สุดยอดยีนเทพเจ้า

    ตอนที่ 58 ได้ดาบเป็นของขวัญ


            หานเซินนึกสงสัยพอ ๆ กับสนใจเมื่อเห็นดาบเล่มเดียวที่เด่นหราอยู่บนแท่นวางในห้องอาวุธ เขาจึงอดถามด้วยความอยากรู้ไม่ได้

            “ดาบเล่มนั้นคืออะไรครับ?”

            “ถ้าอยากได้ก็เอามาพันล้านเหรียญ แล้วมันจะเป็นของนายทันที” ช่างตีเหล็กตอบหน้าตายขณะพยายามผลักไสหานเซินออกจากห้อง

            “ดาบอะไรถึงได้ราคาโหดขนาดนั้น?” เด็กหนุ่มโพล่งถาม สีหน้าไม่อยากเชื่อ

            “ดาบโลหะ Z บริสุทธิ์เจ็ดสิบห้าเปอร์เซ็นต์” ช่างตอบส่ง ๆ ก่อนจะดันเขาพ้นประตู ปิดล็อกห้องแน่นหนา 

            “นายไปได้แล้ว ไม่ส่งนะ เดินย้อนออกไปทางเดิมได้เลย” เจ้าของสถานที่บอกกึ่งไล่แต่ก็ยังไม่วายตะโกนทิ้งท้ายด้วยประโยคเดิม “อ้อ! ครั้งหน้าอยากได้อะไรก็มาหาที่นี่”

            ‘จะรีบไล่อะไรนักหนา…’ หานเซินบ่นอุบอิบในใจ และเมื่อนึกถึงสิ่งที่ช่างโลหะบอกเมื่อครู่เขาก็ยิ่งหงุดหงิด ‘ดาบโลหะความบริสุทธิ์เจ็ดสิบห้าเปอร์เซ็นต์?… ขี้โม้เกินไปหรือเปล่า! ไม่ใช่ว่าเทคโนโลยีตอนนี้ยังผลิตโลหะ Z เกินห้าเปอร์เซ็นต์ไม่ได้หรอกเหรอ?’ 

            ถึงจะไม่ค่อยเชื่อแต่เด็กหนุ่มก็ไม่คิดเซ้าซี้ต่อ เพราะถึงช่างคนนั้นจะพูดจริงหรือแค่แกล้งอำ แต่ดูท่าทางแล้วคงไม่อยากขายดาบเล่มนั้นให้ใครแน่ ๆ

            .

            .

            เมื่อกลับถึงบ้าน หานเซินเอามีดสั้นเล่มใหม่ขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด 

            เขาแกะปลอกหนังแล้วดึงมีดออกจากฝักไม้ ทันใดนั้นก็สัมผัสได้ถึงความเย็นประหลาดที่แผ่ซ่านออกมา มีดสั้นเล่มนี้มีความยาวแปดนิ้ว โลหะที่ใช้ทำใบมีดมีสีเขียวใสเหมือนมรกต ถ้าจ้องดูดี ๆ จะเห็นว่า บนใบมีดสลักลวดลายที่ดูพลิ้วไหวคล้ายสายน้ำ ใบมีดที่บางเฉียบกับคมมีดที่คมกริบเหมือนกำลังเตือนคนมองให้รับรู้ถึงความอันตราย ส่วนปลายมีดแหลมมากแค่มองก็ยังชวนให้หวาดเสียว นอกจากนี้บนส่วนใบมีดยังถูกเสริมด้วยการสลักร่องระบายเลือดสองเส้นตลอดแนวยาว ซึ่งก็ช่วยเพิ่มความดุดันและทำให้ดูเป็นอาวุธที่ทรงประสิทธิภาพได้เป็นอย่างดี

