือด นี่คือวิถีแห่งปีศาจ
กระบี่ของฉู่อวิ๋นคือวิถีแห่งอัศวิน
หากไม่จำเป็นจริงๆกระบี่ชื่อยวนจะไม่หลุดออกจากฝัก
จากนั้นฉู่อวิ๋นก็พบว่ามู่หรงซินสามารถตามเขาได้ทัน เขาสงสัยเล็กน้อยจึงถามว่า “ซินเอ๋อร์เจ้าตามข้าทันได้อย่างไร?”
เมื่อได้ยินมู่หรงซินก็เลิกคิ้วและพูดด้วยรอยยิ้ม "ฮิฮิ ไม่กี่วันก่อนคุณหนูเช่นข้าเพิ่งทะลวงถึงระดับเจ็ดของขอบเขตควบแน่นพลังปราณได้แถมยังได้ฝึกฝนร่างกายและพลังยุทธ์ด้วย แน่นอนว่าข้าย่อมตามเจ้าทันเจ้าก้อนเมฆลามก”
“เช่นนี้นี่เอง”
ฉู่อวิ๋นตกใจอยู่บ้างเมื่อนึกถึงวิชายุทธ์เคลื่อนที่ "ก้าวเงาบิน"และวิชายุทธ์ระดับมนุษย์ระดับสูงอย่าง "ฝ่ามือมังกรพเนจร"ที่เขาเพิ่งได้รับมา
“ดูท่าแล้วนอกเหนือจากทักษะกระบี่แล้ว วิชายุทธ์เสริมอื่นๆ ก็สำคัญไม่แพ้กันข้าต้องหาเวลารีบฝึกแล้ว”
ทั้งคู่เคลื่อนที่เร็วมากผ่านไปครึ่งชั่วยาม พวกเขาก็มาถึงลานตะวันออกของตระกูลฉู่
เมื่อมองดูป้ายโทรมๆ ที่คุ้นเคยฉู่อวิ๋นก็ถอนหายใจอย่างเศร้าสร้อย "ในที่สุดข้าก็กลับมาแล้ว! จากนี้ไปข้าจะเป็นคนสานต่อชื่อเสียงอันเลื่องลือของตระกูลฉู่เอง!"
ด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันอยู่ในใจฉู่อวิ๋นหายใจเข้าลึกๆ และก้าวเข้าประตูไปโดยมีมู่หรงซินตามหลังมาติดๆ
ทว่าทันทีที่เข้าไปในลานจัตุรัสฉู่อวิ๋นก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ พื้นลานเต็มไปด้วยใบไม้แห้งร่วงหล่นบริเวณโดยรอบสกปรกยุ่งเหยิง ราวกับว่าไม่มีใครอาศัยอยู่มานาน
เมื่อก่อน ตอนที่ฉู่อวิ๋น ฉู่ซินเหยาและเสี่ยวถงอยู่ด้วยกันแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ทำความสะอาดบ่อยๆ แต่ก็ไม่เคยปล่อยให้สกปรกถึงเพียงนี้เพราะฉู่ซินเหยารักความสะอาด อย่างน้อยนางก็ต้องกวาดใบไม้ที่ร่วงหล่นออกไปบ้างแน่
ส่วนเสี่ยวถงแม้จะยังเด็กแต่ก็ฉลาดรอบรู้ สามารถช่วยเหลือนางได้ตลอดเวลา
แล้วเหตุใดตอนนี้ลานบ้านจึงเงียบเหงาและไร้ชีวิตชีวาเช่นนี้?
