เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคปฐมบท (จบแล้ว)

    ตอนที่ 109 ราชันอุดรคนใหม่

    “ วันนี้ข้าจะชำระรอยแค้นที่เจ้าทำไว้กับข้า เจ้าไม่ต้องห่วงข้าไม่ฆ่าเจ้าหรอกข้าแค่จะสั่งสอนให้เจ้ารู้จักพลังที่แท้จริงของข้า” เซอร์คาร์ลอส เอ่ยเสียงด้วยอารมณ์ที่ยังแค้นไม่หาย

    “ พูดมาก” เทียนพูดจบ ก็ปล่อยหมัดพายุเกลียวเข้าไปใส่เซอร์คาร์ลอสทักทายไปก่อน ตูม! เซอร์คาร์ลอส หายตัวไป อยู่ด้านหลังของเทียนแล้วปล่อยหมัดใส่เทียนไป ฟิ้ว กลายเป็นงูยักษ์ พุ่งเข้ากัดเทียนจากด้านหลัง เทียนก็รู้สึกได้จึงหายตัวไป อยู่ใกล้เซอร์คาร์ลอส และใส่หมัดเข้าปะทะ ระยะใกล้ทันที ตูม! เซอร์คาลอสถอยหลังไปหลายก้าว โดยที่เทียนไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว เซอร์คาลอสปล่อยหมัดงูยักษ์ออกมาอีก คราวนี้มันเข้าไปรัดเทียนจนแน่น เทียนปล่อยไฟสีน้ำเงินเผางูยักษ์ จนไหม้เหลือแต่ขี้เถ้า คาร์ลอสโกรธมาก จึงใช้ท่าไม้ตายครั้งสุดท้ายเข้าใส่ เทียน “ หมัดเทพหมื่นกร” คาร์ลอสตะโกน แล้วใส่พลังทั้งหมดไปที่หมัดทั้งสอง แล้วทำท่าต่อยไปที่เทียนไม่หยุด

    ปรากฏว่ามีภาพหมัดเป็นจำนวนมาก ต่างพุ่งเข้ามาหาเทียน ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ เทียนไม่ถอยแต่ปล่อยหมัดพายุพุ่งหมุนตัวเป็นเกลียวหมุนเข้าใส่เซอร์คาร์ลอส หมัดคาร์ลอสถูกทำลาย จนหายไปหมด เหลือเพียงพลังหมัดพายุควงสว่าน ที่เทียนส่งไปยังพุ่งอยู่ ก็อัดที่ร่างของคาร์ลอส กระเด็น ออกจากสนามไป ลุกไม่ขึ้น พ่ายแพ้อีกครั้ง เสียงโห่ร้องยินดีที่เคยได้ยินตอนนี้กับเงียบไปหมด เทียนเพิ่งรู้ว่าที่แท้เซอร์คาร์ลอส ก็เป็นที่นิยมมากในเมืองแห่งนี้ เทียนไม่สนใจเดินกลับที่พักเพื่อรอการต่อสู้ครั้งสุดท้าย

    “ ท่านหมอเทียนคนเหล่านี้ท่านเคยชนะมาก่อน แต่ไม่ได้หมายความว่าท่านจะเอาชนะองค์ชายสิบได้ ท่านเป็นถึงบุตรของมหาเทพจักรพรรดิ ท่านต้องไม่ธรรมดาแน่นอน ท่านต้องระวัง ผลแพ้ชนะ ท่านหมอเทียนอย่าได้ใส่ใจ พวกเรายังเป็นกำลังใจให้เหมือนเดิม” ผบ. ซันเทีย ยังคงคิดว่าเทียนคงไม่ชนะแน่

    “ การแข่งขันชิงตำแหน่งราชันอุดร ครั้งสุดท้าย ระหว่าง ซูเทียนแดนพายัพกับ องค์ชายสิบคาเมน แห่งเมืองหลวง เริ่มได้” กรรมการประกาศเสียงดัง