            ส่วนด้ามจับของมีดก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน โดยมันถูกออกแบบมาให้รับกับสรีระของมือผู้ใช้อย่างเหมาะเจาะ วัสดุที่ใช้ทำด้ามมีด เกิดจากการเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้กับเขาสัตว์ เป็นการผสมผสานเนื้อวัสดุธรรมชาติเข้ากับนวัตกรรมล้ำยุคได้อย่างลงตัวจนหานเซินยังรู้สึกทึ่ง 

            มองภาพรวมแล้วเป็นอาวุธที่ทรงพลัง น่าเกรงขามและเท่ไม่หยอกเลยทีเดียว… ‘ข้างนอกดูดีขนาดนี้ หวังว่าประสิทธิภาพจะดีเหมือนหน้าตานะ’

            คิดได้แบบนั้น เด็กหนุ่มก็ไม่รอช้า รีบทดสอบความคมของมีดใหม่ หลังจากมองหาสิ่งที่น่าจะใช้ได้อยู่สักพัก เขาก็ตัดสินใจลองใช้มีดฟันสันของดาบสตีลคัตติงที่ใช้เป็นประจำ แม้มีดเล่มนี้จะมีส่วนผสมของโลหะ Z บริสุทธิ์อยู่แค่ห้าเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ควรจะแข็งแกร่งกว่าดาบสตีลคัตติงอยู่แล้ว เขาจึงไม่คิดว่าจะทำให้มีดเกิดความเสียหายอะไร

            *แกร๊ง* 

            *ปึก*

            เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงหนัก ๆ ของเหล็กกระทบพื้น  ดาบเหล็กกล้าขาดเป็นสองท่อนในพริบตา 

            “โห คมอะไรขนาดนี้!” หานเซินอุทานด้วยความตกใจขณะมองดูมีดสั้นในมือที่ไม่ปรากฏรอยบิ่นหรือรอยขีดข่วนใด ๆ ทั้งสิ้น

            …แต่แล้วความจริงก็พุ่งปะทะสมอง…

            “เวรละ! ดาบฉัน!” เด็กหนุ่มร้องอย่างสุดเซ็ง ดาบโลหะผสมราคาเป็นล้านที่ได้มาฟรี ๆ หักสะบั้นด้วยการทดสอบเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

            คนทำอะไรไม่คิดได้แต่เสียใจและเสียดายเมื่อเห็นดาบเหลือแค่ครึ่งเดียวตรงหน้า ตอนแรกเขาหวังเพียงมันจะแค่ทิ้งรอยขีดข่วนไว้ที่ด้านหลังของดาบ ไม่คาดคิดว่าความคมของมีดจะทำให้ดาบของเขาขาดสะบั้นเป็นสองท่อนแบบนี้ …อันที่จริงเขายังกลัวว่าคมมีดอาจจะบิ่นเสียด้วยซ้ำ

            ขณะที่กำลังนั่งคร่ำครวญถึงดาบที่พัง อุปกรณ์สื่อสารข้างตัวก็ดังขึ้น เมื่อเห็นชื่อจางตันเฟิงบนหน้าจอ หานเซินจึงกดรับ

            เสียงของปลายสายดังมาพร้อมความตื่นเต้น “เฮ้! เซิน! มาเจอกันที่ ‘ศาลายามเย็น’ หน่อย ฉันมีของดีมาให้ดู!”

            หานเซินถามกลับ “ของดีอะไร?”

            “มาถึงก็รู้เอง เจอกันที่เดิมนะ!” จางตันเฟิงตอบอย่างร่าเริง

            หานเซินเปลี่ยนเสื้อผ้าและมุ่งหน้าไปยังร้านอาหารชื่อ ‘ศาลายามเย็น’ ที่จางตันเฟิงมักชวนเขาและกลุ่มเพื่อนมาพบปะสังสรรค์กันเป็นประจำ ที่นี่นอกจากรสชาติอาหารจะถูกปากแล้ว บรรยากาศของร้านยังสบายหูสบายตาจากการตกแต่งสไตล์โมเดิร์นแสนลงตัว ซึ่งทุกครั้งที่มาที่นี่ จางตันเฟิงจะจองห้องส่วนตัวเบอร์เจ็ดไว้เสมอ

