ณ ลานฝึกซ้อม ตอนนี้ทุกคนหยุดสิ่งที่ตัวเองทำ เพื่อมาดูการ ‘ฝึกต่อสู้’ ระหว่างอาเธอร์กับซาริม ฝุ่นทรายยังลอยคละคลุ้งจากลมรอบๆ เสียงลมหายใจและกระซิบกระซาบของเหล่านักรบเงาทะเลทรายดังขึ้นเป็นระยะ
ซาริมและอาเธอร์ยืนประจันหน้ากันอยู่ โดยมีทหารรับจ้างเงาทะเลทรายล้อมดูอย่างตั้งใจ ‘หัวหน้าคิดอะไรอยู่ถึงให้ซาริมไปสู้กับไอ้หนุ่มนั้น ถ้าไอ้หนุ่มนั้นตายขึ้นมาจะทำยังไง?’ เงาทะเลทรายคนหนึ่งที่มีอายุหน่อย ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยจากแดด คิดในใจด้วยความกังวล
เดวิดมองไปที่เงาทะเลทรายที่มามุงดูการประลองรอบๆ ก่อนที่สายตาจะมาหยุดที่คาย่า ซึ่งยืนอยู่นอกวง ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความตื่นเต้นแต่แฝงด้วยการคาดเดาถึงความสามารถของอาเธอร์ เดวิดหันสายตากลับมาที่อาเธอร์และซาริมที่เตรียมตัวใกล้เสร็จแล้ว พร้อมที่จะประลองกัน
ซาริมที่ตอนนี้กำลังเผชิญหน้ากับอาเธอร์ กำลังมองลงไปที่เขาแล้วพูดขึ้น “เจ้าใส่กำลังให้เต็มที่ได้เลย ไม่ต้องออมมือ”
อาเธอร์ตอบแบบขอไปที “เช่นกันๆ เจ้าก็อย่าได้ออมมือล่ะ” เขายิ้มมุมปาก ท่าทางสบายๆ
เมื่อเห็นท่าทางชิลๆ ของอาเธอร์ ซาริมมีน้ำโหขึ้นเล็กน้อย “ถ้าบาดเจ็บอะไรมาก็ขออภัยด้วย!” เขากัดฟันพูด
อาเธอร์ยิ้ม “เช่นกัน”
ซาริมไม่สบอารมณ์เท่าไหร่กับท่าทีของอาเธอร์ เขาตั้งท่าต่อสู้อย่างจริงจัง ขากางกว้าง มือกำหมัดแน่นราวค้อนเหล็ก ‘ข้าจะสั่งสอนเจ้าให้รู้จักกับความแข็งแกร่ง เพื่อดับความหยิ่งผยองของเจ้าสะ!’ เขาคิดในใจ
อาเธอร์เห็นซาริมตั้งท่าต่อสู้ ก็ตั้งท่าต่อสู้เช่นกัน ขาซ้ายก้าวไปข้างหน้าเล็กน้อย มือยกขึ้นระดับอก สีหน้าของเขาจริงจังขึ้น แผ่ออกมาซึ่งรังสีการต่อสู้ที่รุนแรงราวพายุทราย
แน่นอนว่าทุกคนสัมผัสถึงรังสีฆ่าฟันที่อาเธอร์แผ่ออกมาได้ คาย่าถึงกับตกใจเล็กน้อย สายตาเธอจ้องเขม็ง ‘นี่มัน…กลิ่นอายของนักฆ่าชัดๆ!’ เธอคิดในใจ
ซาริมที่สัมผัสรังสีฆ่าฟันจากอาเธอร์ได้ มีสีหน้าตกใจขึ้น ตอนนี้เขามองอาเธอร์ใหม่ ‘เจ้านี่ไม่ใช่ไก่อ่อน!’ เขาตั้งท่าต่อสู้จริงจังขึ้น มือกำแน่นกว่าเดิม
อาเธอร์พูดขึ้น “ถ้าเจ้าไม่เข้ามา งั้นข้าจะเข้าไปเอง!” พอพูดจบ เขาพุ่งตัวเข้าไปหาซาริม แล้วกระโดดใช้ขาขวาเตะไปที่ซาริม แต่ซาริมยกแขนรับได้ทัน เสียงกระแทกดังตึก! ฝุ่นทรายกระจายจากแรงปะทะ
‘เร็วมาก!’ คาย่าตกใจการโจมตีที่รวดเร็วของอาเธอร์
