อืมม... เสียงครางเบาๆดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิด ท่ามกลางความมืดที่เงียบสงบไร้การเคลื่อนไหนมีเพียงเปลือกตาเล็กๆคู่หนึ่งที่กำลังขยับเบาๆก่อนจะเปิดขึ้นอย่างช้าๆ
"เราหลับไปนานแค่ไหนกันนะ"เสียงงึมงำดังขึ้นทำลายความเงียบ ก่อนที่เจ้าของเสียงจะขยับกายเบาๆลุกขึ้นนั่ง
"อ่า..ปวดตัวชะมัดเลยแฮะ"ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีดำบ่นขึ้นเบาๆ เขาดีดตัวลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วก่อนจะเริ่มขยับร่างกายอย่างช้าๆก่อนจะเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ
"ร่างกายน่าจะฟื้นสภาพมาประมาณ 1 ใน 3 ส่วนแล้วสินะ"วาสพูดเบาๆกับตนเอง
ชายหนุ่มหันไปมองรอบๆก่อนจะหยิบคบเพลิงออกมาจากถุงมิติและจุดไฟให้แสงสว่างขึ้นมา จากนั้นเขาก็เดินดุ่มๆมุ่งหน้าไปยังปากหลุม
"อ๊ะ! มืดแล้วอย่างงั้นหรอ"วาสอุทานขึ้นเบาๆ ก่อนจะบ่นอุบขึ้นมาว่า
"รู้อย่างงี้ไม่น่ารีบตื่นขึ้นมาเลยแฮะ"ชายหนุ่มเดินกลับหายเข้าไปในหลุมอีกครั้ง ก่อนจะหยิบคบเพลิงออกมาอีกจำนวนหนึ่งและแจกจ่ายไปให้ซากทัพโดยรอบ และสั่งให้พวกมันกระจายไปยังจุดต่างๆภายในหลุมของไส้เดือนกระหายเลือด
ต่อมาชายหนุ่มก็จัดแจงดึงเศษผ้าทั้งหลายออกมาจากถุงมิติและนำมากองรวมกันไว้แทนฟูกและหย่อนกายนั่งลง
'ไม่ได้เช็คค่าสถานะนานแล้วแฮะ'คิดได้เช่นนั้นเขาจึงเปิดหน้าต่างสถานะและหน้าต่างสกิลขึ้นดูจากนั้นก็ใช้แต้มสถานะจนหมด
หน้าต่างสถานะ Lv.13
ชื่อ วาส ดีวอยด์
อาชีพ [จ้าวแห่งความตาย]
ฉายา –
ธาตุ –
ค่าสถานะ
กาย [ 39 จุด ]
ความเร็ว [ 37 จุด]
จิตวิญญาณ [ 53 จุด(max)]
ลดความเสียหาย [ 38 จุด ]
ฟื้นฟู [ 40 จุด ]
เพิ่มความสามารถสกิล [ 57 จุด ]
แต้มสถานะ [ 0 จุด ]
หน้าต่างสกิล
-สกิล สุดยอดสัญชาตญาณ [ Lv.3 ( 15% ) ]
-สกิล วิญญาณทมิฬ (56/218) [ Lv.2 ( 51 % ) ]
-สกิล ซากทัพ [ Lv.2 ( 42 %) ]
-สกิล อัญเชิญราชันแห่งความตาย [ Lv.1 ( 1 % ) ]
-สกิล ช่องว่างมิติ [ Lv.1 ( 92 % ) ]
ชายหนุ่มจ้องมองหน้าต่างสถานะและหน้าต่างสกิลไปพลางเอ่ยพึมพัมไปพลาง
"ทำไมค่าสถานะมันดูก้าวกระโดดแปลกๆนะ?"วาสนึกย้อนความคิดกลับไปพยายามหาจุดน่าสนใจที่อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้ค่าสถนะต่างๆของเขาเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
ก่อนที่ความคิดของเขาจะไปสะดุดอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง ชายหนุ่มหันขวับไปมองแหวนสีแดงเพลิงที่สวมใสอยู่บนนิ้วเขาอย่างลืมตัว
"จะต้องเป็นเพราะสกิลทลายขีดจำกัดที่เราได้มาใหม่แน่ๆ เพราะจะว่าไปสกิลนี้มันก็ฝืนขีดจำกัดร่างกายของเรามากพอสมควรเลยนี้นา"วาสเอ่ยอย่างมั่นใจกับความคิดของเขา
ชายหนุ่มผิวปากอย่างสบายอารมณ์แม้ผลกระทบของสกิลทลายขีดจำกัดนี้จะน่าปวดหัวไปบ้าง แต่ผลตอบแทนที่ได้รับมันก็คุ้มค่าพอสมควร
"เฮ้อ แต่สกิลอัญเชิญราชันแห่งความตายนี้น่าผิดหวังจริงๆ"ชายหนุ่มบ่นอุบขึ้น หลังจากเห็นผลลัพธ์ของสกิลนี้ทำให้เขารู้สึกผิดหวังไม่น้อยหลังจากที่เขาเห็นว่ามันไม่อาจสู้กับหุ่นเหล็กยักษ์ตัวนั้นได้ แต่สุดท้ายก็คงได้แต่ยอมรับผลของมัน จะทำยังไงได้ก็ในเมื่อเขาเป็นคนเลือกสกิลนี้มาเองกับมือ
"จะว่าไปหัวเจ้าหุ่นเหล็กนั้นจะเป็นยังไงบ้างนะ"เมื่อคิดถึงหุ่นเหล็กยักษ์ที่เขาพึ่งจัดการมันได้ด้วยวิธีแสนพิสดารในความคิดของเขา วาสก็อดนึกถึงส่วนศีรษะของมันที่ยังอยู่ในช่องว่างมิติของเขาไม่ได้
ชายหนุ่มใช้สกิลช่องว่างมิติขึ้นทันทีก่อนจะลากศีรษะของหุ่นเหล็กยักษ์สีดำออกมาอย่างทุลักทุเล
ตึง!!
