สุยอันไม่ค่อยสนใจเนื้อหาในราชโองเท่าใดนัก นางหวังเพียงจะได้รับเงินรางวัลทว่าจนกระทั่งวันที่สิบเดือนสิบสองก็ไม่เห็นมีใครมาให้
วันที่สิบเอ็ดเดือนสิบสอง คนในจวนฉู่ได้รับอนุญาตให้เข้าวังไปขอบคุณน้ำพระทัยของฮ่องเต้เมื่อฉู่ยี่ออกไป สุยอันก็รีบออกไปเช่นกัน
ฟางต้าเหนียงที่กำลังนั่งแทะเมล็ดทานตะวันอยู่หน้าประตูเรือนของอาจารย์หลินเห็นสุยอันก็รีบเรียกนางเอาไว้
"ต้าเหนียง นี่ยังไม่ทันจะปีใหม่เลยท่านก็มีชุดใหม่ใส่เสียแล้วท่านใส่แล้วดูมีชีวิตชีวายิ่งนัก"
"นายท่านรบศึกชนะ ฮูหยินผู้เฒ่าดีใจจึงตกเงินรางวัลครั้งนี้ให้เยอะเป็พิเศษจนเกือบจะเท่าตอนที่คุณชายเก้าคลอดแล้ว วันนั้นเผอิญข้ายืนสะดุดตา ชวีมามาคนสนิทของฮูหยินผู้เฒ่าจึงเรียกข้าไปคุยสองสามประโยคนางเห็นว่าชุดที่ข้าใส่ด้ายหลุดลุ่ยหมดแล้ว นางยังบอกอีกว่านี่เป็ชุดใหม่ นางใส่แล้วคับไปหน่อยหากทิ้งเอาไว้ก็เสียดายของจึงยกให้ข้า"
แรกเริ่มสุยอันรู้สึกดีใจ ทว่าพอฟังไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกประหลาดใจที่ดีใจเพราะมีเงินรางวัล แต่ที่ประหลาดใจเพราะไม่รู้ว่าใครริบเงินรางวัลของนางไป นางแทบอยากจะพุ่งไปถามจื่อยวี่ให้รู้แล้วรู้รอดแต่ดีที่ยังพอมีสติ จึงสะกดกลั้นอารมณ์พลุ่งพล่านไว้ได้ ผ่านไปเนิ่นนานกว่าที่นางจะแค่นยิ้มออกมา "เพราะท่านป้าใส่ได้พอดิบพอดี ประหนึ่งว่าชุดนี้ตัดมาเพื่อท่านป้าโดยเฉพาะ พอใส่ชุดนี้แล้วท่านป้าจึงดูมีชีวิตชีวานักเมื่อครู่ข้าเกือบไม่กล้าทัก เพราะคิดว่าฮูหยินบ้านไหนมาเยี่ยมเยียนที่จวน"
ฟางต้าเหนียงฟังสุยอันพูดเยินยอจนยิ้มกว้าง สุยอันบอกนางว่าต้องกลับไปปรนนิบัติคุณชายเขียนการบ้านทว่าก็ถูกฟางต้าเหนียงดึงตัวไว้พูดคุยกันอีกหลายประโยค จึงค่อยแยกย้ายกัน
เมื่อกลับมาถึงเรือนเล็กได้ไม่นาน คุณชายเจ็ดฉู่ยวี่คุณชายเก้าฉู่ยี่ และหวางจื่ออวี๋ก็เดินเข้ามาพร้อมกัน
ฉู่ยวี่เดินไปยิ้มไป "ครานี้ชื่อเสียงทั้งหมดก็ถูกน้องเก้าแย่งชิงไปแต่เพียงผู้เดียวเสียแล้ว หลิวหย่ง* ได้รับราชโองการให้เติมคำในบทกลอนจึงกลายเป็เื่เล่าขาน เ้ากลับได้รับราชโองการให้ทำการบ้านนี่ถือเป็เื่ที่น่าเล่าขานเสียยิ่งกว่า"
ฉู่ยี่ไม่คิดเช่นนั้น "เหตุใดเ้าไม่บอกว่าเป็เื่น่าขัน?"