    เทียนพุ่งเข้าไปยืนที่กลางเวที มองไปที่ชายหนุ่มวัย 30 ผิวขาวซีด องค์ชายสิบผู้สูงศักดิ์ แต่เทียนเริ่มสัมผัสถึงกลิ่นไอที่คุ้นเคยจากตัวเขา

    “ ท่านหมอเทียนนี้ไม่ธรรมดา ข้าหวังว่าเมื่อพ่ายแพ้ข้าแล้ว มาเป็นคนรับใช้ของข้าดีไหม” องค์ชายสิบพูดโดยไม่สนความรู้สึกว่า เทียนได้ฟังแล้วจะรู้สึกอย่างไร

    “ พูดมาก เพ้อเจ้อจริงๆ” เทียนขว้างหมัดขวาใส่พลังพายุหมุนไปหมัดแรกที่องค์ชายสิบเพื่อทดสอบพลัง องค์ชายสิบใช้มือขวาปล่อยพลังตนเองมากระแทกใส่เช่นกัน ตูม! พลังทั้งสองชนกันเสียงดัง พลังกระจายหายไป

    “ พลังมหาเทพขั้นสูง” เทียนอุทานเบาเบา

    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ในดินแดนแถบนี้ นอกจากท่านพ่อของข้าแล้ว ข้าไม่เคยกลัวใคร วันนี้ข้าจะให้เจ้าสยบอยู่แทบเท้าของข้า” องค์ชายสิบหัวเราะร่าเพราะมั่นใจตัวเองมาก

    “ วันนี้ข้าจะตบองค์ชายแห่งแดนมหาเทพให้รู้จักชีวิต ไม่มีใครจะอยู่เหนือใครไปได้ตลอด” เทียนส่งเสียงพูดคำรามอยู่ในลำคอ

    องค์ชายสิบและเทียนต่างพุ่งเข้าปะทะกันด้วยความเร็วที่สายตาคนปกติมองไม่เห็น ทั้งหมัดและเท้าซัดกันไปหลายกระบวนท่า จนทั้งสองถอยหลังกันไปคนละหลายก้าว

    “ เจ้าก็มีพลังมหาเทพขั้นสูงด้วยหรือ” องค์ชายสิบขมวดคิ้ว แล้วเริ่มใช้ฝ่ามือรวบรวมพลังวิชามหาเทพขั้นสูง ของราชวงค์เข้ามาใช้ทันที พร้อมเสียงตะโกนว่า

    “ ฝ่ามือเทพฤทธิ์” ฝ่ามือพอปล่อยออกมาคราวนี้ กลับเริ่มใหญ่โตเท่าประตูบ้าน พุ่งเข้าใส่เทียนอย่างรวดเร็ว

    เทียนไม่หลบวิ่งเข้าใส่โดยใช้ฝ่ามือมือซ้ายที่ใส่อัดด้วยพลังลมพายุคอยต้านทานเอาไว้ แล้วใช้หมัดขวา ใช้พลังสายฟ้าพุ่งเข้าโจมตีตอบโต้ไปอีกด้วย

    “ ย้ากกก “ เสียงร้องตะโกนของเทียนที่วิ่งเข้าใส่แบบตรงๆ เข้าปะทะแบบท้าชนในครั้งนี้ ทำให้ฝ่ามือเทพฤทธ์ ที่ปล่อยออกมา แตกสลายออกไป องค์ชายสิบไม่ทันต้านรับก็โดนสายฟ้าพุ่งเข้าปะทะกับร่างทั้งตัว กระเด็นออกไปนอกเวที

    เสื้อผ้าขาดวิ่น ผมชี้ฟู ควันออก ทางหู และทางปาก สายตาลอย นอนนิ่ง ช๊อคอยู่อย่างนั้นไม่ขยับ กรรมการเห็นสภาพดังนั้น ก็ประกาศเสียงดังลั่นไปทั่วสนาม