            เมื่อมาถึงห้องประจำ หานเซินก็เห็นว่าหานห่าวนั่งรออยู่แล้ว ทันทีที่เห็นหน้าเขา หานห่าวก็ยิ้มฝืน ๆ พร้อมเอ่ยทักเสียงแผ่ว “อาเซิน”

            หานเซินยิ้มรับเพียงเล็กน้อย ก่อนจะถูกจางตันเฟิงลากไปนั่งที่โซฟา จางตันเฟิงไม่ได้สนใจท่าทีของหานห่าวนัก เขาดึงหานเซินให้นั่งลงข้าง ๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “ดูนี่สิ!”

            พูดจบ ลูกชายทนายความก็เรียกวิญญาณอสูรออกมา วิญญาณอสูรรูปร่างเหมือนเสือเขี้ยวดาบสีขาวบริสุทธิ์ลอยขึ้นในอากาศก่อนจะเปลี่ยนร่างเป็นดาบสีเงินเงางามตกลงสู่มือของจางตันเฟิง

            จางตันเฟิงกวัดแกว่งดาบสีเงินไปมาอย่างภาคภูมิใจ ก่อนจะยื่นให้เพื่อนสนิทดูใกล้ ๆ “ลองจับดูสิ นี่แหละดาบวิญญาณอสูรกลายพันธุ์เล่มใหม่ของฉัน!”

            หานเซินรับมาดูอย่างตั้งใจก่อนออกปากชม “โห สุดยอดจริง ๆ! ไม่มีที่ติเลย...โคตรเท่”

            ตัวเขาเองก็อยากได้วิญญาณอสูรระดับกลายพันธุ์ที่เป็นอาวุธเท่ ๆ แบบนี้มานานแล้ว แต่พักหลังอย่าว่าแต่วิญญาณอสูรประเภทอาวุธ แค่จะหาวิญญาณอสูรระดับโบราณให้ได้สักดวงก็ยากเย็นมากแล้ว

            จางตันเฟิงดึงเอาบางอย่างยื่นให้เพื่อนสนิทพร้อมยิ้มตาหยีอย่างอารมณ์ดี

            “อะเอาไป ฉันมีดาบเสือขาวเล่มนี้แล้ว ดาบเก่าคงไม่ได้ใช้ นายเอาไปใช้ก่อนเถอะนะ ถือว่าใช้แทนฉัน อย่ารังเกียจเลย”

            หานเซินมองสิ่งที่จางตันเฟิงยื่นให้แล้วถึงกับตกใจเล็กน้อย ...นี่มันดาบโลหะผสมราคาแพงเลยนะ? เพื่อนคนนี้ถึงกับยอมยกดาบราคาเป็นแสนให้เขาใช้โดยไม่ลังเล?...ยิ่งกว่านั้น เมื่อครู่เขาเพิ่งทำดาบสตีลคัตติงเล่มดีเล่มเดียวพังไปหยก ๆ ไม่รู้แค่เรื่องบังเอิญหรือใครตั้งใจ แต่การได้ดาบจากจางตันเฟิงมาในเวลาคับขันมันยิ่งทำให้หานเซินรู้สึกซาบซึ้งใจในมิตรภาพที่จางตันเฟิงมีให้เขามากจนอยากจะร้องไห้ 

            ทว่ายังไม่ทันที่หานเซินจะได้พูดอะไร ประตูห้องก็ถูกเปิดออกอย่างแรง ผู้หญิงร่างอวบสวมแบรนด์เนมพร้อมประโคมเครื่องประดับเต็มตัวเบียดก้นใหญ่ ๆ เข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว

            “ไอ้เด็กโง่! ฉันเห็นตั้งแต่ข้างล่างแล้ว คิดไว้ไม่มีผิดว่าต้องเป็นแกแน่ ๆ!” เธอแผดเสียงดังลั่นตั้งแต่หน้าประตูกระทั่งก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าหานห่าว 

