คุณอาฉินไม่รู้ตัวเลยว่ามีร่างเงาหลายร่างตามหลังมาจนกระทั่งเขาเดินผ่านตรอกเล็กๆ แห่งหนึ่ง
รถที่จะกลับเขาซางซานจอดรออยู่ที่นอกประตูเมืองทิศตะวันตกตรอกแคบๆ ที่ไร้ผู้คนสัญจรซึ่งทอดไปสู่ประตูเมืองแห่งนี้คือเส้นทางที่คุณอาฉินใช้เป็ประจำยามที่ต้องออกไปจัดการงานสกปรกให้กับกลุ่มบริษัท
มีคนคาดการณ์เื่นี้เอาไว้แล้ว
ในชั่วพริบตาคุณอาฉินสร่างเมาไปกว่าครึ่งั์ตาทั้งคู่กลับมาทอประกายคมปลาบดุจหมาป่าเฒ่าอีกครั้ง
"ตามมาตั้งนานแล้ว ออกมาเสียทีเถอะ!"
คุณอาฉินเค่นเสียงหัวเราะเ็าทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าสม่ำเสมอดังมาจากทางด้านหลัง ไม่เพียงแค่ข้างหลังเท่านั้นตามมุมต่างๆ ในตรอกเบื้องหน้ายังมีเงาดำนับสิบปรากฏกายขึ้นล้อมเขาเอาไว้ทุกทิศทางจนมิดชิด
"ขนคนมาตั้งมากมายขนาดนี้ ให้เกียรติคนแก่อย่างฉันจริงๆ นะ"
คุณอาฉินหัวเราะเยาะหยันตัวเองทว่าเหล่าเงาดำที่ค่อยๆ บีบวงล้อมเข้ามากลับไม่กล้าประมาทแม้เพียงนิดพวกเขารู้ดีว่าเป้าหมายในคืนนี้คือใครนั่นคือจอมยุทธ์รุ่นใหญ่ที่คลุกคลีอยู่ในเส้นทางสายนี้มาทั้งชีวิตหากเผลอเพียงชั่วพริบตา พวกเขาอาจกลายเป็ิญญาใต้คมดาบของชายผู้นี้ได้
"เหอะ! มีแต่พวกสุนัขรับใช้ปลายแถว!"
คุณอาฉินหรี่ตาลงพลางตวาด"หัวหน้าของพวกแกอยู่ที่ไหน? มาถึงนี่แล้วยังไม่กล้าโผล่หัวออกมาเจอหน้ากันอีกเหรอ?"
หลังความเงียบงันผ่านพ้นไปร่างหนึ่งก็ค่อยๆ เดินออกมาจากเงามืดในตรอกเบื้องหน้าพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้า "คุณอาฉินสมเป็ยอดฝีมือรุ่นเก่าจริงๆสายตาแหลมคมจนหลอกไม่ได้เลย"
คุณอาฉินจ้องมองร่างที่อยู่ตรงหน้าเขม็งแม้แสงไฟในตรอกจะสลัวราง แต่เขาก็ยังจำอีกฝ่ายได้ชัดเจน
คนผู้นี้คือเลี่ยวหย่วนตัวตายตัวแทนที่กลุ่มบริษัทหามาแทนที่เขานั่นเอง
"ฉันอยากรู้ว่า นี่เป็ความ้าของคุณนาย หรือเป็ความคิดของนายเอง?"
คุณอาฉินจุดบุหรี่สูบอย่างไม่รีบร้อนพลางเอ่ยถามเลี่ยวหย่วนฉีกยิ้มกว้าง "ไม่มีคำตอบให้สิ่งเดียวที่ผิดคือ คุณอาฉินรู้เื่ของกลุ่มบริษัทมากเกินไป!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้นั์ตาของคุณอาฉินก็ไหววูบ เขาเดาได้ทันทีว่าคงเป็คุณนายที่้าปลิดชีพเขา
ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาเห็นคุณนายค่อยๆเติบโตขึ้นจนกลายเป็นายหญิงแห่งเป่าลี่กรุ๊ปผู้เด็ดขาดและเืเย็นไม่หลงเหลือความผูกพันใดๆ
การปิดปากที่เบ็ดเสร็จที่สุดมีเพียงคนตายเท่านั้นที่จะไม่พูด
บทเรียนข้อนี้คุณอาฉินเป็คนสอนให้เธอด้วยตัวเองแท้ๆ
ไม่นึกเลยว่าผลกรรมจะตามสนองถึงตัวเร็วขนาดนี้ช่างเป็การละเล่นของโชคชะตาเสียจริง!
คุณอาฉินอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะตัวเองทว่าจู่ๆ เลี่ยวหย่วนก็เปลี่ยนน้ำเสียงแล้วเอ่ยขึ้นว่า"แต่ถ้าคุณอาฉินยอมให้ความร่วมมือ ผมก็พอจะไว้ชีวิตคุณได้นะ!"