หวางจื่ออวี๋หัวเราะจนตัวโยน เขาวางมือไว้บนหัวไหล่ของฉู่ยี่หัวเราะจนท้องคัดท้องแข็ง ทันใดนั้นหางตาก็เหลือบเห็นเงาร่างสุยอัน เขาถึงได้เก็บเสียงหัวเราะและกำมือขึ้นมาป้องปากไอสองสามที
ฉู่ยี่เห็นเขาหยุดหัวเราะ จึงเอ่ยขึ้น "กลอนที่ข้าให้เ้าช่วยแต่งให้เสร็จหรือยัง ครั้งที่แล้วเ้าให้ข้าแค่สิบบทยังขาดอีกสี่สิบบท"
หวางจื่ออวี๋ปัดมือเป็พัลวัน "นั่นใช่ของสำเร็จรูปเสียเมื่อไร แค่สิบบทนั่นข้าก็ปวดหัวจะตายอยู่แล้ว อีกทั้งตอนนี้เ้าได้รับราชโองการมาแล้วหากยังให้ข้าช่วยเ้าแต่งกลอนอีก นั่นไม่เท่ากับขัดราชโองการหรอกหรือ ไม่ได้ๆ ข้าจะไม่แต่งให้เ้าแล้ว"
"ข้าไม่ได้ลอกตามเ้าทุกตัวเสียหน่อย" ฉู่ยี่เอามือคล้องคอหวางจื่ออวี๋ และผลักไปหาสุยอัน "กระดาษและพู่กันในห้องหนังสือล้วนเป็ของสำเร็จรูป วันนี้เ้าแต่งออกมาก่อนสิบบทมิเช่นนั้นก็อย่าหวังจะได้กลับจวน ข้าจะให้เ้าอยู่นี่เป็สามีของสุยอันเสียเลย"
สุยอันเพียงชะงักไปเล็กน้อย ทว่าไม่ได้เก็บคำพูดของเขามาใส่ใจนางรู้ดีว่าตระกูลหวางเป็เช่นไร แม้ฉู่ยี่จะกล้ายกนางให้เขาจริง ทว่าหวางจื่ออวี๋ก็ไม่กล้ารับแม้ฮูหยินผู้เฒ่าจะรักฉู่ยี่มาก แต่ก็ไม่มีทางจะให้ฉู่ยี่ยัดเยียดคนนู้นคนนี้ให้หวางจื่ออวี๋เป็แน่เพราะหวางจื่ออวี๋เป็หลานชายแท้ๆ ของฮูหยินผู้เฒ่า อีกอย่าง ฉู่ยี่มักจะวางอำนาจบาตรใหญ่ต่อหน้าพวกพ้องเป็ปกติอยู่แล้วหากใครเชื่อคำพูดของเขาคงได้ปวดหัวตายเป็แน่
หวางจื่ออวี๋กลับแง่งอนจนหน้าแดงแจ๋
คุณชายเจ็ดฉู่ยวี่เป็คนที่มีครอบครัวแล้ว เมื่อเห็นท่าทีของหวางจื่ออวี๋ก็พลันเลิกคิ้วกระตุกยิ้มมุมปาก นั่นทำให้หวางจื่ออวี๋ยิ่งหน้าแดงเข้าไปใหญ่
สุยอันมัวแต่สนใจเื่เงินรางวัล จึงไม่สนใจคำพูดของฉู่ยี่รินน้ำชาให้ทั้งสามคนด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม เมื่อเดินไปข้างหวางจื่ออวี๋ ก็เห็นว่าเขากำลังสั่นอยู่จึงรีบวางถ้วยชาลง และถอยออกไปจนถึงประตู นางยังไม่อยากหาเื่ใส่ตัวหรอกนะ
อาจเป็เพราะอยู่กับคนที่ตนสนิท ฉู่ยี่จึงยกขาขึ้นมาพาดบนที่วางแขนเอนหลังกับพนักพิง ก่อนเอ่ยกับหวางจื่ออวี๋ "เ้าชอบนางจริงๆ หรือ หากวันนี้เ้าแต่งสี่สิบบทที่เหลือเสร็จ ข้าจะยกนางให้เ้าหากเ้ากลัวท่านลุงท่านป้าจะเฉ่งกระบาล ข้าจะไปพูดกับท่านย่าเอง"