ซาริมถอยหลังหนึ่งก้าวจากแรงเตะ แต่ไม่ยอมแพ้ เขาคำรามลั่นแล้วพุ่งเข้าใส่ หมัดขวาพุ่งตรงไปที่หน้าอาเธอร์ อาเธอร์ก้มหลบได้ฉิวเฉียด ลมจากหมัดปัดผมเขากระเพื่อม เขาใช้จังหวะนั้นหมุนตัวไปด้านข้าง ศอกขวากระแทกซี่โครงซาริมเต็มแรง เสียงกระดูกดังกร็อบ! ซาริมสะดุ้งโงนเงน แต่ยังพุ่งต่อ คราวนี้เหวี่ยงหมัดซ้ายจากด้านข้าง อาเธอร์ยกแขนซ้ายป้อง เสียงดังตึก! แรงปะทะทำให้เขาถอยหนึ่งก้าว
ไม่รอให้ซาริมตั้งตัว อาเธอร์กระโจนเข้าใส่ทันที หมัดขวาพุ่งเข้าหน้าอกซาริม เสียงดังตึ้บ! ตามด้วยเข่าซ้ายยกกระแทกท้อง ร่างใหญ่สะดุ้งทรุดลง แต่ซาริมยังฮึดสู้ เขาคำรามแล้วพยายามล็อกแขนอาเธอร์ด้วยสองมือ อาเธอร์หมุนตัวหลุดจากการล็อก แล้วใช้ไหล่กระแทกซาริมเต็มแรง ร่างสูงใหญ่ล้มลงดังตูม! ฝุ่นทรายฟุ้งคลุ้งไปทั่ว
ซาริมลุกขึ้นอีกครั้ง ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ เขาพุ่งเข้าใส่อาเธอร์แบบไม่คิดชีวิต หมัดทั้งสองข้างสลับตีอย่างบ้าคลั่ง อาเธอร์หลบได้ทุกหมัด ก้ม เอียงตัว หมุนหลบ ราวกับเต้นระบำท่ามกลางพายุหมัด สุดท้ายเขากระโดดถีบสองขาใส่หน้าอกซาริมเต็มแรง ร่างใหญ่กระเด็นไปไกลเป็นเมตร ล้มลงนอนแน่นิ่ง เลือดไหลจากปากและจมูก
คาย่าที่ดูอยู่ข้างลาน ตาเบิกกว้าง ‘เร็ว แม่นยำ และโหดเหี้ยม…ไอ้หมอนี่ไม่ใช่เล่นๆ การโจมตีทุกครั้งแม่นยำราวกับคำนวณไว้แล้ว ยังกับผ่านสนามรบมานับไม่ถ้วน เจ้านั้นคือใครกันแน่?’ เธอครุ่นคิดในใจ ความตื่นเต้นปนความระแวงฉายชัดในดวงตา
ซาริมนอนสลบอยู่กับพื้นในสภาพที่มีเลือดไหลออกเต็มหน้า อาเธอร์ยืนตระหง่านเหนือร่างนั้น เขาหันไปมองคาย่าด้วยรอยยิ้มที่น่ากลัวและเย็นเยือก แล้วพูดขึ้น “สนุกกับการแสดงรึเปล่า?”
คาย่าที่กำลังตกตะลึงกับการต่อสู้เมื่อครู่ เมื่อได้ยินอาเธอร์พูดด้วยสีหน้านั้น เธอขมวดคิ้ว ‘นี่เขากำลังท้าทายข้า?’ ความโกรธผสมความอับอายพุ่งขึ้นในอก เธอรู้สึกเหมือนอาเธอร์กำลังเหยียดหยามกลุ่มเงาทะเลทรายทั้งหมด
คาย่าเดินเข้าไปในลานประลอง เธอหยิบดาบสองเล่มจากกองอาวุธข้างลาน ใบมีดสีเงินสะท้อนแสงแดด แล้วเดินไปที่อาเธอร์ เธอส่งสัญญาณให้ลูกน้องสองคนมาลากซาริมที่กำลังนอนอาบเลือดอยู่ออกไป จากนั้นโยนดาบเล่มหนึ่งให้อาเธอร์
อาเธอร์รับดาบจากคาย่า เขาตรวจเช็กดาบด้วยสายตา ใบมีดคมกริบ น้ำหนักสมดุล แล้วทดลองฟันสองสามท่า ลมจากดาบดังวูบวาบ
“เจ้ามาประลองกับข้า!” คาย่าพูดเสียงดัง ดวงตาจ้องเขม็ง
อาเธอร์มองไปที่คาย่าที่จับดาบแน่นอย่างจริงจัง “มันจะดีหรือ? คมดาบมันไม่มีตาหรอกนะ ตายกันขึ้นมาจะว่าไง?”