เสียงศีรษะของหุ่นเหล็กยักษ์สีดำกระแทะพื้นดังไปทั่วบริเวณ ก่อนี่มันจะ
ฮูมมม!
"เฮ้ย นี้มันยังไม่ตายอีกหรอวะเนี่ย"วาสอุทานอย่างตกใจเมื่อเห็นศีรษะของหุ่นเหล็กยักษ์สีดำอ้าปากคำรามลั่นใส่เขา
แม้ว่ามันจะไม่เหลือส่วนของร่างกายอยู่แล้วแต่ดวงตาของมันก็ยังคงแสดงเจตจำนงต้องการฆ่าฟันวาสอย่างชัดเจน
ฮูมมม ฮูมมม
"เสียงร้องแกนี้น่ารำคาญมากนะแกรู้ไหม"วาสหันไปมองรอบๆ ก่อนจะหยุดอยู่ที่กองเศษผ้าที่เขาพึ่งนำออกมา
ชายหนุ่มสั่งให็ซากทัพก็อบลินจำนวน3ตัวมาช่วยยัดเศษผ้าเข้าไปในปากของศีรษะหุ่นเหล็กยักษ์สีดำ
ฮูมมม
และเรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นทันทีที่ซากทัพก็อบลินยัดเศษผ้าเข้าไปในปากของศีรษะหุ่นเหล็กยักษ์สีดำ มันก็อ้าปากของมันขึ้นกว้างก่อนจะกัดแขนก็อบลินตัวนั้นขาดออกจากกันทันที
ชายหนุ่มเลิกคิ้วกับการกระทำของมันก่อนจะแค่นเสียงดังเหอะ แล้วเอ่ยต่อว่า
"ทำต่อไป"
ซากทัพก็อบลินทำตามอย่างว่าง่าย แม้ว่าทุกครั้งที่พวกมันยัดเศษผ้าเข้าไปในปากของศีรษะหุ่นเหล็กยักษ์สีดำจะต้องแลกไปด้วยแขนของพวกมันข้างหนึ่งแต่วาสก็ไม่สนใจ
เมื่อซากทัพก็อบลินตัวไหนไม่มีแขนที่่จะทำงานให้เขาต่อไปแล้วชายหนุ่มก็แค่เปลี่ยนตัวใหม่เท่านั้นเอง
ในที่สุดหลังจากสูญเสียแขนก็อบลินจำนวนมาก ปากของศีรษะหุ่นเหล็กยักษ์สีดำก็ถูกอัดแน่นไปด้วยเศษผ้าจำนวนมากที่ถูกยัดจนแน่นขนัด
วาสกลัวว่าเวลาผ่านไปจะมีเศษผ้าชิ้นไหนหลุดลุ่ยออกมาเขาจึงจัดการเทกาวที่มีความเหนียวระดับสุดยอดที่ซื้อมาจากในเมืองเข้าไปในปากของมัน
"ดูซิว่าจากนี้แกจะยังซ่าได้อีกไหม"ชายหนุ่มมองผลงานของตนอย่างพอใจ นี้อาจจะเป็นการแก้แค้นเล็กๆจากเขาที่มอบให้กับเจ้าอดีตคู่อริตัวนี้ของเขาก็เป็นได้
"ว่าแต่จะทำอะไรต่อดีนะ จะให้นอนต่อก็คงจะนอนไม่หลับแล้วด้วยสิ"ชายหนุ่มเดินวนไปรอบๆพลางใ้ช้หัวคิด
หากให้เขาออกไปข้างนอกหลุมตอนนี้ก็คงไม่ใ่ชความคิดที่ดีนัก เนื่องจากช่วงเวลาตอนกลางคืนจะเป็นช่วงเวลาที่มีมอนเตอร์จำพวกนักล่าจำนวนมากออกมาเดินเพ่นพ่าน
หากมีเพียงแค่มอนเตอร์ธรรมดาไม่กี่ตัวเขาคงไม่หวั่นเพราะตอนนี้วาสนับว่ามีความมั่นใจในความแข็งแกร่งของตนในระดับหนึ่ง แต่ที่เขากลัวก็คือมอนเตอร์กลายพันธุ์ชนิดต่างๆ ยิ่งกับมอนเตอร์กลายพันธุ์ประเภทนักล่าด้วยแล้ว ความสามารถของมันจะยิ่งทวีความน่ากลัวมากกว่ามอนเตอร์ประเภทอื่น