"โอ้?" คุณอาฉินประหลาดใจเล็กน้อยเขาพ่นควันบุหรี่ออกมาแล้วถามว่า "จะให้ร่วมมือยังไง?"
ั์ตาของเลี่ยวหย่วนฉายแววทะเยอทะยานที่ปิดไม่มิดเขาเอ่ยเน้นทีละคำ "ผมสามารถรักษาชีวิตคุณไว้ได้โดยการจัดฉากแสร้งตายให้"
"เพื่อเป็การแลกเปลี่ยน ผม้าให้คุณมอบเส้นสายและสิ่งที่สั่งสมมาตลอด 40ปีในเมืองซ่างจิงนี้ให้ผมทั้งหมด"
"ใครๆ ก็รู้ว่าคุณน่ะคือฉินซาน... จักรพรรดิทมิฬใต้ดินแห่งเมืองซ่างจิง!"
"ฮ่าๆ... จักรพรรดิทมิฬใต้ดิน? นายยกยอคนแก่อย่างฉันเกินไปแล้ว!"
คุณอาฉินฉีกยิ้มกว้างก่อนจะอัดบุหรี่เข้าปอดคำโต แล้วแววตาก็เปลี่ยนเป็เย็นเยียบสุดขีด"แล้วถ้าผมบอกว่าไม่ล่ะ?"
ใบหน้าของเลี่ยวหย่วนเปลี่ยนสีในทันที"คุณอาฉิน อย่าเลือกทางที่ลำบากเลยการมีชีวิตรอดอยู่ย่อมดีกว่าสิ่งใด"
"แต่ถ้าสิ้นลมไปแล้ว ทุกอย่างก็จบสิ้น"
คุณอาฉินจ้องมองเลี่ยวหย่วนที่ยืนอยู่ในเงามืดอย่างเ็าตัวตายตัวแทนคนนี้มีความทะเยอทะยานยิ่งกว่าเขาในสมัยก่อนเสียอีก
มัน้าใช้เขาเป็แท่นเหยียบและคั้นเอาผลประโยชน์หยดสุดท้ายออกไปจนหมดสิ้น
หากยึดตามหลักการใช้ชีวิตค่อนคนของเขาการทำตามความ้าของเลี่ยวหย่วนเพื่อรักษาชีวิตไว้ย่อมดีกว่าสิ่งอื่นใดจริงๆ
แต่เขากลับไม่อยากทำอย่างนั้น!
"หึหึ..."
คุณอาฉินขยี้ก้นบุหรี่ในมือทิ้งพร้อมเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม เอ่ยออกมาทีละคำ "งั้นวันนี้ฉันจะสอนบทเรียนแรกให้นายเอง"
"เส้นสายของคนแก่อย่างฉัน... มันได้มาจากการกวัดแกว่งดาบฟันฝ่ามาทั้งนั้น!"
ภายใต้แสงไฟสลัวในตรอกชายวัยกลางคนที่ดูเหมือนหมาป่าเฒ่าพลันะเิเจตจำนงสังหารที่ทำให้ทุกคนต้องขวัญผวาออกมา!
รูม่านตาของเลี่ยวหย่วนหดเกร็ง"ฉินซาน งั้นก็อย่ามาโทษผมแล้วกัน!"
"ลงมือ!"
เงาดำพร้อมประกายอาวุธเย็นเยียบพุ่งทะยานขึ้นในตรอกทันที
..........
หลังจากเซียวเยี่ยและกู้ซืออวี่กวาดอาหารบนโต๊ะจนเกลี้ยงดุจพายุพัดผ่านทั้งสองก็แยกย้ายกันที่หอหวนเมฆา
แม่สาวน้อยคนนี้รูปร่างบอบบางแต่ความสามารถในการกินกลับไม่ด้อยไปกว่าเซียวเยี่ยเลย
ก่อนจากไปเธอยังอาลัยอาวรณ์กวาดตามองเมนูของหอหวนเมฆาอีกรอบพร้อมทิ้งท้ายกับเซียวเยี่ยไว้ว่า "คราวหน้าถ้ามีเื่ดีๆแบบนี้ อย่าลืมเรียกฉันอีกนะ!"