ฉู่ยวี่ก็ร่วมวงสนทนากับเขาด้วย "หากเ้าไปพูดกับท่านย่า เ้าคงจะถูกท่านแม่จัดการก่อน ข้าว่าไม่สู้พวกเ้าถอดฐานะทาสให้นางแล้วหาที่หาทางให้นางอยู่ด้านนอก...พวกเ้ายังจำแม่ทัพหลินซันแม่ทัพคนสนิทของท่านพ่อได้หรือไม่อย่าเห็นว่าเขาขึ้นชื่อเื่กลัวภรรยาไปไย ข้าได้ยินว่าเขาอายุเพียงสิบสามก็เลี้ยงบ้านเล็กอยู่ข้างนอกแล้ว"
หวางจื่ออวี๋ไม่ยอมหลุดปาก "เ้าก็แต่งมั่วๆ ส่งไปก่อนสิ ท่านลุงใช่ว่าจะเอาเป็เอาตายกับเ้าเสียเมื่อไร" แม้ปากจะพูดเช่นนี้ ทว่าสายตากลับมองสุยอันที่ยืนอยู่หน้าประตู เมื่อเห็นท่าทางทองไม่รู้ร้อนของนางก็อดที่จะผิดหวังไม่ได้
ท่าทีของเขาไม่สามารถเล็ดลอดสายตาของฉู่ยี่ไปได้ ฉู่ยี่ยิ้มจนตาหยีดึงหวางจื่ออวี๋ไว้ไม่ให้เขาเดินหนีไป "เ้าแต่งสักสองสามบทข้าเอามาแก้นิดๆ หน่อยๆ เป็เช่นไร"
ฉู่ยวี่ก็โดนรั้งเอาไว้เช่นกัน "พี่เจ็ดก็แต่งออกมาสักห้าบท มิเช่นนั้นข้าจะไปฟ้องพี่สะใภ้เจ็ดว่าตอนที่ท่านอายุสิบสามท่านพาข้าไปแอบดูฟางฮวาอาบน้ำ"
ฟางฮวาคือสาวใช้ในห้องหนังสือของฉู่ยวี่ หน้าตาสะสวยซ้ำยังเก่งรอบด้าน ทำให้ฉู่ยวี่ชอบนางยิ่งนัก
เมื่อถูกฉู่ยี่ขู่เช่นนี้ ฉู่ยวี่จึงจำต้องช่วยเขาแต่งกลอนอย่างเสียมิได้แต่มิวายเน้นย้ำ"หากเ้ากล้าพูดอะไรไร้สาระต่อหน้าพี่สะใภ้เจ็ดแล้วล่ะก็มิต้องรอให้ท่านพ่อกลับมา ข้าก็จะเฉ่งกระบาลเ้าก่อน"
เมื่อฉู่ยี่เห็นว่าทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้วก็หัวเราะร่าเขาบอกให้สุยอันไปเรียกบ่าวรับใช้หนุ่มสองคนของเขา ไปบอกห้องครัวใหญ่จัดเตรียมโต๊ะจัดเลี้ยงหนึ่งโต๊ะ
สุยอันกำลังเป็ทุกข์ที่หาคนถามเื่เงินรางวัลไม่ได้บ่าวรับใช้หนุ่มสองคน วู่ยิงและวู่เจี๋ย ก็เดินมาพอดี
"ชวีมามาบอกว่าหัวหน้าคนงานในแต่ละเรือนเป็คนไปรับมาพวกเราเป็คนของคุณชายเก้า ดังนั้นพี่เหลียนเซียงจึงเป็คนจัดการทั้งหมด"
สุยอันรุกถามต่อว่าแจกวันไหน
"แจกวันที่ทราบข่าวเลยขอรับ ท่านพี่ยังไม่ได้รับหรือ"
"บางทีพี่เหลียนเซียงอาจจะยุ่งอยู่ จึงลืมส่วนของข้าไปก็เป็ได้พวกเ้ารีบไปรับสำรับอาหารมาเถิด คุณชายเจ็ดและคุณชายหวางอยู่กินข้าวกับคุณชายเก้า"
วู่ยิงและวู่เจี๋ยจากไปแล้ว สุยอันยืนพิงเสาระเบียงพลางจ้องมองความเคลื่อนไหวในห้องหนังสือทว่าใจกำลังคิดถึงเื่ของเหลียนเซียง