"จะว่าไปเราก็ไม่ได้ฝึกฝนเพิ่มค่าสถานะนานแล้วนะ"ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นหลังจากนึกขึ้นได้ สมองเขาพลันนึกไปถึงช่วงชีวิตอันสงบสุขของเขาในร้านของคนแคระชราจอมขี้บ่น
ลมหายใจของเขาผ่อนคลายริมฝีปากของชายหนุ่มถูกยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว
"ตอนนี้ตาแก่นั้นจะทำอะไรอยู่นะ"ชายหนุ่มพูดเบาๆกับตัวเองก่อนจะยกมือทาบอกทำให้มืออุ่นๆของเขาไปสัมผัสกับจี้หยกเส้นหนึ่ง
"แล้วเธอละไป๋ฟางทำอะไรอยู่..."
“97…98..99..100..”เสียงนับเลขดังขึ้นเรื่อยๆเป็นจังหวะต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง หากใครมาเห็นภาพชายหนุ่มตอนนี้อาจจะหลุดขำออกมาก็ได้
เพราะตอนนี้วาสกำลังอยู่ในท่าลุกนั่งราวกับทหารใหม่ที่กำลังโดนลงโทษอยู่
ชายหนุ่มถอดเสื้อออกอวดโฉมกล้ามเนื้อสมส่วนที่ขับเน้นความเป็นชายออกมา กล้ามแขนสองข้างกำลังเกร็งจนเปล่งแน่น
สองมือที่อยู่เหนือหัวของเขานั้นกำลังแบกศีรษะเหล็กหนักอึ้งชิ้นหนึ่งอยู่
หากคนทั่วไปมาเห็นภาพฝึกฝนตัวเองเช่นนี้อาจจะคิดว่าหนักแล้วแต่กลับวาสถือว่าแค่นี้เป็นเรื่องเบาะๆเท่านั้น
ตัวเขานั้นต้องการใช้เวลาชีวิตของเขาให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อที่ตัวเขาจะได้ไม่ต้องมาเสียดายทีหลัง
นอกจากจะกำลังลุกนั่งโดยแบกศีรษะเหล็กอยู่นั้นที่เบื้องหน้าของชายหนุ่มยังเกิดวังวนสีฟ้าอยู่เป็นพักๆก่อนจะดับวูบหายไป
ใช่แล้ว! ตอนนี้เขากำลังที่จะพยายามเลื่อนเลเวลสกิลของสกิลช่องว่างมิติอยู่
ชายหนุ่มลุกนั่งไปพลางใช้สกิลช่องว่างมิติอย่างต่อเนื่องไปพลาง เมื่อใดที่ค่าพลังจิตวิญญาณของเขาหมดลง ชายหนุ่มก็จะหันไปเร่งจังหวะลุกนั่งขึ้นอีกขั้นเพื่อที่จะให้ร่างกายของตนถึงขีดจำกัดไวๆ
หลังจากทำเช่นนี้อย่างต่อเนื่องในที่สุด...
-ท่านได้รับค่าสถานะกาย+1จุด-
-สกิล ช่องว่างมิติเลื่อนขั้นเป็นเลเวล 2-
ตึง!!
สิ้นเสียงแจ้งเตือนวาสปาศีรษะเหล็กในมือทิ้งอย่างไม่ใยดีแล้วสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่
ชายหนุ่มเดินมุ่งหน้าตรงไปยังปากหลุมอีกครั้ง และเมื่อเห็นแสงสว่างที่ลอดเข้ามาเขาก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนจะหลับตาบิดขี้เกียจแล้วคิดว่าวันนี้จะทำอะไรดี
ในหัวของเขาพลางนึกไปถึงเรื่องที่คิดเมื่อคืน ชายหนุ่มฉีกยิ้มออกมาบางๆก่อนจะเอ่ยเบาๆว่า
“วันนี้กลับเมืองสักหน่อยดีกว่า”