"ไม่ ไม่หรอก…"
จู่ๆ หัวใจของฉู่อวิ๋นก็เต้นแรงฝ่ามือชุ่มเหงื่อเหนียวเหนอะ เขาตื่นตระหนกอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรีบก้าวไปข้างหน้าและมองไปรอบๆ เพื่อหาร่างที่คุ้นเคยในลานตะวันออก
แต่หลังจากที่แทบจะพลิกลานหาแล้วก็ยังไม่พบฉู่ซินเหยาและเสี่ยวถง
ยามนี้เมื่อมองไปที่ลานจัตุรัสที่ว่างเปล่า ฉู่อวิ๋นก็กำหมัดแน่น รู้สึกมืดแปดด้านราวกับว่าชิ้นส่วนสำคัญของหัวใจของเขาหายไปคลื่นแห่งความเจ็บปวดแทงทะลุจิตวิญญาณของเขา
“พี่หญิง...ท่านอยู่ไหน...ท่านอยู่ไหน!”
ฉู่อวิ๋นตะโกนขึ้นไปบนฟ้าความรู้สึกของเขาแตกสลาย ทำให้มู่หรงซินประหลาดใจ ก่อนจะเข้าไปปลอบใจเขาทันที"ไม่เป็นไรหรอก ไม่แน่ว่าพี่สาวของเจ้าอาจจะแค่ออกไปข้างนอกก็ได้? อย่ากังวลไปเลย"
“ไม่! นางไม่อยู่แล้ว!ข้ารู้จักพี่ซินเหยาดี แต่ดูจากที่นี่แล้วนางคงไปจากลานตะวันออกตั้งแต่เจ็ดวันก่อน!” ฉู่อวิ๋นตกใจกลัว หัวใจของเขาเต้นระรัว
“เจ็ดวันก่อน...วันงานประลองเซี่ยหยาง?!”
ทันใดนั้นฉู่อวิ๋นก็ดูเหมือนจะพบเบาะแส แต่เขายังคงไม่แน่ใจ จากนั้นก็รีบวิ่งออกจากลานตะวันออกไปโดยจะลองค้นหาในเมืองไป๋หยางก่อน
“นี่ รอข้าด้วย!ข้าจะส่งคนไปช่วยเจ้าตามหานาง เจ้าอย่าผลีผลามสิ!”มู่หรงซินติดตามฉู่อวิ๋นอย่างใกล้ชิดด้วยกลัวว่าเขาจะก่อเรื่อง
“แอ๊ด——”
ในขณะนี้ประตูลานตะวันออกของตระกูลฉู่ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ปรากฏร่างเด็กหญิงตัวเล็กๆที่มีใบหน้าซีดเซียว ค่อยๆ เดินเข้ามา ถือหมั่นโถว[1]สกปรกที่ถูกกัดไปแล้วครึ่งหนึ่งร่างกายสั่นคลอนโงนเงน ยืนอย่างไม่มั่นคง
“เสี่ยวถง!?”
เมื่อเห็นภาพตรงหน้าฉู่อวิ๋นก็ตกใจและกระโดดไปหาทันที ค่อยๆ อุ้มเสี่ยวถงขึ้นมาแล้วถามอย่างเป็นกังวล"เสี่ยวถง ขาของเจ้าเป็นอะไร? ทำไมเจ้าถึงกินขยะบนพื้นล่ะ? ทิ้งมันไปเร็ว! พี่หญิงเล่า? อยู่ที่ไหน? พี่ซินเหยาหายไปไหน?”
ในเวลานี้เมื่อเสี่ยวถงเห็นว่าคนที่อุ้มนางไว้คือฉู่อวิ๋นดวงตาที่เคยสดใสในครั้งเก่าก่อนก็เต็มไปด้วยม่านน้ำตา ซบลงบนไหล่ของฉู่อวิ๋นคว้าเสื้อของเขาด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะร้องไห้ออกมาเสียงดังน้ำตาไหลรินอาบใบหน้าเล็กๆ
“ฮือ...พี่อวิ๋น ข้า...พี่หญิง นาง...ฮือ...”