เหลียนเซียงเข้ามารับใช้ฉู่ยี่ปีเดียวกับสุยอัน แต่หากนับกันจริงๆเหลียนเซียงเข้ามาทำงานช้ากว่า ทว่ามารดาของเหลียนเซียงเป็บุตรสาวของหวางมามาที่เป็สาวใช้ที่ออกเรือนมาพร้อมกับฮูหยินผู้เฒ่ากอปรกับบิดาของนางเป็สมุห์บัญชีของจวน ทำให้มีความสนิทสนมกับจวนแห่งนี้ไม่น้อย ดังนั้นเหลียนเซียงจึงเหนือกว่านางเป็ไหนๆ
แต่นางก็ไม่เคยคิดเปรียบเทียบหรือแข่งขันกับเหลียนเซียงแต่อย่างใดสุยอันถามตัวเองมาตลอดหลายปี ยามที่ต้องเผชิญกับเื่ที่ต้องถอยนางก็ไม่เคยก้าวไปข้างหน้าจึงไม่รู้ว่าเหลียนเซียงจะระมัดระวังนางอะไรนักหนา
วู่ยิงและวู่เจี๋ยเดินคุยกันกลับมา ด้านหลังมีหญิงรับใช้าุโถือสำรับอาหารเดินตามมาด้วยตอนนี้สุยอันพอจะเดาได้ลางๆ แล้วว่าอะไรเป็อะไร
ฮูหยินกำกับดูแลคนทั้งจวน หากจะเลือกสาวใช้ห้องข้างให้เหล่าคุณชายโดยปกติจะเลือกทีเดียวสองคน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการรักชอบแค่ใครคนใดคนหนึ่ง มิเช่นนั้นหากไน่ไนคนใหม่เข้ามาจะจัดการได้ยาก
สาวใช้ขั้นหนึ่งทั้งสี่คนของฉู่ยี่ ประกอบด้วยเหลียนเซียงและเหอเซียงทั้งสองคนต่างเป็คนที่ฮูหยินผู้เฒ่าเลือกมา ดังนั้นเบี้ยหวัดรายเดือนก็ต้องรับกับฮูหยินผู้เฒ่าอวิ๋นเซียงเป็บุตรสาวของแม่นมของฉู่ยี่ เหมยเซียงไม่มีฝักมีฝ่าย เพราะงานเย็บปักโดดเด่นจึงถูกเลือกให้อยู่ที่เรือนไผ่ขาวด้วยเหตุนี้สาวใช้ขั้นหนึ่งหรือสาวใช้ทั้งหลายในเรือนไผ่ขาวต่างเห็นเหลียนเซียงเป็หัวหน้าความจริงระหว่างสาวใช้ด้วยกันเองก็มีความขัดแย้งเช่นกัน ทว่าหากมีคนนอกเข้ามา พวกเขาก็พร้อมจะรวมกลุ่มสามัคคีกันกีดกันผู้มาใหม่ทันที
และสุยอันก็คือหนึ่งในคนนอกเ่าั้ แม้จะรู้เช่นนี้แต่นางก็ไม่ได้เข้าพวกหรือไปประจบประแจงผู้ใดนางเพียงตั้งใจรับผิดชอบภาระงานที่ตนได้รับเท่านั้น เพราะไม่อยากให้ฮูหยินผู้เฒ่าสนใจนางด้วยเื่แบบนี้
หากไม่ใช่เพราะจื่อยวี่เตือนสติ นางก็คิดไม่ถึงเช่นกัน
ฉู่ยี่อายุสิบสี่ นางอายุสิบสาม หากเทียบกับยุคปัจจุบันพวกเขาก็เป็เพียงนักเรียนชั้นมัธยมหนึ่งและสองเท่านั้นหน้าตาของฉู่ยี่โดดเด่น รูปร่างสูงโปร่ง แต่ไม่ว่าจะดีจะหล่อเช่นไร เขาก็ถือเป็เด็กน้อยวัยรุ่นคนหนึ่งเท่านั้นนางไม่เคยมีความคิดเช่นนั้นกับเขา และไม่เคยแสดงท่าทางรักชอบใดๆ ออกไป ในยามปกติ นางคิดว่าตัวเองเป็เพียงเพื่อนร่วมชั้นของคุณชายเท่านั้นแม้ไม่กล้าพูดว่าไม่มีปัญหาเลย ทว่าเวลาส่วนใหญ่พวกนางก็นับว่าเข้ากันได้ดี