“เจ้าเข้ามาที่เงาทะเลทรายเพราะจุดประสงค์อันใดกันแน่? แต่ช่างเถอะ” คาย่าไม่สนใจที่อาเธอร์พูด “เลิกพูดมากกันได้แล้ว! ถ้าเจ้าอ่อนแอก็ตาย ถ้าข้าอ่อนแอข้าก็ตาย มันก็แค่นั้น” เธอกัดฟันพูด
อาเธอร์มองท่าทีจริงจังของคาย่า จากนั้นเขาก็จริงจังขึ้นด้วย ตั้งท่าต่อสู้ ขากางเล็กน้อย ดาบชี้ไปข้างหน้า “ถ้างั้นก็เข้ามา!”
คาย่าพุ่งเข้าใส่ทันที ดาบในมือฟันลงจากด้านบน อาเธอร์ยกดาบป้อง เสียงโลหะกระทบกันดังแกร๊ง! ประกายไฟกระจายจากจุดปะทะ คาย่าถอยหลังหนึ่งก้าว แล้วฟันตวัดจากด้านซ้ายทันที อาเธอร์ก้มหลบได้ฉิวเฉียด ใบมีดเฉียดผมเขาไปไม่กี่นิ้ว เขาตอบโต้ด้วยการฟันกลับไปที่ลำตัว คาย่าบิดตัวหลบ แล้วใช้ดาบแทงตรงไปที่หน้าอกอาเธอร์ อาเธอร์ตวัดดาบปัดออก เสียงแกร๊งดังอีกครั้ง
ทั้งสองเคลื่อนไหวเร็วราวสายฟ้า คาย่าหมุนตัวฟันจากด้านขวา อาเธอร์กระโดดถอยหลังหลบ แล้วพุ่งเข้าใส่ ฟันดาบลงจากด้านบนเต็มแรง คาย่ายกดาบป้อง เสียงดังสนั่นจนฝุ่นทรายรอบตัวสั่นสะเทือน เธอใช้แรงผลักดาบอาเธอร์ออก แล้วเหวี่ยงดาบตวัดไปที่ขา อาเธอร์กระโดดหลบ แล้วใช้จังหวะนั้นฟันกลับไปที่ไหล่ คาย่าหลบไม่ทัน ใบมีดเฉียดแขนเธอ เลือดซึมออกจากรอยแผลตื้นๆ
คาย่าคำรามด้วยความโกรธ เธอพุ่งเข้าใส่อีกครั้ง ดาบฟันสลับซ้ายขวาอย่างบ้าคลั่ง อาเธอร์หลบได้ทุกครั้ง ก้ม เอียงตัว หมุนหลบ ราวกับอ่านการเคลื่อนไหวของเธอได้ เขาหาจังหวะตอบโต้ ฟันดาบตวัดจากล่างขึ้นบน คาย่ายกดาบป้อง แต่ช้าเกินไป ดาบของอาเธอร์ปัดดาบเธอหลุดมือ กระเด็นไปปักพื้นดังครืด! อาเธอร์ย่อหมุนตัวเตะขาคาย่าเต็มแรง เธอล้มลงนอนหงาย ฝุ่นทรายฟุ้งกระจาย
อาเธอร์ก้าวไปยืนเหนือร่างคาย่า ดาบในมือชี้จ่อที่คอเธอ สายตาเย็นชา “เจ้าแพ้แล้ว!” เขาพูดด้วยน้ำเสียงนิ่ง
ขณะที่คาย่านอนล้มอยู่ที่พื้น ดาบจ่อคอ เธอเริ่มรู้สึกถึงความตายที่ใกล้เข้ามา สายตาของอาเธอร์ที่มองลงมานั้นเย็นชาราวนักฆ่า มืดมิดราวค่ำคืนไร้ดาว ยิ่งทำให้เธอขนลุกและหวาดกลัวจนตัวสั่น
แต่ทันใดนั้น อาเธอร์ดึงดาบกลับ สีหน้าเปลี่ยนเป็นปกติราวคนละคน เขายื่นมือไปหาคาย่าเป็นสัญญาณว่าจะช่วยดึงเธอขึ้นจากพื้น “ลุกขึ้นมาเถอะ” เขาพูดยิ้มๆ
คาย่าที่เห็นเช่นนั้น กล้าๆ กลัวๆ ยื่นมือไปจับมือของอาเธอร์ เขาดึงเธอขึ้นยืน เธอลุกขึ้นอย่างยากลำบาก ขาสั่นจากความกลัวที่ยังเล่นงานเธอจนแทบยืนไม่อยู่