“เสี่ยวถง อย่าร้องไห้ เกิดอะไรขึ้น? บอกพี่... ดีหรือไม่? หืม?” เมื่อมองดูท่าทางที่น่าสงสารและเวทนาของเสี่ยวถงฉู่อวิ๋นก็แสบร้อนจมูก ดวงตาพร่ามัวเขายื่นมือออกไปเช็ดน้ำตาบนใบหน้าของนางให้แห้ง
หลังจากนั้นไม่นานเสี่ยวถงก็หยุดร้องไห้ แต่ร่างกายเล็กๆ ยังคงสั่นระริก ราวกับว่าได้ระบายความคับข้องใจที่ต้องทนทุกข์ทรมานในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้
ฉู่อวิ๋นกอดเสี่ยวถงแน่นด้วยมือข้างหนึ่งยื่นมือซ้ายไปตบหลังนางเบาๆ และพูดว่า "มีพี่ชายอยู่ ไม่ต้องกลัว...ไม่ต้องกลัว..."
ข้างๆ เขามู่หรงซินก็เริ่มร้องไห้เช่นกัน นางที่เป็นผู้หญิงก็รู้สึกสะเทือนใจดวงตาคู่งามหลั่งน้ำตาเมื่อเห็นเสี่ยวถงผู้น่าสงสารคนนี้
ในเวลานี้ เสี่ยวถงใช้มือเล็กๆเช็ดน้ำตาจากหางตาของนางและละล่ำละลักพูด"เจ็ด...เจ็ดวันก่อน...ผู้นำตระกูลที่น่ากลัวคนนั้นมาที่ลานตะวันออกแล้วบอกว่าเขาอยากให้พี่ซินเหยาไปกับเขาเหมือนจะบอกว่าอยาก...พาพี่หญิงไปดูตัวที่ไหนสักแห่งที่ไกลๆ”
“ตอนนั้น พี่ซินเหยาก็ปฏิเสธอย่างแข็งขันบอกว่าพี่ชายยังอยู่ในระหว่างการประลอง และต้องการให้ผู้นำตระกูลทำตามข้อตกลง…”
“แต่ท่านผู้นำบอกว่าเป็นเพราะเขารู้ว่าพี่ชายแข็งแกร่งมาก เขาเลยใช้คำสั่งของผู้นำตระกูลให้พี่หญิงเชื่อฟังเรื่องนี้เป็นเรื่องสุดท้ายก่อนจะทำตามข้อตกลง"
“ตอนนั้นพี่ซินเหยาโกรธมาก นางอยากจะวิ่งไปหาพี่ชายที่ลานประลองแต่ก่อนที่จะพ้นประตูไป นางก็ถูกท่านผู้นำตบหน้าอย่างแรงจนเลือดกบปาก มันน่ากลัว…เสี่ยวถงกลัวมาก…”
“หลังจากนั้น พี่ซินเหยาก็ถูกท่านผู้นำพาตัวไป ส่วนจะถูกพาตัวไปที่ไหนเสี่ยวถง... เสี่ยวถงไม่รู้! ฮือ…”
ยามที่ได้ยินเสียงร้องไห้ในขณะกอดเสี่ยวถงไว้แน่นจู่ๆ ร่างกายของฉู่อวิ๋นก็สั่นเทาอย่างรุนแรง เขาคล้ายหายใจไม่ออก!ดวงตาแดงก่ำฉ่ำวาวด้วยน้ำตา ดุร้ายราวกับสัตว์ร้ายและเต็มไปด้วยความโกรธความเกลียดชังที่อธิบายไม่ได้!
ใบหน้าของเขามืดมนและเคร่งขรึมแต่กลับไม่พูดอะไรออกมาสักคำมือขวาสั่นด้วยความโกรธ ก่อนจะยื่นเสี่ยวถงให้มู่หรงซิน
“ฉู่อวิ๋น…เจ้า…” เมื่อเห็นฉู่อวิ๋นเป็นเช่นนี้ มู่หรงซินก็ไม่กล้าละเลยนางรีบรับเสี่ยวถงมาจากมือของเขาทันที
ฉู่อวิ๋นก้าวห่างจากมู่หรงซินและเสี่ยวถงไปสองสามก้าวแต่ละก้าวทรงพลังจนปรากฏรอยแตกร้าวบนพื้นราวกับสายฟ้าฟาด ในที่สุดหลังจากผ่านไปสิบก้าว พลังปราณของเขาก็ระเบิดขึ้นทันที เขามองขึ้นไปบนฟ้าและตะโกน!