และนางเชื่อว่าฉู่ยี่ก็ไม่ได้คิดอะไรเช่นนั้นกับตนเช่นกันตอนที่นางถูกเลือกให้อยู่ในจวนนี้ นางอยู่ใน่ที่สถานการณ์ย่ำแย่ที่สุดในชีวิต มารดาจากไปบิดาป่วยหนัก ส่วนตัวนางเองก็ผอมจนติดกระดูก ฉู่ยี่เคยตินางหลายครั้งว่าอัปลักษณ์ นางเชื่อว่าเขาที่เคยเห็นตอนที่นางแย่และอัปลักษณ์ที่สุด ไม่มีทางชอบนางเป็แน่
ด้วยข้อสรุปนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาจึงสะอาดบริสุทธิ์ไม่มีอะไรซับซ้อนแม้แต่นิดเดียว
เหลียนเซียงก็น่าจะรู้เื่นี้ เช่นนั้นเื่ที่เหลียนเซียงกีดกันนางก็ไม่น่าจะใช่เื่ความรู้สึกแต่น่าจะเป็เื่ผลประโยชน์
หรือว่าสาวใช้ห้องข้างที่ฮูหยินผู้เฒ่าเลือกไว้อีกคนจะไม่ใช่เหลียนเซียง
เื่เช่นนี้สาวใช้ข้างกายของฮูหยินผู้เฒ่าน่าจะรู้ดีนางต้องหาโอกาสไปถามดูเสียแล้ว
เมื่อคิดถึงตรงนี้ สุยอันก็รู้สึกหงุดหงิดนัก หากอยู่ในยุคปัจจุบันถ้ามีใครกล้ามาเอาเปรียบเช่นนี้ นางคงไปชี้หน้าถามตั้งนานแล้ว แม้จะเป็ไอ้วายร้ายโรคจิตหน้าไหนนางก็ไม่กลัวแต่ในยุคโบราณเช่นนี้ ไม่มีใครสนใจสิทธิมนุษยชน คนสนใจเพียงแต่ชาติตระกูล หากนางอยากไถ่ชีวิตน้อยๆของตัวเองออกไป ก็จะหุนหันพลันแล่นไม่ได้โดยเด็ดขาด
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ฉู่ยี่ก็ะโเรียกนางให้ไปรินสุราออกมาจากในห้อง
สุยอันขานรับก่อนเดินเข้าไป หวางจื่ออวี๋แต่งไปแล้วห้าบทส่วนฉู่ยวี่แต่งไปสองบท ่ระยะเวลาสั้นๆ แต่กลับแต่งได้เยอะเช่นนี้ ดูแล้วอำนาจของฉู่ยี่ไม่เพียงใช้ได้ผลกับบรรดาบ่าวไพร่ทว่ากับคนอายุรุ่นราวคราวเดียวกันก็ใช้ได้ผลเช่นกัน
ฉู่ยวี่สังเกตได้ว่า พอสุยอันเข้ามา สีหน้าญาติผู้น้องของเขาก็ไม่เป็ธรรมชาติกระอักกระอ่วนราวกับใต้ก้นมีเข็มทิ่มก็ไม่ปาน ทว่าน้องเก้ากลับไม่รับรู้ความผิดปกตินี้สักนิดหากไม่ใช้ให้สุยอันหยิบจานชาม ก็ใช้ให้นางรินสุราคีบอาหาร ใช้นางราวกับเป็บ่าวรับใช้หนุ่มก็ไม่ปานส่วนสุยอันก็งกๆ เงิ่นๆ ราวกับว่าปรนนิบัติบนโต๊ะอาหารไม่เป็
เพิ่งกินอาหารไปได้ไม่เท่าไร พวงแก้มของหวางจื่ออวี๋ก็แดงเถือกฉู่ยี่หัวเราะขบขัน"เ้าอย่าเพิ่งเมาไป อย่าหวังว่าจะหลีกเลี่ยงการแต่งกลอนไปได้" เขาช้อนตามองสุยอันที่กำลังรินสุราอยู่ด้านข้าง
สุยอันพลันเข้าใจความหมายของเขา ถอยออกไปอย่างเงียบเฉียบฉู่ยี่เทสุราในกาออกครึ่งหนึ่งและเติมน้ำเปล่าเข้าไป