ทั่วทั้งลานฝึกซ้อมเงียบราวป่าช้า ไม่มีใครกล้าออกเสียงใดๆ ‘คาย่าหัวหน้ากลุ่มของพวกเราเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุด เธอกลับแพ้ให้กับไอ้หนุ่มนั้น?’ เงาทะเลทรายที่มีอายุคนนั้นคิดในใจ ตาเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อ
อาเธอร์มองไปรอบๆ ลานฝึก เห็นสีหน้าตกตะลึงของพวกเงาทะเลทรายแล้วเริ่มคิดว่าตัวเองทำเกินไปรึเปล่า เขาหันไปมองเดวิด จากนั้นเห็นเดวิดส่งสายตาให้มองไปที่คาย่าที่ยืนนิ่งอยู่
คาย่าตอนนี้ใจหนึ่งยืนนิ่งด้วยความกลัว แต่ใจหนึ่งอับอายอย่างมาก ทั้งแพ้ต่อหน้าลูกน้อง และรู้สึกว่าถูกเหยียดหยามจากรอยยิ้มเมื่อครู่ของอาเธอร์
อาเธอร์ที่เห็นงั้น ตัดบทพูดขึ้น “พวกเราเข้าไปคุยกันต่อในเต็นท์เถอะ”
คาย่าสะดุ้งตกใจ “จะ…จะไปที่เต็นท์หรอ?” เสียงเธอสั่นเล็กน้อย
“ใช่” อาเธอร์ตอบเรียบๆ
“แต่…แต่…มันจะเร็วไปรึเปล่า…ข้า..ข้ายังไม่เคย…” คาย่าพูดด้วยเสียงเบา หน้าเริ่มแดง
อาเธอร์ที่เห็นท่าทางเขินอายของคาย่าพร้อมกับคำพูดแปลกๆ นั้น หน้าแดงขึ้น ‘เธอกำลังเข้าใจอะไรผิดอยู่รึเปล่าเนี่ย?’ เขาคิดในใจ ‘คงไม่ใช่ว่ามันมีธรรมเนียมแบบ ถ้าเจ้าชนะข้าได้ ข้าจะยกร่างกายข้าให้เจ้า อะไรแบบนี้หรอกใช่ไหม?’
“นี่เจ้าคิดอะไรอยู่เนี่ย” อาเธอร์พูดขึ้น “ที่ข้าหมายถึงคือข้ากับเดวิดมีเรื่องบางอย่างที่ต้องพูดกับเจ้า”
คาย่าเหมือนเข้าใจบางอย่าง หน้าแดงก่ำก่อนพยักหน้า แล้วรีบเดินไปที่เต็นท์ที่พักหัวหน้าโดยไม่รออาเธอร์ เสียงฝีเท้าดังตึกๆ บนพื้นทราย
เมื่อเห็นคาย่าทำท่าทางแปลกๆ ตอนนี้ทุกคนในกลุ่มเงาทะเลทรายหน้าแดงขึ้นแล้วมองมาที่อาเธอร์ แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้หน้าแดงเพราะเขินอาย แต่หน้าแดงเพราะกำลังโกรธอาเธอร์ที่เหมือนพูดอะไรบางอย่างที่รังแกหัวหน้าอยู่ พวกเขาพร้อมจะรุมเข้าไปฉีกเนื้อของอาเธอร์ออกเป็นชิ้นๆ มือกำแน่น สายตาอาฆาต
อาเธอร์ที่เห็นงั้น อ้าปากค้าง ‘พวกนายกำลังเข้าใจฉันผิดไปใหญ่แล้ว ฉันไม่ได้จะล่วงเกินอะไรคาย่าเลยนะ!’ เขาหันไปมองเดวิด แต่เดวิดดันหลับตาส่ายหัว สีหน้าเหมือนผิดหวัง ‘แกก็ด้วยรึไงเดวิด ไอ้บ้าเอ๊ย!’ อาเธอร์คิดในใจ เหงื่อเย็นไหลลงหลัง