“ฉู่เจิ้นหนาน!!! เจ้า... เจ้า... เจ้ามันคนทรยศ น่ารังเกียจไร้ยางอาย!!! ข้าจะฆ่าเจ้า ข้าจะฆ่าเจ้า!!!”
"ตูม——!!!"
เสียงของฉู่อวิ๋นราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายโบราณเสียงตะโกนดังลั่นอย่างโกรธเกรี้ยว สั่นสะเทือนฟ้า ทำลายพื้นดิน และเต็มไปด้วยกลิ่นอายสังหารความเกลียดชังพลุ่งพล่านคล้ายจะถล่มโลก
“ฟั่บฟั่บฟั่บฟั่บ!”
ครู่ต่อมาดวงตาของฉู่อวิ๋นก็เบิกกว้าง เขากัดฟัน พลังปราณฮุ่นหยวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วไหลวนอย่างบ้าคลั่งในเส้นลมปราณทั้งหมดของเขาร่างกายคล้ายมังกรพิโรธที่ระเบิดพลังแสนดุร้ายออกมา
"พึบพับพึบพับ!!!!"
พลังปราณหมุนเวียนอย่างดุเดือดลมแรงพัดกระโชก ความโกรธแค้นพุ่งทะยาน!
พื้นดินที่ฉู่อวิ๋นยืนอยู่นั้นพังทลายลงอย่างสิ้นเชิงด้วยรังสีทรงพลังอันน่าสะพรึงกลัวฝุ่นควันลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ทรายและหินปลิวว่อน คลื่นอากาศระเบิดออกกระจายไปทุกทิศทาง!
"ฟิ้วฟิ้วฟิ้ว——"
คลื่นพลังกระเพื่อมเหมือนคลื่นน้ำโดยมีฉู่อวิ๋นเป็นศูนย์กลาง ส่งเสียงคำรามอย่างดุเดือดไปทั่วทุกมุมของลานจัตุรัสพัดใบไม้ใบหญ้าทั้งหมดอย่างแรงจนฉีกขาดกลายเป็นฝุ่นผงลอยล่อง!
มู่หรงซินที่อยู่ห่างออกไปแทบจะต้านคลื่นลมอันทรงพลังนี้ไม่ไหวนางรีบยกมือบังเสี่ยวถงแล้วพึมพำ "เจ้าบ้านี่...แค่ทะลวงผ่านระดับเดียวก็มีพลังไม่น้อยไปกว่านักรบที่ระดับจุดสูงสุดของขอบเขตควบแน่นพลังปราณเลย!”
ครู่ต่อมาลานจัตุรัสยุ่งเหยิงวุ่นวาย ดวงตาของฉู่อวิ๋นดุร้าย ลมหายใจของเขาหนักหน่วงและยังคงเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
เขาก้าวไปข้างหน้า เดินไปที่ด้านข้างของมู่หรงซินเสียงของเขาแหบแห้งทุ้มต่ำ ถามเสี่ยวถง "เสี่ยวถง...ทำไมเจ้าถึงได้ยอมกินหมั่นโถวที่ตกพื้นแล้ว?!"
เมื่อได้ยินเช่นนี้เสี่ยวถงก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ดวงตาของนางบวมแดงเพราะร้องไห้ก่อนจะได้ยินเสียงสะอื้น "ฮือฮือ...พี่ซินเหยาให้เงินข้าไว้แต่วันนั้นข้าเอาถุงเงินติดตัวออกไปซื้อของกินด้วยมีพี่ชายกลุ่มหนึ่งจากตระกูลหลักพบข้าเข้า แล้วแย่งถุงเงินไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ”
"ข้าขัดขืนพวกเขาก็ตีข้า...เตะข้า และสุดท้าย ไม่รู้ว่าทำไมข้าก็เจ็บขามาก..."