เพียงฉู่ยวี่ดื่มเข้าไปก็พลันพ่นออกมา "นี่ใช่เหล้าจินฮวา* หรือ"
หวางจื่ออวี๋ที่กำลังดื่มได้ที่เอ่ยขึ้น "รสชาติใช้ได้"
ฉู่ยี่ฉวยโอกาสเอ่ยตอบ "เ้าคออ่อนก็อย่าดื่มอีกเลย สุรากานี้ไร้รสชาติสิ้นดี ครั้งก่อนที่ไปกินข้าวข้างนอกข้ายังไม่ทันจะได้กินอะไร เ้าก็เมาหัวทิ่มเสียแล้ว ทำให้ข้าต้องกลับมากินอาหารหมูของสุยอันอีก"
หวางจื่ออวี๋ได้ยินเขาพูดถึงสุยอันและพูดถึงเื่กินข้าวก็ยิ้มเซ่อออกมาอย่างเลื่อนลอย "ข้าจำได้ข้าหิวตอนดึก สุยอันเลยต้มบะหมี่มาให้ข้าถ้วยหนึ่ง รสชาติเยี่ยมยอด ฝีมืออร่อยกว่าพ่อครัวใหญ่แห่งหอลมวสันต์อีก"
ฉู่ยวี่เป็คนฉลาดเฉลียวคนหนึ่ง เมื่อได้ยินเช่นนี้เขาก็มั่นใจทันทีว่า ที่เคยคิดว่าเป็เพียงการหยอกเย้านั่น ดูท่าแล้วหวางจื่ออวี๋จะจริงจังมิน้อยน้องชายแท้ๆ ของเขาผู้นี้ใช่คนยอมคน หากเขาไม่คิดอะไรก็แล้วไป แต่หากคิดขึ้นมา คนที่จะแย่คงไม่พ้นสาวใช้ผู้นั้นเมื่อคิดถึงตรงนี้ ฉู่ยวี่ก็ลอบพิจารณาฉู่ยี่ ขนตายาวของเขาหลุบต่ำ ไม่รู้กำลังคิดสิ่งใด
ฉับพลันนั้น ฉู่ยวี่ก็เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่างจึงเอ่ยปนยิ้ม "นั่นเป็เพราะเ้าดื่มไปเยอะ จึงหิวมากเป็พิเศษ แค่ได้กินผักดองเค็มก็รู้สึกอร่อย"
สุยอันได้ยินหวางจื่ออวี๋พูดถึงบะหมี่ถ้วยนั้นหน้าก็พลันเปลี่ยนสีฉู่ยี่ได้กินอาหารที่เหมือนอาหารหมู ทว่านางกลับต้มบะหมี่ที่มีรสชาติล้ำเลิศกว่าพ่อครัวใหญ่ณ หอลมวสันต์ให้หวางจื่ออวี๋กิน...
ยามนี้นางไม่สนแล้วว่าหวางจื่ออวี๋จะพูดอะไรต่อ สมองสั่งการให้นางจ้องปฏิกิริยาของฉู่ยี่เท่านั้นเขาเพียงช้อนตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ดวงตาดำขลับ สุยอันพลันรู้สึกว่ามีมีดเล่มหนึ่งกำลังเล็มขนอ่อนทั้งตัวของนางอยู่ก็มิปาน
*หลิวหย่ง นักกวีผู้มีชื่อเสียงในราชวงศ์เป่ยซ่งเป็ผู้มีอิทธิพลต่อกลอนสมัยซ่งเป็อย่างมาก
*เหล้าจินฮวา เป็เหล้าข้าว (ricewine) ขึ้นชื่อของเมืองเจ้อเจียง เป็เหล้าที่ใช้เทคนิคดั้งเดิมในการหมัก มีประวัติศาสตร์ยาวนาน
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/b42d15240c9075c343f762590f4baa36
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่แม่สาวใช้ตัวดีในจวนท่านแม่ทัพที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #แม่สาวใช้ตัวดีในจวนท่านแม่ทัพ #readAwrite ด้วยน้า