หลังออกจากหอหวนเมฆาอันหรูหราเซียวเยี่ยก็มุ่งหน้ากลับที่พัก เดินเท้าจากย่านใจกลางเมืองซ่างจิงที่รุ่งโรจน์กลับไปยังห้องเช่าเก่าซอมซ่อในเขตห่างไกล ทัศนียภาพสองข้างทางค่อยๆ เปลี่ยนไปโลกที่สว่างไสวด้วยแสงไฟสีแดงค่อยๆ เลือนหายไปสู่ความเป็จริง
ในตรอกเบื้องหน้าแม้แต่ไฟถนนก็ไม่ได้ดีไปเสียทุกดวง ภายใต้แสงไฟที่ติดๆ ดับๆแมวจรจัดที่วิ่งผ่านไปยังมีจำนวนมากกว่าคนเดินเท้าเสียอีก
เวลานี้ยังไม่ถึงเที่ยงคืนแต่ย่านที่เปล่าเปลี่ยวแถวนี้กลับแทบไม่มีผู้คนหลงเหลืออยู่แล้ว
แต่เซียวเยี่ยคุ้นชินกับความเงียบสงัดเช่นนี้มานานจากตรอกแถวนี้ไปยังห้องเช่าของเขายังมีระยะทางอีกพอสมควร ภายใต้แสงสลัวเซียวเยี่ยซึ่งมีเนตรทะลวงมายากลับมองเห็นทุกสิ่งรอบกายได้อย่างทะลุปรุโปร่งพลังการมองเห็นที่เพิ่มขึ้นสามเท่าช่วยให้เขามองเห็นได้ชัดเจนแม้ในยามค่ำคืน
ทันใดนั้นเซียวเยี่ยก็เหลือบไปเห็นร่างหนึ่งนอนพิงผนังอยู่ในมุมอับเบื้องหน้า
คนผู้นั้นนั่งพิงกำแพงมือกุมหน้าท้องที่กระเพื่อมขึ้นลงเบาๆ เป็สัญญาณว่าเขายังมีชีวิตอยู่
ที่ใต้ร่างของเขาคราบเืข้นคลั่กซึมโชกไปทั่วบริเวณพื้น ที่ขามีปลายดาบหักปักคาอยู่...
ั์ตาของเซียวเยี่ยหดเล็กลงเพราะเขาจำชายผู้นี้ได้เขาคือชายวัยกลางคนที่นั่งดื่มเหล้าอยู่โต๊ะตรงข้ามในหอหวนเมฆานั่นเอง!
เขาถูกลอบโจมตีจริงๆด้วย แต่ภายใต้การรุมสังหารของกลุ่มผู้ตื่นรู้ขนาดนั้นเขากลับรอดชีวิตมาได้ด้วยหรือ?
ถึงแม้าแฉกรรจ์ขนาดนี้จะคร่าชีวิตเขาได้ทุกเมื่อแต่เขาก็ยังคงหายใจอยู่
เซียวเยี่ยตัดสินใจเปิดใช้งานคลื่นเสียงตรวจจับความถี่สูงทันที!
คลื่นเสียงที่ไม่มีใครััได้แผ่ซ่านออกไปโดยที่มีตัวเขาเป็จุดศูนย์กลางกระจายไปทั่วบริเวณถนนโดยรอบ ในตอนนี้ระยะของทักษะครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางมาก!
ไม่นานนักผลการตรวจสอบก็ส่งกลับมา ถนนในละแวกนี้ไม่มีใครอยู่เลย
นั่นแสดงว่าชายวัยกลางคนผู้นี้หนีรอดมาจากกลุ่มผู้ตื่นรู้พวกนั้นได้และหนีมาได้ไกลพอสมควรจนถึงระยะที่ปลอดภัย
เซียวเยี่ยค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ เห็นลมหายใจของอีกฝ่ายโรยรินเต็มที มีแต่ลมออกไม่มีลมเข้า
เซียวเยี่ยไม่ลังเลอีกต่อไปเขาหยิบยาฟื้นพลังชีวิตออกมาจากกระเป๋า เตรียมจะป้อนให้อีกฝ่ายทว่าชายวัยกลางคนกลับเบิกตาโพลนมือทั้งสองข้างคว้าจับข้อมือของเซียวเยี่ยไว้แน่นราวกับกรงเล็บเหยี่ยวทว่าในวินาทีต่อมา คุณอาฉินซึ่งมีสายตาคมดุจเหยี่ยวก็จำได้ว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าคือคนที่เขาพบโดยบังเอิญในหอหวนเมฆา"เป็นายนั่นเอง!?"
เซียวเยี่ยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาแล้วกล่าวว่า"าแของคุณรุนแรงเกินไปยาฟื้นพลังชีวิตช่วยชีวิตคุณไม่ได้แล้ว ผมจะช่วยคุณยังไงได้บ้าง?"
คุณอาฉินมองดูเด็กหนุ่มที่เคยพบกันเพียงผ่านๆผู้นี้ เขาหอบหายใจอย่างรุนแรงพลางกุมาแฉกรรจ์ที่หน้าอกแล้วเอ่ยว่า"ร้านทำผมจันทร์แดง... พาฉันไปที่นั่น!"