    “ ซูเทียน จากแดนทักษิน เป็นฝ่ายชนะ เป็นราชันอุดร คนต่อไป” สิ้นเสียงประกาศก็มีเสียงเฮดังลั่นสนามอีกครั้ง เพราะคนเริ่มเชียร์เทียนมากกว่า คนของทางเมืองหลวงที่ดูจะเอาเปรียบ จากทั้ง 8 เมือง “ราชัน ราชัน ราชัน ราชัน “ เสียงตะโกนเรียกราชันคนใหม่ก้องไปทั่วสนาม เหล่าผู้นำของเมืองอุดรล้วนคุกเข่าหนึ่งข้าง

    คำนับเทียน แล้วตะโกนออกมาว่า” คำนับราชันอุดรคนใหม่” ไม่เว้นแม้แต่เซอร์คาลอส

    “ นี่เขาชนะได้จริงๆ หรือ” ผบ.ซันเทียนรำพึงกับตัวเอง

    ขณะที่ทุกคนยังตะลึงกับ ราชันอุดรคนใหม่ ก็มีเสียงระเบิดขึ้นหลายจุด แล้วตามมาด้วยเสียงคล้ายแก้วแตกร้าวไปทั่วทั้งเมือง แล้วมีทหารเข้ามาแจ้งเหตุกลับเซอร์คาลอส ฝ่ายบริหาร และ ฝ่ายคุมกองกำลัง เมืองอุดรทุกคน

    “ มีคนระเบิดทำลายจุดจ่ายพลังไปที่ค่ายกล ทั้งหมดพังเสียหายค่ายกลแตกร้าวไม่สามารถคุ้มครองเมืองได้อีกแล้ว” ทหารป้องกันภายในรายงาน

    บรรดาฝ่ายบริหาร กับ ฝ่ายคุมกองกำลังและ เซอร์คาลอส ล้วนหันมามองที่เทียนแต่เพียงผู้เดียว

    “ ตอนนี้ท่านเป็นราชันอุดรแล้ว ท่านต้องเป็นผู้นำในการสั่งการครั้งนี้แล้ว” คาร์ลอสเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยยินดีเท่าไร ทุกฝ่ายล้วนมองมาที่เทียน

    “ จับตัวองค์ชายสิบเอาไว้ เขามีส่วนในการตายขององค์ราชันอุดร เสร็จสิ้นการปกป้องเมือง ข้าจะสืบสวนเรื่องนี้ต่อ แล้วเรียกประชุมคนที่เกี่ยวข้องที่หน้าที่ป้องกันเมืองประชุมอย่างรีบด่วน มีใครเห็นหรือจับคนร้ายที่ก่อเหตุได้ไหม”เทียนถามกลับไปที่ทหาร

    “ คนร้ายเป็นสตรีใส่ชุดสีดำปิดบังใบหน้า ใช้คทาเป็นอาวุธ มีพลังในการต่อสู้สูงมากพวกเราเข้าใกล้ ล้วนถูกทำร้ายไม่อาจเข้าใกล้ได้เลย” ทหารรายงาน

    “ ราชินีชีร่า อีกแล้ว” เทียนเอ่ยด้วยเสียงเครียด

    “ แล้วเราจะทำอย่างไรกันดี แล้วนี่ท่านสั่งจับองค์ชายสิบท่านมีหลักฐานแล้วหรือ “ ผบ.ซันเทีย ถามเทียนด้วยความสงสัย

    “ ข้ามี แต่ตอนนี้คงต้องป้องกันเมือง และอพยพชาวบ้านออกจากเมืองไปก่อน หากรอให้พระจันทร์ขึ้น เหล่าภูติหิมะเข้าเมืองมาได้ ชาวบ้านจะเดือดร้อน” เทียนสรุปให้ ผบ.ซันเทียนฟัง ทำให้ผบ. ที่อึดอัดค่อยคลายใจลงบ้าง