“จากนั้น เสี่ยวถงออกไปครั้งหนึ่งพวกเขาก็แย่งไปอึก วันนี้ข้าไม่มีเงินจริงๆและหิวมากจนไปหยิบหมั่นโถวบนพื้นมากิน...พี่ชาย ข้าหิวมากเลย... ฮือฮือ..."
“ไม่ต้องกลัว พี่ชายอยู่นี่จะไม่ปล่อยให้เจ้าหิวอีกแล้ว!” ฉู่อวิ๋นมีสีหน้าโกรธเกรี้ยว มือของเขาสั่นระริกเขาตรวจสอบอาการบาดเจ็บของเสี่ยวถงมองเห็นจุดสีดำคล้ำม่วงเขียวบนน่องสีขาวนวลก็ชะงักไป นี่คือภาวะเลือดไม่ไหวเวียน!
“อ๊ะ!!! พี่อวิ๋น... อย่าจับมันนะมันเจ็บ!!!” เสี่ยวถงกรีดร้องด้วยน้ำเสียงแหลมสูง ทำให้ผู้คนรู้สึกวิตกอย่างยิ่ง
ฉู่อวิ๋นรีบถอนมือออกทันทีขาของเสี่ยวถงหักจริงๆ ด้วย
ไอ้สารเลวตัวไหนกันที่เตะเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่ทำอะไรไม่ถูกจนกระดูกของนางหัก? !
“เสี่ยวถง...เจ้าจำคนพวกนั้นได้ใช่หรือไม่…”น้ำเสียงของฉู่อวิ๋นเย็นชาและขมขื่น ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยเจตนาฆ่า
เสี่ยวถงพยักหน้า
“ดี พี่จะพาไปกินข้าวก่อนแล้วค่อยไปหาคนรักษา และสุดท้าย... พี่จะช่วยเจ้า... ตัดขาพวกมันเอง!”
ทันทีที่พูดจบ ฉู่อวิ๋นก็รับเสี่ยวถงมาจากอ้อมแขนของมู่หรงซินและเดินออกจากลานตะวันออกทันที
“เฮ้อ...แย่แล้วล่ะสมาชิกตระกูลหลักเป็นบ้าไปแล้วหรืออย่างไร?” มู่หรงซินถอนหายใจด้วยความรู้สึกใจหายพลางพูดกับตัวเอง“เจ้าอันธพาลอวิ๋นไม่ยอมแน่ ตอนนี้เขาคงกำลังโยนตัวเองเข้าไปในกับดักแล้วตามไปที่ลานตะวันตกของตระกูลฉู่แน่คุณหนูเช่นข้าจะบ้าแล้วนะ!”
เมื่อมองไปยังแผ่นหลังที่ห่างไปเรื่อยๆของฉู่อวิ๋น มู่หรงซินก็ลังเลใจนางอยากกลับไปที่จวนเจ้าเมืองและบอกมู่หรงเจี๋ยเกี่ยวกับเรื่องนี้ก่อนแต่นางก็อยากไปที่ลานตะวันตกพร้อมกับฉู่อวิ๋นเพื่อฆ่าพวกมันด้วย
พวกคนที่ทำร้ายเสี่ยวถงนั้นเลวร้ายยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานจริงๆแม้แต่มู่หรงซินก็ทนมองไม่ได้ นางต้องการสอนบทเรียนให้พวกเขา
"เฮ้อ! ไม่สนแล้วไปฆ่าคนพวกนั้นก่อนแล้วกัน!" ในที่สุด มู่หรงซินก็กัดฟันและเดินตามฉู่อวิ๋นไป
--------------------
[1] หมั่นโถ่ว เป็นแป้งนึ่งไม่มีไส้ นิยมกินกันทางตอนเหนือของประเทศจีน