            “ไหนแกบอกว่ามีธุระสำคัญ ปฏิเสธฉันไม่ยอมไปงานเลี้ยงของคุณนายหู ที่แท้มาทำเรื่องไร้สาระแบบนี้เนี่ยนะ?! อยู่กับไอ้พวกนี้แล้วจะมีอนาคตอะไร? คุณนายหูอุตส่าห์เชิญลูกชายกับเพื่อน ๆ ของเขามาแท้ ๆ คนพวกนั้นคือหัวกะทิรุ่นใหม่ อนาคตไกล แกควรเอาตัวเองไปทำความรู้จักกับเขาไว้สิ ถึงจะไปได้ดี!”

            หานอวี้เหมยสาดเสียงดุดัน ก่อนจะลากตัวหานห่าวให้ลุกจากที่นั่ง

            “แม่…เดี๋ยว ผมกำลัง–” 

            “หยุด! ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น” หานห่าวพยายามอธิบาย แต่คนเป็นแม่ไม่ยอมฟัง จับแขนลูกชายแน่น ทั้งลากทั้งดึงให้เดินตาม “งานเลี้ยงวันนี้มีคุณชายหลินเป่ยเฟิงจากเหมืองแร่ดีปไมน์มาด้วย แกไปทำความรู้จักกับเขาซะ ถ้าสนิทกันแล้วจะได้ขอให้เขาช่วยเหลือ ต่อไปจะได้เป็นใหญ่ในฐานพักพิงเหมือนคนอื่นเขาสักที!” หานอวี้เหมยพล่ามขณะพยายามลากลูกของตนออกไป

            หานห่าวไม่สบอารมณ์นัก เขามาที่นี่เพราะหวังจะฟื้นฟูความสัมพันธ์กับหานเซินอีกครั้ง เพื่อให้อีกฝ่ายช่วยขอเข้ากลุ่มของฉินเซวียนในฐานพักพิงเกราะเหล็ก แต่ตอนนี้แม่มาทำให้เสียแผนไปหมด เขายังไม่มีโอกาสได้พูดอะไรกับหานเซินเลย

            หานห่าวเชื่อสนิทใจว่าญาติผู้พี่ของตนมีความสัมพันธ์พิเศษกับฉินเซวียน ไม่อย่างนั้นคงไม่มีทางอยู่รอดปลอดภัยจากการปะทะกับหลัวเทียนหยางได้นานขนาดนี้ และคงไม่มีทางได้เข้าร่วมกลุ่มของหญิงสาวคนเดียวในสามผู้ยิ่งใหญ่แบบนั้นแน่

            แม้หานห่าวจะนึกดูแคลนวิธีเข้ากลุ่มของหานเซินที่ตัวเขาเองมองว่าเป็นการเกาะผู้หญิงให้ตัวเองเติบโต แต่เขาก็ยังหวังจะใช้ประโยชน์จากความสัมพันธ์นี้ให้ได้ อย่างไรก็ตาม เพราะแม่ของเขา งานเลี้ยงที่บ้านคุณนายหูซึ่งเขาพยายามหลบเลี่ยง กลับกลายเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ไปเสียดื้อ ๆ

            ‘ช่างเถอะ!...ยังไงคุณชายหลินเป่ยเฟิงจากเหมืองแร่ดีปไมน์ก็ไปร่วมงานนี้  ก็ถือโอกาสไปทำความรู้จักเลยแล้วกัน เห็นว่าเหมืองดีปไมน์ร่ำรวยมหาศาล อย่างที่แม่ว่า ถ้าได้สนิทกับคนคนนั้น อยากเป็นใหญ่ก็คงไม่ไกลเกินเอื้อม’ หานห่าวคิดในใจขณะเดินตามแม่ไปยังห้องจัดเลี้ยงที่อยู่ในร้านเดียวกัน

            .

            .

            .


    คล้ายกับเรื่องสุดยอดยีนเทพเจ้า ที่คุณอ่าน