    เทียนได้พบเหล่าผู้นำฝ่ายป้องกันเมือง แล้วร่วมกันปรึกษาวิธีการช่วยรักษาเมืองครั้งนี้ โดยสรุปว่า ต้องเคลื่อยย้ายผู้คนออกจากเมืองโดยเร็ว โดยทางเมืองอุดรมีที่หลบภัยในมิติ หลบภัยอยู่แล้ว โดยต้องใช้เวลา ประมาณ 3 วัน

    ส่วนเรื่องกำแพงค่ายกลนั้นพังจนซ่อมไม่ได้ เทียนเสนอที่จะสร้างค่ายกลให้ใหม่แต่ว่าค่ายกลนี้อาจขังภูติหิมะ ได้ไม่เกิน 5,000 ตน แต่ถ้ามาเกินกว่านี้คงปิดกั้นไม่ได้ ตอนนี้มีกองกำลังพลรักษาเมือง อยู่ 5,000 คนเท่านั้นที่เตรียมไว้ต่อสู้กับภูติหิมะที่เหลือ ทุกคนแยกย้ายกันไปป้องกันเมือง โดยพยายามยื้อเวลาให้ได้3วันเพื่อให้ชาวเมืองอพยพเข้าสู่ที่ปลอดภัย แต่คืนนี้พระจันทร์ขึ้นแล้วพวกภูติหิมะต้องเริ่มโจมตีอย่างแน่นอน

    ในที่ประชุม

    “ มีใครรู้ประวัติของภูติหิมะ พวกนี้ เกิดขึ้นได้เมื่อใด แล้วเราจะสังหารพวกมันได้อย่างไร” เทียนถามคำถามไปที่กลางห้องประชุม

    “ เรื่องนี้ต้องเล่าถึง เมื่อ 2 พันกว่าปีก่อน เมื่อครั้ง ราชีนีหิมะจากแดนเทพเจ้าเกิดได้รับบาดเจ็บแล้วหลบมาที่ ดินแดนหิมะแห่งนี้ ได้รับการช่วยเหลือ จากชายผู้หนึ่ง ทั้งสองตกหลุมรักกัน แล้วได้กำเนิดบุตรชายหนึ่งคน ผู้ซึ่งมีหัวใจของราชินีหิมะครึ่งหนึ่ง และ พ่อที่อาศัยที่แดนเทพอีกครึ่งหนึ่ง โดยทั้งคู่อยู่กันอย่างมีความสุขได้เพียง 8 ปี ราชินีหิมะก็ต้องถูกบังคับให้กลับดินแดนเทพเจ้า จึงต้องทิ้งลูกชายและสามีไว้ที่แดนเทพแห่งนี้ สร้างความเสียใจให้ทั้งสองคนพ่อลูกเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสามีถึงกับหัวใจสลาย เมื่อจิตวิญญานสลายไปเพราะความรักก็ไม่สามารถมีชีวิตได้นานนัก 1 ปีหลังจากภรรยาสุดที่รักจากไป เขาก็สิ้นใจ

    ทำให้เด็กน้อยลูกเทพเจ้าคนนี้ อยู่คนเดียวด้วยความอ้างว้าง จึงเกิดแรงผลักดันทางจิตใจให้แสดงพลังออกมา โดยแสดงความโกรธแค้นทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวของเขา ด้วยพลังของเทพเจ้าในตัวเขา เขาได้ฆ่าเผ่าพันธ์ของตัวเองไปเป็นจำนวนมาก แล้วออกไล่ล่าผู้คนที่อยู่ในบริเวณนี้มากมาย และสุดท้ายก็เริ่มเข้าฆ่าผู้คนในแดนเหนือ ท่านพ่อของข้าร่วมมือกับเพื่อนราชันทั้ง 7 คนกำราบ เด็กน้อยวัยไม่ถึง 10 ปีคนนี้เอาไว้ได้

    ขณะที่จะทำการสังหารนั้น ราชินีหิมะก็ออกมาแสดงตนเข้าช่วยเหลือ ลูกของตนเอาไว้ แล้วรับปากว่าจะไม่ให้บุตรชายของตนมาก่อเรื่องแบบนี้ สุดท้ายราชินีหิมะ ก็สร้างค่ายกลปราการหิมะ ไว้ให้เมืองอุดร ป้องกันภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นอีกในอนาคต แต่แล้วผ่านไปเพียง 10 ปี ก็เกิดเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น เมื่อจู่ๆ ชาวบ้านที่เคยเข้า และ ออกเมืองอุดร กับป่าหิมะ

    ได้เกิดกลายร่างเป็นปีศาจตัวใหญ่สีขาวเหมือนหิมะ มีกรงเล็บแหลมคม เที่ยวเข่นฆ่าผู้คนภายในเมืองล้มตายไปหลายคน จนกระทั้งเหล่าทหารล้อมจับปีศาจตัวใหญ่เหล่านี้ได้จนหมด พอถูกจับ รุ่งเช้าพระจันทร์หายไป ทุกคนก็กลายร่างเป็นมนุษย์ปกติ จึงสอบถามได้ความว่า พวกเขาได้เข้าไปในป่าหิมะด้านใน ได้กลิ่นไอหิมะแปลกๆ แต่ไม่รู้สึกอะไร พอพระจันทร์ขึ้นเขาก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย

    และในคืนวันนั้นเด็กน้อยที่หายไปก็กลับมาปรากฏขึ้นอีกครั้ง พร้อมเรียกตัวเองว่าจอมภูติปีศาจ และยังนำปีศาจตัวใหญ่สีขาวอีกเป็นจำนวนหลายพันตัว มีทั้งปีศาจที่เป็นมนุษย์ และสัตว์ปีศาจ

    บุกเข้ามาทำลายประตูเมืองเข้าออก โดยที่ทหารประจำเมืองยังไม่ได้เปิดค่ายกลป้องกันแต่อย่างใด ทุกอย่างก็สายเสียแล้ว ฝูงปีศาจได้เข้ามาเข่นฆ่าผู้คนเป็นจำนวนมาก ท่านราชันอุดรและพวก ก็ไม่สามารถต้านทานได้ ในช่วงที่สิ้นหวังนั้นได้มีท่านเทพสวรรค์ผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้น ช่วยเหลือชาวเมือง โดยใช้พลังของท่านขับปีศาจเหล่านี้ออกจากเมือง และกำราบลูกราชินีหิมะจนหมดฤทธิ์

    ท่านเรียกฝูงปีศาจเหล่านี้ว่า ภูติหิมะ บอกพวกเขาถูกพิษไอหิมะคำสาป ของจอมภูติหิมะซึ่งพิษชนิดนี้เป็นวิชาลับส่วนตัวของราชินีหิมะซึ่งคงจะถ่ายทอดให้กับจอมภูติหิมะลูกของเธอ ท่านบอกว่าเหล่าภูติหิมะนี้เป็นมนุษย์ที่ถูกไอหิมะคำสาป เท่านั้น วันหนึ่งจะมีคนมาช่วยรักษาให้พวกเขาเอง ส่วนจอมภูติหิมะตัวการเรื่องนี้

    ท่านได้กักขังไว้เป็นเวลา สองพันปี เพราะท่านกับราชินีหิมะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน จึงไม่สังหาร พอครบกำหนดแล้วจอมภูติหิมะ จะถูกปล่อยออกมา หากยังมีจิตคิดชั่วอีก จะมีคนมาจัดการกับจอมภูติหิมะเอง จากนั้นท่านก็สั่งให้เปิดค่ายกลปราการหิมะเอาไว้ห้ามปิด เพื่อความปลอดภัยของชาวเมืองอุดร ” คาร์ลอสอธิบายอย่างละเอียดจนจบ

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคปฐมบท (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน